เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 พวกกระหม่อมกำลังคิดสู้ตาย เหตุใดฝ่าบาทจึงชิงยอมจำนนไปก่อน?

บทที่ 12 พวกกระหม่อมกำลังคิดสู้ตาย เหตุใดฝ่าบาทจึงชิงยอมจำนนไปก่อน?

บทที่ 12 พวกกระหม่อมกำลังคิดสู้ตาย เหตุใดฝ่าบาทจึงชิงยอมจำนนไปก่อน?


ตุบ!

เจ้าแคว้นฉวี่หรงผู้เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรและวางก้ามโอหังในอดีต บัดนี้กลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าฉู่เสินซิ่ว เขายอมละทิ้งศักดิ์ศรี ละทิ้งความหยิ่งผยอง และละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเขายอมละทิ้งทุกอย่างของแคว้นฉวี่หรงในยามนี้ด้วย

“แคว้นฉวี่หรงของข้ายินดีสวามิภักดิ์ ขอเพียงท่านเจ้าแคว้นยอมแบ่งดินแดนสักส่วนหนึ่ง ให้ราษฎรของข้าได้มีที่ซุกหัวนอน ได้มีที่ทำมาหากินด้วยเถิด” เจ้าแคว้นฉวี่หรงเอ่ยด้วยความอัดอั้นตันใจ

นักรบฉวี่หรงนับไม่ถ้วนรอบกายต่างตกตะลึงพรึงเพริด แม้ศัตรูจะแข็งแกร่ง แต่เจ้าแคว้นฉวี่หรงเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตเสินทงเชียวนะ ในสายตาของเหล่านักรบฉวี่หรง เขาคือศูนย์รวมจิตใจในการต่อสู้ ขอเพียงยังมีกษัตริย์อยู่ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟพวกเขาก็ไม่หวั่นเกรง

“ท่านเจ้าแคว้น จะยอมแพ้ไม่ได้นะ กองทัพเรามีมากกว่าศัตรูหลายเท่า ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นต่อให้เก่งแค่ไหน จะฆ่าพวกเราได้สักหนึ่งหมื่นคน หรือหนึ่งแสนคนเชียวหรือ มันจะตัวคนเดียวจัดการกองทัพนับล้านของเราได้หรือไง”

“ต่อให้มันเก่งแค่ไหน แต่เรี่ยวแรงคนเราย่อมมีวันหมด ทหารหวาซวีคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร พวกเรายังไม่แพ้ ยังมีแรงสู้ต่อได้”

“พวกกระหม่อมกำลังคิดสู้ตาย เหตุใดฝ่าบาทจึงชิงยอมจำนนไปก่อน”

นักรบฉวี่หรงนับไม่ถ้วนต่างตะโกนก้อง นัยน์ตาแดงฉานด้วยความโกรธแค้นและความคับแค้นใจ พวกเขาไม่เข้าใจการตัดสินใจของเจ้าแคว้นเลยแม้แต่น้อยและคาดไม่ถึงเลยจริงๆ

จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?

เพียงแต่...นักรบเหล่านั้นไม่ได้เผชิญหน้ากับฉู่เสินซิ่วโดยตรง จึงไม่ได้รับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของเขา แต่เจ้าแคว้นฉวี่หรงที่ยืนอยู่ต่อหน้าฉู่เสินซิ่วสัมผัสได้ถึงมันอย่างชัดเจน ต่อให้นักรบทุกคนดาหน้าเข้ามาพร้อมกันก็ไม่มีทางเอาชนะฉู่เสินซิ่วได้ รังแต่จะทำให้แคว้นฉวี่หรงต้องสิ้นชาติสิ้นเผ่าพันธุ์

ต้องเข้าใจก่อนว่าการบุกขึ้นเหนือครั้งนี้พวกเขาทุ่มเททรัพยากรทั้งแคว้น เดิมพันด้วยชะตากรรมและอนาคตของชาติ หากล้มเหลว คนแก่ สตรี และเด็กที่เหลืออยู่จะเอาชีวิตรอดในป่าเขาที่โหดร้ายได้อย่างไร การกระทำของเขาในครั้งนี้ก็เพื่ออนาคตของชาวฉวี่หรง มองในมุมนี้เขาก็นับว่าเป็นกษัตริย์ที่เสียสละยิ่งนัก

ทว่าในฐานะศัตรู ฉู่เสินซิ่วไม่มีทางเมตตาอีกฝ่าย หลายปีมานี้ชาวแคว้นโบราณหวาซวีต้องตายตกด้วยน้ำมือของพวกมันไปกี่ล้านชีวิต มีหญิงสาวกี่คนที่ต้องทนทุกข์ทรมานในแคว้นฉวี่หรง มีชายหนุ่มกี่คนที่ต้องตกเป็นอาหารของพวกมัน ความโหดร้ายป่าเถื่อนเหล่านั้น...ต้องชดใช้ด้วยเลือด

ฉู่เสินซิ่วไม่มีสิทธิ์แทนคุณแผ่นดินด้วยการให้อภัยแคว้นฉวี่หรง ความแค้นระหว่างสองเผ่าพันธุ์ต้องล้างด้วยเลือด แคว้นฉวี่หรง...เดิมทีก็เป็นดินแดนของหวาซวีมาแต่โบราณ เขาเพียงแค่มาทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของเขาคืนเท่านั้น

“ฆ่า...หยามเกียรติท่านเจ้าแคว้นไม่ได้” ในหมู่ชาวฉวี่หรงยังมีผู้กล้าที่ไม่กลัวตายอยู่ไม่น้อย

เสียงโห่ร้องดังสนั่นหวั่นไหว นักรบจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าใส่ฉู่เสินซิ่ว

“ก็แค่พวกสวะ” ฉู่เสินซิ่วไม่ยี่หระ

เพียงสะบัดมือคราเดียวนักรบจำนวนมากก็ตกตายไปทันที ด้วยตบะระดับตู้เจี๋ยอย่างเขา คนพวกนี้ไม่มีทางเข้าถึงตัวได้เลย เมื่ออยู่ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง ต่อให้มีมดปลวกมากมายเพียงใดก็ไร้ความหมาย

เหล่านักรบหวาซวีด้านหลังต่างพากันตกตะลึงจนตาค้าง ทุกคนรู้สึกเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน ความคับแค้นใจที่มีมานานราวกับได้รับการระบายออกไปในชั่วพริบตา สวรรค์คุ้มครองหวาซวี มีพลังระดับนี้แคว้นเราจะไม่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร

จ้าวฝูถูเดิมทีสิ้นหวังไปแล้ว แต่เมื่อเห็นการแสดงเดี่ยวของฉู่เสินซิ่วบนกำแพงเมือง น้ำตาแห่งความปีติก็ไหลพรากอาบสองแก้ม

“อดีตเจ้าแคว้น พระองค์เห็นไหมพะยะค่ะ ความมุ่งมั่นของบรรพชนหกรุ่น อย่าได้ลืมปณิธานการมุ่งสู่ตะวันออก...ท่านเจ้าแคว้นทำสำเร็จแล้ว ความรุ่งโรจน์ของแคว้นโบราณหวาซวีกำลังจะกลับมา” จ้าวฝูถู ขุนนางเฒ่าผู้รับใช้มาสามแผ่นดินร้องไห้โฮราวกับเด็กน้อย

เมื่อตั้งสติได้ เขาก็รีบสั่งการให้กองทัพเปิดฉากตอบโต้ ใครที่ยังขยับไหวให้บุกออกไปให้หมด ด่านปากเสือไม่มีความจำเป็นต้องป้องกันอีกต่อไป ฉู่เสินซิ่วอาศัยเพียงกำลังของคนคนเดียวพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ กอบกู้หอคอยที่กำลังจะถล่มทลายให้กลับมาตั้งตระหง่าน

ประดุจจอมมารจุติจากฟากฟ้า เทพไท้ส่วยเดินดิน

ในยามนี้ เขายืนตระหง่านอยู่บนซากร่างสัตว์อสูรขนาดมหึมาของเจ้าแคว้นฉวี่หรงที่ไร้วิญญาณ สวมชุดเกราะทองคำ ทวนยาวในมือส่องแสงสีทองเจิดจรัส เขาราวกับดวงตะวันอันร้อนแรงสาดส่องแสงสว่างไปทั่วแคว้นโบราณหวาซวี

ขวัญกำลังใจทหารหวาซวีสูงเสียดฟ้า ตรงกันข้ามกับนักรบฉวี่หรงที่สูญเสียกษัตริย์ ต่างหมดสิ้นกำลังใจในการต่อสู้ กองทัพแตกพ่ายไม่เป็นกระบวน เพราะเบื้องหน้าของพวกเขายังมีขุนเขาขนาดมหึมาที่ต้องก้าวข้าม และขุนเขาลูกนั้นก็คือฉู่เสินซิ่ว ขนาดเจ้าแคว้นฉวี่หรงยังถูกสังหารในชั่วลมหายใจเดียว แล้วชาวฉวี่หรงธรรมดาๆ ที่ไหนจะกล้าหาญไปต่อกรกับฉู่เสินซิ่วได้อีก

อุดมคตินั้นสวยหรู พวกมันคิดจะใช้คลื่นมนุษย์เพื่อบั่นทอนกำลังของฉู่เสินซิ่วทีละน้อยแล้วค่อยรุมสังหาร แต่ความสิ้นหวังในตอนท้ายทำให้พวกมันรู้ซึ้งถึงความจริง ไม่ว่าฝ่ายฉวี่หรงจะจัดขบวนทัพเข้าโจมตีอย่างไร ฉู่เสินซิ่วก็เพียงแค่ใช้ทวนฟาดฟันอย่างง่ายดาย เขายืนนิ่งอยู่บนซากศพของเจ้าแคว้นฉวี่หรง มั่นคงดั่งขุนเขา วินาทีนี้ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนเขาได้

ผลลัพธ์ของสงคราม...ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ต้น ความแข็งแกร่งของฉู่เสินซิ่วไร้ผู้ต่อต้าน อย่าว่าแต่ในดินแดนเล็กๆ แห่งนี้เลย ต่อให้มองไปทั่วทั้งเขตชายขอบ ตบะระดับตู้เจี๋ยของเขาก็นับเป็นหนึ่งในใต้หล้า แทบไม่มีเจ้าแคว้นคนใดจะมาเทียบรัศมีกับฉู่เสินซิ่วได้

การสู้รบดำเนินไปจนถึงพลบค่ำ แคว้นโบราณหวาซวีได้รับชัยชนะอย่างงดงาม แม้การต่อสู้จะจบลงแล้ว แต่เหล่าทหารหาญยังคงตื่นเต้นยินดีจนลืมความเหน็ดเหนื่อย ทุกคนต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงความแข็งแกร่งของฉู่เสินซิ่วอย่างออกรส เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะอยากรู้อยากเห็นว่าท่านเจ้าแคว้นของตนมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงไหนกันแน่

ค่ำคืนนั้น ณ ค่ายทหารด่านปากเสือ มีการจัดงานเลี้ยงฉลองชัยครั้งยิ่งใหญ่ กองไฟลุกโชน เหล่าทหารร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง ฉู่เสินซิ่วนั่งอยู่ในกระโจมบัญชาการ

“รายงาน...ท่านเจ้าแคว้น กองทหารรักษาพระองค์หนึ่งแสนนายเดินทางมาถึงด่านปากเสือแล้วพะยะค่ะ” ทหารสื่อสารเข้ามารายงานเพียงแต่ว่าสีหน้าของเขาดูแปลกพิกล

“ให้พวกเขากลับไปเถิด ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว นอกจากนี้ให้เรียกขุนนางอาวุโสมาพบข้า” ฉู่เสินซิ่วเอ่ยเรียบๆ

ไม่นานนักเว่ยซานเหอและคนอื่นๆ ก็มาถึง สีหน้าของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึง เจ้าแคว้นฉวี่หรงสิ้นชีพ กองทัพฉวี่หรงที่ทุ่มสุดตัวแตกพ่ายยับเยิน บาดเจ็บล้มตายสองแสนนายและมีเชลยศึกอีกกว่าสี่แสนนาย นี่คือปาฏิหาริย์ที่น่าเหลือเชื่อเพียงใด ฉู่เสินซิ่วทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว ความน่าสะพรึงกลัวของพลังฝีมือระดับนี้เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้

“ขอแสดงความยินดีกับท่านเจ้าแคว้น!” เว่ยซานเหอและคนอื่นๆ คุกเข่าลงกราบกราน

ฉู่เสินซิ่วโบกมือให้ลุกขึ้น หลังจากการพูดคุยกันสั้นๆ เขาก็เอ่ยถาม

“พวกท่านมีความเห็นว่าเชลยศึกชาวฉวี่หรงสี่แสนคนนี้ ควรจัดการอย่างไรดี”

เพราะการต้องเลี้ยงดูคนสี่แสนคนต้องสิ้นเปลืองเสบียงอาหารมหาศาลในแต่ละวัน

จบบทที่ บทที่ 12 พวกกระหม่อมกำลังคิดสู้ตาย เหตุใดฝ่าบาทจึงชิงยอมจำนนไปก่อน?

คัดลอกลิงก์แล้ว