เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 577 สองท้อสังหารสามขุนพล

บทที่ 577 สองท้อสังหารสามขุนพล

บทที่ 577 สองท้อสังหารสามขุนพล


เหรินชิงนึกถึงเรื่องราวอ้างอิงจากชาติก่อนเรื่องหนึ่งนามว่า ‘สองท้อสังหารสามขุนพล’

หมายถึงการมอบลูกท้อสองผลให้แก่ขุนพลสามคน ส่งผลให้ทั้งสามต้องตายเพราะแย่งชิงกัน

ส่วน ‘ตำแหน่งเซียน’ ในมือของเขา ก็เปรียบดั่ง ‘ลูกท้อ’ ที่ใช้ยืมดาบฆ่าคน เพียงแค่ปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับตำแหน่งเซียนออกไป ก็จะสามารถสั่นสะเทือนขุมกำลังต่าง ๆ ได้

เมื่อเหรินชิงตั้งใจจะขยับหมากในมือของอู๋หมิง จึงต้องปล่อยเบาะแสของเฒ่าจันทราออกไปทีละน้อย บีบให้อู๋หมิงต้องเดินหมากตามกระดานของเขา

เขามั่นใจว่าแม้อู๋หมิงจะรู้ว่าเฒ่าจันทราเป็นเพียงเหยื่อล่อ ก็ย่อมต้องติดกับดักอยู่ดี

เพราะอย่างไรเสียเฒ่าจันทราก็เหมาะสมกับวิชาปัดเป่าเภทภัยมากเกินไป แม้ศักยภาพจะด้อยกว่าเซียนดินฝูเต๋อและจอมดาวไท่อิน แต่เงื่อนไขแรกในการหลอมรวมตำแหน่งเซียนคือความเข้ากันได้กับตนเอง

หากเหรินชิงสามารถควบคุมสถานการณ์ของโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง

อย่าว่าแต่ตำแหน่งเซียนสองตำแหน่งในพุทธเกษตรเลย แม้แต่ตำแหน่งเซียนของจอมสวรรค์ผู้ช่วยฝน ก็แทบไม่ต้องให้หอผู้คุมออกแรงเลยด้วยซ้ำ

เพียงร่วมมือกันก็สามารถนั่งรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้แล้ว

เหรินชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเริ่มลงมือปรับเปลี่ยนสวรรค์น้อย

สวรรค์น้อยไม่ว่ายามกลางวันหรือกลางคืน ล้วนมีผู้ฝึกตนจำนวนมากค้นหาเบาะแสอยู่ภายใน เกือบทุกสองสามวันจะมีการค้นพบใหม่ ๆ

‘ความลับโบราณ’ ที่ค่อย ๆ ถูกเปิดเผย ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอย่างยิ่ง

เช่น เศษซากของรูปปั้นเทพเซียน หรือภาพวาดฝาผนังที่บันทึกประวัติศาสตร์ของสวรรค์ ในซากปรักหักพังดูเหมือนจะมีความลับที่สะเทือนฟ้าดินซ่อนอยู่

น่าเสียดายที่การทำความสะอาดซากปรักหักพังต้องใช้พลังวิญญาณมหาศาล ทำให้แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับเทวะประหลาดก็ไม่สามารถอยู่ในสวรรค์น้อยได้นาน

ความพยายามกว่าหนึ่งปีของคนเกือบพันคน ทำความสะอาดพื้นที่ได้เพียงหนึ่งในห้าของสวรรค์น้อยเท่านั้น และยังเป็นแค่อาคารวิหารรอบนอก

ตอนแรกยังมีชาวเฟิงคงนับหมื่นร่วมมือกับพวกเขา แต่ต่อมาเพราะชาวเฟิงคงตกอยู่ในพุทธเกษตรโดยไม่คาดคิด ประสิทธิภาพจึงยิ่งตกต่ำลง

เหรินชิงก็เคยพยายามให้วิญญาณเชื้อราเดินทางไปยังหุบเหวไร้ก้นในพุทธเกษตร

น่าเสียดายที่หุบเหวไร้ก้นกว้างใหญ่เกินไป บวกกับเหรินชิงสามารถรับรู้ได้ว่าเฟิงเหย่ไม่เป็นอะไรมากนัก จึงไม่ได้ค้นหาเป็นวงกว้าง

เขาตั้งใจจะรอให้อาภรณ์วิเศษแพะภูเขาดำสามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้แล้ว ค่อยตามหาชาวเฟิงคง

สายตาของเหรินชิงกวาดมองสวรรค์น้อย ณ มุมหนึ่งของวิหารกรมอัสนี เขาได้สร้างรูปปั้นเทพเซียนที่แตกออกเป็นสี่ห้าส่วนขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ นามของมันก็คือ ‘จอมสวรรค์ผู้ช่วยฝน’

ส่วนรูปปั้นของเฒ่าจันทราถูกวางไว้ในวิหารร้างตามลำพัง ไม่ได้อยู่ในกรมเซียนของสวรรค์ เฒ่าจันทราผู้ดูแลเรื่องคู่ครองนั้นดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระ

การเปลี่ยนแปลงสวรรค์น้อยของเหรินชิง ทำให้เหมยเซียนที่หลับใหลอยู่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติเล็กน้อย

พอเห็นเหมยเซียน เขาก็อดขมวดคิ้วแน่นไม่ได้

การย้ายเหมยเซียนนั้นยุ่งยากเป็นที่สุด เพียงแค่พลาดนิดเดียวก็จะถูกภายนอกตรวจจับได้ ถึงขั้นอาจดึงดูดการล้อมโจมตีของเซียนมลทินบางตน

สิ่งที่น่าดีใจคือตอนนี้พุทธเกษตรเพิ่งจะครอบคลุมป่าไร้สิ้นสุด พื้นที่ของความมืดหดตัวลงไม่น้อยในช่วงเวลาที่ผ่านมา ชั่วคราวนี้จึงไม่เป็นภัยคุกคามต่อเหมยเซียนในเขตทะเลโลหิตมังกร

แต่การทิ้งเหมยเซียนไว้ในเขตทะเลโลหิตมังกร ย่อมไม่ใช่แผนระยะยาว

“ต้องรีบจัดการโดยเร็วที่สุด อสูรมังกรยักษ์ก็น่าจะเพียงพอสำหรับรองรับร่างของเหมยเซียนได้แล้ว”

เหรินชิงนึกคิดเพียงเล็กน้อย เขตทะเลโลหิตมังกรพลันเกิดลมพายุขึ้น อสูรเจียวอสรพิษยักษ์ยาวหลายพันเมตรดำดิ่งลงไปในทะเลลึกทีละตัว

เขากระตุ้นใช้วิชาจำแลงฟ้าดินในทันที แม้ทั้งสองสถานที่จะห่างไกลกันหลายหมื่นลี้

คุนเผิงเพิ่งจะแหวกว่ายอยู่ในทะเลสุราของโลกในกระเพาะ ชั่วลมหายใจต่อมาก็ออกจากโลกในกระเพาะ มาถึงเขตทะเลโลหิตมังกรภายนอก

ในฐานะที่เป็นผู้คุม ผ่านการฝึกฝนก็ได้บรรลุถึงระดับยมทูตแล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยผ่านการกลายสภาพพิสดารสามครั้ง ความแข็งแกร่งจึงด้อยกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปอยู่มาก

แต่ขนาดเกือบสองพันเมตรของคุนเผิง ก็เพียงพอที่จะใช้ช่วยขนย้ายเหมยเซียนได้พอดี

การย้ายเหมยเซียนของเหรินชิง อันที่จริงแล้วได้วางแผนมาหลายเดือน หลังจากปัดตกความคิดที่ไม่น่าเชื่อถือไปมากมาย ในที่สุดก็ได้วิธีที่มั่นคงที่สุด

ทั้งไม่สามารถเดินทางทางทะเล และไม่สามารถผ่านทางอากาศได้ ในฐานะเซียนแท้จริงนั้นโดดเด่นเกินไป แม้แต่วิชามารฟ้าก็ไม่สามารถลบการมีอยู่ได้อย่างสมบูรณ์ ทำได้เพียงหาหนทางใหม่

เหรินชิงตั้งใจจะขุดอุโมงค์ใต้ดินสายหนึ่งให้ตรงไปยังสาขาของแม่น้ำใต้ดิน แล้วส่งไปตามลำน้ำยังถ้ำปิดด่านที่เปิดขึ้นมาใหม่

แม่น้ำใต้ดินน่าจะยังค่อนข้างปลอดภัย

แม้ว่าทุกหนทุกแห่งจะมีร่องรอยที่หวงหลิงทิ้งไว้ แต่เหรินชิงคาดว่าอีกฝ่ายคงจะเสียชีวิตไปแล้ว มิฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครมาเยี่ยมนานถึงเพียงนี้

ในเขตทะเลโลหิตมังกรมีเสียงร้องยาวดังขึ้น

คุนเผิงรู้สึกถึงกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวของเหมยเซียนจนตัวสั่นงันงก ครีบปลาขยับอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ ว่ายลงไปต่ำกว่าสองหมื่นเมตร

แม้มันจะไม่เต็มใจเพียงใด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเหรินชิง ก็ทำได้เพียงปฏิบัติตามอย่างเชื่อฟัง

อสูรมังกรยักษ์ตัวอื่น ๆ ยิ่งแย่กว่า พวกมันส่วนใหญ่เพิ่งจะถึงระดับเจียวอสรพิษ ภายนอกมีลักษณะของมังกรแท้จริงเพียงบางส่วนเท่านั้น

จึงไม่สามารถทนทานต่อแรงกดดันที่น่าหายใจไม่ออกของเซียนแท้จริงได้โดยสิ้นเชิง

สถานการณ์ของมังกรเหมือนกับคุนเผิง ด้วยมีมังกรบรรพพชนอยู่ แม้จะต้องตายก็ต้องไปอย่างยินดี ข้อจำกัดของสายเลือดมันเป็นเช่นนี้

ภูตเงาของเหรินชิงที่อยู่ในเขตทะเลโลหิตมังกรกลายเป็นเชือก มัดร่างกายที่ใหญ่โตและครีบปลาของเหมยเซียนไว้ รัดซาลาแมนเดอร์ยักษ์เซียนแท้จริงยาวเกือบหมื่นเมตรนี้ไว้อย่างแน่นหนา

ภูตเงาดังเปรี๊ยะราวกับจะรับไม่ไหว รีบจับอสูรยักษ์รอบ ๆ ถ่ายเทน้ำหนักให้มังกรและคุนเผิง

เหรินชิงเองก็ใจคอไม่ดีอยู่บ้าง เพราะอย่างไรเสียเหมยเซียนก็เป็นเซียนแท้จริง แม้จะไม่มีวิญญาณก็ตาม

เพียงการกระทำตามสัญชาตญาณของเซียนแท้จริงก็อาจพลิกฟ้าคว่ำดินได้แล้ว ถึงขั้นอาจทำให้น้ำทะเลในเขตทะเลโลหิตมังกรไหลย้อนกลับ

การกระทำของเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่ากำลังเดินอยู่บนคมมีด เพียงแค่พลาดนิดเดียวก็ต้องพลิกคว่ำ

เหรินชิงทำได้เพียงใช้วิชาจื่อหลีปลอบประโลมเหมยเซียน แล้วค่อย ๆ ลองเชิงทีละน้อย วิญญาณเชื้อราไร้สติยิ่งกระจายตัวอยู่ทั่วงวังหนีหวานของเหมยเซียน พยายามทำให้อีกฝ่ายอยู่ในสภาพหลับใหลให้มากที่สุด

ระดับน้ำของเหมยเซียนค่อย ๆ สูงขึ้น เป้าหมายคือถึงสองหมื่นเมตร

ผู้ฝึกตนของหอผู้คุมร่วมมือกับชาวเจียวเหริน ได้ขุดเจาะถ้ำยาวหลายพันเมตรแล้ว และจะอาศัยสิ่งนี้พาเหมยเซียนไปยังแม่น้ำใต้ดิน

“อืม…”

เหรินชิงสั่งให้คุนเผิงหยุดการเคลื่อนไหว หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดละเอียด

เหมยเซียนถอนหายใจยาวออกมา ไม่ต่างจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลลึก ถึงกับทำให้เกิดสุญญากาศหลายร้อยเมตรขึ้นมาตรงหน้า

ท้องของคุนเผิงพลิกขึ้น อยู่ในท่าว่ายน้ำหงายสลบไปชั่วครู่ รู้สึกเพียงว่าความตายเฉียดผ่านไป

มังกรโชคร้ายสองสามตัวแหลกเป็นชิ้น ๆ ภายใต้ผลของแรงกระแทก

พื้นที่รอบ ๆ ป่าไร้สิ้นสุดสั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน นี่เป็นเพียงการหายใจตามสัญชาตญาณของเหมยเซียนเท่านั้น ครีบปลายังไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย

เหรินชิงแอบดีใจ ช่วงเวลานี้การเคลื่อนไหวของพุทธเกษตรบ่อยครั้งมาก เหมยเซียนจึงไม่ได้รับความสนใจ มิฉะนั้นคงจะเป็นข่าวใหญ่อีกข่าวหนึ่ง

การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเหมยเซียนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของวังหนีหวานโดยอ้อม

ผู้ฝึกตนทุกคนก็พบภาพประหลาดที่เกิดจากสวรรค์น้อยเช่นกัน

แม่นางกระดูกขาวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือประตูสวรรค์ทักษิณ พลันปรากฏแม่น้ำยาวไร้ขอบเขตสายหนึ่งซึ่งประกอบขึ้นจากแสงดาว

“แม่น้ำสวรรค์”

ผู้ฝึกตนกวางมูสข้าง ๆ แม่นางกระดูกขาวพูดขึ้นมา

สีหน้าของเจ้าช้างก็ดูตื่นเต้นอย่างยิ่ง งวงยาวพ่นลมร้อนออกมา อธิบายว่า “ตามที่บันทึกไว้ในภาพวาดฝาผนัง สวรรค์มีแม่น้ำสายหนึ่งที่ไหลผ่านสวรรค์ซ้อนสวรรค์จริง ๆ”

“ว่ากันว่าชื่อแม่น้ำสวรรค์ ในนั้นมีทหารสวรรค์และแม่ทัพสวรรค์นับล้านอาศัยอยู่”

“แม่น้ำสวรรค์ในฐานะที่เป็นอาวุธที่เทพเซียนใช้ควบคุมโลก ทหารสวรรค์ล้วนเกิดจากทหารผ่านศึกร้อยสมรภูมิในโลกมนุษย์ แม่ทัพสวรรค์ก็ไม่ใช่เทพเซียนที่แท้จริง น่าจะเป็นเซียนภูตที่ฝึกฝนจากวิญญาณ”

แม่นางกระดูกขาวเสริมว่า “ถ้าเราสามารถทำความเข้าใจจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการล่มสลายของสวรรค์ได้ บางทีอาจจะพบทางลัดสู่การเป็นเซียน”

“แต่ว่านะ…”

นางพูดอย่างลังเล “ราชันมังกรสี่ทะเลของกรมอัสนี จอมดาวอุดรของจอมดาวเบญจยุทธ์ไม่ได้ปรากฏตัวมานานแล้ว เกรงว่าซากปรักหักพังของสวรรค์จะเป็นกับดักที่คนอื่นวางไว้”

“ไม่น่าจะใช่”

นักพรตเต๋ากวางมูสส่ายหน้ากล่าว “ก็แค่ใช้เราทำความสะอาดซากปรักหักพัง อย่าลืมวิชาสู่เซียนที่สลักอยู่บนผิวของรูปปั้น”

“อาจจะสำหรับผู้สืบทอดของสวรรค์เหล่านั้น วิชาสู่เซียนเปรียบเสมือนของไร้ค่า แต่นั่นล้วนเป็นวิชาเซียนที่มุ่งตรงสู่เต๋าใหญ่”

“จริงด้วย”

เจ้าช้างกดความกังวลในใจลง การตามหาวาสนาเซียนในสวรรค์ อย่างน้อยก็สามารถรับประกันความปลอดภัยของตนเองได้ อันตรายน้อยกว่าจิ้งโจวหลายเท่านัก

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ พลันมีผู้ฝึกตนรูปร่างคล้ายตัวตุ่นวิ่งมาจากรอยแยกของซากปรักหักพัง

“มีการค้นพบใหม่อีกแล้ว”

“วัวเขียวพบแผ่นป้ายของวิหารที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว ชื่อว่า ‘เรือนเฒ่าจันทรา’ เทพเซียนที่เกี่ยวข้องเรียกว่าเฒ่าจันทรา”

เมื่อมีเหรินชิงคอยชี้แนะ การที่จะให้พวกเขาสังเกตเห็นเบาะแสนั้นเป็นเรื่องง่ายดายเกินไป

สิ่งที่เหรินชิงซ่อนไว้ใน ‘เรือนเฒ่าจันทรา’ คือเศษซากรูปปั้นทั้งหมด 73 ชิ้น เพียงแค่หาพบทั้งหมด ก็จะสามารถประกอบเป็นวิชาสู่เซียนที่มุ่งตรงสู่ระดับเทวะประหลาดได้หนึ่งแขนง ‘ชักใยแดง’

และวิชาสู่เซียนดินครึ่งแขนง ‘คนในจันทรา’

[ชักใยแดง]

[สร้างขึ้นโดยเหรินชิง การฝึกฝนต้องใช้เส้นเลือดของตนเองเป็นใยแดง พันธนาการคู่สามีภรรยาที่ผูกพันกัน ครึ่งปีต่อมาถึงจะฝึกสำเร็จ]

[ขีดจำกัดสูงสุดของชักใยแดงสามารถฝึกฝนถึงระดับเทวะประหลาดได้ ไม่สามารถฝึกฝนวิชาอื่นควบคู่ไปด้วยได้]

[คนในจันทรา]

[สร้างขึ้นโดยเหรินชิง การฝึกฝนต้องนำเส้นไขสันหลังของตนเองออกมา ปลูกถ่ายเข้าไปในร่างกายของคู่สามีภรรยาที่ผูกพันกัน หากทั้งสองคนแก่เฒ่าไปด้วยกัน ก็จะสามารถฝึกสำเร็จได้ทั้งคู่]

[ขีดจำกัดสูงสุดของคนในจันทราสามารถฝึกฝนถึงระดับเซียนดินได้ ไม่สามารถฝึกฝนวิชาอื่นควบคู่ไปด้วยได้]

[ตำแหน่งเซียน: เฒ่าจันทรา]

วิชาสู่เซียนทั้งสองแขนงล้วนเป็นสิ่งที่เหรินชิงย้อนรอยมาจากเหมยเซียน เพราะอย่างไรเสียเลือดเนื้อและกระดูกของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์โรคหนาแน่น

ลักษณะเด่นที่สุดของสวรรค์คือไม่สามารถนำสิ่งของไปยังโลกภายนอกได้ ส่งผลให้การค้นพบใด ๆ ของผู้ฝึกตนทุกคนยากที่จะปิดบัง

ดังนั้นแม่นางกระดูกขาวและผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ถึงได้นำรูปปั้นเทพเซียนที่พบมาวางไว้ที่ประตูสวรรค์ทักษิณอย่างเปิดเผย ผิวของรูปปั้นล้วนสลักข้อมูลของวิชาสู่เซียนประเภทต่าง ๆ

เนื้อหาของชักใยแดงและคนในจันทราในไม่ช้าก็จะแพร่กระจายออกไป

หลังจากที่อู๋หมิงได้รู้ถึงวิชาสู่เซียนของเฒ่าจันทราแล้ว จะต้องหาทางทำความเข้าใจต้นตออย่างแน่นอน ถึงกับไม่ลังเลที่จะเสี่ยงภัยด้วยตนเอง

สิ่งที่เหรินชิงต้องทำคือ นำจุดสนใจของพวกเขาไปยังพุทธเกษตร

ต้องการเฒ่าจันทรา?

ไปพุทธเกษตร

ต้องการบรรลุเป็นเซียน?

ไปพุทธเกษตร

โดยไม่รู้ตัว ศึกผนึกเซียนได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบ ๆ แล้ว เพียงแต่อยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น

สิ่งที่เหรินชิงต้องทำคือ อ้างโองการสวรรค์บัญชาขุนนาง อาศัยผู้แสวงหาวิถีทั้งหมดในโลกใบนี้ มาเดิมพันโอกาสในการเป็นเซียน

เขาอยากจะเห็นเหมือนกันว่า เบื้องหลังของสามปรมาจารย์แห่งเต๋าและพระพุทธเจ้าสามโลกคืออะไรกันแน่ หรือว่าเซียนประหลาดจะหลีกเลี่ยงการกลายสภาพเป็นวิถีสวรรค์ไม่ได้

เหรินชิงหรี่ตาลง กลับไปสนใจสถานการณ์ของเขตทะเลโลหิตมังกร

เหมยเซียนมาถึงทะเลลึกสองหมื่นเมตรอย่างไม่มีอันตราย ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่หอผู้คุมขุดเจาะขึ้นมา หลับใหลต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

การย้ายเหมยเซียนของเหรินชิง ใช้กำลังคนเกินกว่าที่จินตนาการไว้มาก

ด้านหน้าของถ้ำมีผู้ฝึกตนนับหมื่นคนสวมอาภรณ์วิเศษที่ทำจากหนังมังกร ทำให้สามารถหายใจในน้ำได้อย่างอิสระ

พวกเขาขุดอุโมงค์ไปในทิศทางของแม่น้ำใต้ดินอย่างต่อเนื่อง ในถ้ำยังมีค่ายพักชั่วคราวให้พักผ่อนได้ ดินที่ขุดขึ้นมาจะถูกนำเข้าไปจัดการในโลกในกระเพาะโดยตรง พยายามไม่ไปสัมผัสกับเหมยเซียน

ด้านหลังของถ้ำ ก็มีผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งกำลังวุ่นวายอยู่เช่นกัน

พวกเขารับผิดชอบการถมถ้ำ พยายามรับประกันว่าพื้นที่ในถ้ำจะไม่ใหญ่เกินไป แม้จะถูกพุทธเกษตรครอบคลุม ก็จะไม่เกิดความวุ่นวาย

จำนวนผู้ฝึกตนที่หอผู้คุมใช้ในการขนส่งเหมยเซียนบวกกับฝ่ายสนับสนุน มีถึงสามหมื่นกว่าคน เกือบจะครอบคลุมทุกสายย่อย แม้แต่ผู้ฝึกตนมนุษย์หนอนก็มีส่วนร่วมด้วย

ผู้ฝึกตนมนุษย์หนอนไม่สามารถเคลื่อนไหวในถ้ำที่มีแรงดันน้ำสองหมื่นเมตรได้อย่างอิสระ งานหลักคือการเติมเสบียงในค่ายพักชั่วคราว

รูปลักษณ์ของพวกเขาไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดามากนัก มีเพียงผิวหนังที่มีลักษณะกึ่งโปร่งแสง หน้าอกมีหนอนพิษที่คล้ายจิ้งหรีดปรสิตอยู่

ภายในของมนุษย์หนอนได้แบ่งออกเป็นเผ่าต่าง ๆ แล้ว

ในจำนวนนั้นผู้ฝึกตนมนุษย์หนอนที่หลอมรวมหนอนทอวารี สามารถหายใจในน้ำได้อย่างอิสระ และยังมีความสามารถในการควบคุมกระแสน้ำ

พวกเขาเพิ่งจะถูกหนอนทอวารีปรสิต ความแข็งแกร่งก็เทียบเท่ากับระดับกึ่งศพแล้ว แต่ความสามารถค่อนข้างเฉพาะทาง พึ่งพาหนอนพิษอย่างมาก

มนุษย์หนอนสามารถเชี่ยวชาญวิชาหลอมหนอนพิษได้อย่างง่ายดาย สาเหตุหลักอยู่ที่ความพิเศษของร่างกาย

เพราะอย่างไรเสียก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงขึ้นโดยใช้หนอนวิถีสวรรค์เป็นต้นแบบ โดยกำเนิดก็มีความเข้ากันได้ที่ยากจะบรรยายได้ต่อหนอนพิษ สามารถทำให้หนอนพิษใช้ร่างกายเป็นรังได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เหรินชิงคาดว่า หลังจากที่ระดับพลังของมนุษย์หนอนถึงระดับยมทูตแล้ว หนอนพิษก็จะเกิดสติปัญญาขึ้นมา เมื่อถึงตอนนั้นอาจจะเกิดการกบฏได้

ในความหมายบางอย่าง มนุษย์หนอนที่ประมุขมารดาสร้างขึ้นนั้นใกล้เคียงกับอารามแห่งวิถีอู๋เหวยมากกว่าจริง ๆ

เขาไม่ได้แทรกแซงความหมายของมนุษย์หนอน

หอผู้คุมเป็นกองกำลังที่เปิดกว้างสำหรับวิชาอาคมนับพัน หากมนุษย์หนอนต้องการขจัดข้อเสียของวิชาหลอมหนอนพิษ ไม่ว่าจะขอความช่วยเหลือจากอารามแห่งวิถีอู๋เหวย หรือหลี่เย่าหยางก็สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย

ตอนที่เหรินชิงดำเนินภารกิจนี้ ก็ได้จงใจให้มนุษย์หนอนมีส่วนร่วมแล้ว

หากพวกเขาคว้าโอกาสนี้สร้างผู้ฝึกตนระดับเทพหยางได้สองสามคน ถึงกับสามารถกลายเป็นสายย่อยใหม่ของหอผู้คุมได้ ทำให้สระน้ำที่นิ่งสงบนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา

เหรินชิงใช้เมล็ดพันธุ์โรคในถ้ำ แบ่งจิตใจไปสนใจเหมยเซียน

เขาสังเกตเห็นร่างของปราชญ์หนอนพิษปะปนอยู่ในฝูงชน ระดับพลังของเขาฟื้นฟูถึงใกล้จะถึงระดับทูตผีแล้ว ที่กระดูกสันหลังมีมนุษย์ปูขนาดครึ่งเมตรปรสิตอยู่

จะเห็นได้ว่าปราชญ์หนอนพิษก็เข้าใจดีว่าหอผู้คุมต้องการจะสนับสนุนมนุษย์หนอน ดังนั้นจึงไม่ต้องการจะตัดขาดความสัมพันธ์ของตนเองกับมนุษย์หนอนโดยสิ้นเชิง

นักพรตเฮยสุ่ยที่นำมนุษย์หนอน ย่อมยินดีที่จะเห็น

ตอนนี้ความแข็งแกร่งของพวกเขายังไม่ถึงระดับที่จะต้องต่อสู้กันภายใน เหมือนกับปราชญ์หนอนพิษที่เป็นศิษย์ของเซียนจงใจมาสวามิภักดิ์ ย่อมไม่ปฏิเสธ

แน่นอนว่า นักพรตเฮยสุ่ยย่อมไม่รู้ว่าความทะเยอทะยานของปราชญ์หนอนพิษนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด

เหรินชิงไม่ชอบคนเห็นแก่ตัวอย่างปราชญ์หนอนพิษ แต่ในบรรดาผู้ฝึกตนนับล้านของหอผู้คุม ย่อมต้องมีคนหลากหลายประเภท

เขาให้ความสำคัญกับเหมยเซียนอย่างยิ่ง รู้ดีว่าเซียนแท้จริงนั้นรับใช้ยาก

ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบ ๆ เหมยเซียนมีหลายหมื่นคน หากให้ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ส่งเสียงอะไรออกมาอีก เกรงว่าจะต้องตายทั้งหมดในถ้ำ

เหรินชิงรักษาสภาพการปลอบประโลมเหมยเซียนอยู่ตลอดเวลา ไม่ลังเลที่จะใช้วิชามารฟ้า ลบการมีอยู่ของผู้ฝึกตนทุกคน

พลังงานทั้งหมดทุ่มเทให้กับเหมยเซียน ความสนใจในสวรรค์ย่อมลดลง

เขาสังเกตเห็นเพียงว่า แม่นางกระดูกขาวและผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ กำลังร่วมมือกันสำรวจเรือนเฒ่าจันทรา หารู้ไม่ว่าเพราะการปรากฏตัวของวิชาสู่เซียน ภายนอกไม่สงบเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ยิ่งแม่นางกระดูกขาวและผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ เข้าใจเกี่ยวกับสวรรค์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งใจหายใจคว่ำมากขึ้นเท่านั้น

ในใจของพวกเขามีคำถามหนึ่งข้อ สวรรค์มีเทพเซียนที่ล่มสลายอยู่เท่าไหร่กันแน่

ตามความคืบหน้าในการทำความสะอาดซากปรักหักพังในปัจจุบัน อย่างน้อยก็มีเทพเซียนสามสิบองค์ปรากฏตัวแล้ว แม้ว่ารูปปั้นบางส่วนจะพังทลายเกินไป ทำให้แม้แต่นามที่แน่นอนก็ไม่ทราบ

แต่ถ้าหากทำให้สวรรค์ปรากฏขึ้นมาใหม่จริง ๆ จำนวนของเทพเซียนเกรงว่าจะเกินสองร้อย ไม่ต้องพูดถึงทหารสวรรค์และแม่ทัพสวรรค์ในแม่น้ำสวรรค์แล้ว

แม้จะเป็นวิชาสู่เซียนระดับเทวะประหลาดอย่างชักใยแดง สำหรับผู้ฝึกตนอิสระแล้ว ก็เป็นวาสนาที่หาได้ยาก

พวกเขาหาเหตุผลที่ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลให้ตนเองได้พอประมาณ

อาจจะเป็นเพราะผู้ฝึกตนของสวรรค์ได้รับมรดกของเทพเซียนที่สมบูรณ์แล้ว ดังนั้นจึงไม่สนใจวิชาสู่เซียนที่พังทลายในซากปรักหักพัง

เหรินชิงรอจนกระทั่งสถานการณ์ของเหมยเซียนสงบลง ไม่รู้ไม่ชี้ก็ผ่านไปปีเศษแล้ว การเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ ถึงกับยิ่งใหญ่กว่าห้าสิบปีที่ผ่านมาเสียอีก

อย่างแรก พื้นที่ของพุทธเกษตรขยายตัวอีกห้าครั้ง ห่างจากคอกสัตว์เพียงเจ็ดแปดพันลี้

อย่างที่สอง ทิศทางลมของกองกำลังต่าง ๆ ที่มีต่อสวรรค์กลับพลิกกลับหนึ่งร้อยแปดสิบองศา ผู้ฝึกตนคนใดที่สามารถไปยังสวรรค์ได้ ล้วนถูกพวกเขาตามล่า

หลังจากที่เหรินชิงได้ทราบข่าวนี้จากตลาดมืดที่กระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ก็ตอบสนองได้ทันที เป็นอู๋หมิงที่เริ่มออกแรงแล้ว

คนที่พวกเขาตามล่าล้วนเป็นผู้ฝึกตนอิสระทั้งสิ้น ความแข็งแกร่งก็ต่ำกว่าระดับเทวะประหลาด เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายล้วนผ่านการคัดเลือกอย่างละเอียด

แสดงว่าผู้ฝึกตนที่สามารถไปยังสวรรค์ได้ มีบางส่วนที่ไม่ได้จงใจปิดบังตัวตน

พวกเขาถูกกองกำลังจับตามองมานานแล้ว เพียงแต่ติดอยู่ที่อำนาจบารมีของสวรรค์ ตอนแรกจึงเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

ผู้ฝึกตนอิสระอาศัยสวรรค์แอบอ้างบารมี น่าเสียดายที่ไม่ได้คาดการณ์ถึงจิตวิทยาของฝูงชน

เมื่อกองกำลังแรกภายใต้อิทธิพลของอู๋หมิงออกคำสั่งที่มุ่งเป้าไปที่สวรรค์แล้ว กองกำลังอื่น ๆ ก็ไม่อยากจะล้าหลัง กลัวว่าผู้ฝึกตนที่ไม่มากนักจะสูญหายไปเพราะเหตุนี้

เหรินชิงมองไปยังสวรรค์ ปริมาณผู้คนในนั้นลดลงจริง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความมุ่งมั่นในการตามหาเบาะแสของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

แต่สถานการณ์ก็รุนแรงกว่าที่จินตนาการไว้

ก่อนที่จะมีการเสริมกำลังคน ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดซากปรักหักพังของพวกเขาลดลงอย่างมาก จะเห็นได้ว่ามีผู้ฝึกตนตกไปอยู่ในมือของกองกำลังต่าง ๆ ติดต่อกัน

แน่นอนว่า ข้อดีไม่ใช่ไม่มี เพราะมีแรงกดดันจากภายนอก ผู้ฝึกตนอิสระแม้จะไม่อยากจะอยู่ร่วมกับสวรรค์ ก็ถูกภายนอกจงใจจัดให้อยู่ในค่ายเดียวกับเศษซากของสวรรค์

พวกเขาจึงเรียกตนเองว่าผู้ฝึกตนของสวรรค์ กลับได้รับการสนับสนุนจากผู้ฝึกตนอิสระ

เหรินชิงพบว่าพระราชวังที่แม่นางกระดูกขาวกำลังทำความสะอาดอยู่ คือวิหารหลักที่เขาตั้งขึ้น ซึ่งภายในนั้นมีรูปปั้นของสามปรมาจารย์แห่งเต๋าตั้งอยู่

ผู้ฝึกตนหลายสิบคนมารวมตัวกันที่สวรรค์พร้อมกัน ยืนอยู่หน้าซากปรักหักพังมองหน้ากัน

พวกเขามองดูแผ่นป้าย ‘วิหารเต้าเต๋อ’ ที่พังทลาย และข้อมูลที่เผยออกมาบนผนัง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยิ่งคิดยิ่งน่าสะพรึงกลัว

ในเมื่อเป็นวิหารเต้าเต๋อ ก็ควรจะมีรูปปั้นของเต้าเต๋อเทียนจุนตั้งอยู่

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาคาดไม่ถึงคือ เมื่อประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน รูปลักษณ์ของรูปปั้นเต้าเต๋อเทียนจุนก็เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว

ภายนอกของรูปปั้นแขวนกีบแพะขนาดต่าง ๆ ไม่เท่ากัน ประกอบขึ้นจากเลือดเนื้อที่ผิดรูปน่าขนลุกโดยสิ้นเชิง ปากแต่ละปากอ้าออก ยื่นลิ้นสีม่วงอมเขียวรูปถ้วยดูดออกมา

วิชาอาคมที่สลักอยู่บนร่างกายส่วนบน เป็นวิชาคอกสัตว์ที่ถูกอาวุธมีคมกรีดจนเลือนลาง

วิชาอาคมที่อยู่บนร่างกายส่วนล่างเป็นวิชาเลี้ยงหนังที่ผ่านการดัดแปลงของเหรินชิง ตลอดทั้งบทบรรยายถึงวิธีการใช้วัสดุจากหนังของแพะภูเขาดำสร้างอาภรณ์วิเศษ

หลังจากที่ผู้ฝึกตนทุกคนนำรูปปั้นของเต้าเต๋อเทียนจุนไปยังบริเวณใกล้เคียงประตูสวรรค์ทักษิณแล้ว เรื่องที่ทำให้พวกเขาขนลุกก็เกิดขึ้น

รูปปั้นเทพเซียนเดิม กลับมีหนึ่งในสามที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

ทั่วร่างกายของรูปปั้นมีลักษณะของเต้าเต๋อเทียนจุนเพิ่มขึ้นมา ราวกับแพะภูเขาดำทีละตัว พวกเขารีบย้ายกลับไปยังวิหารเต้าเต๋ออีกครั้ง

แม่นางกระดูกขาวจ้องมองเต้าเต๋อเทียนจุนอย่างเหม่อลอย ความทรงจำที่ซ่อนอยู่ในใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ตนเองเหมือนจะเคยเห็นมาก่อน

“เป็นอะไรไป” เจ้าช้างถามอย่างเป็นห่วง

“ข้าเคยเจอเต้าเต๋อเทียนจุน น่าจะเป็นตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่…”

คำพูดของแม่นางกระดูกขาว ทำให้ผู้ฝึกตนรอบ ๆ ราวกับนั่งอยู่บนเข็ม

ราวกับว่าหลังจากที่พวกเขาได้เหลือบเห็นมุมหนึ่งของความจริงของโลกแล้ว สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่ความประหลาดใจ แต่เป็นความสิ้นหวังที่น่าขนลุก

แม่นางกระดูกขาวพูดอย่างหวาดกลัว “เต้าเต๋อเทียนจุน…ตอนที่บรรลุวิถีสวรรค์”

แก่นแท้ของโลกคือการหลอกลวง เมื่อจุดสิ้นสุดของการฝึกฝนคือสิ่งที่ไม่อาจบรรยายได้ เช่นนั้นแล้วควรจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่

พวกเขาตกอยู่ในความสับสนอย่างลึกซึ้ง และยังกระหายความจริงของซากปรักหักพังของสวรรค์มากขึ้น หวังว่าจะพบข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นเซียนจากในนั้น

เหรินชิงไม่ได้แจ้งให้ผู้ฝึกตนที่แยกแยะระหว่างเซียนมลทินและเซียนประหลาดทราบถึงการมาเยือนของราชันมังกรสี่ทะเลที่สวรรค์

ข้อมูลที่เขาต้องการให้ผู้ฝึกตนทุกคนทราบ ล้วนอยู่ในที่ต่าง ๆ ของสวรรค์ ในที่สุดคำตอบของการเป็นเซียนจะถูกชี้ไปยังตำแหน่งเซียนในพุทธเกษตร

เหรินชิงปรับปรุงแผนการให้สมบูรณ์ขึ้น ต้องทำให้ทุกส่วนมีความสอดคล้องกันทางตรรกะ

เนื่องจากการวางหมากอย่างต่อเนื่องของอู๋หมิง โลกใบนี้จึงวุ่นวายขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีข่าวของตำแหน่งเซียนอีกสองตำแหน่งปรากฏขึ้นมา

ได้แก่ ‘ฤๅษีตงหัว’ อยู่ภายในเทือกเขาภูเขาไฟที่มีชีวิต ถูกชาวอัคคีที่นั่นบูชามานับพันปี ว่ากันว่าคอยระงับการปะทุของภูเขาไฟ

หลังจากที่เหรินชิงเลื่อนสู่ระดับเทวะประหลาดแล้ว ความทรงจำก็ยิ่งเหนือธรรมดามากขึ้น จัดระเบียบความทรงจำในชาติก่อนอีกครั้ง เนื้อหาไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว

ตอนที่เขาเป็นเด็กเคยดูละครโทรทัศน์เกี่ยวกับเจ็ดเซียนข้ามทะเล ในจำนวนนั้นฉายาของหลี่เถียไกว่คือฤๅษีผู้บรรลุธรรม ตำแหน่งเซียนมีที่มาไม่ธรรมดา ต่อมาเจ้าแม่ซีหวังหมู่ได้พระราชทานนามว่าเจ้าสำนักตงหัว

“เซียนไม้เท้าแซ่หลี่ ไม่ทราบนาม มีอาการป่วยที่เท้ามาแต่เดิม เจ้าแม่ซีหวังหมู่ชี้แนะให้ขึ้นสู่เซียน สถาปนาเป็นเจ้าสำนักตงหัว ประทานไม้เท้าเหล็กหนึ่งด้าม”

ตำแหน่งเซียนอีกตำแหน่งหนึ่งค่อนข้างพิเศษ

ในตำราของสำนักเต๋าเคยบันทึกไว้ว่า หากมีฝูงกระต่ายวิ่งไป จะต้องมีเซียนกระต่ายตำยาไล่ตามวังจันทรา ‘เซียนกระต่ายตำยา’ ก็คือตำแหน่งเซียน

ทางตะวันออกมีฝูงกระต่ายที่เหมือนกระแสน้ำในทะเลมุ่งหน้าไปยังจิ้งโจวจริง ๆ

มีผู้ฝึกตนพยายามจะสกัดกั้น แต่กลับพบว่ากระต่ายฆ่าไม่หมด ไม่ต้องพูดถึงการหาตัวตนของเซียนกระต่ายตำยาจากในนั้น

“ในจันทรามีอะไร กระต่ายหยกตำยา”

หากเป็นเหรินชิงที่ยังไม่ได้รับวิชามรณะ คงจะสนใจเซียนกระต่ายตำยาอย่างแน่นอน เพราะในตำราเคยบันทึกไว้ว่า ยาทิพย์ของเซียนกระต่ายสามารถชุบชีวิตคนตายสร้างเนื้อหนังให้กระดูกขาว ทำให้คนเป็นอมตะได้

เหรินชิงส่งผู้ฝึกตนบางส่วนไปตรวจสอบตำแหน่งเซียนทั้งสองชนิด

เซียนกระต่ายตำยาน่าจะมีอยู่จริง น่าเสียดายที่การจะได้ตำแหน่งเซียนมา จะต้องเลือกกระต่ายจากในฝูงกระต่ายเพียงตัวเดียว

หากกระต่ายที่เลือกไม่ใช่ตำแหน่งเซียน ผู้ฝึกตนก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฝูงกระต่าย

จำนวนของฝูงกระต่ายมากเกินไป เว้นแต่จะเป็นคนที่มีโชคชะตาดีมาก มิฉะนั้นแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับเทวะประหลาด ก็เป็นเพียงการส่งไปตายเปล่า ๆ

เหรินชิงให้ผู้ฝึกตนของหอผู้คุมจับตาดูความเคลื่อนไหวของฝูงกระต่าย หากเป้าหมายของเซียนกระต่ายตำยาคือจันทร์โลหิตที่เกิดจากจอมดาวไท่อินจริง ๆ บางทีอาจจะสามารถอาศัยสิ่งนี้เพื่อหาจอมดาวไท่อินในพุทธเกษตรได้

แต่เขารู้สึกว่า การปรากฏตัวของเซียนกระต่ายตำยาบ่งบอกว่าจอมดาวไท่อินไม่ค่อยดีนัก แม้ว่าตำแหน่งเซียนของวิชากำเนิดฟ้าดินจะไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าก็ตาม

มีผู้ฝึกตนที่อดทนรอไม่ไหวแล้ว เดินทางไปยังคอกสัตว์เพื่อล่าแพะภูเขาดำ

พวกเขาไม่ได้ต้องการจะเข้าไปในพุทธเกษตร เพียงแต่ตระหนักว่าอาภรณ์วิเศษแพะภูเขาดำสามารถใช้คุ้มครองตนเองไม่ให้ถูกไอมารฟ้ากัดกร่อนได้

ถือโอกาสตรวจสอบไปในตัวว่าวิชาอาคมที่เต้าเต๋อเทียนจุนสลักไว้นั้นเป็นจริงหรือเท็จ

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 577 สองท้อสังหารสามขุนพล

คัดลอกลิงก์แล้ว