- หน้าแรก
- ระบบอักขระยมโลก
- ตอนที่ 43 เครื่องปั่นไฟชั้นดี
ตอนที่ 43 เครื่องปั่นไฟชั้นดี
ตอนที่ 43 เครื่องปั่นไฟชั้นดี
ตอนที่ 43 เครื่องปั่นไฟชั้นดี
ในขณะนี้
ไอ้หนุ่มสายฟ้าผู้มีประกายไฟฟ้าห่อหุ้มทั่วร่าง กำลังต่อสู้กับซานเซียวสี่ตัว
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ‘กระบองกวาดเป็นวงกว้าง’
ท่ามกลางเงากระบองที่เหวี่ยงกวาดอย่างบ้าคลั่ง ประกายสายฟ้าสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง ดุจดั่งมังกรอัสนี ขนบนร่างของซานเซียวทั้งสี่ถูกไฟฟ้าช็อตจนไหม้เกรียม
ไอ้หนุ่มสายฟ้ากำลังอยู่ในช่วงวัยหนุ่มเลือดร้อน การลงมือจึงเหี้ยมโหดอย่างยิ่ง มีแต่รุกไม่มีรับ นี่คือความบ้าบิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของคนหนุ่มสาว หากคนหนุ่มคนสาวมัวแต่หดหัวกลัวตาย จะเรียกได้ว่าเปี่ยมด้วยพลังชีวิตได้อย่างไร
ไอ้หนุ่มสายฟ้าและซานเซียวทั้งสี่เข้าต่อสู้ฟาดฟันกัน ภายใต้ฤทธิ์เดชของสายฟ้า เขากลับสามารถไล่ต้อนซานเซียวทั้งสี่จนพวกมันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
“เขาจะแพ้แล้ว!”
ทันใดนั้น คำพูดนี้พลันหลุดออกมาจากปากของหลินหยวน
เหวินอิ๋งอิ๋ง “??????”
เหวินอิ๋งอิ๋งมีสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจว่าคำว่า “แพ้” นั้นมาจากไหน ในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าไอ้หนุ่มสายฟ้ากำลังไล่ต้อนซานเซียวทั้งสี่จนวิ่งหนีไม่คิดชีวิต แต่หลินหยวนกลับบอกว่าเขาจะแพ้ นี่มันพูดจาเหลวไหลชัดๆ
เมื่อไม่เข้าใจก็ถาม เหวินอิ๋งอิ๋งแสดงให้เห็นถึงความเป็น “ผู้ใฝ่รู้” อย่างเต็มเปี่ยม
“พี่หลิน ตอนนี้เขาไม่ได้กำลังได้เปรียบอยู่เหรอ?” เหวินอิ๋งอิ๋งถามอย่างไม่เข้าใจ
ไม่เพียงแต่เหวินอิ๋งอิ๋ง เกรงว่าต่อให้เป็นผู้ใช้อักขระชะตาคนอื่นมาเห็น ก็คงคิดว่าไอ้หนุ่มสายฟ้าจะได้รับชัยชนะ ทว่าในความเป็นจริงแล้ว กลับไม่เป็นเช่นนั้น
หลินหยวนจ้องมองสนามรบด้วยสายตาคมปลาบ ประจวบเหมาะกับที่ไอ้หนุ่มสายฟ้าใช้เสาไฟฟาดลงบนซานเซียวตัวหนึ่งพอดี ประกายสายฟ้าแลบจากเสาไฟไปสู่ร่างของซานเซียว ทำให้มันชักกระตุกไม่หยุดในทันที ครู่ต่อมา ซานเซียวก็กลับสู่สภาวะปกติ ความรู้สึกชาหายไปและหยุดชักกระตุก จากนั้น มันจึงพุ่งเข้าไปโจมตีไอ้หนุ่มสายฟ้าอีกครั้ง
“กี่วินาที?” หลินหยวนหันไปถามเหวินอิ๋งอิ๋ง
เหวินอิ๋งอิ๋งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจในทันทีว่าหลินหยวนกำลังถามว่าซานเซียวถูกไฟฟ้าช็อตจนเป็นอัมพาตไปกี่วินาที
“สองวินาทีเหรอ?” เหวินอิ๋งอิ๋งตอบอย่างไม่แน่ใจ เมื่อครู่นี้นางไม่ได้นับอย่างละเอียด เพียงแค่คาดเนตัวเลขคร่าวๆ
“ตอนที่เรามาถึงใหม่ๆ เวลาที่ซานเซียวเป็นอัมพาตอยู่ที่ประมาณสามวินาทีครึ่ง!” หลินหยวนบอกตัวเลขอีกตัวหนึ่ง แล้วถามต่อ “จากสามวินาทีครึ่งเหลือสองวินาที เธอรู้ไหมว่ามันหมายความว่าอะไร?”
เหวินอิ๋งอิ๋งเป็นคนฉลาดมาก เมื่อหลินหยวนชี้แนะถึงตรงนี้ นางจึงเข้าใจในทันที
“ความต้านทานเหรอ?”
“พวกซานเซียวเกิดความต้านทานต่อสายฟ้า ยิ่งโดนช็อตมากเท่าไร เวลาที่พวกมันเป็นอัมพาตก็จะยิ่งสั้นลงใช่ไหม?” เหวินอิ๋งอิ๋งตอบอย่างคาดเดา
หลินหยวนพยักหน้ายอมรับคำตอบของเหวินอิ๋งอิ๋ง
“ถูกต้อง!”
“เป็นเช่นนั้นแหละ!” หลินหยวนตอบพร้อมกับชี้ไปที่ไอ้หนุ่มสายฟ้าที่กำลังต่อสู้อยู่ในสนามรบ “เวลาที่ซานเซียวเป็นอัมพาตในแต่ละครั้งคือสองวินาที นั่นหมายความว่า แม้จะมีซานเซียวอยู่สี่ตัว แต่จะมีซานเซียวสองตัวที่อยู่ในสภาวะอัมพาตอยู่เสมอ เท่ากับว่าเขาแค่เผชิญหน้ากับซานเซียวสองตัวพร้อมกันเท่านั้น”
“เมื่อความต้านทานต่อสายฟ้าของพวกซานเซียวเพิ่มขึ้น เวลาอัมพาตสองวินาที ก็จะลดลงเหลือหนึ่งวินาทีครึ่ง และหนึ่งวินาทีในไม่ช้า กระทั่งอาจจะไม่สามารถทำให้พวกมันเป็นอัมพาตได้เลย”
“เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะต้องเผชิญหน้ากับการรุมล้อมของซานเซียวสามตัว หรืออาจถึงสี่ตัวพร้อมกัน”
“ด้วยฝีมือของเขา การรับมือซานเซียวสองตัวยังทำได้อย่างสบายๆ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซานเซียวสามตัว เขาต้องตกที่นั่งลำบากอย่างแน่นอน และเมื่อต้องรับมือการรุมล้อมจากซานเซียวทั้งสี่ตัว เขาต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
ในฐานะผู้ใช้อักขระชะตาที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ คุณอาจจะสงสัยในนิสัยของหลินหยวนได้ แต่คุณไม่สามารถสงสัยในฝีมือและสายตาของเขาได้
ทุกอย่างเป็นไปตามที่หลินหยวนพูดไว้ไม่มีผิด
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกเพียงสองสามนาที ความต้านทานของพวกซานเซียวก็เพิ่มขึ้นอีก ผลการทำให้เป็นอัมพาตจากสายฟ้าของไอ้หนุ่มสายฟ้า เหลืออยู่เพียงแค่หนึ่งวินาทีสั้นๆ เท่านั้น ในตอนนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับการรุมล้อมของซานเซียวสามตัวพร้อมกัน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามที่หลินหยวนคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเพี้ยน จากที่เคยรับมือได้อย่างสบายๆ เขาก็เริ่มตกที่นั่งลำบาก กระทั่งถูกซานเซียวซัดกระเด็นไปหลายครั้งจนล้มกลิ้งลงกับพื้นอย่างแรง
“พี่หลิน เราจะช่วยเขาไหม?” เหวินอิ๋งอิ๋งหันไปถามหลินหยวน
เหวินอิ๋งอิ๋งยังคงเป็นเด็กสาว ยังคงมีความเมตตาอยู่บ้าง เมื่อเห็นไอ้หนุ่มสายฟ้าซึ่งเป็นมนุษย์เหมือนกันถูกซานเซียวรุมทำร้าย นางจึงรู้สึกอดสงสารไม่ได้ ทว่าเป็นเพียงความสงสารเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับคำสั่งของหลินหยวน เหวินอิ๋งอิ๋งเชื่อฟังร้อยเปอร์เซ็นต์ หากหลินหยวนบอกให้ช่วย นั่นย่อมดีที่สุด หากหลินหยวนบอกไม่ให้ช่วย เหวินอิ๋งอิ๋งพร้อมจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ช่วย!” ในใจของหลินหยวนมีแผนอยู่แล้ว เขาจึงตอบกลับไปโดยไม่ลังเล
เหวินอิ๋งอิ๋ง “????”
พูดตามตรง คำตอบของหลินหยวนทำให้เหวินอิ๋งอิ๋งประหลาดใจอยู่บ้าง นางติดตามหลินหยวนออกไปล่าอสูรและอสัตย์มานานหลายครั้ง ระหว่างนั้นก็เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่หลินหยวนไม่ได้ช่วยเหลือทุกครั้งไป ครั้งก่อนที่ตั้งใจไปช่วยเกิ่งโหย่วไฉ เป็นเพราะเกิ่งโหย่วไฉมีประโยชน์ เขาผู้ปลุกรอยสักหลู่ปันขึ้นมาได้ คือบุคคลสำคัญในการสร้างศูนย์พักพิง ด้วยเหตุนี้เอง หลินหยวนจึงตั้งใจไปช่วยเขาโดยเฉพาะ
ไม่รอให้เหวินอิ๋งอิ๋งเอ่ยปากถามข้อสงสัย หลินหยวนก็พูดขึ้นก่อน “ความสามารถด้านสายฟ้าของเจ้าหนูนี่ไม่เลว ฉันเก็บเขาไว้ใช้ประโยชน์ได้”
“ถึงแม้ตอนนี้น้ำไฟและอินเทอร์เน็ตยังใช้งานได้ แต่ในไม่ช้า ทั้งหมดจะถูกตัดขาด”
“หลังจากศูนย์พักพิงของเราสร้างเสร็จ ย่อมต้องการไฟฟ้าอย่างแน่นอน เจ้าหนูนี่ก็คือเครื่องปั่นไฟร่างมนุษย์ดีๆ นี่เอง แถมยังเป็นแบบที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงด้วย”
หลินหยวนและคนอื่นๆ คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในสังคมสมัยใหม่ แม้จะอยู่ในยุคที่ถูกอสัตย์รุกราน พวกเขาย่อมต้องการรักษาสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ดีไว้ให้ได้มากที่สุด การมีไฟฟ้าใช้ คือกุญแจสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่
แน่นอนว่า การใช้เครื่องปั่นไฟในยุคปัจจุบันก็สามารถทำได้ แต่เครื่องปั่นไฟพวกนั้นต้องการเชื้อเพลิง! เชื้อเพลิงเป็นของสิ้นเปลือง เมื่อถึงเวลาที่ศูนย์พักพิงของเขาสร้างเสร็จ หากต้องการมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ก็จำเป็นต้องหาเชื้อเพลิงมาป้อนระบบอยู่ตลอดเวลา การต้องออกไปหาเชื้อเพลิงบ่อยๆ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเกินไป
หลินหยวนเป็นคนประเภทที่ว่า ถ้าทำเรื่องง่ายได้ จะไม่ทำให้มันซับซ้อนเด็ดขาด
เจ้าหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่เครื่องปั่นไฟร่างมนุษย์ที่ดีที่สุดหรอกหรือ?
ให้เกิ่งโหย่วไฉดัดแปลงอุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วให้เจ้าหนูนี่คอยผลิตไฟฟ้าเก็บไว้ เพียงเท่านี้ ก็สามารถแก้ไขปัญหาการจัดหาพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินหยวนลูบคางของตน พลางคิดในใจ ‘ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ’
ความคิดที่หลักแหลมปานนี้ เกรงว่าจะมีเพียงฉันเท่านั้นที่คิดได้
ในความเป็นจริง ก็เป็นเช่นนั้น
เมื่อได้ยินว่าหลินหยวนจะใช้เจ้าหนุ่มนี่เป็นเครื่องปั่นไฟร่างมนุษย์ เหวินอิ๋งอิ๋งก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ในตอนนี้ เหวินอิ๋งอิ๋งกำลังคิดในใจ ‘เรียนจบหลักสูตรภาคบังคับเก้าปีมาเหมือนกันแท้ๆ ทำไมพี่หลินถึงได้...ยอดเยี่ยมขนาดนี้นะ’
“ฮัดชิ้ว!”
ในขณะเดียวกัน ไอ้หนุ่มสายฟ้าที่กำลังถูกซานเซียวทั้งสี่รุมยำอย่างหนัก พลันจามออกมาโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับรู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาอย่างประหลาด