- หน้าแรก
- ระบบจุติเทวะ รังสรรค์มหาเต๋า ก้าวสู่ความเป็นอมตะ
- บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋
บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋
บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋
บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋
“[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้บรรลุความสำเร็จ ‘ชัยชนะศึกแรก’]”
[ความสำเร็จของระบบ: ชัยชนะศึกแรก]
[เงื่อนไข: ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งแรก]
[รางวัล: 200 แต้มแห่งการสร้างสรรค์]
เจียงโหยวลดกระบี่ในมือลงพลางหอบหายใจเล็กน้อย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งแตะจมูกทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย แต่มันก็ถูกกดทับไว้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นจากพลังที่เพิ่งได้รับ ในขณะนั้นเอง เสียงจักรกลในหัวของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ระบบแห่งการสร้างสรรค์? เจ้ามีหน้าที่อะไรบ้าง?”
เมื่อได้ยินเสียงในหัว เจียงโหยวก็แสดงสีหน้าฉงนสงสัยอย่างยิ่ง ความจริงที่ว่าตนมีระบบปรากฏขึ้นมายังคงเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ
“[ระบบแห่งการสร้างสรรค์นั้นครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง โฮสต์สามารถใช้แต้มแห่งการสร้างสรรค์ในการสุ่มรางวัลได้ ฟังก์ชันข้างต้นเป็นความสามารถของระบบแห่งการสร้างสรรค์รุ่นเริ่มต้น 1.0 หลังจากระบบได้รับการอัปเกรดแล้ว จะสามารถปลดล็อกฟังก์ชันเพิ่มเติมได้]”
ระบบแห่งการสร้างสรรค์ตอบคำถามของเจียงโหยวในทันที
จากนั้นเบื้องหน้าของเจียงโหยวก็ปรากฏหน้าต่างข้อมูลตัวละครโปร่งแสงขึ้นมา มันฉายภาพลอยเด่นอยู่กลางอากาศราวกับภาพมายา เป็นสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่กลับไม่สามารถสัมผัสได้
ชื่อ: เจียงโหยว
แต้มแห่งการสร้างสรรค์: 200
สายเลือด: สายเลือดวิหคทองคำไท่เฮ่า
รากวิญญาณ: กายาแห่งเต๋าอันไร้ที่ติ
พรสวรรค์: ไม่มี
ระดับพลัง: ขอบเขตควบรวมวิญญาณขั้นที่เก้า
เทพเจ้าในพันธสัญญา: ไม่มี
เจตจำนง: ไม่มี
วิชา: ไม่มี
ไอเทมในระบบ: กล่องของขวัญเริ่มต้นสำหรับมือใหม่
หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อได้เห็นสองบรรทัดแรก จากเดิมที่เจียงโหยวควรจะไม่มีทั้งสายเลือดและรากวิญญาณ และไม่สามารถสัมผัสถึงพลังวิญญาณได้เลย
บัดนี้เขากลับมีระดับพลังถึงขอบเขตควบรวมวิญญาณขั้นที่เก้า ทั้งยังมีรากวิญญาณที่หาได้ยากยิ่งอย่างกายาแห่งเต๋าอันไร้ที่ติ และสายเลือดวิหคทองคำไท่เฮ่าอันเป็นสายเลือดพิเศษเฉพาะของเชื้อพระวงศ์สายตรงแห่งราชวงศ์ต้าจิ้น
“หรือว่ารากวิญญาณและสายเลือดของข้าถูกผนึกมาโดยตลอด จนกระทั่งการปรากฏตัวของระบบแห่งการสร้างสรรค์ได้เข้ามาปลดผนึกให้? แล้วใครกันที่เป็นคนผนึกข้า แม้แต่ท่านปู่ก็ยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของผนึกนี้?” เจียงโหยวพึมพำกับตนเอง คิ้วของเขาขมวดมุ่นด้วยความครุ่นคิด
อีกทั้งสายเลือดวิหคทองคำไท่เฮ่าในร่างกายของเจียงโหยว นี่คือสายเลือดของเชื้อพระวงศ์สายตรงแห่งราชวงศ์ต้าจิ้น หรือว่าแท้จริงแล้วเจียงโหยวคือคนของราชวงศ์ต้าจิ้น?
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ความสงสัยก็ถาโถมเข้ามาไม่หยุด แต่กลับไม่มีหนทางใดที่จะไขคำตอบได้ เจียงโหยวจึงตัดสินใจเลิกคิดมาก ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ปริศนาเหล่านี้ในอนาคตย่อมต้องมีวิธีไขกระจ่างได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นเจียงโหยวจึงเอ่ยถามระบบว่า “ระบบ ข้าอยากจะถามหน่อยว่า แต้มแห่งการสร้างสรรค์สองร้อยแต้มนี้พอจะทำอะไรได้บ้าง?”
“[ปัจจุบันฟังก์ชันเดียวที่ระบบแห่งการสร้างสรรค์สามารถใช้งานได้คือ ‘สุ่มรางวัลของระบบ’ ซึ่งการสุ่มแต่ละครั้งมีราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 300 แต้มแห่งการสร้างสรรค์ ขณะนี้โฮสต์มีเพียง 200 แต้ม จึงยังไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว]” เสียงจักรกลของระบบตอบกลับมาในหัวของเจียงโหยว
“ระบบ ข้าจะอัปเกรดระบบได้อย่างไร?” เจียงโหยวเอ่ยถามระบบด้วยความอยากรู้
“[การอัปเกรดระบบจำเป็นต้องทำ ‘ภารกิจอัปเกรดเวอร์ชัน’ ให้สำเร็จ เบื้องล่างนี้คือภารกิจอัปเกรดเวอร์ชันระบบครั้งแรก]”
[ภารกิจ: อัปเกรดเวอร์ชันระบบ]
[เงื่อนไขภารกิจ: ให้ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของโฮสต์บรรลุถึงขอบเขตแปลงมังกร ครอบครองหญ้าสุริยันม่วงพันปี ครอบครองเหล็กอุกกาบาตทมิฬจากนอกพิภพ ครอบครองโลหิตจากหัวใจของมังกรวารี]
[รางวัลภารกิจ: ระบบอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 2.0]
เงื่อนไขข้อแรกของการอัปเกรดเวอร์ชันระบบ สำหรับเจียงโหยวที่มีระดับพลังบำเพ็ญเพียรถึงขอบเขตควบรวมวิญญาณขั้นที่เก้าแล้วนั้น อาจกล่าวได้ว่าไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
ทว่าของอีกสามอย่างที่เหลือนั้น วัตถุดิบแต่ละอย่างล้วนเป็นของล้ำค่าระดับตำนานที่สามารถทำให้สำนักใหญ่ต้องเปิดศึกแย่งชิงกันได้ เจียงโหยวไม่เคยแม้แต่จะเคยเห็นมาก่อน เป็นเพียงสิ่งที่เคยอ่านเจอในตำราที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสารานุกรมแห่งความรู้อย่าง ‘สรรพสิ่งใต้หล้า’ เท่านั้น
‘สรรพสิ่งใต้หล้า’ เป็นตำราที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับสรรพสิ่งเอาไว้ ในนั้นมีการบันทึกข้อมูลของสมุนไพร วัตถุดิบ สัตว์อสูร และดินแดนต่างๆ เอาไว้มากมาย แต่ไม่ปรากฏนามผู้เขียนและปีที่เขียน เป็นตำราที่แพร่หลายไปทั่วทั้งทวีป
หลังจากเห็นภารกิจอัปเกรดเวอร์ชันระบบแล้ว ที่ดูจะห่างไกลและยากเย็นราวกับปีนป่ายขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เจียงโหยวก็กล่าวต่อไปอย่างจนใจ “เช่นนั้นก็ช่วยเปิดกล่องของขวัญเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ให้ข้าที”
เจียงโหยวคิดในใจว่า 200 แต้มแห่งการสร้างสรรค์ยังคงทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ ด้วยความหวังสุดท้าย หวังว่ากล่องของขวัญเริ่มต้นสำหรับมือใหม่นี้จะมอบความประหลาดใจให้แก่เขาได้บ้าง
“[กำลังเปิด ‘กล่องของขวัญเริ่มต้นสำหรับมือใหม่’]”
“[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับ: เทพเจ้าในพันธสัญญา เซียนชิงเหลียนหลี่ไป๋ พรสวรรค์เนตรอัคคีมณีทอง ตำราปรุงโอสถเขาทองคำ]”
หลังจากเสียงจักรกลของระบบเงียบลง ความรู้เกี่ยวกับการปรุงยาอันล้ำลึกสุดหยั่งถึงก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความคิดของเจียงโหยว ราวกับแม่น้ำสายใหญ่ที่ถาโถมเข้าสู่ทะเลสาบแห่งจิตวิญญาณ
จากนั้นดวงตาของเจียงโหยวก็พลันร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้ ความเจ็บปวดรุนแรงราวกับดวงตาทั้งสองข้างกำลังถูกหลอมใหม่ด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ เกิดความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแทงจนเขาต้องรีบหลับตาลงทันที
ความเจ็บปวดราวกับถูกแผดเผานี้มาเร็วไปเร็ว เพียงชั่วสองลมหายใจก็จางหายไปจนหมดสิ้น หลังจากเจียงโหยวลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างก็สาดประกายแสงสีทองออกมา ก่อนจะเลือนหายไปกลับสู่สภาพเดิม
ในตอนนี้ โลกในสายตาของเจียงโหยวได้เปลี่ยนไปแล้ว โลกที่เคยธรรมดาสามัญกลับเผยให้เห็นความจริงอีกชั้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ เขาไม่เพียงสามารถมองทะลุเข้าไปถึงภายในของสสารได้ แต่ยังสามารถมองเห็นพลังวิญญาณธาตุต่างๆ ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกกลมๆ ขนาดเล็กหลากสีสัน
“นี่คือเนตรอัคคีมณีทอง? เนตรอัคคีมณีทองของฉีเทียนต้าเชิ่งซุนหงอคงงั้นหรือ? แล้วยังมีตำราปรุงโอสถเขาทองคำอีก นี่มันบันทึกที่จินเจี่ยว หนึ่งในสองเด็กปรุงยาภายใต้อาณัติของไท่ซ่างเหล่าจวินเขียนไว้เล่นๆ นี่นา!”
ชื่อเหล่านี้... ล้วนเป็นตัวตนระดับตำนานจากโลกเดิมของเขา! ระบบนี้มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่? เมื่อสัมผัสได้ถึงของที่เปิดได้จากกล่องของขวัญเริ่มต้น เจียงโหยวก็รู้สึกยินดีเป็นล้นพ้น
เพียงแค่ตำราปรุงโอสถเขาทองคำ ซึ่งเป็นบันทึกการปรุงยาที่เขาเขียนไว้เล่นๆ ทว่าตำรับยาแต่ละอย่างที่บันทึกไว้ในนั้น หากนำออกไปเผยแพร่ในทวีปแห่งนี้ คงจะก่อให้เกิดพายุโลหิตขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมันคือตำรับยาเซียน ซึ่งเหนือชั้นกว่ายาในทวีปนี้ไปไม่รู้กี่ขุม
ส่วนฉีเทียนต้าเชิ่งซุนหงอคงนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาคือผู้มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ที่สามารถปั่นป่วนสวรรค์จนถูกแต่งตั้งให้เป็นโต้วจั้นเซิ่งฝอ[^1]ในท้ายที่สุด เนตรอัคคีมณีทองยิ่งเป็นความสามารถประจำตัวของเขาเลยทีเดียว
“แล้ว ‘เทพเจ้าในพันธสัญญา เซียนชิงเหลียนหลี่ไป๋’ คืออะไรกัน?” เจียงโหยวพึมพำกับตนเองด้วยความอยากรู้
ขณะที่เจียงโหยวเต็มไปด้วยความสงสัย เบื้องหน้าของเขาก็พลันปรากฏวังวนสีดำทมิฬขึ้น มันหมุนวนอย่างเงียบงันและดึงดูดทุกสรรพสิ่ง
จากใจกลางวังวนนั้น ปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งในอาภรณ์ยาวสีขาวซึ่งปักลายดอกบัวสีครามไว้ทั่วทั้งชุด เขามีผมสีขาวดุจขนนกกระเรียนแต่ใบหน้ากลับดูอ่อนเยาว์ ท่วงท่าสง่างามเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของเซียน กลิ่นอายอันสูงส่งและอิสระเสรีแผ่ออกมาจากร่างนั้น ราวกับกวีผู้เมามายและเซียนกระบี่ผู้เดียวดายได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ชายชราผู้สง่างามเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเจียงโหยว จากนั้นจึงประสานมือคารวะแล้วโค้งคำนับพร้อมกล่าวว่า “บัณฑิตชิงเหลียนหลี่ไป๋คารวะนายท่าน หลี่ไป๋ผู้ซึ่งควรจะสิ้นชีพดับสูญไปแล้ว ขอกราบขอบพระคุณนายท่านที่ได้รวบรวมจิตวิญญาณของหลี่ไป๋ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง!”
ชื่อ: เจียงโหยว
แต้มแห่งการสร้างสรรค์: 200
สายเลือด: สายเลือดวิหคทองคำไท่เฮ่า
รากวิญญาณ: กายาแห่งเต๋าอันไร้ที่ติ
พรสวรรค์: เนตรอัคคีมณีทอง
ระดับพลัง: ขอบเขตควบรวมวิญญาณขั้นที่เก้า
เทพเจ้าในพันธสัญญา: เซียนชิงเหลียนหลี่ไป๋ (เซียนที่แท้จริง)
เจตจำนง: ไม่มี
วิชา: ไม่มี
ไอเทมในระบบ: ตำราปรุงโอสถเขาทองคำ
เซียนที่แท้จริง! เซียนหลี่ไป๋!
‘เซียน’ คือตัวตนที่สรรพชีวิตในทวีปนี้ต่างถวิลหา ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนล้วนมีเป้าหมายเพื่อการเหินสู่แดนเซียน เซียนเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งและความเป็นอมตะ เป็นสัญลักษณ์ของผู้มีอิทธิฤทธิ์กว้างขวางที่สามารถเคลื่อนย้ายภูเขาและถมทะเลได้
บัดนี้เบื้องหน้าของเจียงโหยวมีเซียนตนหนึ่งยืนอยู่! และยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่ชาวหัวเซี่ยบนโลกรู้จักกันดี บัณฑิตชิงเหลียนหลี่ไป๋ ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เซียนกวี’ และ ‘เซียนกระบี่’!
“ไม่ต้องมากพิธี!”
เจียงโหยวเอื้อมมือออกไป หมายจะประคองหลี่ไป๋ที่กำลังโค้งคำนับตนให้ลุกขึ้น ทว่ามือทั้งสองข้างกลับทะลุผ่านร่างกายของหลี่ไป๋ไป
ร่างกายของหลี่ไป๋นั้นแม้จะดูเหมือนจับต้องได้ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงสิ่งที่มองเห็นได้แต่สัมผัสไม่ได้ ความรู้สึกว่างเปล่าเมื่อมือทะลุผ่านไปยืนยันคำพูดของเซียนกระบี่
“นายท่าน ขณะนี้หลี่ไป๋ยังอยู่ในสภาพของดวงวิญญาณ ยังไม่ได้หลอมสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ ดังนั้นจึงสามารถมองเห็นได้แต่ไม่อาจสัมผัสได้” หลี่ไป๋อธิบายให้เจียงโหยวฟัง
ก่อนที่เจียงโหยวจะได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ในขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนแขนเดียวผู้หนึ่งถือไม้เท้าที่ประดับด้วยโลหะพิเศษเดินเข้ามา เมื่อเห็นร่างของเฉินเสวียนที่ศีรษะกับลำตัวแยกจากกันอยู่บนพื้น ก็เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจทันที “ตายแล้วรึ?”
จากนั้นเขาก็หันมามองเจียงโหยวและหลี่ไป๋ด้วยสีหน้าถมึงทึงแล้วกล่าวว่า “ข้าคือผู้อาวุสโสแห่งสำนักเสวียนสุ่ย หลี่ไท่หยวน ส่งของวิเศษมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตให้เจ้ามีร่างกายครบสามสิบสอง!”
หลี่ไท่หยวนเห็นลำแสงสีแดงสูงร้อยจั้งที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหลังจากที่เจียงโหยวปลดผนึกได้ เขาจึงคิดว่าเป็นของวิเศษถือกำเนิดขึ้น จึงรีบเหินกายมาจากสำนักกุยหยวนที่เพิ่งจะยึดครองได้สำเร็จ มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเจียงโหยว
[^1]: ¹ โต้วจั้นเซิ่งฝอ : แปลตามตัวอักษรว่า "พระพุทธะผู้มีชัยในการรบ" เป็นสมัญญานามที่ซุนหงอคงได้รับเมื่อสิ้นสุดการเดินทางในเรื่องไซอิ๋ว