- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหล
- ตอนที่ 26 เทือกเขามหาอสูร
ตอนที่ 26 เทือกเขามหาอสูร
ตอนที่ 26 เทือกเขามหาอสูร
หลิงเฟิงกลับมาถึงเรือนไม้ไผ่ ตวนมู่ชิงซานกำลังโคจรลมปราณทำสมาธิ หลังจากกินบุปผาวิญญาณจันทราเข้าไป หลายวันมานี้ปราณกระบี่ในร่างของเขาก็เริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ
ตามการประเมินของหลิงเฟิง ไม่เกินสองเดือน อาการบาดเจ็บเร้นลับของเขาจะต้องหายขาดอย่างแน่นอน
“เอี๊ยด!”
หลิงเฟิงผลักประตูไม้ไผ่ โค้งตัวคารวะตวนมู่ชิงซาน “อาจารย์”
“เจ้ากลับมาแล้วหรือ” ตวนมู่ชิงซานลืมตาขึ้น รีบหยิบน้ำเต้าสุราขึ้นมายกดื่มอย่างแรง จากนั้นจึงยิ้มพลางถาม “เป็นอย่างไรบ้าง เอาชนะเซียวชิงเฟิงผู้นั้นได้หรือไม่”
“อาศัยเคล็ดวิชากระบี่พินาศดาวที่อาจารย์มอบให้ เซียวชิงเฟิงย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่แล้ว” หลิงเฟิงนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายตวนมู่ชิงซาน กล่าวเสียงขรึม “แต่ว่า หลินชางล่างมาหาข้าแล้ว”
“หลินชางล่าง!” ในดวงตาของตวนมู่ชิงซานฉายแววแค้นแวบหนึ่ง “เขามาหาเจ้าทำไม”
“เขาต้องการซื้อตัวข้า ให้ข้าทรยศท่าน ขโมยวิชากระบี่ของท่าน” หลิงเฟิงมิได้ปิดบังแม้เพียงนิด กระทั่งยาเม็ดเพิ่มปราณยังนำออกมาวางไว้บนโต๊ะ
“ฮ่าๆ เจ้าเด็กนี่ไม่หวั่นไหวบ้างหรือ” ตวนมู่ชิงซานมองหลิงเฟิงอย่างสนใจ
“ข้าเคยกล่าวแล้ว หนึ่งวันเป็นอาจารย์ ชั่วชีวิตเป็นบิดา” หลิงเฟิงสั่นศีรษะ “แต่หลินชางล่างผู้นั้นก็มิได้เชื่อใจข้าจริงๆ ให้ข้ากินพิษหนอนไหมทองเข้าไป”
“โอ้ ดูท่าทางหลินชางล่างผู้นั้นคงต้องพ่ายแพ้ในมือเจ้าเป็นแน่ เขาไหนเลยจะรู้ว่าวิชาแพทย์ของเจ้า สูงกว่าแพทย์เทวดาตวนมู่อย่างข้าถึงร้อยเท่า!” ตวนมู่ชิงซานหัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมา พิษหนอนไหมทองแม้ตนเองจะมิอาจคลี่คลายได้ แต่สำหรับผู้สืบทอดนักบุญแห่งการแพทย์แล้ว ย่อมไม่มีความยากอันใด
มีเพียงผู้ที่เคยเห็นวิชาฝังเข็มไท่เสวียนจริงๆ จึงจะเข้าใจความร้ายกาจของวิชาฝังเข็มนี้ กล่าวได้ว่าสามารถชุบชีวิตคนตายได้เลยทีเดียว
“อาจารย์ชมเกินไปแล้ว” หลิงเฟิงลูบสันจมูก กล่าวอย่างเรียบเฉย “ข้าใช้วิธีประวิงเวลา ทำให้หลินชางล่างสงบใจได้ชั่วคราว แต่นี่มิใช่แผนระยะยาว”
หลิงเฟิงสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน “ข้ามั่นใจว่าจะสามารถขจัดปราณกระบี่ในกายท่านอาจารย์ให้หมดสิ้นได้ภายในสองเดือน ถึงตอนนั้นเมื่ออาจารย์ฟื้นคืนสู่ระดับสูงสุดแล้ว จะสามารถทำลายค่ายกลออกมาได้หรือไม่”
ตวนมู่ชิงซานยิ้มบางเบา “หลายปีนี้พลังของข้าไม่ก้าวหน้ากลับถดถอย ดังนั้นจึงถูกขังอยู่ที่นี่มิอาจจากไปได้ หากอาการบาดเจ็บหายดี พลังก้าวหน้าไปอีกขั้น การทำลายค่ายกลออกไป จะมีอะไรยากเล่า”
ยามกล่าววาจานี้ ในดวงตาของตวนมู่ชิงซานฉายแววเชื่อมั่นอย่างยิ่ง
ยอดฝีมือที่เงียบหายไปสิบปีผู้นี้ ในที่สุดก็จะกลายเป็นมังกรที่ทะยานออกจากห้วงลึก!
…...
ภูเขาเก้าเซียนตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาร่องรอยเซียน รัศมีหลายพันลี้ล้วนเป็นภูเขาสูงป่าทึบ
บริเวณนี้ ภูเขางามน้ำใส ปราณวิญญาณอุดมสมบูรณ์ นอกจากสำนักถามเซียนแล้ว ย่อมต้องมีสำนักวิทยายุทธ์อื่นอยู่ด้วย เพียงแต่สำนักถามเซียนเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นจึงสามารถครอบครองดินแดนล้ำค่าเช่นภูเขาเก้าเซียนได้
ในป่าเขา ร่างสีเทาร่างหนึ่งว่องไวดุจเหินบิน เคลื่อนตัวอยู่ในป่าทึบปราดเปรียวเป็นอิสระ ไม่ถูกภูมิประเทศขัดขวางแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าท่าร่างของเขายอดเยี่ยมยิ่งนัก
คนผู้นี้คือหลิงเฟิง
หลังแสร้งสวามิภักดิ์ต่อเจ้าสำนัก อย่างน้อยหลิงเฟิงก็สามารถเคลื่อนไหวในสำนักถามเซียนได้อย่างอิสระ กระทั่งลงจากเขาไปฝึกฝนก็ไม่ถูกขัดขวางแม้แต่น้อย
เส้นทางวิถียุทธ์ย่อมมิอาจปิดประตูฝึกฝน
หลิงเฟิงได้อิสรภาพที่หาได้ยากยิ่ง จึงทำตามคำแนะนำของตวนมู่ชิงซาน มุ่งหน้าไปยังเทือกเขามหาอสูรทางตะวันออกของภูเขาเก้าเซียนเพื่อฝึกฝน
ครึ่งวันให้หลัง หลิงเฟิงใช้หมัดเก้าชั้นสะท้านสมุทร สังหารสัตว์อสูรไปหลายตัวแล้ว ทั้งยังได้วัตถุดิบมาไม่น้อย
“ต่อสู้กับสัตว์อสูรที่นี่ จึงจะเป็นหนทางฝึกฝนวิทยายุทธ์และยกระดับพลังที่ดีที่สุด!”
สิ้นเสียง ร่างหลิงเฟิงสั่นสะท้าน มุ่งหน้าสู่ป่าทึบเบื้องหน้าต่อไป
…...
ขณะเดียวกัน
ในป่าทึบ เด็กหนุ่มห้าหกคนที่สวมอาภรณ์ศิษย์ในสำนักของสำนักถามเซียนกำลังมุ่งหน้าสู่ทางเข้าเทือกเขามหาอสูรอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์พี่เซียว ข้าสืบมาได้แล้ว เจ้าสารเลวหลิงเฟิงนั่นไปฝึกฝนที่เทือกเขามหาอสูร!” เด็กหนุ่มผมแดงที่เดินนำหน้าสุด พลางนำทางพลางหันกลับไปกล่าว
“หึ เจ้าสารเลวนี่ กระทั่งน้องชายของข้าเซียวชิงกังผู้นี้ก็ยังกล้าสังหาร ไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้าสำนักจึงไม่สังหารเขาเพื่อเซ่นวิญญาณชิงเฟิง” ชายคนกลางอายุประมาณยี่สิบปี กลิ่นอายทั่วร่างถึงระดับสูงสุดของขอบเขตรวบรวมปราณแล้ว...ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นสิบ!
ระดับบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ ในอาณาจักรทั่วไปสามารถเรียกขานว่าเป็นยอดฝีมือปราณ รับตำแหน่งเจ้าเมืองของเมืองหนึ่งได้
อย่างเช่นซูซื่อสยงเจ้าเมืองไคหยางที่หลิงเฟิงสังหารไปในยามคลุ้มคลั่ง ก็เป็นยอดฝีมือปราณขอบเขตรวบรวมปราณขั้นสิบ
“ในสำนักข้ายังลงมือไม่สะดวก แต่เจ้ากลับรนหาที่ตาย กล้าวิ่งออกมาข้างนอก เช่นนั้นก็อย่าโทษว่าข้าใจร้ายมือหนัก”
ในดวงตาของเซียวชิงกังฉายแววแค้นเคืองอย่างยิ่ง เซียวชิงเฟิงคือน้องชายแท้ๆ ของเขา อายุยังน้อยก็ต้องตายอย่างน่าอนาถในมือหลิงเฟิง หากไม่สังหารหลิงเฟิง จะปลอบโยนวิญญาณเซียวชิงเฟิงในปรโลกได้อย่างไร!
“ศิษย์พี่เซียว พวกเราแอบหนีออกมาสังหารหลิงเฟิงเช่นนี้ หากเจ้าสำนักทราบเข้า…” ศิษย์ร่างท้วมเล็กน้อยคนหนึ่งกล่าวอย่างลังเล
“กลัวอะไร เจ้าสำนักเป็นน้าเขยข้า เกิดเรื่องอะไรขึ้นข้ารับผิดชอบเอง หรือเจ้าสำนักจะลงโทษข้าเพื่อคนนอกคนหนึ่ง”
เซียวชิงกังกล่าวพลางเร่งความเร็วขึ้นอีกหลายส่วน “บัดซบ เจ้าสุนัขนั่น ต้องฉวยโอกาสที่ชิงเฟิงไม่ทันระวังจึงลอบโจมตีชิงเฟิงได้สำเร็จแน่ ความแค้นที่น้องชายถูกสังหารจะไม่ชดใช้ได้อย่างไร!”
“ศิษย์พี่เซียวกล่าวได้ถูกต้อง มีพวกเราหลายคนร่วมมือกัน ต่อให้หลิงเฟิงผู้นั้นมีสามเศียรหกกร ก็ต้องตายอย่างแน่นอน” เด็กหนุ่มผมแดงที่นำทางหัวเราะเหอะๆ ขึ้นมา
ชายร่างผอมบางดวงตาเย็นชาอีกคนก็กล่าวเสียงเย็นชา “ใช่แล้ว ชิงเฟิงคือน้องชายของศิษย์พี่เซียว นั่นก็คือน้องชายของพวกเราหลายคน เจ้าเด็กนั่นกล้าสังหารชิงเฟิง ก็คือเป็นศัตรูกับพวกเราทุกคน!”
“หลิงเฟิง เทือกเขามหาอสูรนี้จะเป็นสุสานของเจ้า!”
เซียวชิงกังสีหน้าเย็นชา ลมแรงพัดอาภรณ์และผมดำของเขาปลิวไสว ทว่ากลับมิอาจพัดพาจิตสังหารที่เขามีต่อหลิงเฟิงไปได้