- หน้าแรก
- เทพกล้ามเนื้อแห่งอุจิวะ
- บทที่ 17 เธอเป็นสายลับ
บทที่ 17 เธอเป็นสายลับ
บทที่ 17 เธอเป็นสายลับ
บทที่ 17 เธอเป็นสายลับ
เริ่มรับประทานอาหารเย็น
"สุขสันต์วันเกิดนะ!"
ท่ามกลางคำอวยพรของทุกคน มิโคโตะก็เป่าเทียนด้วยใบหน้าที่มีความสุข ตัดเค้กเองและนำไปแจกให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่น
เนื่องจากครอบครัวนี้แทบไม่มีโอกาสได้อยู่รวมกันพร้อมหน้าบ่อยนัก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนใจกฎ "กินข้าวโดยไม่พูดคุย" ที่โต๊ะอาหารตามปกติอีกต่อไป
รับประทานอาหารและพูดคุยกันอย่างอิสระ
ในระหว่างช่วงเวลานี้
มิโคโตะก็กระพริบตาให้สามีของเธออย่างเงียบๆ ซึ่งเข้าใจทันที จากนั้นก็ไอเบาๆ และพูดถึงเรื่องของกรมตำรวจขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ
“อารุโตะ นายสนใจที่จะมาทำงานในกรมตำรวจและช่วยพี่เขยอย่างฉันคนนี้หน่อยไหม นายแข็งแกร่งมาก ฉันเชื่อว่านายจะสามารถเป็นหัวหน้าทีมได้ในเวลาอันสั้น”
ฟุงาคุโยนกิ่งมะกอกให้กับน้องเขยของเขา
“ขอโทษทีนะพี่เขย ฉันชินกับการเป็นอิสระและไม่ถูกจำกัดแล้ว” อารุโตะปฏิเสธอย่างสุภาพ
“อารุโตะ น้องไม่อยากคิดเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้วจริงๆ เหรอ” มิโคโมะวางมือลงบนไหล่ของน้องชายของเธอ พยายามโน้มน้าวเขาอย่างยากลำบาก
“ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ขอบคุณสำหรับน้ำใจของพวกพี่น่ะ แต่ผมยังอยากอยู่ที่ยิมของตัวเองมากกว่า”
อารุโตะส่ายหัว มองไปที่ซามุยอีกครั้ง และคิดหาเหตุผลขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ "นอกจากนี้ ผมไม่สามารถปล่อยให้เธอจัดการงานในยิมทั้งหมดได้"
เมื่อซามุยได้ยินคำพูดดังกล่าว ก็โบกมืออย่างรวดเร็วและพูดว่า “บอส ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
เป็นอย่างนั้นเหรอ?
ฟุงาคุและมิโคโตะมองหน้ากัน และในที่สุดก็เข้าใจว่าอารุโตะตัดสินใจที่จะปฏิเสธงานของกรมตำรวจเพราะซามุย
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็จะไม่บังคับหรอกนะ แต่ว่า...”
ฟุงาคุยิ้มและเสริมว่า "อารุโตะ นายยังไม่เคยเข้าร่วมการประชุมตระกูลอุจิวะเลยใช่ไหม มาดูการประชุมตระกูลในเดือนหน้าสิ ฉันจะให้อิทาจิพานายมาเอง"
“อืม ใช่แล้ว”
มิโคโตะยังพูดซ้ำเบาๆ ว่า "อารุโตะเองก็เป็นคนของตระกูลอุจิวะมาโดยตลอดน่ะ หากนายใช้โอกาส ก็ยะสามารถพูดคุยสื่อสารกับคนตระกูลได้มากขึ้น บางทีนายอาจจะดึงดูดแขกให้ไปใช้บริการยิมของนายได้น่ะ"
เห็นเจตนาดีของพี่สาวและพี่เขยต่อเขา
อารุโตะจึงไม่สามารถปฎิเสธอย่างไร้เยื่อใยต่อไปได้ ดังนั้นเขาจึงพูดตกลงว่า "ก็ได้ครับ"
ในเวลานี้
ฟุงาคุเหลือบมองอิทาจิลูกชายของเขาแล้วจึงพูดกับเขาว่า:
“ฉันจะบอกอิทาจิให้ไปยิมเมื่อเขาว่างและเรียนรู้เรื่องฟิตเนสเพิ่มเติมจากนายน่ะ ยังไงพวกเขาเป็นหลานชายของนายทั้งนั้น ถ้านายมีเรื่องอะไรให้เขาทำ ก็บอกให้เขาทำได้เลย”
โอ้?
หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น อารุโตะก็เดาเจตนาของฟุงาคุได้ อาจจะต้องการให้อิทาจิกับน้าของเขาใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อลดระยะห่างระหว่างครอบครัว
เขาจ้องมองอิทาจิ
“ท่านน้า ผมขอคำแนะนำเพิ่มเติมในอนาคตด้วยนะครับ ขอโทษในความไม่สะดวก”
อิทาจิโค้งคำนับอารุโตะและก้มหัวลง ไม่มีใครเห็นความลังเลในดวงตาของเขา
เขาไม่กล้าที่จะเข้ากับน้าของเขา
“แน่นอน ยินดีต้อนรับทุกเมื่อ” อารุโตะยิ้มอย่างมีเลสนัยต์ เผยให้เห็นฟันขาวสองแถว
เมื่อเห็นรอยยิ้มแฝงความหมายของอารุโตะ อิทาจิก็กลืนน้ำลายในปากอย่างยากลำบากและตัวสั่นเล็กน้อย
และเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีกหลายชั่วโมง
“อิทาจิ ลูกพาซาสึเกะขึ้นไปนอนได้เลย มิโคโตะเองก็ควรจะเข้านอนเร็วหน่อย ที่เหลือปล่อยให้พ่อจัดการงานบ้านที่เหลือเอง”
ฟุงาคุยิ้มและส่งภรรยาและลูก ๆ ของเขากลับเข้าไปในห้องนอน
“พวกเราก็ควรจะไปด้วยแล้ว” อารุโตะและซามุยสบตากันแล้วยืนขึ้น
"เดี๋ยวก่อน"
ในตอนนั้นเอง ฟุงาคุก็หยุดพวกเขาทั้งสองไว้ทันใด และพูดอย่างลึกลับว่า "น้องเขย ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย มาพร้อมกับซามุยสิ"
หลังจากพูดจบ เขาก็ผลักประตูบานเลื่อนด้านซ้ายของทางเดินและเดินเข้าไป
ในห้องพักมีโต๊ะเตี้ยและฟูกที่เรียบร้อย
ฟุงาคุนั่งตรงข้ามกับอารุโตะและซามุย
ตึกตัก
หัวใจของซามุยเริ่มเต้นเร็วขึ้น
คืนนี้เมื่อเธออยู่กับครอบครัวของอารุโตะ เธอสัมผัสได้ถึงความใจดีที่พวกเขามีต่อเธอ โดยเฉพาะอุจิวะ มิโคโตะ ที่ปฏิบัติกับเธอเหมือนน้องสาวของเธอเองแทบจะทันทีที่พวกเขาพบกัน
เธอไม่สามารถซ่อนความรู้สึกของตัวเองต่อไปได้
มิโคโตะถามเธออยู่เสมอว่าเธอคิดอย่างไรกับอารุโตะในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง มีสิ่งที่น่าสนใจอะไรเกิดขึ้นเมื่อเธออยู่กับอารุโตะ เธอไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับอารุโตะ และอื่นๆ
ซามุยกลับมามีสติอีกครั้ง และตระหนักว่าฟุงาคุและภรรยาของเขาเข้าใจผิดกัน
พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอและอารุโตะเป็นคู่รักกัน ดังนั้นพวกเขาจึงเชิญเธอมาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของครอบครัวอย่างอบอุ่นและไม่ได้ปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคนนอก
แต่ปฎิบัติกับเธอเหมือนเป็นน้องสะใภ้แทน
ในเวลานี้
อุจิวะ ฟุงาคุนั่งตัวตรงด้วยใบหน้าเคร่งขรึม และเผชิญหน้ากับทั้งสองเพียงลำพัง อาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจต้องการจัดงานแต่งงาน...
อยากเป็นพ่อสื่องั้นหรอ?
จะทำยังไงดี
เธอควรบอกความจริงและออกไปให้ทันเวลาหรือเธอควรโกหกต่อไปและเสียสละร่างกายของตัวเอง และคว้าโอกาสนี้ในการเข้าสู่ตระกูลอุจิวะในครั้งเดียว?
ซามุยรู้สึกอึดอัดมาก
เธอแอบเหลือบมองอารุโตะ แต่โชคร้ายที่เธอไม่สามารถมองเห็นการแสดงออกใดๆ จากใบหน้าด้านข้างของอารุโตะได้เลย
บอสรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?
แต่เมื่อนึกถึงว่าเขามีเพียงกล้ามเนื้ออยู่ในหัวเท่านั้น บางทีเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจนถึงตอนนี้
ขณะที่ซามุยกำลังคิดอย่างเพ้อเจ้อไปเรื่อย
วูบ
โดยไม่ทันรู้ตัว ดวงตาสีเข้มของฟุงาคุก็เปลี่ยนเป็นลวดลายหยกสามแฉกสีแดงเข้ม
ปลดปล่อยแรงกระแทกรุนแรงจากพลังเนตร
ซามุยถูกพลังเนตรควบคุมได้โดยไม่ทันตั้งตัวและไม่สามารถหลบสายตาของฟุงาคุได้ ซามุยตกใจแต่ไม่ทันและดวงตาของเธอก็เริ่มมัวลง
วินาทีถัดมา
หัวของเธอเอียงไปด้านข้าง ร่างทั้งร่างของเธอล้มลงอย่างหมดแรง และไร้การเคลื่อนไหวในอ้อมแขนของอารุโตะ
“พี่เขย นี่มันหมายความว่ายังไง?”
เขาเหลือบมองซามุยด้วยสายตาเฉยเมย ซึ่งกำลังตกอยู่ในความฝันลวงตาในอ้อมแขนของเขา และแล้วก็ถามฟุงาคุ
ฟุงาคุไม่ตอบ แต่กลับจ้องมองอารุโตะด้วยสายตาที่ประสานกัน และถามคำถาม:
“อารุโตะ ฉันขอถามหน่อยเถอะ นายชอบผู้หญิงคนนี้มั้ย?”
“ทำไมคุณถึงถามคำถามแบบนี้กระทันหัน” อารุโตะอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“อย่ากังวล อุจิวะของเราแตกต่างจากตระกูลฮิวงะ เราจะไม่บังคับให้คนในตระกูลแต่งงานกันเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือด นายสามารถแต่งงานกับใครก็ได้ที่นายต้องการ และตระกูลจะไม่เข้าไปยุ่ง”
"แต่...ผู้หญิงข้าง ๆ นายที่ชื่อซามุยมีปัญหาเกี่ยวกับตัวตนของเธอ"
"ลองดูเอกสารนี้ด้วยตนเอง"
ในขณะที่กำลังพูดคุย ฟุงาคุก็หยิบเอกสารที่เตรียมไว้จากใต้โต๊ะออกมาและส่งให้อารุโตะ
อารุโตะกวาดสายตาอ่าน
ตามข้อมูลในเอกสาร
ซามุยเป็นคนของหมู่บ้านคุโมะและเป็นโจนินพิเศษ เธอมาที่โคโนฮะเมื่อสามปีก่อนและแอบซ่อนอยู่ข้างๆ อารุโตะ
“ขอโทษด้วยน่ะ ที่ฉันสืบเรื่องส่วนตัวของนาย”
"ในฐานะพี่เขย ฉันได้สืบหาข้อมูลผู้คนรอบๆ ตัวนายโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะฉันสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นสายลับ เธอจงใจเข้าหานายเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลอุจิวะ"
“หากนายยังไม่เชื่อฉัน ฉันสามารถใช้เนตรวงแหวนเพื่อทรมานเธอและทำให้เธอสารภาพทุกอย่างได้”
ฟุงาคุมีท่าทางจริงจัง และแสดงท่าทีคาดเดาของเขา
เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากรู้ความจริงแล้ว อารุโตะคงจะประหลาดใจมากและถึงขั้นรับไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ อารุโตะเพียงแค่วางเอกสารในมือลงด้วยใบหน้าสงบและถามว่า "แล้วคุณจะทำยังไงกับเธอ?"
ฟุงาคุขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น และจมดิ่งสู่ความคิดอันลึกซึ้ง
“ตามกฎแล้ว สายลับทั้งหมดจะต้องถูกสอบสวนในเรือนจำของกรมตำรวจ แต่ซามุยคนนี้ถูกกล่าวว่าเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของไรคาเงะรุ่นที่สี่ หากเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ คุโมะคงจะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆแน่”
เขากล่าวคำเหล่านี้ด้วยความเคร่งขรึม
“พี่เขย คุณกังวลว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลฮิวงะจะเกิดขึ้นกับพวกเราอุจิวะอีกใช่ไหม”
อารุโตะมองเห็นความกังวลของฟุงาคุ