เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 สำแดงวิทยายุทธ์สะท้านปฐพี

บทที่ 7 สำแดงวิทยายุทธ์สะท้านปฐพี

บทที่ 7 สำแดงวิทยายุทธ์สะท้านปฐพี


โดยเฉพาะขุนนางอาวุโสทั้งสามที่มีปฏิกิริยารุนแรงที่สุด

“ท่านเจ้าแคว้น ไม่ได้นะพะยะค่ะ! ศาสตราวุธไร้ตา หากทรงได้รับบาดเจ็บจะเป็นเรื่องใหญ่หลวง”

“ท่านเจ้าแคว้น สู้กันด้วยมือเปล่าดีกว่าพะยะค่ะ เอาแค่รู้แพ้รู้ชนะก็พอ ท่านแม่ทัพเฉิน รีบถอดชุดเกราะออกเดี๋ยวนี้”

เว่ยซานเหอและคนอื่นๆ ต่างพากันร้องห้ามระงม ฉู่เสินซิ่วกลอกตามองบน เริ่มจะหมดความอดทนขึ้นมาตะหงิดๆ

“พอได้แล้ว” ฉู่เสินซิ่วตวาดเสียงต่ำด้วยความไม่พอใจ “เด็กๆ นำอาวุธมาให้ท่านแม่ทัพเฉิน”

สิ้นเสียงตวาดอันทรงอำนาจ รอบด้านพลันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากอีก ไม่นานนักกระบี่ยาวเล่มหนึ่งที่เปล่งประกายระยิบระยับก็ถูกส่งถึงมือเฉินจ้าน พร้อมกันนั้นก็มีคนนำกระบี่โอรสสวรรค์ประจำกายเจ้าแคว้นมาถวายฉู่เสินซิ่ว

ฉู่เสินซิ่วปรายตามองเรียบๆ “เอากลับไป”

คราวนี้ทุกคนรอบข้างต่างพากันมึนงง ไม่เข้าใจความหมายของเขา หรือว่าท่านเจ้าแคว้นคิดจะสู้มือเปล่ากับเฉินจ้านที่มีทั้งอาวุธครบมือและสวมชุดเกราะป้องกัน?

ต้องรู้ก่อนว่าพื้นฐานวรยุทธ์ของท่านเจ้าแคว้นก็เป็นรองอยู่แล้ว ดูอย่างไรก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ แม้แต่เฉินจ้านเองก็เริ่มใจคอไม่ดี การมีอาวุธอยู่ในมือทำให้กะเกณฑ์น้ำหนักยาก หากพลั้งมือทำท่านเจ้าแคว้นบาดเจ็บมีหวังหัวหลุดจากบ่าแน่ เขาอยากจะร้องไห้แต่ก็ไร้น้ำตา

วินาทีนี้เฉินจ้านถึงกับคิดไปว่า หรือตนเองไปทำอะไรให้ท่านเจ้าแคว้นไม่พอพระทัยเข้า แต่ด้วยความที่ตนปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดมาตลอดหาช่องทางลงโทษไม่ได้ ท่านเจ้าแคว้นจึงหาข้ออ้างที่เป็นภัยถึงชีวิตมาลงโทษตน ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งตึงเครียด จิตใจหนักอึ้งจนบอกไม่ถูก

เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ ทุกอย่างก็ชัดเจน ความวิตกกังวลฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขาจนหมดสิ้น ไม่มีสิ่งใดปิดบังได้ อย่างน้อยในสายตาของเขาก็มองเห็นเป็นเช่นนั้น ผู้คนรอบข้างต่างก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน ต่างพากันเอาใจช่วยและหวาดเสียวแทนเฉินจ้าน สถานการณ์เช่นนี้ช่างเหลือเชื่อจริงๆ

“ท่านเจ้าแคว้นเล่นแรงเกินไปหรือเปล่า”

“นี่มันแค่การประลองเพื่อรู้แพ้รู้ชนะนะ”

“ตอนนี้พระองค์ประทานอาวุธให้ท่านแม่ทัพเฉิน แต่ตัวเองกลับสู้มือเปล่า หรือว่าท่านเจ้าแคว้นคิดจะกำจัดท่านแม่ทัพเฉิน แต่หาข้ออ้างไม่ได้ เลยใช้วิธีนี้เพื่อหาเรื่องลงโทษ”

“ก็มีความเป็นไปได้สูงทีเดียว”

“ท่านแม่ทัพเฉินจงรักภักดีมาโดยตลอด ตระกูลของเขาก็รับใช้ชาติมาหลายชั่วคน หากเป็นเช่นนั้นจริงก็น่าใจหายยิ่งนัก”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อสันนิษฐานต่างๆ นานาดังเซ็งแซ่ แม้พวกเขาจะกระซิบกระซาบกันเบาๆ แต่หารู้ไม่ว่าทุกถ้อยคำล้วนเข้าหูฉู่เสินซิ่วทั้งหมด บัดนี้ตบะของเขาบรรลุถึงขอบเขตตู้เจี๋ยแล้ว การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะรอดพ้นสายตาเขาไปได้อย่างไร

ฉู่เสินซิ่วล่วงรู้ความกังวลของเฉินจ้านดี เขาจึงเอ่ยขึ้นก่อน

“ท่านแม่ทัพเฉิน วางใจเถิด ตัวข้าในวันนี้มิใช่คนเดิมอีกต่อไป ต่อให้ท่านทุ่มสุดกำลังก็ยังไม่แน่ว่าจะแตะต้องตัวข้าได้ หากกระบี่ของท่านเข้ามาในรัศมีหนึ่งเมตรของข้าได้ ข้าจะแต่งตั้งให้เป็นโหวศักดินาหมื่นครัวเรือน มอบหินวิญญาณระดับสูงหนึ่งพันก้อน และที่ดินอีกหนึ่งร้อยลี้”

วาจานี้ขจัดความกังวลของเฉินจ้านไปจนหมดสิ้น

เฉินจ้านไม่รอช้า เริ่มเปิดฉากโจมตีทันที กระบวนท่าของเขาดูวิจิตรตระการตา แต่กลับฉาบฉวยไร้ประสิทธิภาพ ในสายตาของฉู่เสินซิ่วมันไม่มีความน่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อย

“ท่านแม่ทัพเฉิน ท่านยังไม่ได้ใช้ฝีมือที่แท้จริง หากเป็นเช่นนี้ไม่มีทางคุกคามข้าได้หรอก” ฉู่เสินซิ่วเอ่ยเตือน

เฉินจ้านตกใจไม่น้อย เขาออมมือไว้จริงๆ แต่ฉู่เสินซิ่วมองออกได้อย่างไร

ยังไม่ทันตั้งตัว การโจมตีของเขาก็ถูกฉู่เสินซิ่วสลายไปอย่างง่ายดาย เขาประหลาดใจอย่างยิ่ง แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง วินาทีนี้เฉินจ้านตระหนักแล้วว่าหากไม่ทุ่มสุดตัวคงไม่มีทางทำอะไรท่านเจ้าแคว้นได้แน่

ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้สึกที่ฉู่เสินซิ่วแผ่ออกมาในยามนี้ ราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล มองไม่เห็นฝั่ง หยั่งไม่ถึงก้นบึ้ง ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ท่านเจ้าแคว้นมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด?

ขณะที่เฉินจ้านเต็มไปด้วยความสงสัย ในใจลึกๆ ก็รู้สึกปลาบปลื้มยินดี เจ้าแคว้นคือเสาหลักของชาติ คือรากฐานของแผ่นดิน หากท่านเจ้าแคว้นแข็งแกร่งย่อมส่งผลดีต่อบ้านเมือง เขาจึงไม่คิดออมมืออีกต่อไป ระเบิดพลังทั้งหมดที่มีออกมา

“ท่านแม่ทัพเฉิน ท่านทำอะไรของท่าน”

“คุ้มกันท่านเจ้าแคว้น!”

“เขาถึงกับระเบิดพลังทั้งหมดออกมา”

“หรือว่าท่านแม่ทัพเฉินคิดจะอาศัยจังหวะนี้ ลงมือสังหารท่านเจ้าแคว้นจริงๆ ความมักใหญ่ใฝ่สูงของเขาเปิดเผยออกมาแล้ว”

“นั่นน่ะสิ”

สำหรับทุกคน ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นในชั่วพริบตา ทว่าฉู่เสินซิ่วกลับพอใจยิ่งนัก เฉินจ้านประมือกับเขาย่อมมองเห็นความนัย ส่วนคนอื่นๆ ที่ดูไม่ออกก็เป็นเรื่องปกติ

“หยุดเดี๋ยวนี้ ตื่นตูมอะไรกัน” ฉู่เสินซิ่วตวาดเสียงต่ำ จากนั้นหันไปมองเฉินจ้าน “ท่านแม่ทัพเฉิน กระบวนท่าของท่านเน้นความสวยงามเกินไป หากแก้จุดนี้ได้ ฝีมือของท่านจะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น”

เขาประมือกับเฉินจ้านไปพลางชี้แนะไปพลาง ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด แน่นอน...นี่เป็นเพียงผลลัพธ์จากการที่ฉู่เสินซิ่วออมมือไว้ หากเขาเอาจริง เฉินจ้านคงไม่มีทางต่อกรได้ เขามั่นใจในเรื่องนี้มาก

คนอื่นๆ ที่มองดูฉู่เสินซิ่วต่างพากันตื่นตะลึง แม้เฉินจ้านจะทุ่มสุดตัวก็ยังไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนให้ฉู่เสินซิ่วได้แม้แต่น้อย คาดเดาได้เลยว่าท่านเจ้าแคว้นแข็งแกร่งเพียงใด เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย

ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินจ้านก็หมดเรี่ยวแรง กระบี่บินในมือร่วงหล่นลงพื้น เขาฝืนสังขารคุกเข่าลงเบื้องหน้าฉู่เสินซิ่ว

“ขอบพระทัยท่านเจ้าแคว้นที่ชี้แนะ กระหม่อมได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล!”

วินาทีนี้ทุกคนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ฉู่เสินซิ่วในวันนี้ไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องการการปกป้องอีกต่อไป เขาคือเจ้าแคว้นผู้แบกรับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของชาติบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง เฉินจ้านไม่อาจทนรับมือเขาได้แม้แต่น้อย หากท่านเจ้าแคว้นเอาจริง การจะสยบเฉินจ้านคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด

ขุนนางอาวุโสทั้งสามต่างมองหน้ากัน ก่อนจะพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในแววตาของพวกเขาต่างเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติ

จบบทที่ บทที่ 7 สำแดงวิทยายุทธ์สะท้านปฐพี

คัดลอกลิงก์แล้ว