- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อหมื่นล้านปี ตื่นขึ้นมาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 26 ตะลึงงันไปทั้งท้องพระโรง
บทที่ 26 ตะลึงงันไปทั้งท้องพระโรง
บทที่ 26 ตะลึงงันไปทั้งท้องพระโรง
สำหรับฉู่เสินซิ่วแล้ว การลงชื่อเข้าใช้ตลอดระยะเวลาหมื่นล้านปีที่ผ่านมา ของรางวัลที่เขาได้รับคาดว่าน่าจะเป็นที่สุดของโลกใบนี้แล้ว ตำรับโอสถอายุวัฒนะก็เป็นหนึ่งในของรางวัลเหล่านั้น เพื่อที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แคว้นได้อย่างรวดเร็ว เขาจำเป็นต้องนำของวิเศษที่แท้จริงออกมาเป็นรางวัลล่อใจ
แม้การทำเช่นนี้อาจชักนำให้แคว้นภายนอกที่อยู่นอกเหนือจากดินแดนหกแคว้นเกิดความโลภและเข้ามายื้อแย่ง แต่เขาก็จำเป็นต้องทำ ระบบในยามนี้ได้หยุดการลงชื่อเข้าใช้ชั่วคราว เขาจำเป็นต้องทำภารกิจที่กำหนดให้สำเร็จเสียก่อน ระบบจึงจะเปิดให้ลงชื่อเข้าใช้ได้อีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้นเขาจึงจะสามารถยกระดับพลังฝีมือขึ้นไปอีกขั้นเพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความเป็นอมตะ ดังนั้นฉู่เสินซิ่วจึงไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
เมื่อตรวจสอบระบบ หน้าต่างระบบในยามนี้ถูกปิดผนึกไว้ มีเพียงภารกิจเดียวที่ปรากฏขึ้น นั่นคือการสถาปนาราชวงศ์ ซึ่งความยากลำบากนั้นย่อมจินตนาการได้ไม่ยาก
ต้องทราบก่อนว่าระดับของอาณาจักรแบ่งออกเป็น ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง และระดับสูงสุด เหนือระดับสูงสุดขึ้นไปคือมหาอำนาจ และต้องเหนือกว่ามหาอำนาจขึ้นไปอีกจึงจะเรียกว่าราชวงศ์
ต้องสถาปนาราชวงศ์ให้สำเร็จระบบจึงจะกลับมาทำงานต่อ ดังนั้นฉู่เสินซิ่วจำต้องเร่งมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น บนเส้นทางแห่งการสร้างฐานอำนาจ ลำพังเพียงความแข็งแกร่งของเขาคนเดียวย่อมไม่เพียงพอ เขาจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงของจริงเพื่อดึงดูดเหล่าผู้มีความสามารถ
ไม่เพียงแต่คนเก่งในแคว้นหวาซวีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยอดคนจากต่างแคว้นที่ต้องดึงตัวมารับใช้เขาให้ได้ แม้ว่าสิ่งนี้อาจดึงดูดความสนใจจากขุมกำลังบางกลุ่มหรือแคว้นที่แข็งแกร่งกว่าให้เข้ามาวุ่นวาย แต่ดูเหมือนฉู่เสินซิ่วจะไม่ใส่ใจ เพราะผลลัพธ์คือสิ่งสำคัญที่สุด
วันรุ่งขึ้น ราชโองการถูกประกาศออกไปทั่วทุกสารทิศในแคว้น ทันใดนั้นก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง แม้แต่ในราชสำนัก ขุนนางจำนวนมากต่างก็จับกลุ่มพูดคุยถึงเรื่องนี้
โอสถอายุวัฒนะงั้นหรือ? นั่นมันโอสถในตำนานโบราณเชียวนะ ฉู่เสินซิ่วมีของสิ่งนั้นจริงหรือ หากมีจริงก็คงเป็นเรื่องที่บ้าคลั่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา แทบไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ เพียงชั่วพริบตาเดียวเรื่องนี้ก็เหนือความคาดหมายของทุกคนไปไกลโข แทบไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
ประการแรก โอสถอายุวัฒนะดูเหมือนจะเป็นเพียงตำนานเล่าขาน ประการที่สอง...ต่อให้มีจริง แคว้นเล็กๆ อย่างหวาซวีจะไปหาของวิเศษพรรค์นั้นมาจากไหน ฉู่เสินซิ่วไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าประกาศออกไปเช่นนั้น จุดนี้แหละที่ทำให้ผู้คนยากจะเชื่อถือ จากสถานการณ์ปัจจุบันเรื่องนี้เกินขอบเขตความรับรู้ของผู้คนไปมาก
“โอสถอายุวัฒนะ? ท่านเจ้าแคว้นมีของวิเศษเช่นนั้นจริงหรือ นี่คงไม่ใช่เรื่องจริงกระมัง”
“ไม่น่าเป็นไปได้...หรือจะเป็นแค่คำลวงเพื่อดึงดูดคนเก่ง”
“เรื่องนั้นก็สุดจะรู้ได้ แต่ด้วยนิสัยของท่านเจ้าแคว้น ไม่น่าจะเป็นคนที่พูดจาเหลวไหล เพราะหากดึงดูดคนมาได้แล้วแต่กลับไม่มีของรางวัลให้ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายเกินจินตนาการ”
“รอดูกันต่อไปเถอะ”
เหล่าขุนนางต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
ในการประชุมเช้า เว่ยซานเหอกราบทูลขอลาออก
“กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมชราภาพมากแล้ว ร่างกายและจิตใจอ่อนล้าเต็มที เกรงว่าคงไม่อาจรับใช้ฝ่าบาทได้อีกต่อไป บัดนี้ดินแดนที่สูญเสียไปก็ได้คืนมาแล้ว กระหม่อมขอบังอาจทูลลาเพื่อกลับไปพักผ่อนในบั้นปลายชีวิตที่บ้านเกิดพะยะค่ะ” เว่ยซานเหอกราบทูลเสียงดัง
การจากไปของเว่ยซานเหอทำให้กลุ่มขุนนางหัวเก่าถึงกับตะลึงงัน เว่ยซานเหอเป็นหัวเรือใหญ่ของพวกเขา การที่จู่ๆ เขาลาออกโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเช่นนี้ ย่อมทำให้พวกเขาเสียเปรียบในการงัดข้อกับขุนนางรุ่นใหม่
“อนุมัติ” ฉู่เสินซิ่วตอบรับทันที ไม่เปิดโอกาสให้ขุนนางคนอื่นได้ทัดทาน
“เด็กๆ...มอบโอสถอายุวัฒนะสิบปีให้แก่ท่านอาวุโสเว่ยเพื่อบำรุงร่างกาย ถือเป็นรางวัลตอบแทนที่ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อแคว้นมาตลอดหลายปี”
วาจาของฉู่เสินซิ่วทำให้ผู้คนตกตะลึงแทบสิ้นสติ
โอสถที่ระบบมอบให้นั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน แน่นอนว่ามีโอสถอายุวัฒนะรวมอยู่ด้วย แต่โอสถเหล่านั้นล้วนเพิ่มอายุขัยได้นับพันปีขึ้นไป ซึ่งมันน่าตื่นตระหนกเกินไป ดังนั้นฉู่เสินซิ่วจึงลงมือปรุงโอสถชุดนี้ขึ้นมาเอง มีทั้งแบบห้าปี สิบปี และยี่สิบปี ของเหล่านี้จะถูกมอบให้ตามความดีความชอบ สำหรับคุณงามความดีของเว่ยซานเหอ แบบสิบปีถือว่าเพียงพอแล้ว
เมื่อข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ขุนนางที่เคยสงสัยต่างก็หูผึ่ง จ้องมองตาเป็นมัน เมื่อโอสถเม็ดกลมเกลี้ยงที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลถูกนำมาวางตรงหน้าเว่ยซานเหอ ชายชราถึงกับชะงักค้าง ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือโอสถเช่นนี้จะมีอยู่จริงหรือ
“ท่านอาวุโสเว่ย โอสถนี้ล้ำค่ามาก เพื่อป้องกันไม่ให้คนไม่หวังดีมาแย่งชิง ท่านจงกินเสียตรงนี้เถิด” ฉู่เสินซิ่วเอ่ยเรียบๆ เขาต้องการให้เหล่าขุนนางได้เห็นผลลัพธ์กับตา และถือโอกาสกระจายข่าวออกไป เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่าโอสถอายุวัฒนะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่มีอยู่จริง ซึ่งจะส่งผลดีต่อแผนการของเขาอย่างมาก
แน่นอนว่าการมีอยู่ของโอสถอายุวัฒนะจะกระตุ้นความกระตือรือร้นของเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นให้พุ่งสูงขึ้น ของวิเศษเช่นนี้ไม่มีใครไม่อยากครอบครอง อายุขัยเป็นลิขิตสวรรค์ แต่โอสถอายุวัฒนะของฉู่เสินซิ่วสามารถฝืนลิขิตสวรรค์ได้ ใครบ้างจะปฏิเสธสิ่งนี้ได้ลงคอ เรื่องนี้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้
เว่ยซานเหอไม่กล้าขัดพระประสงค์ จึงหยิบโอสถขึ้นมากลืนลงท้อง แต่ทว่า...ผลลัพธ์ที่ตามมากลับทำให้เขาแทบไม่เชื่อความรู้สึกของตัวเอง
ทันทีที่โอสถไหลลงสู่ท้อง กระแสความอบอุ่นและหอมหวานก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ในชั่วพริบตาเขารู้สึกได้ว่าร่างกายเบาสบายขึ้นอย่างน่าประหลาด เส้นผมที่ขาวโพลนเริ่มมีผมสีดำแซมขึ้นมาจนเห็นได้ชัด ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าก็ค่อยๆ เลือนหายไปต่อหน้าต่อตา
เหตุการณ์นี้เหนือความคาดหมายของทุกคนจนแทบไม่มีใครเชื่อสายตาตัวเอง สำหรับพวกเขาแล้วนี่มันเกินกว่าคำว่าปาฏิหาริย์ จากสถานการณ์ตรงหน้า ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ตะลึงงันจนพูดไม่ออก ที่แท้ฉู่เสินซิ่วก็มีของวิเศษเช่นนี้อยู่จริงๆ ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ยากที่จะทำใจให้เชื่อได้ ใครจะไปคาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
โอสถอายุวัฒนะมีอยู่จริง นี่มันเกินขอบเขตความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ไปแล้ว เหล่าขุนนางต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่ ฉู่เสินซิ่วผู้นี้ช่างลึกลับซับซ้อนยิ่งนักจนแทบไม่มีใครกล้าคาดเดา จากระดับความสามารถในปัจจุบันนับว่าเหนือชั้นเกินบรรยาย
โอสถอายุวัฒนะ นี่คือความฝันของผู้ไร้พรสวรรค์และผู้ไร้วรยุทธ์ทุกคน สำหรับพวกเขาเรื่องนี้ไม่ต้องคิดให้มากความ ใครบ้างไม่อยากมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น การมีอายุยืนยาวไม่ใช่ความฝันของผู้ฝึกตนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความฝันของปุถุชนนับไม่ถ้วนเช่นกัน เรื่องนี้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ใครเล่าจะปฏิเสธสิ่งนี้ได้ และนี่...คือผลลัพธ์ที่ฉู่เสินซิ่วต้องการ