เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 เนตรจักรพรรดิ

ตอนที่ 2 เนตรจักรพรรดิ

ตอนที่ 2 เนตรจักรพรรดิ


ซ่าๆๆ!

พายุฝนเทกระหน่ำลงมาสาดใส่ร่างของหลิงเฟิง

ที่ใต้เท้าของเขา ศพแล้วศพเล่า เลือดเนื้อกระจัดกระจาย ภายใต้การชะล้างของสายฝน พื้นที่รัศมีหลายจั้ง [1] ล้วนย้อมไปด้วยสีโลหิต!

หลิงเฟิงมองดูมือทั้งสองของตนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและเศษเนื้อ ดวงตาที่สามบนหน้าผากค่อยๆ ปิดลง ทิ้งไว้เพียงเส้นโลหิตสีแดงเข้ม

“ข้าไม่เพียงไม่ตาย แต่ยังมองเห็นแล้ว!”

ในใจของหลิงเฟิงเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ เข็มทองแทงเข้าจุดร้อยบรรจบ เขาเตรียมใจตายแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าตนจะคลุ้มคลั่ง ทั้งยังฆ่าคนไปมากมายขนาดนี้

“ในเมื่อสวรรค์ไม่ให้ข้าตาย เช่นนั้นก็ต้องให้เจ้าตาย!” ในดวงตาของหลิงเฟิงลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธ “หญิงแพศยา วันตายของเจ้ามาถึงแล้ว!”

หลิงเฟิงดึงเข็มทองบนศีรษะออก ความอ่อนแอระลอกหนึ่งจู่โจมเข้าสู่หัวใจ ดวงตาที่สามบนหน้าผากก็หายไปโดยสิ้นเชิง

สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือ ดวงตาของเขาหายดีแล้ว ทุกสิ่งเบื้องหน้าชัดเจนแจ่มแจ้ง

เขาไม่มีแก่ใจจะรู้ว่าเหตุใดตนจึงเปิดดวงตาที่สามอันแปลกประหลาดนั่นขึ้นมากะทันหัน ความโกรธที่อัดแน่นในใจเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นสัตว์ป่าที่กำลังพิโรธไปแล้ว

ใบหน้าที่ชั่วร้ายและน่าเกลียดของซูหลินพ่อลูกนั้น ช่างชวนให้อาเจียน!

“ปู่ยังอยู่ที่ตระกูลซู!”

หลิงเฟิงกำหมัดแน่น กระดูกที่ถูกตีหักเมื่อครู่คล้ายจะประสานกันหมดแล้ว แม้จะเจ็บปวดทั่วร่าง แต่ไม่ส่งผลต่อการเดินแล้ว

หลิงเฟิงวิ่งลงจากเขาอย่างบ้าคลั่ง เขาจะฆ่าซูหลินหญิงแพศยานั่น จากนั้นจึงพาปู่ออกไป จากนี้ไปจะจากเมืองไคหยางให้ไกล ไม่กลับมาอีกแล้ว!

…...

ประตูจวนเจ้าเมือง

คนรับใช้หลายคนโยนห่อผ้าที่รกรุงรัง กล่องยา ออกจากประตูใหญ่อย่างรุนแรง ถูกพายุฝนที่อยู่ด้านนอกซัดจนเปียกโชก

“ตาเฒ่า ไสหัวไปเสีย ต่อไปอย่าได้คิดมาเกาะจวนเจ้าเมืองของพวกเรากินอีก!”

ชายร่างกำยำคนหนึ่งผลักชายชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งเข้าไปในม่านฝนอย่างรุนแรง

“พวกเจ้าบ่าวรับใช้ชั่ว กล้าดียิ่งนัก ข้าคือปู่ของลูกเขยเจ้าเมือง พวกเจ้ากล้าทำกับข้าเช่นนี้! อ๊ะ เปียกแล้ว กล่องยาของข้าเปียกหมดแล้ว!”

ชายชราผู้นั้นทั้งเก็บกล่องยาบนพื้น ทั้งตะโกนลั่น

“ฮ่าๆๆๆ… ลูกเขยของเจ้าเมืองหรือ อย่าฝันไปเลย เจ้าคนตาบอดเหม็นนั่น ตอนนี้เกรงว่าคงได้เป็นลูกเขยของพญายมแล้ว!”

คนรับใช้กลุ่มหนึ่งล้วนหัวเราะลั่น

ชายวัยกลางคนอ้วนท้วนอีกคนหนึ่ง เขาคือพ่อบ้านของจวนเจ้าเมือง ล้วงถุงเงินออกมาจากอก กล่าวเสียงเย็นชา

“หลานชายของเจ้าคิดล่วงเกินคุณหนูของพวกเราได้รับการลงโทษที่สาสมแล้ว เห็นแก่ที่พวกเจ้ารักษาคุณหนูจนหายดี นี่คือเงินค่ารักษาที่ท่านเจ้าเมืองประทานให้เจ้า เอาเงินไปแล้วไสหัวไปเสีย!”

“อะไรนะ” ในสมองของหลิงคุนพลันว่างเปล่า “พวกเจ้าพูดว่าอะไร เฟิงเอ๋อร์… หลานชายข้าเฟิงเอ๋อร์ เขา… เขาเป็นอะไรไป”

“เหอะๆ ตอนนี้รีบไปที่ภูเขาหลังบ้าน ไม่แน่ว่าอาจจะได้เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย” พ่อบ้านหัวเราะเยาะ “นี่คือผลของการที่คางคกอยากกินเนื้อหงส์!”

“พวกเจ้า!” หลิงคุนชี้ไปที่พ่อบ้านผู้นั้น นิ้วสั่นระริก “พวกเจ้า… เพื่อรักษาเส้นชีพจรสามหยินอับจนของคุณหนูของพวกเจ้า เฟิงเอ๋อร์กระทั่งตาบอดไปแล้ว พวกเจ้ายังทำกับเขาเช่นนี้ พวกเจ้าจะได้รับกรรม!”

“กรรมหรือ” พ่อบ้านวัยกลางคนหยิบท่อนเหล็กขึ้นมา กล่าวอย่างดุร้าย “ตาเฒ่า หากเจ้ายังไม่ไสหัวไป ข้าจะส่งเจ้าไปพบพญายมเดี๋ยวนี้!”

กล่าวพลาง พ่อบ้านคว้าท่อนเหล็กโบกไปมาอย่างแรง เกิดเสียง “หวือๆ” ดังขึ้น

“พวกเจ้าคืนชีวิตหลานชายข้ามา!” หลิงคุนร้องไห้โฮ พุ่งเข้าใส่พ่อบ้านผู้นั้น “คุณหนูของพวกเจ้าเล่า ข้าจะพบนาง! ข้าจะดูว่าใจของนางเป็นสีดำหรือไม่ เฟิงเอ๋อร์ของข้าจริงใจกับนางเช่นนี้ จริงใจกับนางเช่นนี้!”

“เฒ่าทารก ข้าว่าเจ้ารนหาที่ตาย!”

พ่อบ้านวัยกลางคนมองหลิงคุนอย่างรังเกียจ ท่อนเหล็กตรงเข้าทุบศีรษะหลิงคุน

“ไปตายเสีย!”

เปรี้ยงงง!

เสียงอสนีบาตดังสนั่นหวั่นไหว!

พายุฝนสาดซัด ทั้งจวนเจ้าเมือง ทั้งเมืองไคหยาง คล้ายจะถูกพายุฝนนี้กลืนกินไปโดยสิ้นเชิง

“ปู่!”

เมื่อหลิงเฟิงมาถึงจวนเจ้าเมือง ก็เห็นภาพที่ปู่ถูกพ่อบ้านวัยกลางคนผู้นั้นใช้ท่อนเหล็กทุบจนล้มลงกับพื้น ความโกรธก็พลันแผ่ซ่านไปทั่วร่างของหลิงเฟิงอีกครั้ง เขาไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น นำเข็มทองทั้งหมดแทงเข้าสู่ศีรษะของตน!

วูบ!

ในสมองสั่นสะท้าน ดวงตาที่สามบนหน้าผากเปิดออกอีกครั้ง แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวราวมัจจุราช!

“พวกเจ้า... ต้องตาย!”

หลิงเฟิงเบิกตาโพลง ดวงตาทั้งสองข้างราวกับธารโลหิตส่องประกายแสงสีแดงอันแปลกประหลาด

ฟุ่บ!

ร่างของหลิงเฟิงเคลื่อนไหวราวกับเสือดาวที่ว่องไว ในชั่วพริบตา ตรงเข้าล้มคนรับใช้ผู้หนึ่ง กรงเล็บทั้งสองฉีกกระชาก ฉีกอกของบ่าวรับใช้ชั่วผู้นั้นจนเปิดอ้า

“เฟิงเอ๋อร์!” หลิงคุนเห็นร่างของหลิงเฟิง ในดวงตาขุ่นมัวพลันมีน้ำตาคลอ จากนั้นจึงร้องไห้โฮ

“เนตรจักรพรรดิ! เนตรจักรพรรดิ!...”

เขาร้องอยู่หลายคำ กระทั่งเบื้องหน้าพลันพร่ามัว ในที่สุดก็สลบไป

“พวกเจ้า... ต้องตาย!”

หลิงเฟิงคิดว่าหลิงคุนตายแล้วก็ยิ่งโกรธจัด ในลำคอส่งเสียงคำรามราวสัตว์ป่า

“ตาย! ตาย! ตาย!”

พ่อบ้านถูกท่าทางดุร้ายอำมหิตของหลิงเฟิงทำให้ตกใจจนขาสั่นอ่อน แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตรวบรวมปราณคนหนึ่ง จึงรีบโคจรปราณแท้ โบกสะบัดท่อนเหล็กในมือ กล่าวเสียงสั่น

“เจ้า… เจ้าอย่าเข้ามา มิเช่นนั้นมีแต่ทางตายเท่านั้น!”

ในใจของหลิงเฟิงเหลือเพียงการฆ่าฟัน ไม่สนใจคำขู่ของพ่อบ้านแม้แต่น้อย หลังจากฉีกกระชากคนรับใช้หลายคนจนสิ้นใจ ร่างกายก็พลันวาบ พุ่งเข้าใส่พ่อบ้านอีกครั้ง

“มี… มีเรื่องแล้ว!”

พ่อบ้านโบกท่อนเหล็กครั้งหนึ่ง ปลดปล่อยปราณแท้ทั่วร่าง ผลักหลิงเฟิงถอยไป นี่จึงได้สติ รีบวิ่งเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลซูอย่างบ้าคลั่ง ตะโกนลั่น

มีเรื่องแล้ว!

เสียงคำรามนี้ปลุกคนในตระกูลซูที่กำลังหลับใหลอยู่ขึ้นมาทั้งหมดในทันที

ซูซื่อสยงรีบสวมเสื้อผ้า คิ้วขมวดแน่น ตะคอกเสียงดัง “ผู้ใดช่างกล้าดียิ่งนัก ถึงกับกล้ามาสร้างความวุ่นวายที่จวนเจ้าเมืองของข้า!”

จากนั้น ซูซื่อสยงคว้าทวนยาวเล่มหนึ่ง พุ่งออกจากห้องนอน

ขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสของตระกูลซู ผู้คุ้มกัน และลูกหลานตระกูลซูทั้งหมด ล้วนชักดาบชักกระบี่พุ่งออกมา

“หลิงเฟิง!”

ม่านตาของซูซื่อสยงหดเล็กลงโดยพลัน แม้หลิงเฟิงจะอาบไปด้วยโลหิต แต่เขาก็ยังจำรูปลักษณ์ของหลิงเฟิงได้

ซูหลินคลุมเสื้อคลุมพุ่งออกมาเช่นกัน เมื่อเห็นหลิงเฟิงขาก็อ่อนแรง เกือบจะทรุดลงกับพื้นโดยตรง

“เจ้า… เหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นเช่นนี้”

ซูหลินตกใจจนตัวสั่น หลิงเฟิงในตอนนี้ ราวกับมัจจุราชที่เดินออกมาจากขุมนรก ทั่วร่างอาบไปด้วยโลหิต บนหน้าผากยังเปิดดวงตาที่สามอันอำมหิตอย่างยิ่ง เพียงถูกจ้องมองแวบเดียวก็ราวกับมีภูตผีนับไม่ถ้วนรุมล้อม ทำให้นางใจสั่นขวัญผวา

“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”

เมื่อหลิงเฟิงเห็นซูหลิน เจตนาฆ่าก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ในดวงตาสีโลหิตทั้งสองข้างปรากฏจุดดำรูปหยินหยางขึ้นมาแต่ละข้าง ทำให้กลิ่นอายของหลิงเฟิงยิ่งน่าตกตะลึงขึ้นไปอีก

“กล้าดียิ่งนัก!” ซูซื่อสยงสะบัดทวนยาวในมือ “เดรัจฉาน เจ้าเป็นปีศาจจริงๆ วันนี้ข้าจะผดุงคุณธรรมแทนสวรรค์เบื้องบน กำจัดเจ้าปีศาจน้อยตัวนี้!”

ซูซื่อสยงผู้นี้สามารถเป็นเจ้าเมืองได้ย่อมมีความสามารถอยู่บ้าง ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาสูงถึงระดับรวบรวมปราณขั้นสิบ นับเป็นยอดฝีมือปราณคนหนึ่ง

และทวนยาวในมือเขาก็เป็นอาวุธลี้ลับระดับต่ำ ทวนยาวกวาดไปมา แสงเย็นส่องประกาย ตรงเข้าแทงไปยังหลิงเฟิง

“ตาย! ตาย! ตาย!”

ในใจหลิงเฟิงมีเพียงการฆ่าฟันที่ไม่สิ้นสุด ไม่รู้เลยว่าการถอยคืออะไร กรงเล็บทั้งสองข้างฉีกกระชากลงมาอย่างแรง ไม่กลัวทวนยาวที่เป็นอาวุธลี้ลับแม้แต่น้อย กรงเล็บคมกริบราวศาสตราวุธ ปะทะกับทวนยาวเกิดประกายไฟระลอกแล้วระลอกเล่า

“พวกเจ้า ต้องตาย!!!!!”

หลิงเฟิงคำรามพลางพุ่งเข้าใส่ราวกับสัตว์ป่าตัวหนึ่ง พละกำลังมหาศาลอย่างน่าตกตะลึง ถึงกับผลักซูซื่อสยงถอยไปหลายก้าว มือขวาฉีกกระชาก ควักลูกตาของเขาออกมาโดยตรง

“อ๊า!!!! ตาของข้า!”

ซูซื่อสยงกุมตาทั้งสองข้าง ถอยไปหลายก้าว กรงเล็บของหลิงเฟิงแทงออกไปอย่างแรง ทะลวงหัวใจของซูซื่อสยง

ปัง!

หมอกโลหิตกระจายไปทั่วฟ้า คนตระกูลซูโดยรอบทั้งหมดตกใจจนตัวสั่นงันงก

นี่… เป็นสัตว์ประหลาดอะไรกันแน่!

“หนีเร็ว!”

เสียงร้องตกใจระลอกแล้วระลอกเล่า ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วฟ้ายามค่ำคืน กระทั่งกลบเสียงฟ้าร้องคำราม

ทั้งตระกูลซูวุ่นวายโกลาหล กระทั่งเจ้าเมืองยังถูกสัตว์ประหลาดตัวนี้ฆ่า ใครก้าวไปข้างหน้าเกรงว่าจะมีแต่ทางตายเท่านั้น

ดวงตาสีโลหิตของหลิงเฟิงจับจ้องไปยังทิศทางของซูหลิน “เจ้าต้องตาย! เจ้าต้องตาย!”

ท่ามกลางเสียงคำราม หลิงเฟิงกลายเป็นเงาโลหิตพุ่งเข้าใส่ซูหลิน แม้สติของเขาจะไม่ชัดเจนแล้ว แต่เขายังคงเหลือสัญชาตญาณของตน

สตรีนางนี้คือคนที่เขาเกลียดที่สุดในใจ คือคนที่เขาอยากฆ่าที่สุด!

“ตาย! ตาย! ตาย!”

ซูหลินถูกหลิงเฟิงล้มลงกับพื้นในทันที จากนั้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้ามา นางเห็นกรงเล็บสีโลหิตคู่หนึ่งฉีกกระชากเลือดเนื้อของตนนับครั้งไม่ถ้วน พลังชีวิตค่อยๆ สูญสิ้นไปทีละน้อย

ในชั่วขณะหนึ่ง นางเริ่มเสียใจ หากตนไม่ได้ใส่ร้ายหลิงเฟิง บางทีตระกูลซูคงไม่ลงเอยเช่นนี้

น่าเสียดาย ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว!

ค่ำคืนนี้ ถูกกำหนดให้เป็นค่ำคืนแห่งการสังหารอันนองเลือด!

...........

[1] 1 จั้ง มีค่าประมาณ 3.33 เมตร

จบบทที่ ตอนที่ 2 เนตรจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว