- หน้าแรก
- ระบบอักขระยมโลก
- ตอนที่ 41 เวลาของหลินหยวนเหลือน้อยลงทุกที
ตอนที่ 41 เวลาของหลินหยวนเหลือน้อยลงทุกที
ตอนที่ 41 เวลาของหลินหยวนเหลือน้อยลงทุกที
ตอนที่ 41 เวลาของหลินหยวนเหลือน้อยลงทุกที
โลกใบนี้ไม่มีปัญหา?
คนที่มีปัญหาคือตัวเจ้าเอง?
หลินหยวนฟังคำพูดที่คุ้นหูอยู่บ้าง พลันนึกปรามาสอยู่ในใจ ‘พวกจิ้งจอกปีศาจอย่างแกนี่... บำเพ็ญตบะด้วยการหลอกตัวเองหรือไง?’
ในสายตาของหลินหยวนตอนนี้ ไป๋หลิงเอ๋อร์คงสติฟั่นเฟือนไปแล้วแปดส่วน
“ไม่ใช่!”
“แกจะมีปัญหาอะไรได้?” หลินหยวนถามอย่างไม่เข้าใจ
ไป๋หลิงเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบาย “ช่วงนี้ข้าจิตใจว้าวุ่นอยู่ตลอด พอจิตไม่นิ่ง จึงไม่สามารถหลอมรวมพลังแห่งกฎเกณฑ์มาเป็นของตนได้”
หลินหยวนถามเซ้าซี้ต่ออย่างต้องการคำตอบให้ถึงที่สุด “แล้วทำไมแกถึงจิตใจไม่สงบเล่า?”
“หรือว่า... แกมีความในใจอะไร?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ใบหน้าเล็กของไป๋หลิงเอ๋อร์พลันแดงก่ำ จากนั้นนางจึงตวัดสายตามองค้อนหลินหยวน แล้วกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าจะถามอะไรนักหนา?”
หลินหยวน “??????”
เมื่อเห็นท่าทีเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของไป๋หลิงเอ๋อร์ หลินหยวนจึงคิดในใจ เขาว่ากันว่าผู้หญิงเปลี่ยนใจเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ จิ้งจอกตัวเมียนี้ก็ไม่ต่างกันเลย!
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ช่วงนี้ข้าไม่ได้ใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์จัดการแก ชักจะเหิมเกริมขึ้นแล้วใช่ไหม?” หลินหยวนบีบใบหน้าเล็กๆ ของไป๋หลิงเอ๋อร์แล้วเอ่ยขึ้น
ตอนนี้ทุกคนสนิทสนมกันมากแล้ว หลินหยวนจึงไม่ได้ใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์บังคับให้ไป๋หลิงเอ๋อร์ทำอะไรมานาน
ช่างเป็นดั่งคำกล่าวที่ว่า ‘ห่างหายจากไม้เรียวสามวัน หลังคาก็พัง’ โดยแท้
หากยังไม่เชื่อฟังอีก หลินหยวนคงต้องใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์เสียหน่อย ให้ไป๋หลิงเอ๋อร์ต้องร้องไห้ฟูมฟายเรียกพ่อให้จงได้
เมื่อเห็นไป๋หลิงเอ๋อร์ทำท่าดื้อรั้นราวกับจะบอกว่า “เจ้ากำลังสอนข้าบำเพ็ญเพียรอยู่นะ” หลินหยวนจึงเลิกเกลี้ยกล่อมนาง!
เกลี้ยกล่อมไม่ไหว ไม่ไหวจริงๆ
ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง คงต้องปล่อยนางไป
ไป๋หลิงเอ๋อร์กลับไปพักผ่อนที่ห้อง หลินหยวนเองก็กลับไปพักผ่อนเช่นกัน
นับตั้งแต่การรุกรานของอสัตย์เริ่มต้นขึ้น ตารางชีวิตของพวกเขากลับตาลปัตรไปโดยสิ้นเชิง
กลางวันพักผ่อนอยู่ที่บ้าน กลางคืนออกไปล่าอสูรและอสัตย์
กล่าวได้ว่า กลายเป็นมนุษย์ค้างคาวกันไปหมดแล้ว
หลังจากกลับมาถึงห้อง หลินหยวนไม่ได้พักผ่อนในทันที แต่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตรวจสอบข่าวสารล่าสุด
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและระบบน้ำไฟยังคงใช้งานได้ตามปกติ เพราะมีเพียงยามค่ำคืนที่จันทราสีเลือดลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าเท่านั้น จึงจะเป็นเวลาออกอาละวาดของเหล่าอสัตย์และอสูร
พอถึงตอนกลางวัน เหล่าอสูรและอสัตย์แทบทั้งหมดพลันหายตัวไปอย่างไรร่องรอย
แต่หลังจาก ‘เวอร์ชัน’ เปลี่ยนไปแล้ว สถานการณ์จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เหล่าอสูรและอสัตย์ระดับสี่ ห้า และหกจำนวนมหาศาลจะปรากฏกายขึ้น พวกมันจะเริ่มรวบรวมอสูรชั้นต่ำมาเป็นพวกพ้อง ก่อร่างสร้างตนเป็นกองกำลังของตนเอง
ช่วงเวลานั้นคล้ายคลึงกับแปดสิบเอ็ดเคราะห์ภัยที่พระถังซัมจั๋งต้องเผชิญในไซอิ๋วอยู่บ้าง ทุกย่างก้าวล้วนมีอสูรและอสัตย์
พวกมันจะแบ่งเขตแดนกันอย่างชัดเจน ภายใต้บัญชาของอสูรที่แข็งแกร่งแต่ละตน ล้วนมีอสูรชั้นต่ำอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเวลานั้น อินเทอร์เน็ตและน้ำไฟส่วนใหญ่จะถูกตัดขาด จะมีเพียงพื้นที่โดยรอบศูนย์พักพิงของทางการเท่านั้นที่ยังคงมีน้ำไฟและอินเทอร์เน็ตให้ใช้
ช่วงที่อินเทอร์เน็ตยังใช้งานได้สะดวกเช่นนี้ เขายังสามารถใช้ช่องทางนี้ในการแลกเปลี่ยนและส่งต่อข้อมูลข่าวสารได้ หลินหยวนท่องอินเทอร์เน็ตอย่างหนักหน่วงแทบทุกวัน เพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ นานา
ตัวอย่างเช่น ร้านหมูย่างแห่งหนึ่งถูกปีศาจหมูยึดครอง มันใช้เนื้อมนุษย์มาทำเป็นหมูหันเพื่อล่อลวงให้ผู้คนไปกิน
หรือจะเป็น อสูรควักหัวใจที่ปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีผู้รอดชีวิตถูกควักหัวใจไปเจ็ดคืนติดต่อกันแล้ว
หรือข่าวความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์พักพิงของทางการที่เสร็จสิ้นไปแล้วสิบเปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในขั้นต้นภายในยี่สิบวัน
...
ที่หลินหยวนท่องอินเทอร์เน็ตอย่างหนักหน่วงเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักเลงคีย์บอร์ดที่ต้องการระบายความเก็บกดด้วยการทะเลาะกับชาวเน็ตเพื่อความสะใจ
เป็นความจริงที่ว่านับตั้งแต่การรุกรานของอสัตย์เริ่มต้นขึ้น ทุกคนต่างใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกดดัน ทว่า การออกไล่ล่าสังหารและทารุณเหล่าอสูรและอสัตย์ทุกค่ำคืนเพียงพอให้หลินหยวนได้ระบายอารมณ์แล้ว ต่อให้การล่าอสัตย์และอสูรยังระบายอารมณ์ได้ไม่เพียงพอ หลินหยวนยังสามารถไประบายอารมณ์กับเหวินอิ๋งอิ๋งได้ อย่างไรเสีย เขายังไม่ตกต่ำถึงขั้นต้องไประบายอารมณ์ด้วยการเป็นนักเลงคีย์บอร์ดบนอินเทอร์เน็ต
สาเหตุที่เขายังคงท่องโลกออนไลน์อย่างหนักหน่วง เป็นเพราะเขากำลังจับตาดูการเปลี่ยนแปลงของ ‘เวอร์ชัน’ อยู่ตลอดเวลา
มีคำกล่าวไว้ว่า ‘เวอร์ชันเปลี่ยน เทพก็เปลี่ยน’
สำหรับเวอร์ชันปัจจุบัน หลินหยวนคือเทพเจ้าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หากเวอร์ชันเกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน ความแข็งแกร่งของเขาจะยังคงรับมือได้อย่างสบายหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่บอกได้ยาก
ก่อนที่จะย้อนกลับมา แม้หลินหยวนจะดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากการรุกรานของอสัตย์มาถึงสามปีและผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายเวอร์ชัน แต่ในตอนนั้นเขาเป็นเพียงคนธรรมดา จึงเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ไม่มากนัก ดังนั้น ช่วงเวลาที่แน่ชัดของการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง หลินหยวนจึงไม่รู้แน่ชัด เขาจำได้เพียงลางๆ ว่าน่าจะอยู่ในช่วงสิบห้าวันถึงหนึ่งเดือน
ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงต้องท่องอินเทอร์เน็ตอย่างหนักหน่วง เพื่อใช้ข้อมูลบนโลกออนไลน์ในการจับตาสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลง
เวลาของเขาเหลือน้อยลงทุกที
เขาต้องปลุกรอยสักยมทูตดำให้สำเร็จ และหากเป็นไปได้ ต้องปลุกอักขระถนนฮวงเฉวียนขึ้นมาด้วย
อักขระถนนฮวงเฉวียน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เขายืนหยัดผงาดเหนือใคร
จากประสบการณ์ในการปลุกอักขระประตูผี ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทันทีที่ปลุกอักขระถนนฮวงเฉวียนสำเร็จ หลินหยวนจะสามารถควบคุมพลังแห่งกฎเกณฑ์ได้อีกหนึ่งอย่าง เมื่อพิจารณาจากลำดับการปลุกพลัง พลังแห่งกฎเกณฑ์ของอักขระถนนฮวงเฉวียนย่อมต้องแข็งแกร่งกว่ากฎการเสริมพลังสิบเท่าของอักขระประตูผีอย่างแน่นอน
“ต้องเร่งความเร็วในการล่าอสูรและอสัตย์แล้ว”
“ปราณอสัตย์ที่ต้องใช้ปลุกรอยสักยมทูตดำยังขาดไปอีกครึ่งหนึ่ง ไม่ต้องพูดถึงอักขระถนนฮวงเฉวียนที่ต้องใช้ปราณอสัตย์มากกว่านั้นอีก!” หลินหยวนครุ่นคิดในใจ
ที่เขาสามารถรวบรวมปราณอสัตย์มาได้มากมายขนาดนี้ เป็นเพราะโชคดี เขาได้พบกับอสูรระดับเจ็ดอย่างราชันย์ผีดิบและอสูรหนังมนุษย์ติดต่อกัน ทั้งที่ตามหลักแล้ว อสูรระดับเจ็ดนั้นหาได้ยากยิ่ง หนึ่งในหมื่นจึงจะพบเจอสักตน เขาคงไม่สามารถโชคดีเช่นนี้ได้ตลอดไป หากหลังจากนี้ไม่เจออสูรระดับเจ็ดอีก เขาจะต้องสังหารอสูรระดับแปดหรือแม้กระทั่งระดับเก้าจำนวนมหาศาลเพื่อสะสมปราณอสัตย์
ดังนั้นต้องรีบลงมือ หากมีใครล่วงรู้ความคิดของหลินหยวนเข้า คงต้องทำหน้างุนงงแล้วถามเขาว่า “แกเรียกการเจออสูรระดับเจ็ดว่าโชคดีเนี่ยนะ?”
เป็นที่รู้กันดีว่า สภาพร่างกายของคนเรานั้นแตกต่างกัน
สำหรับคนอื่น การเผชิญหน้ากับอสูรระดับเจ็ดคือเคราะห์ร้าย คือหนทางสู่ความตาย
แต่สำหรับหลินหยวน การได้พบกับอสูรระดับเจ็ด ถือเป็นโชคดีอย่างแท้จริง
อักขระทั้งหมดบนร่างของหลินหยวน หากต้องการปลุกพลังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องใช้ปราณอสัตย์จำนวนมหาศาล และสำหรับเขาแล้ว เหล่าอสัตย์และอสูรก็ไม่ต่างอะไรกับแหล่งปราณอสัตย์เดินได้!