เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 - คารวะท่านแม่ยาย

บทที่ 25 - คารวะท่านแม่ยาย

บทที่ 25 - คารวะท่านแม่ยาย


2017 เดือน 6 วันที่ 10 ฝนตก

ชีวิตการอยู่ร่วมกันกับพาหนะหลี่ชิงหมิงกำลังจะครบหนึ่งเดือน การได้อยู่ด้วยกันทุกวันตลอดกว่ายี่สิบวัน ทำให้หวังจิ่วเข้าใจพาหนะของตัวเองอย่างถ่องแท้ และด้วยความเข้าใจนี้ ผบวกกับหัวใจที่กว้างขวางดั่งมหาสมุทรของกระบี่เทพเหนือโลก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงนับว่าปรองดองขึ้นทุกวัน...

"เดี๋ยวๆๆ หยุดก่อน" บนลานฝึก หลี่ชิงหมิงหยุดท่าร่าง หันกลับมาถามจิตวิญญาณกระบี่หวังจิ่วที่ลอยดูอยู่ข้างหลัง

"ไอ้หัวใจกว้างขวางที่นายว่าเนี่ย คือการจับฉันทดสอบไอคิวสุดโหด สอนวิชากายาราชันย์คงกระพันที่ทำเอานอนซมไปค่อนวัน แล้วก็คอยเหน็บแนมเรื่องพรสวรรค์ของฉันทุกสามเวลาหลังอาหารน่ะเหรอ?"

ที่ขอบลานฝึก จิตวิญญาณกระบี่ที่ใช้เคล็ดกระบี่มายาสร้างร่างจำแลงสมบูรณ์แบบถามกลับหน้าตาย "เอ๊ะ? ข้าไปเหน็บแนมเจ้าตอนไหน?"

หลี่ชิงหมิงโมโห "ก็อย่างตอนที่ฉันขอยืมคัมภีร์กระบี่ ฝึกวิชากระบี่เทพเก้ามังกร นายก็พูดว่า 'ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า ข้าคงหวังยากที่จะให้เจ้าฝึกกระบี่เทพเก้ามังกรของบรรพบุรุษเจ้าสำเร็จ' ไง"

หวังจิ่วถามด้วยความสงสัย "แล้วสุดท้ายเจ้าฝึกสำเร็จไหมล่ะ?"

"...ไม่สำเร็จ แม้แต่ขั้นสกัดหินวิญญาณล้านก้อนก็ไปไม่ถึง แต่คำพูดนายมันน่าโมโหนี่นา!"

หวังจิ่วถามต่อ "งั้นข้าควรพูดยังไง? เจ้ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศ อัจฉริยะฟ้าประทาน ที่ฝึกกระบี่เทพเก้ามังกรไม่สำเร็จต้องเป็นความผิดของวิชากระบี่แน่ๆ อย่างงั้นเหรอ?"

หลี่ชิงหมิงจุกจนพูดไม่ออก

"ช่างเถอะ หวังให้กระบี่ขาวทื่อๆ อย่างนายมาเข้าใจจิตใจมนุษย์ ฉันมันซื่อบื้อเอง"

"ข้าคิดว่าประโยคเมื่อกี้ของเจ้าต่างหากที่กำลังเหน็บแนมทักษะการเข้าสังคมของข้า"

"...ขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว" หลี่ชิงหมิงอยากจะร้องไห้แต่น้ำตาไม่ไหล

ผ่านไปครู่หนึ่ง สาวน้อยยืดเส้นยืดสายในสนามเสร็จ ก็ถามด้วยความกังวลลึกๆ "หวังจิ่ว พรสวรรค์ของฉัน... มันแย่มากจริงๆ เหรอ?"

"ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะนิยามคำว่าพรสวรรค์ยังไง โดยทั่วไปพรสวรรค์มีแค่เหมาะหรือไม่เหมาะ เปรียบเทียบดีเลวกันยาก เช่นบางคนทั้งชีวิตทำอะไรไม่เป็นนอกจากฟันดาบ แต่ฝีมือดาบกลับเป็นหนึ่งในใต้หล้า เจ้าคิดว่าพรสวรรค์เขาดีหรือแย่ล่ะ?"

หลี่ชิงหมิงสงสัย "มีคนแบบนั้นด้วยเหรอ?"

หวังจิ่วชี้ตัวเอง

"...จะยอมเชื่อไปก่อนละกัน"

ความจริงแล้ว จนถึงทุกวันนี้ หลี่ชิงหมิงก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในตัวตนของจิตวิญญาณกระบี่ลึกลับตนนี้—เธอไม่ได้สงสัยในความหวังดีของเขา แต่เรื่องสงครามเทพมารเก้าทวีปมันเหลือเชื่อเกินไป แถมสามัญสำนึกเรื่องการบำเพ็ญเพียรยุคเก้าทวีปที่หวังจิ่วเล่า ก็ต่างจากปัจจุบันราวฟ้ากับเหว ยากจะทำใจให้เชื่อสนิทใจ

หวังจิ่วอธิบายต่อ "แม้เจ้าจะไม่เหมาะกับการฝึกกระบี่จริงๆ หรือแม้แต่วิธีรวบรวมลมปราณและสกัดพลังก็ไม่ได้เรื่อง แต่ในเมื่อสืบทอดกายาราชันย์คงกระพันของเสิ่นไคซานมา ก็ถือว่ายังมีอนาคตไกล อีกอย่างพรสวรรค์ไม่ใช่ปัจจัยตัดสินทุกอย่าง อย่างมากก็มีผลแค่สองส่วนในความสำเร็จของคนคนหนึ่ง"

"อื้อ ฉันจะพยายาม ขอบใจนะ... ที่ให้กำลังใจ"

หลี่ชิงหมิงยิ้มบางๆ เริ่มร่ายรำท่าต่อๆ ไปของกายาราชันย์คงกระพันอย่างตั้งใจ หลังพยายามมาครึ่งเดือน เธอสามารถทำท่าที่สามติดต่อกันได้แล้ว ถ้าฝืนทำท่าที่สี่กล้ามเนื้อจะฉีกขาดรุนแรงจนต้องนอนหยอดน้ำข้าว ส่วนสามท่าแรกก็ทำได้ไม่เกิน 3 เซ็ตต่อครั้ง วันนี้หลี่ชิงหมิงทำไปแล้วสองเซ็ต เธอกัดฟันทำเซ็ตสุดท้ายจนจบ รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว แต่ก็ยังพอทนไหว

สาวน้อยถอนหายใจ เดินไปที่ประตู "วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอก ฝากเฝ้าบ้านด้วยนะ"

หวังจิ่วกำลังอ่านสารานุกรมอย่างเพลิดเพลิน โบกมือไล่ "ไม่มีปัญหา"

พูดยังไม่ทันขาดคำ หลี่ชิงหมิงที่หน้าประตูก็หน้าแข็งค้าง ร่างกายโงนเงนควบคุมไม่ได้ วินาทีต่อมาก็เข่าทรุดลงกับพื้นดังตุ้บ

"เอ่อ ข้าบอกว่าไม่มีปัญหา ไม่ต้องทำความเคารพจริงจังขนาดนั้นก็ได้"

แต่หลี่ชิงหมิงกลับล้มคว่ำหน้าฟาดพื้น ในท่าเดียวกับ 'ภาพชิงหมิงทลายด่าน' เป๊ะๆ

หวังจิ่วรู้ทันทีว่านี่คือผลสะท้อนกลับจากการฝึกวิชา รีบวิ่งไปใช้ค่ายกลเชิดวัตถุพยุงเธอขึ้นมา แล้วกรอกน้ำร้อนใส่ปากไม่ยั้ง จนสาวน้อยแทบจะพ่นน้ำออกมา

"นะ นาย นายทำเป็นแต่กรอกน้ำร้อนให้คนอื่นกินหรือไง!?"

หวังจิ่วดีใจ "ดูสิ ฟื้นตัวดีขนาดนี้ มีแรงด่าเสียงดังฟังชัดเชียว"

"ฉัน..." หลี่ชิงหมิงต้องกลอกตาใส่ แต่พอนึกถึงธุระที่จะไปทำ ก็เลิกเสียเวลากับกระบี่ทึ่ม พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ก็พบว่า... สงสัยจะประเมินขีดจำกัดตัวเองพลาดไปหน่อย ฝึกกายาราชันย์คงกระพันเพลินไป ตอนนี้เลยเข้าสู่โหมด 'ราชันย์ผู้ไม่ขยับ' ไปซะแล้ว

นอกจากนอนพักนิ่งๆ รอให้พลังสายเลือดซ่อมแซมร่างกาย การฝืนทำอย่างอื่นรังแต่จะทำให้อาการแย่ลง—นี่คือบทเรียนเลือดตาแทบกระเด็นที่หลี่ชิงหมิงเรียนรู้มาตลอดครึ่งเดือน

คิดได้ดังนั้น สาวน้อยก็ร้อนใจจนเกือบร้องไห้

หวังจิ่วเห็นแล้วขมวดคิ้ว "เป็นอะไรไป? หรือต้องให้ข้าไปหยิบไหที่ห้องเก็บของมาให้อีก?"

หน้าหลี่ชิงหมิงแดงแปร๊ดในพริบตา

"อ๊ากกกกก ไปตายซะไป๊!!"

...

หลังจากหลี่ชิงหมิงสงบสติอารมณ์ได้ เธอถึงบอกจุดประสงค์ที่จะออกไปข้างนอกวันนี้

"วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของแม่ฉัน..."

"อ้อ? แล้วไง?"

"ฉัน..." หลี่ชิงหมิงพูด "ฉันอยากไปเยี่ยมท่าน"

หวังจิ่วทำหน้าตกใจ "แม้ข้าจะเคารพความต้องการส่วนตัวของพาหนะเสมอ แต่ข้าขอคัดค้านหัวชนฝา"

"หา?!" หลี่ชิงหมิงตกใจ "ทำไมล่ะ?"

"ข้อแรก ข้าต้องขอบอกว่า ข้าเคารพความผูกพันทางสายเลือดของพวกมนุษย์ แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ ชีวิตต้องมาก่อน อารมณ์ความรู้สึกต้องมาทีหลัง ข้อสอง แม่เจ้าตายไปสิบสองปีแล้ว ตอนนี้เจ้าจะฆ่าตัวตายตามไปมันไม่สายไปหน่อยเหรอ? ข้อสุดท้าย พาหนะที่ใช้งานได้ดีอย่างเจ้าหาไม่ได้ง่ายๆ..."

"เดี๋ยว!" หลี่ชิงหมิงรีบขัด "ใครบอกว่าฉันจะฆ่าตัวตายตามแม่มิทราบ!?"

"ก็เจ้าบอกเอง"

"...สงสัยนายจะเข้าใจผิดแล้ว ฉันแค่จะไปเซ่นไหว้ท่าน แล้วทุกปีในวันครบรอบ ฉันจะไปคุยกับท่านเล่นๆ ถึงท่านจะไม่ได้ยินก็เถอะ"

"อ้อ เข้าใจละ กิจกรรมรำลึกครบรอบสินะ งั้นข้าไปส่งข่าวให้เจ้าได้"

"นาย..." หลี่ชิงหมิงกะจะปฏิเสธ แต่พอคิดดูอีกที ก็พยักหน้า "งั้น... ฝากด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะเขียนสิ่งที่อยากพูดใส่จดหมาย นายช่วยเอาไปเผาหน้าหลุมศพแม่ที ห้ามแอบดูเด็ดขาดนะ"

"ได้"

สักพัก หลี่ชิงหมิงนอนคว่ำบนเตียง พยายามใช้นิ้วสองนิ้วซ้ายที่ยังพอขยับได้คีบพู่กันเขียนจดหมาย เขียนไปได้สองตัวก็ถอนหายใจเฮือก

"โอย ลายมือเหมือนนายเปี๊ยบเลย! จะอธิบายกับแม่ยังไงดีเนี่ย..."

"เจ้าแนะนำแบบทดสอบไอคิวให้ท่านรู้จักก็ได้นะ"

"..."

หลี่ชิงหมิงหุบปากเงียบ ตั้งหน้าตั้งตาเขียนจดหมาย ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามกว่าจะเขียนเสร็จ เล่นเอาหมดแรงข้าวต้ม

พอนางพับจดหมายใส่ซองเสร็จ ก็กำชับหวังจิ่วอย่างจริงจัง "ห้ามแอบดูเด็ดขาดนะ!"

"ไม่ดูหรอก" หวังจิ่วพยักหน้า รับจดหมายมา "เขียนได้ดีนะ โดยเฉพาะย่อหน้าสุดท้ายเรื่องจะมุ่งมั่นตั้งใจฝึกวิชาน่ะ"

หลี่ชิงหมิงตัวกระตุกเฮือก—ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นอัมพาตอยู่ นางคงกระโดดทะลุเพดานไปแล้ว หน้าสาวน้อยแดงก่ำด้วยความอายและโกรธ "นะ นายแอบดู!?"

"เปล่านะ ไม่เห็นต้องแอบดูเลย ตอนเจ้าเขียน ความคิดในหัวเจ้ามันดังเหมือนตะโกนอยู่ข้างหูข้าเนี่ย"

"นายแอบดูความคิดฉันอีกแล้ว!"

"คำว่าแอบดูมันใช้กับ..."

"เกลียดนายที่สุดเลย!" หลี่ชิงหมิงอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ใช้นิ้วสองนิ้วที่เหลือดีดพลังลมปราณใส่ นิ้วกลายเป็นกระบี่ ปล่อยลมดัง ฟิ้วๆ

แน่นอน หวังจิ่วไร้รอยขีดข่วน ไม่ต้องใช้พลังจากค่ายกลรวมวายุด้วยซ้ำ แค่ตัวกระบี่เพียวๆ ก็เด้งพลังลมกลับไปหมด

แต่พอได้ระบายอารมณ์ หลี่ชิงหมิงก็หายโกรธไปเยอะ

ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ หวังจิ่วก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว

"ในเมื่อนายดูไปแล้ว... งั้น งั้นก็ช่วยเอาไปส่งให้ดีๆ หน่อยนะ ถือซะว่าพาไปแนะนำตัวกับแม่ด้วย ฮิฮิ"

พูดตอนท้าย สาวน้อยก็เผลอหัวเราะออกมา

...

ตอนหวังจิ่วออกจากบ้าน เขาก็กลายร่างเป็นเจ้าเตี้ยลายดอกพร้อยอีกครั้ง

แม้เคล็ดกระบี่มายาจะทำให้เขาแปลงร่างได้ร้อยแปดพันเก้า และมีค่ายกลรวมวายุมาช่วยเรื่องคุณภาพสีแล้ว แต่การแปลงร่างเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มมันเสียศักดิ์ศรีกระบี่เกินไป

สมัยสงครามเทพมาร จ้าวเยว่หมิงเคยบอกเขาไว้แบบนั้น

แม่แท้ๆ ของหลี่ชิงหมิง เสิ่นเยว่เอ๋อ ถูกฝังไว้นอกเมือง ตามพินัยกรรมที่สั่งไว้ว่าขออยู่ห่างจากสุสานบรรพชนตระกูลหลี่ แม้จะอยู่ในที่ที่ทิวทัศน์สวยงาม แต่ดูจากแผนที่แล้ว ก็ดูโดดเดี่ยวพิกล

แต่พอหวังจิ่วไปถึงที่หมาย กลับพบว่าบรรยากาศในสุสานไม่ได้เงียบเหงาวังเวงอย่างที่คิด ภูเขาเขียวน้ำใส นกน้อยส่งเสียงร้อง ดอกไม้ส่งกลิ่นหอม ป้ายหยกขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นหินขาวสะอาด เขียนง่ายๆ ว่า 'หลุมศพภรรยารัก เสิ่นเยว่เอ๋อ'

หวังจิ่วเดินไปหน้าหลุมศพ สังเกตดูรอบๆ พบว่ามีค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งผิดปกติ ถ้าไม่ใช่สายเลือดตระกูลหลี่ หรือได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจในตระกูล หรือเป็นกระบี่เทพจากต่างโลกที่ทำสัญญากับสายเลือดตระกูลหลี่แถมยังซ่อนกลิ่นอายตัวเองได้มิดชิดเหมือนของตาย... สิ่งมีชีวิตใดๆ ที่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามาจะโดนผลักดันออกไปอย่างรุนแรง ตั้งแต่การต่อต้านทางจิตใจ ไปจนถึงโดนฟ้าผ่าตาย โดยเฉพาะในระยะสิบเมตรรอบป้ายหลุมศพ แม้แต่นกหรือแมลงยังบินเข้าไม่ได้

"ป้องกันได้ไม่เลวเลย ดูจากราคากลางในคู่มือหอตัวเป่า สุสานนี้น่าจะลงทุนไปไม่ต่ำกว่าแสนหินวิญญาณ สำหรับฐานะอนุภรรยา ถือว่าน่ายกย่อง"

หวังจิ่วพยักหน้า หยิบธูปสามดอกที่หลี่ชิงหมิงฝากมา เตรียมจะจุดให้เสิ่นเยว่เอ๋อ แต่พอปักธูปลงในกระถาง หวังจิ่วเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมพกไม้ขีดไฟมา

"...กะแล้วเชียว จะไปหวังให้คนไอคิว 3.3 เตรียมของให้ครบได้ยังไง"

คิดนิดนึง หวังจิ่วก็สะบัดมือ—ความจริงคือเร่งคมกระบี่ร่างต้นให้เสียดสีกับอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดประกายไฟ จุดธูปสามดอกให้ติดขึ้นช้าๆ

อาศัยไฟจากธูป หวังจิ่วหยิบจดหมายที่เขียนเสร็จแล้วขึ้นมาเตรียมเผา ทันใดนั้น เสียงใสกังวานแต่เย็นชา และแฝงความเย่อหยิ่งแบบเด็กสาวก็ดังมาจากด้านหลังข้างบน

"ในสถานที่แบบนี้ แต่งตัวน่าขำแบบนั้น ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือไง?"

หันกลับไปมอง หวังจิ่วเห็นเด็กสาวที่มีส่วนสูงพอๆ กับหลี่ชิงหมิง แต่งตัวเต็มยศหรูหราราวกับเจ้าหญิงในพิธีการ กำลังค่อยๆ ร่อนลงมาจากกลางอากาศ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 25 - คารวะท่านแม่ยาย

คัดลอกลิงก์แล้ว