เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 กษัตริย์กริ้ว ศพเกลื่อนล้านศพ

บทที่ 23 กษัตริย์กริ้ว ศพเกลื่อนล้านศพ

บทที่ 23 กษัตริย์กริ้ว ศพเกลื่อนล้านศพ


กว่าจะกลับถึงเมืองหลวงเวลาก็ล่วงเลยไปสองวันแล้ว ในตอนแรกลู่เสวี่ยฉียืนกรานจะเดินด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว เท้าขาวผ่องดุจหยกของนางถูกรองเท้ากัดจนถลอกปอกเปิก ด้วยความจำใจนางจึงยอมรับความช่วยเหลือจากฉู่เสินซิ่ว ตลอดเส้นทางที่เหลือฉู่เสินซิ่วเป็นคนแบกนางเดินจนมาถึงเมืองหลวง

หลังจากจัดแจงให้ลู่เสวี่ยฉีเข้าพักเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องความปลอดภัย ฉู่เสินซิ่วมอบหมายให้เฉินจ้าน พร้อมด้วยต้าหู่และเอ้อร์หู่องครักษ์คนสนิทเป็นผู้รับผิดชอบ

เมื่อกลับเข้าวัง ฉู่เสินซิ่วเรียกประชุมขุนนางทันที

“ระหว่างทางที่เราเดินทางจากเมืองซวีกลับมาเมืองหลวง เราถูกลอบโจมตี พวกท่านมีความเห็นอย่างไร” ฉู่เสินซิ่วประทับบนบัลลังก์ นิ้วมือเคาะเบาๆ ที่พนักเก้าอี้มังกร เสียงเคาะดังก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง!

เหล่าขุนนางต่างตกตะลึงพรึงเพริด แม้ฉู่เสินซิ่วจะออกจากเมืองหลวงอย่างลับๆ แต่ก็เร่งรีบมากจึงไม่ใช่ความลับที่ปิดมิดชิดนัก การที่ศัตรูซึ่งอยู่ไกลถึงเมืองซวีสามารถวางกำลังดักซุ่มโจมตีได้ล่วงหน้า นั่นพิสูจน์ได้เพียงสิ่งเดียว... มีคนนำความลับไปบอกศัตรู

ทันใดนั้นทุกคนต่างรู้สึกหวาดระแวงภัย เหล่าขุนนางต่างตื่นตระหนกราวกับนกที่เห็นคันธนูเกรงว่าจะถูกใส่ความ หากถูกฉู่เสินซิ่วสงสัย โทษเบาอาจแค่ถูกปลดออกจากตำแหน่งและยึดบรรดาศักดิ์ โทษหนักอาจถึงขั้นหัวหลุดจากบ่า!

เด็กหนุ่มผู้นี้นับตั้งแต่เริ่มว่าราชการด้วยตนเองก็แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดดุดัน นี่คือกษัตริย์ที่แท้จริง ไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อย เขาใช้วิธีการที่รุนแรงและเฉียบขาดกวาดล้างอุปสรรคทุกอย่าง

“ท่านเสนาบดีเว่ย ท่านแม่ทัพจ้าว มีความเห็นว่าอย่างไร” ฉู่เสินซิ่วถามตรงประเด็น

พวกเขาทั้งสองเป็นคนกลุ่มแรกที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของเขา แม้จะไม่มีแรงจูงใจ แต่ฉู่เสินซิ่วก็ยังต้องการเชือดไก่ให้ลิงดูเพื่อข่มขวัญเหล่าขุนนาง ขุนนางอาวุโสผู้มีอำนาจล้นฟ้าทั้งสองรีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด

“ท่านเจ้าแคว้น กระหม่อมไม่ทราบเรื่องจริงๆ พะยะค่ะ...”

“อาจเป็นเพราะนโยบายใหม่ของพระองค์สร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์บางกลุ่ม แต่กระหม่อมก็มีความผิดฐานละเลยหน้าที่ ขอพระราชทานโอกาสให้กระหม่อมได้ไถ่โทษด้วยการสืบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่างพะยะค่ะ! ขอเพียงคนร้ายยังอยู่ในแคว้นโบราณหวาซวี กระหม่อมจะลากคอมาลงโทษให้จงได้”

จ้าวฝูถูและเว่ยซานเหอต่างพากันกราบทูล ในฐานะขุนนางเก่าแก่ที่รับใช้มาหลายรัชกาล พวกเขาไม่เคยรู้สึกหวาดหวั่นเช่นนี้มาก่อน แม้แต่อดีตเจ้าแคว้นยังให้เกียรติพวกเขา แต่เด็กหนุ่มตรงหน้านี้กลับทำให้พวกเขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

“เรื่องนี้มอบหมายให้ท่านแม่ทัพจ้าวไปสืบสวน ภายในหนึ่งเดือนเราต้องการรู้ผล” ฉู่เสินซิ่วสะบัดแขนเสื้อเปลี่ยนท่านั่ง

เมื่อเห็นว่าฉู่เสินซิ่วไม่ติดใจเอาความต่อ เหล่าขุนนางต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากฉู่เสินซิ่วคิดจะขุดคุ้ยหาคนผิดจริงๆ คงมีคนต้องเดือดร้อนกันเป็นแถบ!

กษัตริย์กริ้ว ศพเกลื่อนล้าน โลหิตไหลนองพันลี้!

“ในช่วงสิบวันที่เราไม่อยู่ มีเหตุการณ์สำคัญใดเกิดขึ้นในราชสำนักบ้าง” ฉู่เสินซิ่วถามต่อ

เหล่าขุนนางรีบรายงาน ประการแรก การปฏิรูปนโยบายใหม่ไม่ราบรื่นนัก เบื้องบนมีนโยบาย เบื้องล่างมีวิธีรับมือ กลุ่มผลประโยชน์เหล่านั้นรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นมานานแล้ว และครั้งนี้เป็นการไปแตะต้องผลประโยชน์ของคนจำนวนมหาศาล พวกเขาจึงมีวิธีสารพัดมาต่อต้าน กลับกลายเป็นว่าเงินที่ราชสำนักจัดสรรลงไปส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในกระเป๋าของพวกเขา!

เมื่อได้ยินข่าวนี้ ฉู่เสินซิ่วขมวดคิ้วมุ่น ราชสำนักในยามนี้แม้ภายนอกจะดูเหมือนมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ขุนนางจำนวนมากต่างกลัวความผิด กลัวจะเป็นเป้านิ่ง จึงไม่กล้าลงมือทำอย่างจริงจัง ส่วนคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งผ่านการคัดเลือกก็ยังมีน้อย คนที่ตั้งใจทำงานจริงๆ มีไม่มากนัก

เรื่องนี้ทำให้ฉู่เสินซิ่วปวดหัวไม่น้อย ต่อให้แนวคิดของเขาจะก้าวหน้าเพียงใด แต่ก็ยังต้องการคนมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ในระยะสั้นคงยากที่จะเห็นผลสำเร็จ แต่ทว่า...หากเป็นกษัตริย์องค์อื่นอาจจะยอมทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ แต่เขาคือฉู่เสินซิ่ว กษัตริย์ผู้มีเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร เขาไม่ยอมนั่งรอความตายเช่นนี้แน่

“นโยบายใหม่ต้องเดินหน้าต่อไป! มีเราคอยหนุนหลังพวกท่านอยู่ จงทำไปอย่างกล้าหาญเถิด” ฉู่เสินซิ่วเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้างแล้ว

“กราบทูลท่านเจ้าแคว้น! กระหม่อมเห็นว่าการผลักดันนโยบายใหม่ทั่วทั้งแคว้นนั้นกว้างเกินไป เราควรเลือกเมืองสักเมืองเป็นเมืองต้นแบบจะดีกว่าพะยะค่ะ ขอเพียงทำสำเร็จก็จะเกิดผลกระทบแบบโดมิโน ท้ายที่สุดพื้นที่อื่น ๆ ก็จะไม่ต่อต้านนโยบายใหม่อีกต่อไป และนี่ก็เป็นโอกาสดีที่จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพระองค์”

เย่กู้เฉิงก้าวออกมาแล้วกราบทูล “นอกจากนี้ นโยบายใหม่หลายอย่างของพระองค์นับเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นการบุกเบิกสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหมื่นปี! แต่ตัวอย่างที่ล้ำหน้าเกินไป บางครั้งผู้คนอาจรับไม่ได้ในทันที หวังหมั่งในยุคราชวงศ์ก่อนก็เป็นตัวอย่างที่ดีพะยะค่ะ”

เขากราบทูลอย่างฉะฉาน ไม่กลัวว่าจะล่วงเกินฉู่เสินซิ่ว กล้าแม้กระทั่งยกตัวอย่างกษัตริย์ที่ครองราชย์ได้เพียงเดือนเดียวมาเปรียบเทียบ! เหล่าขุนนางต่างเงียบกริบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว ไม่กล้าปริปาก เฝ้าสังเกตปฏิกิริยาของฉู่เสินซิ่วอย่างใกล้ชิด

ส่วนฉู่เสินซิ่วก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด การปรับกลยุทธ์ให้ทันท่วงทีคือคุณสมบัติที่กษัตริย์ผู้ปรีชาสามารถพึงมี แนวคิดของเขาอาจจะล้ำหน้าเกินไปจริงๆ หรือไม่? สิ่งที่เย่กู้เฉิงพูดก็มีเหตุผล หากลองตรึกตรองให้ดี แนวคิดหลายอย่างของฉู่เสินซิ่วล้วนมาจากชาติก่อน บางแนวคิดผ่านการพัฒนาและพิสูจน์มานับพันปีจนได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด

“ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่า การผลักดันนโยบายใหม่ในภาพรวมให้ชะลอไว้ก่อน เราแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้แทนพิเศษในการผลักดันนโยบายใหม่ ท่านสามารถเลือกเมืองใดก็ได้เมืองหนึ่งเพื่อทดลองใช้นโยบายใหม่ ต้องการคนเราให้คน ต้องการเงินเราให้เงิน ขอเพียงท่านทำให้นโยบายใหม่สำเร็จได้ ทุกเงื่อนไขเราอนุมัติ” ฉู่เสินซิ่วตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

เย่กู้เฉิงดีใจมาก รีบถวายบังคมขอบพระทัย “กราบทูลท่านเจ้าแคว้น กระหม่อมเห็นว่าเมืองเทียนเชวี่ยเหมาะสมที่สุดสำหรับการทดลองใช้นโยบายใหม่ ขอพระองค์ทรงอนุมัติด้วยพะยะค่ะ!”

“อนุมัติ!” ฉู่เสินซิ่วตอบรับเรียบๆ

สายตาจับจ้องไปที่เย่กู้เฉิง คนหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ราชสำนักผู้นี้ดูมีความกล้าหาญและมุ่งมั่น กล้าที่จะแสดงอุดมการณ์และความทะเยอทะยานของตน นี่คือเลือดใหม่ที่ฉู่เสินซิ่วต้องการ

“กราบทูลท่านเจ้าแคว้น กระหม่อมมีรายงานข่าวจากชายแดนพะยะค่ะ” จ้าวฝูถูเอ่ยขึ้น “หกแคว้นเริ่มมีความเคลื่อนไหว แคว้นฉิน แคว้นเยียน และแคว้นฉู่ ได้ระดมกำลังทหารจำนวนมากประชิดชายแดนพร้อมที่จะโจมตีได้ทุกเมื่อ หากเราไม่หาทางป้องกัน หากทั้งสามแคว้นโจมตีพร้อมกันด้วยกำลังทหารรักษาการณ์ที่เบาบางในพื้นที่ คงไม่อาจต้านทานการโจมตีจากกองทัพทั้งสามทัพได้ หากเสียเมือง ข้าศึกจะบุกถึงเมืองหลวงได้ในชั่วข้ามคืน!”

“พวกท่านมีความเห็นอย่างไร” ฉู่เสินซิ่วถามเรียบๆ

“ด้วยกำลังรบที่มีอยู่ในปัจจุบันของแคว้นหวาซวี ลำพังแค่ต้านทานกองทัพทิศทางเดียวก็ตึงมือแล้ว ยิ่งตอนนี้หกแคว้นร่วมมือกัน แรงกดดันที่มีต่อแคว้นหวาซวีนั้นมหาศาลยิ่งนัก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเน้นการตั้งรับเป็นหลัก กระหม่อมขอบังอาจทูลขอตราพยัคฆ์จากพระองค์เพื่อเคลื่อนย้ายกองทหารรักษาพระองค์หนึ่งแสนนาย มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะพอต่อกรกับข้าศึกได้พะยะค่ะ!”

จ้าวฝูถูกราบทูลเสียงดังฟังชัด

กองทหารรักษาพระองค์...นั่นคือแนวป้องกันสุดท้ายของเมืองหลวง หากมอบอำนาจทั้งหมดให้จ้าวฝูถู ก็เท่ากับฝากชะตากรรมของบ้านเมืองไว้ในมือเขา จะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด!

จบบทที่ บทที่ 23 กษัตริย์กริ้ว ศพเกลื่อนล้านศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว