เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 หนึ่งชีวิตแลกชื่อเสียงหมื่นปี

บทที่ 14 หนึ่งชีวิตแลกชื่อเสียงหมื่นปี

บทที่ 14 หนึ่งชีวิตแลกชื่อเสียงหมื่นปี


วาจาของราชครูหัวสุนัขทำให้เจ้าแคว้นทั้งหกตกอยู่ในความเงียบงันทันที ทว่าหากลองไตร่ตรองดูให้ละเอียดก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เรื่องราวที่ผิดปกติย่อมมีเบื้องหลังที่ซ่อนเร้น หากแคว้นโบราณหวาซวีไม่ได้ครอบครองสิ่งวิเศษอันใด เหตุใดจึงสามารถเอาชนะกองทัพฉวี่หรงได้อย่างราบคาบ? กองทัพของพวกชนเผ่าอสูรป่าเถื่อนกลุ่มนี้ แม้แต่พวกเขาเองยังต้องยำเกรง

ในบรรดาหกแคว้น นอกจากแคว้นฉินที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว ใครจะกล้าพูดได้เต็มปากว่าสามารถเอาชนะแคว้นฉวี่หรงได้อย่างเด็ดขาด แต่แคว้นโบราณหวาซวีที่ถูกบีบให้ไปจนมุมกลับทำสำเร็จ ดังนั้นจึงพอจะจินตนาการได้ว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

หากเป็นจริงดังคำของราชครูหัวสุนัข แคว้นโบราณหวาซวีได้รับสิ่งวิเศษที่ยิ่งใหญ่ อนาคตข้างหน้าย่อมแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ถึงเวลานั้นแคว้นของพวกเขาก็ย่อมตกอยู่ในอันตราย เจ้าแคว้นทุกคนต่างตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์

ในขณะเดียวกัน ฉู่เสินซิ่วใช้เวลาพักฟื้นเพียงสั้นๆ ก็ยกทัพกลับสู่เมืองหลวง ราษฎรในเมืองหลวงต่างออกมาเข้าแถวรอรับเสด็จ ตะโกนถวายพระพรทรงพระเจริญกึกก้อง วินาทีนี้สำหรับฉู่เสินซิ่วการต้องหลั่งเลือดเอาชีวิตเข้าแลกในสนามรบดูเหมือนจะคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับแล้ว

ชีวิตคนเราคงหนีไม่พ้นเรื่องชื่อเสียงและลาภยศ หากแต่ฉู่เสินซิ่วไม่ได้ต้องการเป็นเพียงเจ้าแคว้นธรรมดาๆ เขาต้องการสร้างรากฐานอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่ไม่เคยมีมาก่อน ให้ชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วหล้า เป็นที่จดจำไปชั่วกัลปาวสาน! สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ชื่อเสียงเพียงชั่วชีวิต แต่เป็นชื่อเสียงที่ยั่งยืนนานนับหมื่นปี

ภายในวังหลวง ฉู่เสินซิ่วเริ่มวางแผนสำหรับอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้คือการฟื้นฟูความเป็นอยู่ของราษฎร สร้างความแข็งแกร่งให้แก่แคว้นอย่างรวดเร็ว เมื่อแคว้นเข้มแข็งจึงจะสามารถดำเนินการเรื่องอื่นๆ ต่อไปได้ มิเช่นนั้น...ต่อให้เขาเก่งกาจเพียงใด แผ่นดินที่เขาอุตส่าห์บากบั่นตีมาก็คงไม่มีใครรักษาไว้ได้

“ไปตามเว่ยซานเหอมาพบข้า” ฉู่เสินซิ่วเอ่ยสั่งขันทีคนสนิท

ไม่นานนักเว่ยซานเหอก็ปรากฏตัวขึ้นในท้องพระโรง “กระหม่อมถวายบังคมท่านเจ้าแคว้น”

“ลุกขึ้นเถิด” ฉู่เสินซิ่วโบกมือ “ท่านเสนาบดี วันนี้ข้าเรียกท่านมาเพื่อหารือเรื่องการฟื้นฟูบ้านเมืองและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร สงครามที่ยืดเยื้อมานานทำให้ราษฎรเดือดร้อนแสนเข็ญ ที่ดินทำกินจำนวนมากถูกทิ้งร้าง นี่เป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข”

ฉู่เสินซิ่วเอ่ยถึงความกังวลของตน ต่อให้เขามีสามหัวหกแขน แต่เรี่ยวแรงของคนคนเดียวก็มีขีดจำกัด การเร่งสร้างบุคลากรที่มีความสามารถขึ้นมาจึงจะสามารถขยายอำนาจและปกป้องแผ่นดินไว้ได้ นี่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เว่ยซานเหอดูแลรับผิดชอบด้านนี้โดยตรง ย่อมมีความรู้ความเข้าใจดีที่สุด มอบหมายให้เขาจัดการจึงเหมาะสมที่สุด

เว่ยซานเหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “กระหม่อมขออภัยที่ต้องกราบทูลตามตรง เรื่องนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ แคว้นโบราณหวาซวีดำรงอยู่มานานนับพันปี โครงสร้างภายในเน่าเฟะไปจนถึงกระดูกแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ ประการแรกต้องทำให้ราษฎรอยู่ดีกินดีเสียก่อน”

“เมื่อหลายร้อยปีก่อนแคว้นหวาซวีเคยยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆ เหตุใดจึงตกต่ำลงถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะความปรีชาสามารถของท่านเจ้าแคว้น เกรงว่าป่านนี้แคว้นหวาซวีคงถูกแคว้นฉวี่หรงยึดครองไปหมดแล้ว แม้ตอนนี้เราจะได้ดินแดนคืนมาทั้งหมด แต่กำลังของแคว้นก็ไม่อาจเทียบกับในอดีตได้เลยพะยะค่ะ”

จากนั้นเว่ยซานเหอก็แจกแจงข้อมูลต่างๆ ออกมา ประชากรแคว้นหวาซวีมีเพียงสิบล้านเศษ เมื่อเทียบกับอีกหกแคว้นถือว่าห่างไกลกันมากนัก ที่ดินกว้างใหญ่แต่ประชากรเบาบาง ไม่เอื้อต่อการผลิตและการพัฒนา อีกทั้งความเหลื่อมล้ำทางฐานะยังสูงมาก

ฉู่เสินซิ่วไม่ขาดแคลนเงินทอง เขามีระบบอยู่กับตัวจะเอาเงินเท่าไหร่ก็ย่อมได้ แต่ในความเป็นจริงจะทำเช่นนั้นไม่ได้ หากทุกอย่างต้องพึ่งเงินจากราชสำนัก ต่อให้เขาใช้นโยบายหว่านเงิน เงินที่ไปถึงมือราษฎรจริงๆ ก็คงเหลือเพียงน้อยนิด เรื่องนี้เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะการเบียดบังในแต่ละขั้นตอน ต่อให้เทเงินลงไปกองเท่าภูเขาก็คงถูกพวกขุนนางกังฉินยักยอกเข้ากระเป๋าตัวเองจนหมด

“การปฏิรูปจำเป็นต้องทำ” เว่ยซานเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ฉู่เสินซิ่วเห็นด้วยกับความคิดนี้ “ตามความเห็นของท่าน ควรทำอย่างไร การออกนโยบายใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย”

“ประการแรก ต้องสนับสนุนให้ราษฎรทำเกษตรกรรม เราอาจใช้นโยบายทหารควบคู่เกษตรกร ยามศึกก็ออกรบ ยามสงบก็ทำไร่ไถนา วิธีนี้จะช่วยฟื้นฟูการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องให้ราษฎรส่วนน้อยมาแบกรับภาระเลี้ยงดูคนทั้งแคว้นในยามสงบ ตอนนี้เรายึดดินแดนคืนจากแคว้นฉวี่หรงได้แล้ว ทำให้มีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจำนวนมหาศาล เราควรส่งคนออกไปสำรวจและวัดที่ดินทั่วทั้งแคว้น จากนั้นสนับสนุนให้ราษฎรย้ายกลับถิ่นฐานเดิม นอกจากนี้ในดินแดนเหล่านั้นยังมีพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ของเราอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ท่านเจ้าแคว้นควรประกาศนิรโทษกรรม และจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้พวกเขา” เว่ยซานเหอร่ายยาวอย่างคล่องแคล่ว

ฉู่เสินซิ่วรับฟังด้วยความสนใจ แนวคิดนี้มีความเป็นไปได้สูง เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง

“นี่เป็นเพียงด้านเดียว การฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรเป็นเรื่องเร่งด่วน ท่านจงไปเบิกเงินจากท้องพระคลังในนามของข้า แล้วประกาศราชโองการออกไป ผู้ใดสมัครใจย้ายกลับถิ่นฐานเดิมจะได้รับเงินรางวัลจากทางการ นอกจากนี้ให้ส่งเสริมการมีบุตร ยิ่งมีบุตรมากยิ่งได้รางวัลมาก จัดให้มีการสอบคัดเลือกข้าราชการ ทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ เราขาดแคลนบุคลากรทั้งสองด้าน” ฉู่เสินซิ่วตัดสินใจทันที

“ท่านเจ้าแคว้น...เช่นนี้จะรีบร้อนเกินไปหรือไม่พะยะค่ะ เราเพิ่งยึดดินแดนคืนมาได้ การส่งเสริมการมีบุตรและการสอบคัดเลือกขุนนาง ต้องมีการสร้างโรงเรียนและสถานฝึกยุทธ์ในทุกพื้นที่ เกรงว่าสถานะการเงินของแคว้นจะรับไม่ไหว ท้องพระคลังว่างเปล่า แม้จะมีเงินทุนที่ท่านเจ้าแคว้นประทานให้ก่อนหน้านี้ แต่ก็คงไม่พอสำหรับโครงการมากมายขนาดนี้” เว่ยซานเหอเอ่ยด้วยความกังวล

ฉู่เสินซิ่วยิ้มเล็กน้อย “เรื่องนั้นท่านไม่ต้องกังวล ท่านแค่ลงมือทำตามหน้าที่ก็พอ ส่วนปัญหาที่เหลือข้าจะจัดการเอง”

“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ” เว่ยซานเหอรีบขอตัวไปจัดการ

ท้องพระคลังว่างเปล่า? เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย

วันรุ่งขึ้น ฉู่เสินซิ่วประกาศราชโองการปฏิรูปชุดใหญ่ ตามกฎหมายเดิมของแคว้นหวาซวี เหล่าคหบดีและผู้มีอิทธิพลไม่ต้องเสียภาษี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ที่ดินทำกินของราษฎรถูกกว้านซื้อไปโดยพวกเศรษฐีและผู้มีอิทธิพล ราษฎรไม่มีที่ดินทำกินต้องกลายเป็นผู้เช่านา ส่วนราชสำนักก็เก็บภาษีไม่ได้

ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ไปกระจุกตัวอยู่ในมือคนกลุ่มน้อย ท้ายที่สุดก็จะสั่นคลอนอำนาจการปกครอง สำหรับฉู่เสินซิ่วที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เขาเห็นตัวอย่างเช่นนี้มามากเกินพอแล้ว เขาไม่มีทางยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด

ผู้ได้ใจประชาย่อมได้ครองแผ่นดิน มีเพียงการได้รับการสนับสนุนจากราษฎรรากหญ้า การปกครองจึงจะยั่งยืนและมั่นคงสืบไป

จบบทที่ บทที่ 14 หนึ่งชีวิตแลกชื่อเสียงหมื่นปี

คัดลอกลิงก์แล้ว