เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋

บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋

บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋


บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋

“[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้บรรลุความสำเร็จ ‘ชัยชนะศึกแรก’]”

[ความสำเร็จของระบบ: ชัยชนะศึกแรก]

[เงื่อนไข: ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งแรก]

[รางวัล: 200 แต้มแห่งการสร้างสรรค์]

เจียงโหยวลดกระบี่ในมือลงพลางหอบหายใจเล็กน้อย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งแตะจมูกทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย แต่มันก็ถูกกดทับไว้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นจากพลังที่เพิ่งได้รับ ในขณะนั้นเอง เสียงจักรกลในหัวของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ระบบแห่งการสร้างสรรค์? เจ้ามีหน้าที่อะไรบ้าง?”

เมื่อได้ยินเสียงในหัว เจียงโหยวก็แสดงสีหน้าฉงนสงสัยอย่างยิ่ง ความจริงที่ว่าตนมีระบบปรากฏขึ้นมายังคงเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ

“[ระบบแห่งการสร้างสรรค์นั้นครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง โฮสต์สามารถใช้แต้มแห่งการสร้างสรรค์ในการสุ่มรางวัลได้ ฟังก์ชันข้างต้นเป็นความสามารถของระบบแห่งการสร้างสรรค์รุ่นเริ่มต้น 1.0 หลังจากระบบได้รับการอัปเกรดแล้ว จะสามารถปลดล็อกฟังก์ชันเพิ่มเติมได้]”

ระบบแห่งการสร้างสรรค์ตอบคำถามของเจียงโหยวในทันที

จากนั้นเบื้องหน้าของเจียงโหยวก็ปรากฏหน้าต่างข้อมูลตัวละครโปร่งแสงขึ้นมา มันฉายภาพลอยเด่นอยู่กลางอากาศราวกับภาพมายา เป็นสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่กลับไม่สามารถสัมผัสได้

ชื่อ: เจียงโหยว

แต้มแห่งการสร้างสรรค์: 200

สายเลือด: สายเลือดวิหคทองคำไท่เฮ่า

รากวิญญาณ: กายาแห่งเต๋าอันไร้ที่ติ

พรสวรรค์: ไม่มี

ระดับพลัง: ขอบเขตควบรวมวิญญาณขั้นที่เก้า

เทพเจ้าในพันธสัญญา: ไม่มี

เจตจำนง: ไม่มี

วิชา: ไม่มี

ไอเทมในระบบ: กล่องของขวัญเริ่มต้นสำหรับมือใหม่

หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อได้เห็นสองบรรทัดแรก จากเดิมที่เจียงโหยวควรจะไม่มีทั้งสายเลือดและรากวิญญาณ และไม่สามารถสัมผัสถึงพลังวิญญาณได้เลย

บัดนี้เขากลับมีระดับพลังถึงขอบเขตควบรวมวิญญาณขั้นที่เก้า ทั้งยังมีรากวิญญาณที่หาได้ยากยิ่งอย่างกายาแห่งเต๋าอันไร้ที่ติ และสายเลือดวิหคทองคำไท่เฮ่าอันเป็นสายเลือดพิเศษเฉพาะของเชื้อพระวงศ์สายตรงแห่งราชวงศ์ต้าจิ้น

“หรือว่ารากวิญญาณและสายเลือดของข้าถูกผนึกมาโดยตลอด จนกระทั่งการปรากฏตัวของระบบแห่งการสร้างสรรค์ได้เข้ามาปลดผนึกให้? แล้วใครกันที่เป็นคนผนึกข้า แม้แต่ท่านปู่ก็ยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของผนึกนี้?” เจียงโหยวพึมพำกับตนเอง คิ้วของเขาขมวดมุ่นด้วยความครุ่นคิด

อีกทั้งสายเลือดวิหคทองคำไท่เฮ่าในร่างกายของเจียงโหยว นี่คือสายเลือดของเชื้อพระวงศ์สายตรงแห่งราชวงศ์ต้าจิ้น หรือว่าแท้จริงแล้วเจียงโหยวคือคนของราชวงศ์ต้าจิ้น?

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ความสงสัยก็ถาโถมเข้ามาไม่หยุด แต่กลับไม่มีหนทางใดที่จะไขคำตอบได้ เจียงโหยวจึงตัดสินใจเลิกคิดมาก ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ปริศนาเหล่านี้ในอนาคตย่อมต้องมีวิธีไขกระจ่างได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นเจียงโหยวจึงเอ่ยถามระบบว่า “ระบบ ข้าอยากจะถามหน่อยว่า แต้มแห่งการสร้างสรรค์สองร้อยแต้มนี้พอจะทำอะไรได้บ้าง?”

“[ปัจจุบันฟังก์ชันเดียวที่ระบบแห่งการสร้างสรรค์สามารถใช้งานได้คือ ‘สุ่มรางวัลของระบบ’ ซึ่งการสุ่มแต่ละครั้งมีราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 300 แต้มแห่งการสร้างสรรค์ ขณะนี้โฮสต์มีเพียง 200 แต้ม จึงยังไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว]” เสียงจักรกลของระบบตอบกลับมาในหัวของเจียงโหยว

“ระบบ ข้าจะอัปเกรดระบบได้อย่างไร?” เจียงโหยวเอ่ยถามระบบด้วยความอยากรู้

“[การอัปเกรดระบบจำเป็นต้องทำ ‘ภารกิจอัปเกรดเวอร์ชัน’ ให้สำเร็จ เบื้องล่างนี้คือภารกิจอัปเกรดเวอร์ชันระบบครั้งแรก]”

[ภารกิจ: อัปเกรดเวอร์ชันระบบ]

[เงื่อนไขภารกิจ: ให้ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของโฮสต์บรรลุถึงขอบเขตแปลงมังกร ครอบครองหญ้าสุริยันม่วงพันปี ครอบครองเหล็กอุกกาบาตทมิฬจากนอกพิภพ ครอบครองโลหิตจากหัวใจของมังกรวารี]

[รางวัลภารกิจ: ระบบอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 2.0]

เงื่อนไขข้อแรกของการอัปเกรดเวอร์ชันระบบ สำหรับเจียงโหยวที่มีระดับพลังบำเพ็ญเพียรถึงขอบเขตควบรวมวิญญาณขั้นที่เก้าแล้วนั้น อาจกล่าวได้ว่าไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

ทว่าของอีกสามอย่างที่เหลือนั้น วัตถุดิบแต่ละอย่างล้วนเป็นของล้ำค่าระดับตำนานที่สามารถทำให้สำนักใหญ่ต้องเปิดศึกแย่งชิงกันได้ เจียงโหยวไม่เคยแม้แต่จะเคยเห็นมาก่อน เป็นเพียงสิ่งที่เคยอ่านเจอในตำราที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสารานุกรมแห่งความรู้อย่าง ‘สรรพสิ่งใต้หล้า’ เท่านั้น

‘สรรพสิ่งใต้หล้า’ เป็นตำราที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับสรรพสิ่งเอาไว้ ในนั้นมีการบันทึกข้อมูลของสมุนไพร วัตถุดิบ สัตว์อสูร และดินแดนต่างๆ เอาไว้มากมาย แต่ไม่ปรากฏนามผู้เขียนและปีที่เขียน เป็นตำราที่แพร่หลายไปทั่วทั้งทวีป

หลังจากเห็นภารกิจอัปเกรดเวอร์ชันระบบแล้ว ที่ดูจะห่างไกลและยากเย็นราวกับปีนป่ายขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เจียงโหยวก็กล่าวต่อไปอย่างจนใจ “เช่นนั้นก็ช่วยเปิดกล่องของขวัญเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ให้ข้าที”

เจียงโหยวคิดในใจว่า 200 แต้มแห่งการสร้างสรรค์ยังคงทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ ด้วยความหวังสุดท้าย หวังว่ากล่องของขวัญเริ่มต้นสำหรับมือใหม่นี้จะมอบความประหลาดใจให้แก่เขาได้บ้าง

“[กำลังเปิด ‘กล่องของขวัญเริ่มต้นสำหรับมือใหม่’]”

“[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับ: เทพเจ้าในพันธสัญญา เซียนชิงเหลียนหลี่ไป๋ พรสวรรค์เนตรอัคคีมณีทอง ตำราปรุงโอสถเขาทองคำ]”

หลังจากเสียงจักรกลของระบบเงียบลง ความรู้เกี่ยวกับการปรุงยาอันล้ำลึกสุดหยั่งถึงก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความคิดของเจียงโหยว ราวกับแม่น้ำสายใหญ่ที่ถาโถมเข้าสู่ทะเลสาบแห่งจิตวิญญาณ

จากนั้นดวงตาของเจียงโหยวก็พลันร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้ ความเจ็บปวดรุนแรงราวกับดวงตาทั้งสองข้างกำลังถูกหลอมใหม่ด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ เกิดความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแทงจนเขาต้องรีบหลับตาลงทันที

ความเจ็บปวดราวกับถูกแผดเผานี้มาเร็วไปเร็ว เพียงชั่วสองลมหายใจก็จางหายไปจนหมดสิ้น หลังจากเจียงโหยวลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างก็สาดประกายแสงสีทองออกมา ก่อนจะเลือนหายไปกลับสู่สภาพเดิม

ในตอนนี้ โลกในสายตาของเจียงโหยวได้เปลี่ยนไปแล้ว โลกที่เคยธรรมดาสามัญกลับเผยให้เห็นความจริงอีกชั้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ เขาไม่เพียงสามารถมองทะลุเข้าไปถึงภายในของสสารได้ แต่ยังสามารถมองเห็นพลังวิญญาณธาตุต่างๆ ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกกลมๆ ขนาดเล็กหลากสีสัน

“นี่คือเนตรอัคคีมณีทอง? เนตรอัคคีมณีทองของฉีเทียนต้าเชิ่งซุนหงอคงงั้นหรือ? แล้วยังมีตำราปรุงโอสถเขาทองคำอีก นี่มันบันทึกที่จินเจี่ยว หนึ่งในสองเด็กปรุงยาภายใต้อาณัติของไท่ซ่างเหล่าจวินเขียนไว้เล่นๆ นี่นา!”

ชื่อเหล่านี้... ล้วนเป็นตัวตนระดับตำนานจากโลกเดิมของเขา! ระบบนี้มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่? เมื่อสัมผัสได้ถึงของที่เปิดได้จากกล่องของขวัญเริ่มต้น เจียงโหยวก็รู้สึกยินดีเป็นล้นพ้น

เพียงแค่ตำราปรุงโอสถเขาทองคำ ซึ่งเป็นบันทึกการปรุงยาที่เขาเขียนไว้เล่นๆ ทว่าตำรับยาแต่ละอย่างที่บันทึกไว้ในนั้น หากนำออกไปเผยแพร่ในทวีปแห่งนี้ คงจะก่อให้เกิดพายุโลหิตขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมันคือตำรับยาเซียน ซึ่งเหนือชั้นกว่ายาในทวีปนี้ไปไม่รู้กี่ขุม

ส่วนฉีเทียนต้าเชิ่งซุนหงอคงนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาคือผู้มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ที่สามารถปั่นป่วนสวรรค์จนถูกแต่งตั้งให้เป็นโต้วจั้นเซิ่งฝอ[^1]ในท้ายที่สุด เนตรอัคคีมณีทองยิ่งเป็นความสามารถประจำตัวของเขาเลยทีเดียว

“แล้ว ‘เทพเจ้าในพันธสัญญา เซียนชิงเหลียนหลี่ไป๋’ คืออะไรกัน?” เจียงโหยวพึมพำกับตนเองด้วยความอยากรู้

ขณะที่เจียงโหยวเต็มไปด้วยความสงสัย เบื้องหน้าของเขาก็พลันปรากฏวังวนสีดำทมิฬขึ้น มันหมุนวนอย่างเงียบงันและดึงดูดทุกสรรพสิ่ง

จากใจกลางวังวนนั้น ปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งในอาภรณ์ยาวสีขาวซึ่งปักลายดอกบัวสีครามไว้ทั่วทั้งชุด เขามีผมสีขาวดุจขนนกกระเรียนแต่ใบหน้ากลับดูอ่อนเยาว์ ท่วงท่าสง่างามเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของเซียน กลิ่นอายอันสูงส่งและอิสระเสรีแผ่ออกมาจากร่างนั้น ราวกับกวีผู้เมามายและเซียนกระบี่ผู้เดียวดายได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

ชายชราผู้สง่างามเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเจียงโหยว จากนั้นจึงประสานมือคารวะแล้วโค้งคำนับพร้อมกล่าวว่า “บัณฑิตชิงเหลียนหลี่ไป๋คารวะนายท่าน หลี่ไป๋ผู้ซึ่งควรจะสิ้นชีพดับสูญไปแล้ว ขอกราบขอบพระคุณนายท่านที่ได้รวบรวมจิตวิญญาณของหลี่ไป๋ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง!”

ชื่อ: เจียงโหยว

แต้มแห่งการสร้างสรรค์: 200

สายเลือด: สายเลือดวิหคทองคำไท่เฮ่า

รากวิญญาณ: กายาแห่งเต๋าอันไร้ที่ติ

พรสวรรค์: เนตรอัคคีมณีทอง

ระดับพลัง: ขอบเขตควบรวมวิญญาณขั้นที่เก้า

เทพเจ้าในพันธสัญญา: เซียนชิงเหลียนหลี่ไป๋ (เซียนที่แท้จริง)

เจตจำนง: ไม่มี

วิชา: ไม่มี

ไอเทมในระบบ: ตำราปรุงโอสถเขาทองคำ

เซียนที่แท้จริง! เซียนหลี่ไป๋!

‘เซียน’ คือตัวตนที่สรรพชีวิตในทวีปนี้ต่างถวิลหา ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนล้วนมีเป้าหมายเพื่อการเหินสู่แดนเซียน เซียนเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งและความเป็นอมตะ เป็นสัญลักษณ์ของผู้มีอิทธิฤทธิ์กว้างขวางที่สามารถเคลื่อนย้ายภูเขาและถมทะเลได้

บัดนี้เบื้องหน้าของเจียงโหยวมีเซียนตนหนึ่งยืนอยู่! และยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่ชาวหัวเซี่ยบนโลกรู้จักกันดี บัณฑิตชิงเหลียนหลี่ไป๋ ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เซียนกวี’ และ ‘เซียนกระบี่’!

“ไม่ต้องมากพิธี!”

เจียงโหยวเอื้อมมือออกไป หมายจะประคองหลี่ไป๋ที่กำลังโค้งคำนับตนให้ลุกขึ้น ทว่ามือทั้งสองข้างกลับทะลุผ่านร่างกายของหลี่ไป๋ไป

ร่างกายของหลี่ไป๋นั้นแม้จะดูเหมือนจับต้องได้ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงสิ่งที่มองเห็นได้แต่สัมผัสไม่ได้ ความรู้สึกว่างเปล่าเมื่อมือทะลุผ่านไปยืนยันคำพูดของเซียนกระบี่

“นายท่าน ขณะนี้หลี่ไป๋ยังอยู่ในสภาพของดวงวิญญาณ ยังไม่ได้หลอมสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ ดังนั้นจึงสามารถมองเห็นได้แต่ไม่อาจสัมผัสได้” หลี่ไป๋อธิบายให้เจียงโหยวฟัง

ก่อนที่เจียงโหยวจะได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ในขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนแขนเดียวผู้หนึ่งถือไม้เท้าที่ประดับด้วยโลหะพิเศษเดินเข้ามา เมื่อเห็นร่างของเฉินเสวียนที่ศีรษะกับลำตัวแยกจากกันอยู่บนพื้น ก็เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจทันที “ตายแล้วรึ?”

จากนั้นเขาก็หันมามองเจียงโหยวและหลี่ไป๋ด้วยสีหน้าถมึงทึงแล้วกล่าวว่า “ข้าคือผู้อาวุสโสแห่งสำนักเสวียนสุ่ย หลี่ไท่หยวน ส่งของวิเศษมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตให้เจ้ามีร่างกายครบสามสิบสอง!”

หลี่ไท่หยวนเห็นลำแสงสีแดงสูงร้อยจั้งที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหลังจากที่เจียงโหยวปลดผนึกได้ เขาจึงคิดว่าเป็นของวิเศษถือกำเนิดขึ้น จึงรีบเหินกายมาจากสำนักกุยหยวนที่เพิ่งจะยึดครองได้สำเร็จ มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเจียงโหยว

[^1]: ¹ โต้วจั้นเซิ่งฝอ : แปลตามตัวอักษรว่า "พระพุทธะผู้มีชัยในการรบ" เป็นสมัญญานามที่ซุนหงอคงได้รับเมื่อสิ้นสุดการเดินทางในเรื่องไซอิ๋ว

จบบทที่ บทที่ 2: เซียนกระบี่ชิงเหลียนหลี่ไป๋

คัดลอกลิงก์แล้ว