- หน้าแรก
- ระบบอักขระยมโลก
- ตอนที่ 42 รอยสักสายฟ้าที่ตื่นขึ้นในช่วงแรกเริ่ม
ตอนที่ 42 รอยสักสายฟ้าที่ตื่นขึ้นในช่วงแรกเริ่ม
ตอนที่ 42 รอยสักสายฟ้าที่ตื่นขึ้นในช่วงแรกเริ่ม
ตอนที่ 42 รอยสักสายฟ้าที่ตื่นขึ้นในช่วงแรกเริ่ม
ยามเย็น
เมื่อหลินหยวนตื่นนอนและเดินลงมาชั้นล่าง เหวินอิ๋งอิ๋งได้เตรียมอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ไป๋หลิงเอ๋อร์ เหวินอิ๋งอิ๋ง และเกิ่งโหย่วไฉ ทั้งสามคนอยู่กันพร้อมหน้า
“หัวหน้าหลิน บ่ายวันนี้ผมไปสำรวจพื้นที่รอบๆ วิลล่ามาแล้วครับ!”
“เราสามารถเริ่มสร้างกำแพงด้านนอกก่อนได้ สร้างกำแพงล้อมพื้นที่ตรงนี้เอาไว้ แล้วค่อยๆ สร้างส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไปทีหลัง!” เกิ่งโหย่วไฉเสนอความคิดของตน
เกิ่งโหย่วไฉผู้ปลุกรอยสักหลู่ปันขึ้นมาแล้วนั้น ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการก่อสร้างอย่างแท้จริง ดังนั้น ข้อเสนอของเขาย่อมไม่มีปัญหา
ยิ่งไปกว่านั้น การล้อมที่ดินก่อนแล้วค่อยสร้างสิ่งปลูกสร้าง ถือเป็นขั้นตอนปกติสำหรับบรรดาเจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ แค่ล้อมรั้วที่ดิน สร้างสำนักงานขาย จัดทำโมเดลจำลอง ก็เริ่มขายบ้านได้แล้ว ด้วยเหตุนี้ ขั้นตอนแรกของการก่อสร้างจึงเป็นการล้อมที่ดินอย่างไม่ต้องสงสัย
ตามที่เกิ่งโหย่วไฉกล่าว การล้อมที่ดินไว้ก่อนเป็นการประกาศว่าที่นี่คืออาณาเขตของหลินหยวน ส่วนประกอบภายในศูนย์พักพิงสามารถค่อยๆ สร้างเสริมเข้าไปได้
เรื่องการสร้างศูนย์พักพิงนั้นหลินหยวนไม่มีความรู้ และเขาไม่คิดจะสั่งงานทั้งที่ไม่รู้เรื่อง ในเมื่อเกิ่งโหย่วไฉมีความคิดแล้ว จึงมอบหมายให้เขาจัดการทั้งหมดได้เลย
“ได้!” หลินหยวนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วเอ่ยถามต่อ “นานแค่ไหน!”
“ถ้าสร้างแค่กำแพงด้านนอก ต้องใช้เวลานานเท่าไร?”
ศูนย์พักพิงที่เกิ่งโหย่วไฉออกแบบนั้น มีลักษณะคล้ายกับเมืองกลไกแห่งสำนักม่อในอนิเมะเรื่อง ‘ฉินสือหมิงเยี่ย’ โครงสร้างโดยรวมมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง เพียงแค่กำแพงเมืองด้านนอกอย่างเดียวจึงกินปริมาณงานไปแล้วราวหนึ่งในสาม
“หนึ่งเดือนครับ ถ้าทุกอย่างราบรื่น อาจจะเร็วขึ้นหน่อย”
“แต่ยังไงก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยยี่สิบวันครับ” เกิ่งโหย่วไฉครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบอกตัวเลขออกมา
“ได้!” หลินหยวนเพียงรับคำสั้นๆ
หลังจากคุยเรื่องการสร้างศูนย์พักพิงจบ หลินหยวนจึงหันไปพูดกับเหวินอิ๋งอิ๋ง “กินข้าวเสร็จเราต้องออกเดินทางกันแล้ว วันนี้เป้าหมายคือสวนสนุกเท่อฟาง”
“ฉันตรวจสอบมาแล้ว ที่นั่นน่าจะมีอสูรอยู่เป็นจำนวนมาก”
เหวินอิ๋งอิ๋งพยักหน้าตอบ “จะไปที่ไหน พี่หลินตัดสินใจได้เลย ฉันไม่มีความเห็น”
จุดเด่นของเหวินอิ๋งอิ๋งคือความว่าง่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่หลินหยวนชื่นชอบอย่างยิ่ง
หลินหยวนเพิ่งพูดจบ เกิ่งโหย่วไฉพลันเอ่ยถามอย่างลังเล “ผม...”
“แล้วผมต้องไปด้วยไหมครับ?”
เกิ่งโหย่วไฉเป็นผู้ใช้อักขระชะตาสายสนับสนุน การพาเขาไปล่าอสูรไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยอะไร กลับกัน ยังต้องให้เหวินอิ๋งอิ๋งคอยคุ้มครองเขาอีก นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับผู้ใช้อักขระชะตาสายต่อสู้ ผู้ใช้อักขระสายสนับสนุนไม่ได้ต้องการปราณอสัตย์อย่างเร่งด่วนนัก ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องพาเกิ่งโหย่วไฉไปล่าอสูรและอสัตย์ด้วย
“นายอยู่ที่นี่สร้างศูนย์พักพิงไป มีนางอยู่ใกล้ แถวนี้ปลอดภัยมาก” หลินหยวนกล่าวกับเกิ่งโหย่วไฉ
ไป๋หลิงเอ๋อร์คือปีศาจจิ้งจอกที่บำเพ็ญเพียรมาสามร้อยปี นางดึงดันที่จะขอตำแหน่งจากหลินหยวนผู้แบกรับยมโลกทั้งใบไว้กับตัว ผลสุดท้ายกลับพลาดท่าตกม้าตาย พ่ายแพ้ให้แก่พลังแห่งกฎเกณฑ์ด้วยตัวเอง หากไม่เป็นเช่นนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันนางย่อมเป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุด
ตอนนี้เวลาที่หลินหยวนออกไปล่าอสูรและอสัตย์ในตอนกลางคืน เขาเลิกถามไป๋หลิงเอ๋อร์แล้วว่าจะไปด้วยกันหรือไม่ เพราะถามไปก็ไร้ประโยชน์ ไป๋หลิงเอ๋อร์ในตอนนี้กำลังหมกมุ่นอยู่กับการหลอมรวมพลังแห่งกฎเกณฑ์ให้เป็นของตน นางย่อมไม่ไปไหนทั้งนั้น
มีไป๋หลิงเอ๋อร์อยู่ ที่นี่เลยปลอดภัย?
เกิ่งโหย่วไฉคิดในใจ ‘คือ... มันมีความเป็นไปได้ไหมว่า คนที่ฉันกลัว... ก็คือนางนั่นแหละ?’
เกิ่งโหย่วไฉรู้ดีว่าไป๋หลิงเอ๋อร์ไม่ใช่มนุษย์ นางเป็นปีศาจ ไม่แน่ว่าอาจจะจับคนกินก็ได้
“หลังจากพวกคุณไปแล้ว... นางจะไม่จับผมกินใช่ไหมครับ?”
“ปีศาจน่ะ... มันกินคนนะครับ?” เกิ่งโหย่วไฉถามอย่างหวาดหวั่น
ไป๋หลิงเอ๋อร์เหลือบมองเกิ่งโหย่วไฉทีหนึ่ง ก่อนจะกลอกตาแล้วประเมินอย่างไม่สบอารมณ์ “โง่เง่า!”
“สำหรับฉัน คนที่มีประโยชน์จะไม่มีวันตาย!”
“ตราบใดที่นายยังมีประโยชน์ ฉันรับรองว่านายจะปลอดภัย!” หลินหยวนตบไหล่เกิ่งโหย่วไฉเป็นเชิงให้เขาวางใจ
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน
ไป๋หลิงเอ๋อร์ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ในสวน สูดรับปราณอสัตย์ระหว่างฟ้าดินพร้อมกับพยายามหลอมรวมพลังแห่งกฎเกณฑ์ในร่าง
ส่วนเกิ่งโหย่วไฉเริ่มลงมือแกะสลักท่อนไม้และก้อนหิน
หลินหยวนและเหวินอิ๋งอิ๋งออกจากย่านวิลล่า มุ่งหน้าสู่เป้าหมายการล่าในคืนนี้... สวนสนุกเท่อฟาง
ค่ำคืนหลังการรุกรานของอสัตย์เงียบสงัดเป็นพิเศษ ท้องฟ้าเพิ่งจะมืดมิด เวลาประมาณหนึ่งถึงสองทุ่ม แต่บนท้องถนนกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน
หลินหยวนขับรถโดยตั้งระบบนำทางไปยังสวนสนุกเท่อฟาง
นี่คือสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเผิง ก่อนการรุกรานของอสัตย์ เรียกได้ว่าแน่นขนัดไปด้วยผู้คนทุกวัน หากเป็นช่วงวันหยุด ตั๋วจะยิ่งหายากเป็นเท่าทวี หากต้องการซื้อตั๋วเข้าสวนสนุกแห่งนี้ ต้องไปหาซื้อจากพวกขายตั๋วผีในราคาที่สูงกว่าปกติ
สวนสนุกเท่อฟางตั้งอยู่ชานเมืองบนพื้นที่ขนาดใหญ่ การเดินทางจากย่านวิลล่าใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง
ขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่บนถนน เสียงการต่อสู้จากเบื้องหน้าพลันดึงความสนใจของหลินหยวน
ปราณอสัตย์รุนแรงมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้างหน้ามีผู้ใช้อักขระชะตากำลังต่อสู้กับอสูรอยู่
“ไป!”
“ไปดูกัน!” หลินหยวนหยุดรถทันที แล้วเรียกเหวินอิ๋งอิ๋งให้ตามไป
ทั้งสองย่องเข้าไปใกล้ ไม่นานก็ได้เห็นสถานการณ์ในสนามรบ
ชายหนุ่มผู้มีประกายไฟฟ้าทั่วร่างกำลังใช้เสาไฟเป็นอาวุธ ต่อสู้กับซานเซียวสี่ตัว
ซานเซียวเป็นอสูรระดับแปด อีกทั้งยังเป็นภูตที่มีกายเนื้อ ซานเซียวสี่ตัวร่วมมือกัน พลังต่อสู้ย่อมไม่ธรรมดา
ชายหนุ่มผู้นี้มีประกายไฟฟ้าทั่วร่าง สามารถต่อกรกับซานเซียวสี่ตัวโดยไม่ตาย ในช่วงเวลานี้ถือได้ว่ามีพลังต่อสู้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ใช้อักขระชะตาแล้ว... หากไม่นับหลินหยวน
เขาใช้เสาไฟที่หักโค่นเป็นอาวุธ เข้าต่อสู้ตะลุมบอนกับซานเซียวทั้งสี่
แม้จะสู้ได้อย่างยากลำบาก แต่โชคดีที่ชายหนุ่มมีประกายไฟฟ้าคอยเสริมพลัง ประกายไฟฟ้าเหล่านี้แผ่ซ่านไปทั่วเสาไฟ ทำให้มันมีคุณสมบัติในการทำให้ชา เขาใช้เสาไฟราวกับกระบอง ฟาดใส่ร่างของซานเซียว ทุกครั้งที่โจมตีจะทำให้พวกมันตกอยู่ในสภาวะชาชั่วครู่
เห็นได้ชัดว่า เขายังควบคุมพลังสายฟ้าได้ไม่ดีพอ การโจมตีแต่ละครั้ง ทำได้เพียงทำให้ซานเซียวชาไปชั่วครู่เพียงสองถึงสามวินาทีเท่านั้น จากนั้นไม่นานพวกมันก็กลับมาเป็นปกติ แล้วเข้าโจมตีเขาอีกครั้ง
หลินหยวนไม่ได้เข้าช่วยเหลือในทันที แต่แอบสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ
พลังแห่งสายฟ้า?
รอยสักของเขาคืออะไร?
โดยทั่วไปแล้ว อักขระที่แฝงพลังแห่งสายฟ้าล้วนแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น เหลยเจิ้นจื่อ เทพเจ้าแห่งสายฟ้าในตำนานเทพปรณัม และมหาเทพอัสนีที่อยู่บนร่างของพ่อเหวินอิ๋งอิ๋ง อักขระเหล่านี้เมื่อตื่นขึ้น จะสามารถควบคุมพลังแห่งอัสนีและสายฟ้าได้
แต่อักขระเหล่านี้มีจุดร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคืออักขระทรงพลังเกินไป ปริมาณปราณอสัตย์ที่ต้องใช้ในการปลุกพลังจึงมหาศาล ผู้ที่มีอักขระประเภทนี้ มักจะตายด้วยน้ำมือของอสัตย์และอสูรเสียก่อนที่อักขระจะตื่นขึ้น
สำหรับชายหนุ่มผู้มีรอยสักสายฟ้าและปลุกพลังสำเร็จในช่วงแรกเริ่มได้เช่นนี้ หลินหยวนรู้สึกสนใจมาก