เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 เซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึง

บทที่ 27 เซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึง

บทที่ 27 เซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึง


บทที่ 27 เซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึง

...

เมื่อมองดูโอสถระดับต่ำแต่คุณภาพสูงลิ่วตรงหน้า ศีรษะของอวี้ซีเหยียนก็เริ่มปวดตุบๆ ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือน จิตใต้สำนึกพานางย้อนกลับไปยังวังหลวงเมื่อกาลก่อน

"ฮูหยิน ดูสิ เสร็จแล้ว!"

เฉินเจ้าซึ่งถือถาดโอสถขนาดใหญ่วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาอวี้ซีเหยียนด้วยท่าทางตื่นเต้น

ทว่า ก่อนที่เฉินเจ้าจะได้อวดผลงานการปรุงยา คิ้วเรียวงามของอวี้ซีเหยียนก็ขมวดเข้าหากันด้วยความเย็นชา "เฉินเจ้า เมื่อกี้เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?"

"ก็เรียกว่าฮูหยินไง อ๊ะ ภรรยาจ๋า ดูสิ..."

"บังอาจ! เฉินเจ้า ใครอนุญาตให้เจ้าใช้คำเรียกสนิทสนมเช่นนั้นกับข้า? เจ้าเห็นคำพูดของข้าเป็นเพียงลมผ่านหูหรืออย่างไร?"

"เอ่อ ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมตื่นเต้นไปหน่อย ฝ่าบาททรงดูโอสถพวกนี้สิพ่ะย่ะค่ะ"

"มันก็แค่โอสถระดับต่ำ ที่หอโอสถวิญญาณในเมืองหลวงมีถมเถไป อย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลยเพียงเพราะทำผลงานได้นิดหน่อย มันจะยิ่งทำให้ข้าดูถูกเจ้ามากขึ้นไปอีก!"

"ฝ่าบาทตรัสได้ถูกต้อง แต่กระหม่อมใคร่ขอกราบทูลว่า หากเราแจกจ่ายโอสถเหล่านี้ให้แก่ทหารชายแดน จะช่วยลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็นจากการสู้รบกับพวกคนเถื่อนได้มากพ่ะย่ะค่ะ"

"อีกทั้งในแต่ละปี เรายังสามารถประหยัดงบประมาณทางทหารได้มหาศาล หรือแม้แต่นำโอสถส่วนเกินไปขายให้แก่ผู้บำเพ็ญเพียรเพื่อเพิ่มรายได้เข้าท้องพระคลังได้อีกด้วย"

"โห? เจ้ารู้หรือว่าต้องใช้โอสถมากเท่าใดสำหรับทหารต้าอินห้าแสนนายที่ชายแดน?"

"กระหม่อมขอรับรองว่าจะจัดหาโอสถวิญญาณทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงสาม จำนวนสองแสนเม็ดให้แก่ทหารชายแดนทุกปี ซึ่งเพียงพอต่อการรับมือสงครามทุกรูปแบบพ่ะย่ะค่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น อวี้ซีเหยียนก็ค่อยๆ เดินไปที่ถาด แล้วหยิบโอสถเม็ดหนึ่งขึ้นมาพิจารณาอย่างไม่ใส่ใจ

"โอสถระดับต่ำกลับสามารถกลั่นออกมาได้ถึงระดับเก้าลายโอสถเชียวหรือ?"

ความประหลาดใจแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ นางใช้จิตสัมผัสตรวจสอบโอสถนับร้อยเม็ดในถาด พบว่าทั้งหมดล้วนมีลวดลายระดับเก้าทั้งสิ้น

"เจ้าปรุงยาคุณภาพระดับนี้ได้กี่เม็ดแล้ว?"

"กราบทูลฝ่าบาท โอสถชุดแรกที่กลั่นได้มีจำนวนหนึ่งหมื่นสามพันเม็ด ทั้งหมดเป็นระดับเก้าลายโอสถ เหล่านักปรุงยาได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าประสิทธิภาพของมันสูงกว่าโอสถระดับเดียวกันทั่วไปถึงสิบเท่าพ่ะย่ะค่ะ"

"ดี! เฉินเจ้า ครั้งนี้เจ้าทำความดีความชอบให้แก่ต้าอิน ข้าให้รางวัลและลงโทษอย่างยุติธรรมเสมอ เจ้าต้องการสิ่งใด? ข้าอนุญาตให้เจ้าขอสิ่งที่สมเหตุสมผลได้หนึ่งข้อ!"

"เช่นนั้น... กระหม่อมขอพระราชทานอนุญาตจัดตั้งจวนแม่ทัพแยกต่างหาก เพื่อฝึกฝนกองทัพชั้นยอดให้แก่ต้าอิน และกวาดล้างอุปสรรคทั้งปวงพ่ะย่ะค่ะ!"

"เจ้าหมายความว่ากองทัพนับล้านของต้าอินไม่มีกองกำลังชั้นยอดงั้นรึ?"

"ฝ่าบาททรงคิดมากไปแล้ว เพียงแต่กระหม่อมชอบการจัดกระบวนทัพมาตั้งแต่เด็ก จึงหวังว่าฝ่าบาทจะประทานโอกาสให้กระหม่อมสักครั้ง"

"ดี ข้าอนุญาต แต่เจ้าอย่าหวังว่าข้าจะให้การสนับสนุนจวนแม่ทัพของเจ้ามากนัก มันจะเติบโตได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเอง"

"อีกอย่าง จงเจียมตัวไว้ ทุกอย่างที่เป็นของเจ้าล้วนเป็นของข้า หากเจ้ากล้าคิดคดทรยศ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่"

"ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย กระหม่อมจงรักภักดีต่อฝ่าบาทอย่างหาที่สุดมิได้ และจะไม่มีวันคิดทรยศแม้แต่น้อยพ่ะย่ะค่ะ"

"เจ้าออกไปได้แล้ว ข้าจะบำเพ็ญเพียร"

"รับทราบ กระหม่อมทูลลา!"

ภาพความทรงจำจางหายไป อวี้ซีเหยียนมองดูโอสถเม็ดเดิมในมือ แล้วกำมันไว้แน่น

ในเวลานี้ นางพอจะเดาตัวตนที่แท้จริงของ "หลิวเฉิงโจว" ได้รางๆ แล้ว

ไม่มีนักปรุงยาคนใดในโลกที่จะสามารถกลั่นโอสถระดับต่ำได้นับพันเม็ดในเวลาสั้นๆ ด้วยวัตถุดิบอันจำกัด ทั้งยังไม่มีนักปรุงยาคนไหนจะเสียเวลาทุ่มเทแรงกายแรงใจศึกษาและกลั่นลวดลายโอสถระดับต่ำจนถึงขั้นเก้าได้

มีเพียงคนผู้นั้น สามีของนาง เฉินเจ้า เท่านั้นที่มีพรสวรรค์และความเพียรพยายามเช่นนี้!

"ข้าช่างโง่เขลานัก! ข้าน่าจะเอะใจตั้งแต่เมื่อวานในห้องโถงแล้ว สไตล์การพูดจาของหลิวเฉิงโจวเหมือนกับเขาไม่มีผิด แต่ทำไมเขาถึงไม่เข้ามาทักทายข้าล่ะ? หรือว่า..."

อวี้ซีเหยียนชะงักไป เพราะในชาตินี้ทั้งสองยังไม่เคยพบหน้ากันจริงๆ จึงถือว่ายังไม่รู้จักกัน เขาคงจำนางไม่ได้กระมัง

แต่ทว่า...

เมื่อคิดถึงตรงนี้ อวี้ซีเหยียนก็รู้สึกกลัดกลุ้มใจ นางควรจะหาข้ออ้างอะไรไปบอกใบ้เฉินเจ้าดีนะ?

...

ขณะที่ติงปู้เอ้อร์และอวี้ซีเหยียนกำลังยุ่งอยู่กับการคัดแยกโอสถ เฉินเจ้าก็รีบรุดไปยังทางเข้าทิศตะวันตก

เมื่อมองดูม่านพลังโปร่งใสที่กั้นขวางอยู่ เฉินเจ้าสูดหายใจลึก แล้วพึมพำกับตัวเอง "ขอโทษทีนะ เพื่อธุรกิจ ข้าจำเป็นต้องใช้วิธีนี้!"

พูดจบ เขาก็รวบรวมลมปราณแล้วชกหมัดออกไป เสียง "เปรี้ยง" ดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อหมัดกระทบกับม่านพลัง

วินาทีถัดมา ม่านพลังก็แตกกระจาย ทางเข้าทิศตะวันตกถูกเฉินเจ้าทำลายพังยับเยิน

ขณะที่เฉินเจ้ากำลังจะมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายถัดไป จู่ๆ หินเรืองแสงก้อนหนึ่งก็ร่วงลงมาจากกลางอากาศ

"หืม?"

เฉินเจ้าเก็บหินก้อนนั้นขึ้นมา ปัดฝุ่นออก แล้วเพ่งมองดู

ทันใดนั้น พลังวิญญาณมหาศาลก็ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเขา ทำให้ทะเลปราณภายในกายเดือดพล่าน

"นี่มัน..."

วินาทีต่อมา ข้อมูลเกี่ยวกับหินก้อนนั้นก็ปรากฏขึ้นในหัวสมอง

"นี่คือผลึกที่ก่อตัวจากพยัคฆ์ขาว หนึ่งในสี่สัตว์เทพยุคบรรพกาล? มันสามารถกระตุ้นศักยภาพของมนุษย์... ชิ้นส่วนของ 'กายาเทพมารโกลาหล'!"

"เชี่ย!"

เฉินเจ้าคาดไม่ถึงเลยว่าการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจ จะทำให้เขาได้รับชิ้นส่วนของกายาเทพมารโกลาหล ซึ่งจัดอยู่ในอันดับสามของสิบสุดยอดกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งยุคบรรพกาล สิ่งที่เขาไม่เคยได้ครอบครองเลยในเก้าชาติที่ผ่านมา

ในชาติก่อน เพื่ออวี้ซีเหยียน เขาต้องฝ่าฟันอันตรายนับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะได้ 'กายาเต๋ากำเนิด' มา ซึ่งก็อยู่อันดับห้าเท่านั้น แต่นี่มันของดีระดับท็อปชัดๆ

เมื่อคิดได้ดังนี้ ริมฝีปากของเฉินเจ้าก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ในเมื่อทางเข้าทิศตะวันตกให้ชิ้นส่วนกายาเทพมารโกลาหลมา งั้นอีกสามทิศที่เหลือก็น่าจะมีชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกัน"

คิดได้ดังนั้น เฉินเจ้าก็พุ่งทะยานไปยังทางเข้าทิศตะวันออกทันที...

เวลานี้ ผู้คนต่างมุ่งหน้าเข้าไปเสาะหาวาสนาในส่วนลึกของแดนลับหุบเหวฝูซีกันหมด ใครจะมัวมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวทางเข้าอีกล่ะ?

ผ่านไปครึ่งค่อนวัน เฉินเจ้าก็ทำลายม่านพลังทางเข้าทิศตะวันออกและทิศเหนือได้อย่างง่ายดาย ผลที่ได้คือชิ้นส่วนมังกรเขียวและเต่าดำ

เหลือเพียงทางเข้าทิศใต้ที่เขาใช้เข้ามาในตอนแรก

ทว่าเฉินเจ้ายังไม่คิดจะทำลายม่านพลังทิศใต้ในตอนนี้ เพราะหากทำลายทางออกทิศใต้เร็วเกินไป ทุกคนอาจจะติดอยู่ข้างในและออกมาไม่ได้ เขาต้องรอบคอบไว้ก่อน

ขณะที่เฉินเจ้ากำลังจะกลับไปยังทางเข้าทิศใต้ จู่ๆ ก็มีผู้บำเพ็ญเพียรกลุ่มหนึ่งขวางทางไว้

"ตาแก่ เจ้ากล้าล่วงเกินองค์ชายเก้า วันนี้เจ้าตายแน่!"

ชายหัวหน้ากลุ่มถือกระบี่เย็นยะเยือก จ้องมองเฉินเจ้าด้วยสายตาอำมหิต

เขาชื่อ หม่าจวิน มีวรยุทธ์ระดับรับปราณขั้นห้า

ลูกสมุนอีกห้าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับรับปราณเช่นกัน

เฉินเจ้าหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยิน "พ่อหนุ่มทั้งหลาย? เวลาในแดนลับมีจำกัด ทำไมไม่เอาเวลาไปเสาะหาวาสนา มาหาเรื่องตาแก่อย่างข้าทำไมกัน?"

"หึหึ แค่มนุษย์ธรรมดาเข้ามาในหุบเหวฝูซีได้ การได้ตายที่นี่ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตเจ้าแล้วล่ะ"

หม่าจวินแสยะยิ้มชั่วร้าย มองเฉินเจ้าราวกับมองคนตาย

เฉินเจ้าถอนหายใจยาว "เด็กสมัยนี้ทำไมถึงได้กร่างกันนักนะ? ไม่คิดจะละเว้นคนแก่อย่างข้าที่แม้แต่แรงจะมัดไก่ก็ยังไม่มีบ้างเลยหรือ?"

หม่าจวิน "ขอโทษที พวกเราก็ไม่อยากลงมือกับมนุษย์ธรรมดาอย่างเจ้าหรอก แต่บังเอิญองค์ชายเก้าสัญญาว่า ถ้าพวกเราฆ่าเจ้าได้ พระองค์จะแบ่งสมบัติส่วนหนึ่งที่ได้จากหุบเหวฝูซีให้ ข้อเสนอนี้พวกเราปฏิเสธไม่ลงจริงๆ"

"พวกเจ้าเชื่อคำพูดของเจ้าหมาฉู่หยางนั่นด้วยหรือ?" เฉินเจ้าแค่นเสียง "น่าแปลกใจจริงๆ พวกเจ้ายังอ่อนหัดนัก ถูกหลอกใช้เป็นเบี้ยแล้วยังไม่รู้ตัวอีก"

"ตาแก่ ความตายมาจ่อคอหอยแล้วยังปากดีอยู่อีกนะ?"

"อย่ามัวเสียเวลาคุยกับมันเลย รีบจัดการตาแก่นี่ให้จบๆ ไปดีกว่า"

พวกลูกสมุนรู้กิตติศัพท์ฝีปากกล้าของเฉินเจ้าดี จึงตัดสินใจเลิกพูดพล่ามแล้วพุ่งเข้าใส่เฉินเจ้าทันที

เฉินเจ้าถอนหายใจ เอี้ยวตัวหลบคมกระบี่ แล้วสวนหมัดเข้าที่หน้าอกของลูกสมุนที่แทงกระบี่เข้ามา เสียงกระดูกแตกดัง "กร๊อบ"

ลูกสมุนผู้นั้นยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างก็ลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยหมัดที่ดูเหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรเลย สิ้นใจไปอย่างน่าอนาถ

ลูกสมุนอีกสองคนที่ตามหลังมาเห็นภาพนั้นถึงกับฉี่ราด

แต่น่าเสียดายที่สายเกินกว่าจะหยุดยั้ง ร่างกายของพวกเขายังคงพุ่งเข้าหาเฉินเจ้าตามแรงส่ง

เมื่อเห็นหมัดของเฉินเจ้าที่ใหญ่เท่ากระสอบทรายกำลังพุ่งเข้ามา ลูกสมุนทำได้เพียงตะโกนภาวนาเสียงดัง "ไม่นะ! ไว้ชีวิตด้วย! อย่าเข้ามา! จะชนแล้ว!"

เสียง "กร๊อบ" ดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน หัวของลูกสมุนกระแทกพื้นก่อนจะเด้งกลับขึ้นมา ถ้าไอแซก นิวตันมาเห็นฉากนี้ คงลุกขึ้นมาทุบฝาโลงตะโกนว่า "สุดยอด!" แน่นอน

สีหน้าของหม่าจวินเปลี่ยนไปทันที เมื่อเห็นเฉินเจ้าจัดการลูกน้องสามคนด้วยหมัดเดียวอย่างโหดเหี้ยม สมองของเขาหยุดทำงานชั่วขณะ เหลือเพียงความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมา "ชิบหายแล้ว ไอนี่มันเสือซ่อนเล็บชัดๆ"

คิดได้ดังนั้น หม่าจวินก็รีบเบรกตัวโก่งกลางอากาศ ดริฟต์กลับตัวอย่างสวยงามแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที

ส่วนลูกสมุนอีกสองคนที่เหลือไหวตัวช้าไปหน่อย เลยโดนเฉินเจ้าประเคนหมัดเสยคางจนหน้ายุบไปรวมกับไหล่

"คิดจะหนี? สายไปแล้ว!"

เมื่อเห็นหม่าจวินกำลังวิ่งหนี ด้วยจิตวิญญาณอันศิวิไลซ์ที่ยึดถือคติ "การแข่งขันเป็นเรื่องรอง มิตรภาพสำคัญกว่า" เฉินเจ้าจึงก้มลงหยิบก้อนหินขึ้นมาจากพื้น แล้วขว้างออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก

"อ๊าก!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ขาของหม่าจวินหักสะบั้น ร่างทรุดฮวบลงกับพื้นดังตึง

"อย่าฆ่าข้าเลย! ท่านผู้อาวุโส ข้าผิดไปแล้ว! ข้าผิดไปแล้วจริงๆ!"

เวลานี้ หม่าจวินไม่เหลือเค้าความหยิ่งยโสอีกต่อไป น้ำมูกน้ำตาไหลนองหน้า ร้องไห้ฟูมฟายจนสภาพดูไม่ได้ แม้แต่แม่แท้ๆ มาเห็นก็คงจำลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ไม่ได้

เฉินเจ้าเดินเข้าไปหาหม่าจวินโดยไม่พูดอะไร ยกมือขึ้นตบหน้าฉาดใหญ่ จนหม่าจวินหมุนติ้วอยู่กับที่ถึงสามสิบหกรอบ

พอหยุดหมุน เฉินเจ้าก็ตบสวนด้วยหลังมืออีกฉาด ส่งหม่าจวินหมุนทวนเข็มนาฬิกาไปอีกสามสิบหกรอบ รวมแล้วหมุนไปเจ็ดสิบสองรอบ กว่าหม่าจวินจะกลับมาตั้งหลักที่จุดเดิมได้

ตอนนี้ ใบหน้าของหม่าจวินบวมเป่งจนดูเหมือนหัวหมูไปแล้ว

จบบทที่ บทที่ 27 เซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว