- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหล
- ตอนที่ 4 ลายเทพประทับ
ตอนที่ 4 ลายเทพประทับ
ตอนที่ 4 ลายเทพประทับ
ชั่วพริบตาเดียว ก็ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
โดยรวมแล้ว หลิงเฟิงนอนอยู่บนเตียงเต็มๆ หนึ่งเดือนถึงจะสามารถลงจากเตียงเดินได้
จุดนี้จึงเห็นได้ว่า เนตรจักรพรรดินั้นสร้างภาระให้ร่างกายอย่างน่าสะพรึงกลัวเพียงใด ด้วยสภาพของหลิงเฟิง การเปิดเนตรจักรพรรดิติดต่อกันสามารถรอดชีวิตมาได้ ก็นับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งแล้ว
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ หลิงเฟิงนั่งอยู่บนเตียงตามลำพัง ในมือถือตำราโบราณที่ค่อนข้างเหลืองเล่มหนึ่ง บนปกหนังสือเขียนตัวอักษรห้าตัวว่า “คัมภีร์ฝังเข็มไท่เสวียน”
คัมภีร์ฝังเข็มไท่เสวียน คือหยาดเหงื่อแรงกายตลอดชีวิตของปู่แท้ๆ ของหลิงเฟิง
หลายปีมานี้ หลิงเฟิงเรียนรู้วิชาแพทย์ทั้งหมดในส่วนแรกแล้ว เพียงแต่ เขาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่ำกว่าหลายพันครั้งกลับไม่เคยพบความลับเกี่ยวกับความเป็นมาของตนเองที่ซ่อนอยู่ข้างใน
“บางที คงต้องมีคัมภีร์ฝังเข็มไท่เสวียนทั้งสองเล่มรวมกัน ถึงจะไขปริศนาความเป็นมาของข้าได้กระมัง”
หลิงเฟิงกำหมัดแน่น หลังจากผ่านเรื่องของซูหลิน เขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ในโลกนี้ มีเพียงวิชาแพทย์จะมีประโยชน์อันใด ยังต้องทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นด้วย!
หลิงเฟิงพลิกอ่านคัมภีร์แพทย์ในมือ แม้เนื้อหาของคัมภีร์ฝังเข็มไท่เสวียนเขาจะจำได้ขึ้นใจแล้ว แต่ทุกครั้งที่อ่านซ้ำอีกครั้ง ก็จะยิ่งรู้สึกว่าความเข้าใจในร่างกายมนุษย์ของปู่แท้ๆ ของตนแทบจะถึงขั้นไร้ผู้เทียมทานในประวัติศาสตร์
ในฐานะแพทย์ หลิงเฟิงย่อมเคยอ่านคัมภีร์แพทย์อื่นๆ นับไม่ถ้วน แต่ไม่มีเล่มใดสามารถเทียบกับคัมภีร์ฝังเข็มไท่เสวียนเล่มนี้ได้เลย
“หากปู่ฝึกฝน บางทีอาจจะกลายเป็นยอดฝีมือที่ไร้เทียมทาน!” หลิงเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ในสมองมีภาพความคิดแปลกๆ เช่นนี้แวบผ่าน
ในขณะนั้นเอง หลิงเฟิงพลันรู้สึกว่าดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมา ตั้งแต่วันที่เปิดเนตรจักรพรรดิ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็มักจะร้อนขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวกำลังจะพุ่งออกมาจากดวงตา
“อ๊ะ!” หลิงเฟิงครางเสียงต่ำ ดวงตาทั้งสองข้างกลับมากระจ่างอีกครั้ง พลันพบอย่างแปลกประหลาดว่า ตำราแพทย์ในมือกลับดูเหมือนมีหน้าหนังสือสีทองกะพริบขึ้นมา!
“เคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหล!”
หลิงเฟิงมองหน้าหนังสือสีทองนั้น ในช่องหัวข้อเขียนตัวอักษรใหญ่ห้าตัวว่า เคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหล พลังพู่กันหนักแน่นทรงพลังราวกับมังกรห้าตัวสลักลงในสมอง ทำให้จิตใจสั่นสะท้าน
“เคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหลหรือ”
หลิงเฟิงสูดหายใจเข้าลึก อ่านต่อไป
“ผู้มีสายเลือดจักรพรรดิ ถึงจะสามารถฝึกฝนคัมภีร์นี้ได้”
“โอรสแห่งสวรรค์ มีเนตรวิถีมนุษย์ เนตรวิถีสวรรค์ เนตรอสูร ตาซ้ายเป็นวิถีมนุษย์ ตาขวาเป็นวิถีสวรรค์ ดวงตาที่สามเป็นวิถีอสูร”
“สามเนตรนี้ รวมเรียกว่าเนตรจักรพรรดิ”
ในใจของหลิงเฟิงเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ ยิ่งมองหน้าหนังสือสีทองนี้ก็ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ
วันนั้นตนเองเปิดสามเนตรพร้อมกัน มิน่าเล่าภายหลังจึงอ่อนแอถึงเพียงนี้!
หลิงเฟิงอ่านต่อไป ในเคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหลนี้ บันทึกเกี่ยวกับวิธีการฝึกฝนเนตรวิถีมนุษย์และเนตรวิถีสวรรค์
“เนตรจักรพรรดิ ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของหกปราณ ลายเทพประทับ บำเพ็ญพลังเทพ!...”
หลิงเฟิงเชี่ยวชาญหลักการแพทย์ มีความเข้าใจในร่างกายมนุษย์อย่างชัดเจนยิ่ง ดังนั้นเมื่ออ่านเคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหลนี้ ไม่เพียงไม่มีข้อสงสัย แต่กลับเหมือนได้รับความช่วยเหลือจากสวรรค์ อ่านครั้งเดียวก็เข้าใจ
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา หน้าหนังสือบางๆ หน้านี้ หลิงเฟิงอ่านซ้ำไปมาหลายครั้งแล้ว แม้ส่วนแรกจะไม่ได้กล่าวถึงความเป็นมาของตน แต่ก็ทำให้เขาเข้าใจว่า “เนตรจักรพรรดิ” คืออะไร
นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ตนเองคลุ้มคลั่ง ใช้พลังชีวิตจนหมดสิ้น เพียงแต่เพราะไม่ได้วิธีที่ถูกต้อง ฝืนกระตุ้น จึงจะก่อให้เกิดผลร้ายเหล่านั้น
อย่างน้อยเนตรวิถีมนุษย์และเนตรวิถีสวรรค์ก็ไม่มีอันตรายเหล่านั้น
ส่วนเนตรอสูร หลิงเฟิงยังคงไม่มีชัดเจน คิดว่าวิธีการฝึกฝนเนตรอสูรคงบันทึกอยู่ในคัมภีร์ฝังเข็มไท่เสวียนเล่มที่สองกระมัง
หลิงเฟิงปิดปกหนังสืออย่างระมัดระวัง เริ่มสัมผัส “หกปราณ” ที่กล่าวไว้ในเคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหลอย่างช้าๆ
สิ่งที่เรียกว่าหกปราณ [1] ก็คือปราณเจวี๋ยอินธาตุลมไม้ ปราณเส้าอินธาตุไฟจักรพรรดิ ปราณไท่อินธาตุดินชื้น ปราณเส้าหยางธาตุไฟเสนาบดี ปราณหยางหมิงธาตุทองแห้ง ปราณไท่หยางธาตุน้ำเย็น
หกปราณนี้ ล้วนสอดคล้องกับสิบสองเส้นชีพจรหลักในร่างกายมนุษย์ เช่น ปราณเจวี๋ยอินธาตุลมไม้ สอดคล้องกับเส้นชีพจรเจวี๋ยอินตับที่เท้า และเส้นชีพจรเจวี๋ยอินหัวใจที่มือ ปราณเส้าอินธาตุไฟจักรพรรดิ สอดคล้องกับเส้นชีพจรเส้าอินหัวใจที่มือ และเส้นชีพจรเส้าอินไตที่เท้า
คนทั่วไปอาจจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่สำหรับหลิงเฟิงที่เชี่ยวชาญหลักการแพทย์แล้ว นับเป็นเรื่องง่ายดาย
เมื่อหลิงเฟิงฝึกฝนตามวิถีแห่งการเปลี่ยนแปลงของหกปราณของเนตรวิถีมนุษย์เพียงครั้งเดียว ก็รู้สึกว่าตาซ้ายร้อนขึ้นเล็กน้อย
เขาเดินไปที่หน้ากระจกดูอย่างละเอียด พบว่าในม่านตาซ้าย ปรากฏอักขระที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง ราวกับหยินหยางในแผนภาพไท่จี๋ เคลื่อนไหวอย่างโดดเดี่ยวอยู่ในม่านตา
หลิงเฟิงใจสั่นไหว นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “ลายเทพประทับ บำเพ็ญพลังเทพ” หรือ
ลายเทพประทับมีแล้ว เช่นนั้นพลังเทพคืออะไร
ตามที่กล่าวไว้ในเคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหล ความสามารถแรกของเนตรวิถีมนุษย์คือ... ดูดกลืน
หลิงเฟิงยังไม่ทันประหลาดใจ ก็พบว่าร่างกายของตนราวกับกลายเป็นวังวนขนาดใหญ่ พลังปราณฟ้าดินโดยรอบราวกับถูกมนต์สะกดพุ่งเข้ามาหาตนเอง
จากนั้น ในร่างกายราวกับมีบางอย่างถูกทะลวง ร่างกายเกิดความรู้สึกสบายอย่างหนึ่ง
ม่านตาของเขาหดเล็กลงเล็กน้อย ในตันเถียนทะเลปราณราวกับมีปราณแท้ปรากฏขึ้นมา!
แม้หลิงเฟิงจะไม่เคยฝึกฝน แต่ก็เคยรักษาผู้ฝึกยุทธ์มาไม่น้อย
ในตันเถียนปรากฏปราณแท้ ก็คือสัญลักษณ์ของผู้ฝึกยุทธ์ที่เลื่อนขั้นสู่ขอบเขตรวบรวมปราณ!
การฝึกฝนวิถียุทธ์ ขอบเขตแรกเรียกว่าขอบเขตหลอมกายา ระดับนี้ยังไม่อาจเรียกว่าผู้ฝึกยุทธ์ เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับเริ่มต้นเท่านั้น
คนทั่วไปเริ่มฝึกฝนตั้งแต่เด็กล้วนต้องผ่านกระบวนการฝึกฝนหลอมกายา บำเพ็ญเพียรอย่างหนักหลายปี กระทั่งหลายสิบปี ถึงจะถึงระดับหลอมกายาขั้นสิบ ถึงจะสามารถนำปราณเข้าสู่ร่าง เลื่อนขั้นสู่ขอบเขตรวบรวมปราณได้
ส่วนตนเองไม่เคยฝึกฝน เพียงแค่เปิดเนตรวิถีมนุษย์ก็เลื่อนขั้นสู่ขอบเขตรวบรวมปราณโดยตรงแล้ว!
หลิงเฟิงตื่นเต้นจนมือทั้งสองข้างสั่นเล็กน้อย “ขอเพียงกระตุ้นลายเทพดวงแรกนี้ ความเร็วในการฝึกฝนของข้า ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!”
ทันใดนั้น ความอ่อนแอระลอกหนึ่งถาโถมเข้าสู่หัวใจ หลิงเฟิงรีบคลายลายเทพ พลังปราณฟ้าดินที่บ้าคลั่งโดยรอบจึงค่อยสงบลง
หลิงเฟิงค่อยๆ พ่นลมหายใจขุ่นออกมา ถึงได้เข้าใจว่า ด้วยระดับของตนในปัจจุบัน ลายเทพดวงแรกของเนตรวิถีมนุษย์สามารถคงอยู่ได้ประมาณสามสิบลมหายใจเท่านั้น ก็จะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า
แต่ว่า สามสิบลมหายใจสำหรับทุกวันก็เพียงพอแล้ว!
สามสิบลมหายใจเมื่อครู่ ก็เทียบเท่ากับการบำเพ็ญเพียรอย่างหนักของคนทั่วไปหลายปี!
หลิงเฟิงพักผ่อนครู่หนึ่ง ก็เริ่มหลอมลายเทพดวงแรกของเนตรวิถีสวรรค์อีกครั้ง
ตามที่กล่าวไว้ในเคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหล ความสามารถแรกของเนตรวิถีสวรรค์ถูกเรียกว่า มองทะลุคัดลอก
กล่าวคือ ไม่ว่าวิชาใด ทักษะยุทธ์ใด ขอเพียงแสดงให้เนตรวิถีสวรรค์เห็นครั้งหนึ่งก็จะถูกมองทะลุจนหมดสิ้น จากนั้นจึงคัดลอกออกมาได้เหมือนกันทุกประการ
นี่ก็เป็นความสามารถที่เกือบจะท้าทายสวรรค์ หลิงเฟิงรีบเริ่มหลอมลายเทพดวงแรกของเนตรวิถีสวรรค์ตามวิธีการของเคล็ดวิชาจักรพรรดิสวรรค์แห่งความโกลาหลอย่างอดใจรอไม่ไหว
ไม่นานนัก ลายเทพดวงแรกของเนตรวิถีสวรรค์ก็หลอมสำเร็จ น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถทดลองได้ในตอนนี้
หลังจากหลอมลายเทพสองดวงติดต่อกัน หลิงเฟิงก็เหนื่อยล้าจนทนไม่ไหว ในที่สุดก็กอดคัมภีร์ฝังเข็มไท่เสวียนหลับใหลไปอย่างเหนื่อยล้า
..........
[1] หกปราณ คือ พลังงานพื้นฐาน 6 ชนิดตามหลักการแพทย์แผนจีน ประกอบด้วย
1.) ปราณเจวี๋ยอินธาตุลมไม้ สัมพันธ์กับเส้นลมปราณตับและเยื่อหุ้มหัวใจ
2.) ปราณเส้าอินธาตุไฟจักรพรรดิ สัมพันธ์กับเส้นลมปราณหัวใจและไต
3.) ปราณไท่อินธาตุดินชื้น สัมพันธ์กับเส้นลมปราณปอดและม้าม
4.) ปราณเส้าหยางธาตุไฟเสนาบดี สัมพันธ์กับเส้นลมปราณถุงน้ำดีและซานเจียว
5.) ปราณหยางหมิงธาตุทองแห้ง สัมพันธ์กับเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร
6.) ปราณไท่หยางธาตุน้ำเย็น สัมพันธ์กับเส้นลมปราณลำไส้เล็กและกระเพาะปัสสาวะ