- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อหมื่นล้านปี ตื่นขึ้นมาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 8 ชาวเมืองทั้งเฒ่าและเยาว์ต่างพากันโห่ร้องยินดี
บทที่ 8 ชาวเมืองทั้งเฒ่าและเยาว์ต่างพากันโห่ร้องยินดี
บทที่ 8 ชาวเมืองทั้งเฒ่าและเยาว์ต่างพากันโห่ร้องยินดี
หากจะกล่าวว่าฉู่เสินซิ่วในคราวก่อนเพียงแค่ทำให้ผู้คนตื่นตะลึง แต่ฉู่เสินซิ่วในยามนี้ได้พลิกความเชื่อเดิมๆ ของทุกคนไปอย่างสิ้นเชิงจนไม่มีใครกล้าจินตนาการถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ บนตัวของเขาเริ่มมีรัศมีความลึกลับปกคลุม
“ท่านเจ้าแคว้นมีฝีมือระดับไหนกัน ถึงกับรับมือท่านแม่ทัพเฉินได้อย่างสบายๆ ราวกับเดินชมสวน”
“นั่นคือยอดฝีมืออันดับต้นๆ ของแคว้นหวาซวีเชียวนะ แต่กลับทำอะไรท่านเจ้าแคว้นไม่ได้เลย แม้แต่จะเข้าประชิดตัวยังทำไม่ได้ หรือว่าท่านเจ้าแคว้นจะบรรลุขอบเขตเสินทงแล้ว”
“ที่สำคัญที่สุดคือท่านเจ้าแคว้นยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีเลยด้วยซ้ำ หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก เพียงแค่จุดนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะบอกว่าอนาคตช่างสดใสยิ่งนัก แคว้นโบราณหวาซวีของเรา นับตั้งแต่สมัยปฐมกษัตริย์เป็นต้นมา หรือว่าจะถึงคราวปรากฏยอดฝีมือระดับตำนานอีกครั้งที่จะนำพาพวกเราหวนคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีต”
“ย่อมเป็นไปได้แน่นอน”
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันกล่าวขาน แม้จะดูไม่ออกว่าแท้จริงแล้วฉู่เสินซิ่วมีระดับพลังเท่าใด แต่จากการแสดงออกเช่นนั้น อนาคตย่อมเป็นสิ่งที่น่าเฝ้ารออย่างยิ่ง ข่าวลือแพร่สะพัดออกไปรวดเร็วปานสายลม
เมื่อราษฎรทุกคนได้รับรู้ข่าวนี้ต่างพากันตื่นเต้นยินดีไปทั่วทั้งแคว้น ชาวเมืองทั้งเฒ่าและเยาว์ต่างพากันโห่ร้องยินดี ตามตรอกซอกซอยล้วนมีแต่เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับฉู่เสินซิ่ว ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาที่ดูลึกลับอยู่แล้วยิ่งยากแท้หยั่งถึงเข้าไปอีก
แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร สำหรับชาวแคว้นโบราณหวาซวี นี่นับเป็นเรื่องมงคลอันยิ่งใหญ่ ทุกคนต่างมองเห็นความหวังเรืองรอง ความเร็วในการแพร่กระจายของข่าวนั้นรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ จนถึงบัดนี้เหล่าขุนนางต่างก็ไม่กล้าเอ่ยคัดค้านอันใดอีก ด้วยฝีมือระดับฉู่เสินซิ่วย่อมมีความสามารถในการปกป้องตนเองได้อย่างแน่นอน
การนำทัพออกศึกของฉู่เสินซิ่วในครั้งนี้ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากภายในแคว้น ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันโห่ร้องสรรเสริญ
“จากความแข็งแกร่งของท่านเจ้าแคว้น การนำทัพครั้งนี้เต็มไปด้วยความหวัง ข้าหวังว่าท่านเจ้าแคว้นจะสามารถบดขยี้แคว้นฉวี่หรง และกอบกู้ดินแดนที่ถูกพวกมันยึดครองไปหลายร้อยปีกลับคืนมาได้”
“พวกคนเถื่อนป่าเขานั่นยึดครองบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเรา เห็นพวกเราเป็นอาหาร สมควรถูกสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น วันนี้กรรมตามทันพวกมันแล้ว!”
“ท่านเจ้าแคว้นคืออัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบร้อยปี พวกเราเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของพระองค์ จะต้องนำพาความรุ่งโรจน์ในอดีตกลับคืนมาได้อย่างแน่นอน”
เสียงสนับสนุนดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ความแค้นระหว่างสองแคว้นฝังรากลึกมาเนิ่นนาน เรียกได้ว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาต สำหรับชาวบ้านร้านถิ่นแคว้นหวาซวี พวกเขาเกลียดชังแคว้นฉวี่หรงเข้ากระดูกดำ การกระทำของฉู่เสินซิ่วในครั้งนี้จึงเป็นการทำตามลิขิตสวรรค์และสนองเจตนารมณ์ของปวงประชา
ผู้ได้ใจประชาย่อมได้ครองแผ่นดิน มีเพียงประชาชนให้การสนับสนุนการงานสิ่งใดจึงจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แคว้นโบราณหวาซวีในยามนี้ต้องถอยร่นมาอยู่ในมุมอับ ไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว
ฉู่เสินซิ่วไม่จำเป็นต้องทิ้งกำลังรบไว้ในเมืองทั้งสองมากนัก เพราะหากแนวหน้าแตกพ่าย กองทัพฉวี่หรงก็จะกรีฑาทัพเข้ามาได้อย่างสะดวกโยธินราวกับเดินเข้าดินแดนร้าง ตรงดิ่งมาประชิดเมืองทั้งสองทันที จ้าวฝูถูอาศัยชัยภูมิที่ได้เปรียบตั้งรับอย่างมั่นคงไม่ออกรบ จึงสามารถยื้อยุดกับแคว้นฉวี่หรงมาได้ยาวนานถึงเพียงนี้
ในวันที่ฉู่เสินซิ่วเคลื่อนทัพ เขาสวมชุดเกราะเต็มยศ ดูองอาจห้าวหาญและน่าเกรงขามยิ่งนัก เกราะทองคำเปล่งประกายระยิบระยับ ที่เอวห้อยกระบี่โอรสสวรรค์ ในมือถือทวนศึกสีทองอร่าม
ทั้งกระบี่โอรสสวรรค์และทวนศึกสีทองล้วนเป็นของวิเศษระดับสูง ทวนศึกสีทองเป็นของที่ได้จากระบบ ส่วนกระบี่โอรสสวรรค์นั้นสืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล เป็นของสำคัญคู่บ้านคู่เมืองที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นของเจ้าแคว้นหวาซวี
“ท่านเจ้าแคว้น กองทหารรักษาพระองค์หนึ่งแสนนายพร้อมออกศึกแล้วพะยะค่ะ นี่คือนักรบที่เก่งกาจที่สุดของแคว้นโบราณหวาซวีแล้ว” เว่ยซานเหอมองฉู่เสินซิ่วแล้วเอ่ยรายงาน
ฉู่เสินซิ่วมองดูเหล่าทหารหาญที่สวมชุดเกราะพร้อมรบตรงหน้า เขารู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง การศึกครั้งนี้ในสายตาคนทั่วไปอาจดูเหมือนเป็นการทุ่มสุดตัว เพราะหากพ่ายแพ้ก็หมายถึงการล่มสลายของทั้งแคว้น กำลังรบทั้งหมดที่มีจึงถูกระดมไปที่แนวหน้าจนหมดสิ้น แต่ในสายตาของฉู่เสินซิ่วกลับเป็นหนังคนละม้วน
“กองทัพหวาซวีเกรียงไกร!” ฉู่เสินซิ่วตะโกนก้อง
“ท่านเจ้าแคว้นทรงพระเจริญ!” เหล่าทหารหาญขานรับเสียงกึกก้อง ขวัญกำลังใจพุ่งสูงเสียดฟ้า
แม้แต่ท่านเจ้าแคว้นยังลงมานำทัพฆ่าศัตรูด้วยพระองค์เอง แล้วพวกเขามีเหตุผลอันใดที่จะถอยหนี ดังนั้นทุกคนจึงแสดงความฮึกเหิมออกมาอย่างเต็มที่ กองทหารรักษาพระองค์คือกองกำลังที่เก่งกาจที่สุดของแคว้น เป็นปราการด่านสุดท้ายในการพิทักษ์เมืองหลวง หากไม่ถึงคราวคับขันจริงๆ ย่อมไม่ถูกส่งออกไป แต่การผงาดขึ้นของฉู่เสินซิ่วในครานี้ทำให้ทุกคนมองเห็นความหวัง
กองทัพนับแสนภายใต้การนำของฉู่เสินซิ่วเคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่แนวรบอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร นั่งอยู่บนรถม้าศึกเทียมม้าสวรรค์เก้าตัว ฉู่เสินซิ่วมองทอดออกไปเบื้องหน้า สิ่งที่เป็นของเขา เขาจะต้องทวงคืนกลับมาให้ได้ เขาไม่ได้พอใจเพียงแค่ได้ครองดินแดนเล็กๆ นี้เท่านั้น
ใต้หล้าเปรียบเสมือนกระดานหมาก เขาต้องการความเป็นใหญ่ แดนต้าฮวงกว้างใหญ่ไพศาล ไร้ขอบเขตสิ้นสุด แม้แต่ในเขตชายขอบนี้ก็ยังมีอาณาจักรตั้งอยู่มากมาย เพียงแค่ในพื้นที่เล็กๆ นี้ก็มีถึงเจ็ดแคว้น นี่เป็นเพียงแคว้นที่ไม่ติดอันดับเท่านั้น แคว้นในเขตชายขอบก็ยังแบ่งความแข็งแกร่งออกเป็นระดับอย่างชัดเจน โดยคร่าวๆ แบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง และระดับสูงสุด เหนือขึ้นไปกว่านั้นจึงจะเรียกว่าราชวงศ์
จากความเข้าใจของฉู่เสินซิ่วที่มีต่อโลกใบนี้ ต่อให้ทั้งเจ็ดแคว้นรวมพลังกันก็ยังพอจะต่อกรกับแคว้นระดับต้นได้แบบสูสีเท่านั้น จะเห็นได้ว่าเป้าหมายที่เขาต้องการจะไปให้ถึงนั้นยากลำบากเพียงใด แต่ในสายตาของฉู่เสินซิ่วมันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกสิ่ง เขามองเห็นแก่นแท้ของสรรพสิ่งเช่นนี้เสมอมา
ขอเพียงมีเวลาทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้ ตบะของเขาบรรลุถึงขอบเขตตู้เจี๋ยแล้ว สามารถเทียบชั้นได้กับเจ้าแคว้นระดับสูงหลายๆ คน ส่วนแคว้นระดับสูงสุดนั้นยังห่างชั้นกันอยู่บ้าง
เงื่อนไขเบื้องต้นในการจะเป็นแคว้นระดับสูงสุดได้ คือต้องมียอดฝีมือระดับเติงเทียนคอยดูแล จากนั้นจึงจะสามารถยื่นเรื่องขอรับการประเมินระดับจากสมาพันธ์พันธมิตรโลก และจะได้รับทรัพยากรตามระดับที่ประเมินได้ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขที่เข้มงวดอีกมากมาย
แม้ฉู่เสินซิ่วจะมั่นใจ แต่เขาก็ไม่หยิ่งผยองจนเกินงาม เรื่องทรัพยากรเขาไม่ต้องกังวลเลยสักนิดเพราะมีระบบอยู่กับตัว ทรัพยากรเหล่านั้นย่อมมีให้ใช้ไม่รู้จบ คิดหรือว่าการลงชื่อเข้าใช้นับหมื่นล้านปีนั้นเป็นเรื่องล้อเล่น!
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น...
“ม้าเร็วแปดร้อยลี้แจ้งข่าว ใครขวางตาย!” ทหารสื่อสารผู้หนึ่งตะโกนก้อง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วฟ้า
เมื่อเห็นกองทัพขนาดมหึมา ทหารสื่อสารผู้นั้นก็ตะลึงงันไป นี่คือกองทหารรักษาพระองค์หรือ? ทหารที่แนวหน้าย่อมยังไม่ทราบข่าวการนำทัพมาด้วยตนเองของฉู่เสินซิ่ว