- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนวิปลาส
- บทที่ 177 เมื่อตัวประกอบไม่เล่นตามบท
บทที่ 177 เมื่อตัวประกอบไม่เล่นตามบท
บทที่ 177 เมื่อตัวประกอบไม่เล่นตามบท
บทที่ 177 เมื่อตัวประกอบไม่เล่นตามบท
เมื่อเหรินชิงกลับมา ก็พบว่าในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม ขนาดของค่ายพักก็เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย
กำแพงเมืองถูกต่อเติมให้สูงขึ้นอีก และบนพื้นก็ประทับไว้ด้วยยันต์กระดาษมากมาย ว่ากันว่าใช้สำหรับเสริมความแข็งแกร่ง
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดคือ บริเวณรอบนอกของค่ายพักกลับมีการฝังรังไหมไว้กว่าสิบอัน เป็นฝีมือของหลี่เย่าหยางที่เพิ่งมาถึง
เหรินชิงไม่เข้าใจแผนการของหอผู้คุมเขตหวงห้าม เหตุใดจึงให้ความรู้สึกเหมือนการกักขังตนเอง
แต่ดูจากท่าทีแล้ว เหล่าผู้คุมเขตหวงห้ามคงเตรียมพร้อมรบเต็มที่ แม้แต่โถน้ำเต้าและสุ่นก็ยังคอยเฝ้าระวังอยู่รอบๆ พร้อมที่จะเรียกวิญญาณได้ทุกเมื่อ
เพียงแต่มหาปราชญ์ต้าเมิ่งยังคงไร้วี่แวว
"อย่ามัวลังเลอยู่เลย เรียกวิญญาณเถอะ"
หลี่เทียนกังพยักหน้าให้ซ่งจงอู๋ แล้วถือคัมภีร์ยืนอยู่ข้างแท่นบูชา ค่อยๆ คลายผนึกของแพะดำ
ในพริบตา แพะดำก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ดวงวิญญาณพลันมีทีท่าว่าจะแตกสลาย ทั้งเลือดเนื้อก็เริ่มปริแยกหลุดลอก
แบะ...
เสียงแพะร้องอันแสนประหลาดดังขึ้น
แต่ภายใต้การปกคลุมของม่านหมอกเชื้อรา กลิ่นอายมารฟ้าไม่เพียงพอที่จะส่งผลกระทบต่อผู้คุมเขตหวงห้าม ยิ่งกว่านั้นทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็มีระดับการบำเพ็ญถึงขั้นทูตผี
เหรินชิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง จ้องมองไปยังแพะดำ สายตาของหลี่เย่าหยางที่อยู่ข้างๆ ฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย
ยากจะจินตนาการว่าพนักงานเผาศพคนหนึ่งจะสามารถบรรลุการกลายสภาพพิสดารครั้งที่สามได้ทีละขั้น ระดับพลังกลับรุดหน้าจนใกล้จะทัดเทียมตนเองแล้ว
แพะดำส่งเสียงร้องโหยหวนไม่หยุด
บนสันหลังของมันมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ปูดขึ้นมา แล้วค่อยๆ ปริแตกออก สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายค้างคาวตัวหนึ่งก็ตะเกียกตะกายคลานออกมา
ค้างคาวเป็นตัวแทนของพั่วกลืนโจร มีหน้าที่ในการนอนหลับและฟื้นฟูยามค่ำคืน
ทันทีที่พั่วกลืนโจรปรากฏตัว มันก็หลอมรวมเข้ากับอเวจีมหานรก ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ในเวลาไม่กี่อึดใจก็ใหญ่ถึงสิบกว่าเมตร
หลี่เทียนกังพยายามหยิบยันต์กระดาษออกมาเพื่อผนึก แต่ยังไม่ทันจะเข้าใกล้อีกฝ่าย
พั่วกลืนโจรก็กระพือปีกหายวับไปในพริบตา พลันกลางวันก็แปรเปลี่ยนเป็นกลางคืน ค่ายพักตกอยู่ในความมืดมิดจนไม่อาจมองเห็นนิ้วมือตนเอง
เหรินชิงพยายามเพ่งสายตาให้มองเห็น เขาตระหนักได้ว่าเหล่าผู้ฝึกตนระดับยมทูตได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
"น่าขันสิ้นดี..."
เสียงของโถน้ำเต้าดังขึ้น น้ำเต้าเลือดเนื้อที่อยู่ด้านหลังอ้าปากออก พลันเกิดสายฝนโปรยปรายลงมา ปกคลุมพื้นที่ร้อยเมตรในทันที
เขาอาศัยสิ่งนี้เพื่อรับรู้ตำแหน่งของพั่วกลืนโจร
ผู้คุมเขตหวงห้ามคนอื่นๆ ไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างผลีผลาม แต่ค่ายกลอาคมได้ล้อมรอบค่ายพักไว้แล้ว อย่างน้อยก็จะไม่ปล่อยให้วิญญาณเทียมหนีรอดไปได้
เหรินชิงคิดจะป้องกันตนเองเป็นหลัก ทว่าขณะที่เขามองโถน้ำเต้า ก็สัมผัสได้ว่ามีหยาดน้ำสองสามหยดพุ่งตรงมายังภูตเงาใต้เท้าของเขา
เขาเห็นดังนั้นจึงใช้ภูตเงาปกคลุมทั่วร่าง กลืนร่างตนให้หายไปกับเงา
สายน้ำสายหนึ่งเฉียดผ่านตำแหน่งเดิมของเหรินชิงไป พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาของพั่วกลืนโจรที่ดังขึ้น
สีหน้าของเหรินชิงเคร่งขรึมลง
เห็นได้ชัดว่าโถน้ำเต้าอาศัยโอกาสที่จัดการกับพั่วกลืนโจรเพื่อทดสอบภูตเงา ถึงสถานการณ์เช่นนี้แล้วก็ยังไม่วายคิดถึงขบวนร้อยอสูร
และเขายังสังเกตเห็นว่าโถน้ำเต้าจงใจทิ้งหยาดน้ำที่ไม่สะดุดตาไว้บนร่างของผู้คุมเขตหวงห้ามที่อยู่ชายขอบสองสามคน เห็นชัดว่ามีเจตนาอื่นแอบแฝง
สายฝนที่โปรยปรายพลันกลายเป็นฝนห่าใหญ่ ชะล้างพื้นดินที่เสียหายจนยับเยิน
พั่วกลืนโจรไม่อาจหลบหนีได้เลย หลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ความมืดที่มันสร้างขึ้นก็จางหายไป มันพยายามจะหนีเอาตัวรอด
เหรินชิงมองผ่านร่างของพั่วกลืนโจร ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างได้
เขาสอดแทรกภูตเงาส่วนหนึ่งเข้าไปในความมืด พร้อมกับเมล็ดพันธุ์ฝันมารฟ้า
เหรินชิงตั้งใจจะใช้ความสามารถในการซ่อนตัวของเมล็ดพันธุ์ฝัน เพื่อป้องกันโถน้ำเต้าไว้บ้าง ป้องกันไม่ให้ตนเองถูกคนผู้นี้ลอบแทงข้างหลังโดยไม่รู้ตัว
แน่นอนว่ามีความเสี่ยงที่จะถูกเปิดโปง แต่ในเมื่อโถน้ำเต้าเป็นฝ่ายลงมือก่อน เหรินชิงก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะเสี่ยง
ความมืดสลายไปจนหมดสิ้น
พั่วกลืนโจรตกลงบนพื้นอย่างแรง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์
แต่ผู้ฝึกตนระดับยมทูตไม่ได้ลงมือสังหาร หากพั่วกลืนโจรตายไปโดยไม่ตั้งใจ การชุบชีวิตมันขึ้นมาใหม่คงต้องเสียเวลาอีกไม่น้อย
โถน้ำเต้าเดินเข้าไปเบื้องหน้าพั่วกลืนโจร กำลังจะตรวจสอบมันด้วยความสนใจ
ทันใดนั้น ร่างของพั่วกลืนโจรก็ยิ่งไม่เสถียร
ปัง!
มันพลันระเบิดร่างกลายเป็นค้างคาวนับร้อยนับพันตัว บินกระจัดกระจายออกไปนอกค่ายพัก
และในช่วงเวลาที่โถน้ำเต้ากำลังตกตะลึง ภูตเงาก็ฉวยโอกาสแทรกซึมเข้าไปในเงาของเขา
เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เหรินชิงยังปล่อยให้ภูตเงาสลายไปเอง เหลือไว้เพียงเมล็ดพันธุ์ฝันมารฟ้า
เมล็ดพันธุ์ฝันมารฟ้าสามารถรับรู้ได้ตลอดเวลาว่าโถน้ำเต้าเผลอไผลหรือไม่ ด้วยวิธีนี้ แม้ไม่ได้ใช้งาน การเรียกกลับคืนก็จะง่ายขึ้น
เหล่าผู้คุมเขตหวงห้ามจึงลงมือทีละคน ไม่นานก็สกัดกั้นพั่วกลืนโจรไว้ได้
อย่างไรเสียในค่ายพักก็รวบรวมกำลังหลักของหอผู้คุมเขตหวงห้ามไว้เกือบทั้งหมด เพียงแค่วิญญาณเทียมดวงเดียวยังไม่นับว่าเป็นกระไรได้
หลังจากพั่วกลืนโจรถูกปราบปราม มันกลับแบ่งร่างออกเป็นสองส่วน กลายเป็นค้างคาวและนกหัวคน
หลี่เทียนกังพึมพำกับตนเอง "พั่วกระจอกเงา..."
หน้าที่ของพั่วกระจอกเงาคือการสืบพันธุ์ จะเห็นได้ว่าภายนอกดูเหมือนจะเรียกมาเพียงพั่วกลืนโจร แต่แท้จริงแล้วพั่วทั้งเจ็ดได้ปรากฏตัวออกมาครบแล้ว
เมื่อมองไปยังแพะดำอีกครั้ง ร่างกายของมันก็หดเล็กลง ราวกับซากศพแห้งกรังหนังหุ้มกระดูก กลิ่นอายค่อยๆ อ่อนลงทุกขณะ
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อย่าว่าแต่สามวิญญาณเลย แค่ครึ่งวันก็คงจะตาย
แต่หลี่เทียนกังกลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาหันไปพูดกับสุ่นว่า "สุ่น ช่วยไปเอาเลือดเนื้อของสัตว์ประหลาดมาหน่อย"
สุ่นพยักหน้ารับ แล้วสยายปีกบินออกจากค่ายพักไป
ไม่นานนัก ลมพายุรุนแรงก็พัดกระหน่ำ
มันคาบศพของสัตว์ประหลาดสิบกว่าตัวมาทิ้งไว้ที่ลานว่างข้างแพะดำ
ตอนที่เหรินชิงเลื่อนขั้นเป็นปีศาจฝันร้ายคู่ เขาเคยมาที่ดินแดนปีกโลกันตร์ จึงรู้ว่าเลือดเนื้อของสัตว์ประหลาดมีคุณสมบัติในการทำให้ดวงวิญญาณมั่นคง
เพียงแต่จะทำให้เกิดการกลายสภาพทางอ้อม ดังนั้นโดยปกติแล้วจะให้ผู้คุมเขตหวงห้ามระดับกึ่งศพแยกร่างกายและวิญญาณออกจากกัน ใช้วิธีกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดเพื่อดูดซับกลิ่นอายดวงวิญญาณของสัตว์ประหลาด
สามารถใช้วิธีนี้เพื่อทำให้ดวงวิญญาณมั่นคงชั่วคราว อันเป็นการเพิ่มโอกาสในการเลื่อนขั้น
หลี่เทียนกังหยิบเลือดเนื้อของสัตว์ประหลาดโยนให้แพะดำ มันอาศัยสัญชาตญาณตะกละตะกลามกินเลือดเนื้อของสัตว์ประหลาด
แพะดำที่ผอมแห้งก็ฟื้นคืนสภาพด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หลี่เทียนกังเอ่ยอธิบาย "ถู่ตี้ได้รับพลังจากการกลืนกินสามวิญญาณเจ็ดพั่ว มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำลายสมดุลระหว่างต้นไม้สมองกับยักษ์ไท่ซุ่ย จำต้องเร่งความเร็วแล้ว"
ศีรษะในโถเหลือบมองโถน้ำเต้าแล้วกล่าว "ใช่แล้ว เร่งมือเถอะ"
ภายใต้การจัดสรรของหลี่เทียนกัง เหล่าผู้คุมเขตหวงห้ามก็ออกเดินทางไปยังทุ่งราบเลือดเนื้อทันที
ผู้ฝึกตนระดับยมทูตต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน
ซ่งจงอู๋คว้าวิญญาณเทียมสองดวง แล้วมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของต้นไม้สมอง
การต่อสู้ระหว่างต้นไม้สมองกับยักษ์ไท่ซุ่ยทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ แม้แต่แรงสั่นสะเทือนจากผลกระทบยังส่งมาถึงค่ายพักชั่วคราว
ซ่งจงอู๋เพิ่งจะเข้าใกล้ รากของต้นไม้เชื้อราก็ยื่นออกมาอย่างกระหายใจร้อน ม้วนวิญญาณเทียมเข้าไปใต้ดินโดยตรง
ต้นไม้เชื้อราเริ่มเติบโตขึ้นอีกครั้ง หลังจากมีเจ็ดพั่วแล้ว สติปัญญาของมันก็ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่การกระทำตามสัญชาตญาณอีกต่อไป
เหรินชิงอยากจะบอกหลี่เทียนกังเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผิดปกติของโถน้ำเต้า แต่ในค่ายพักมีผู้คนพลุกพล่าน จึงไม่สะดวกที่จะเปิดปาก
เขาทำได้เพียงติดตามเหล่าผู้คุมเขตหวงห้ามออกจากบริเวณรอบนอกของม่านหมอกเชื้อรา และทิ้งภูตเงาสายหนึ่งไว้เพื่อหาโอกาสส่งข่าว
เดินทางไปได้ไม่นาน เบื้องหน้าของเหรินชิงก็ปรากฏฝูงสัตว์ประหลาดจำนวนมาก
พวกมันมีรูปร่างแตกต่างกันไป เมื่อเห็นคนเป็นก็พุ่งเข้าใส่อย่างไม่ลังเล แม้จะต้องตายก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ฟิ้ว!
กระดูกสันหลังมังกรอสรพิษแทงทะลุออกจากฝ่ามือ
เหรินชิงเคยรับมือกับสัตว์ประหลาดมาก่อน ดังนั้นการลงมือจึงเฉียบขาดไร้ปรานี ครู่ต่อมา กระดูกสันหลังมังกรอสรพิษก็เสียบศพไว้สิบกว่าตัว
ขอเพียงเขาทิ้งศพลง ก็จะมีผู้คุมเขตหวงห้ามมาขนย้ายพวกมันกลับไปยังค่ายพัก
ไม่นานเหรินชิงก็ดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ
โดยปกติแล้ว ผู้คุมเขตหวงห้ามต้องร่วมมือกันจึงจะสามารถสังหารสัตว์ประหลาดได้อย่างรวดเร็ว แต่พวกเขากลับพากันมองไปยังเหรินชิงโดยตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง แล้วก็เห็นอีกฝ่ายกำลังสังหารอย่างบ้าคลั่ง
กระดูกสันหลังมังกรอสรพิษพลันกลายเป็นเงาเลือนรางครอบคลุมอาณาบริเวณหลายสิบเมตร สัตว์ประหลาดตัวใดก็ตามที่เข้าใกล้จะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ในทันที แล้วถูกภูตเงาขนย้ายไป
แม้กระทั่งเหรินชิงยังเก็บศพของสัตว์ประหลาดบางส่วนเข้าไปในเตาหลอมเลือดเนื้อ หลังจากหลอมแล้วก็ได้วัตถุดิบที่เรียกว่า "เลือดประหลาด"
[เลือดประหลาด]
[ก่อเกิดจากอเวจีมหานรก เมื่อกินเข้าไปจะลดอายุขัย เพิ่มพลังวิญญาณเล็กน้อย และมาพร้อมกับการกลายสภาพในระดับหนึ่ง]
สำหรับเหรินชิงแล้ว เลือดประหลาดนับว่าไร้ประโยชน์ แต่จะทิ้งไปก็น่าเสียดาย
หากจะต้องใช้อายุขัยเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณ สู้ไปหาวิชาอาคมที่คล้ายคลึงกัน แล้วอาศัยข้อมูลเพื่อเลื่อนขั้นโดยตรงย่อมจะดีกว่า
แต่แพะดำคงต้องการเลือดเนื้ออีกไม่มากนัก สัตว์ประหลาดก็มีมาไม่ขาดสายราวกับผักปลา เขาจึงถือโอกาสเก็บสะสมไว้บ้าง
เลือดเนื้อของสัตว์ประหลาดจำนวนมากถูกส่งเข้าปากแพะดำ สภาพของมันเริ่มคงที่ขึ้น แต่ยังคงอ่อนแออย่างยิ่ง
ซ่งจงอู๋ก็เข้าร่วมการล่าสัตว์ประหลาดด้วย เมื่อมีผู้ฝึกตนระดับยมทูตเข้ามายุ่งเกี่ยว ประสิทธิภาพก็ยิ่งสูงขึ้น ศพแทบจะกองท่วมเป็นภูเขา
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแข่งกับเวลา
เหรินชิงฉวยโอกาสเล่าเรื่องของโถน้ำเต้าให้ซ่งจงอู๋ฟัง แต่อีกฝ่ายเพียงพยักหน้ารับ ไม่ได้ใส่ใจอันใด
เขาเห็นดังนั้นกลับวางใจลง
เหล่าผู้คุมเขตหวงห้ามใช้เวลาไปชั่วยามกว่าๆ เมื่อมีศพเพียงพอแล้วก็เตรียมจะเริ่มการเรียกวิญญาณรอบต่อไป
แต่สุ่นเพิ่งจะใช้อีกาโลกันตร์เรียกผู้คุมเขตหวงห้ามกลับมา เรื่องไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น
ท่ามกลางแผ่นดินที่สั่นสะเทือน ต้นไม้เชื้อราพลันถอนรากทั้งหมดของมันออกมา ดิ้นกระตุกราวกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา
ต้นไม้เชื้อราไม่ได้ช่วยยักษ์ไท่ซุ่ยต่อสู้กับต้นไม้สมอง แต่กลับเลือกที่จะหนีห่างออกไป เห็นได้ชัดว่าสติปัญญาของมันรู้จักหลีกเลี่ยงภยันตรายแล้ว
ต้นไม้สมองดูเหมือนจะรับรู้ได้ว่าวิญญาณเทียมค่อยๆ ห่างออกไป มันเหวี่ยงกิ่งก้านไม่หยุดยั้ง สมองสีเทาดำของมันมีโลหิตไหลทะลักออกมา
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว
ฝูงสัตว์ประหลาดราวกับถูกกระตุ้น จากแต่เดิมที่เคยอยู่ในอาณาเขตของตน บัดนี้กลับหลั่งไหลมาทางต้นไม้สมองดุจกระแสน้ำทะลัก
ทั้งบนฟ้าและบนดินล้วนเต็มไปด้วยพวกมัน
ศีรษะในโถตะลึงไปชั่วอึดใจ แล้วตะโกนเสียงก้อง
"ถอย!!!"
เขาใช้อาคมคุ้มกันทุกคน ขังสัตว์ประหลาดหลายสิบหลายร้อยตัวไว้ในโถ แต่ก็ยังมีผู้คุมเขตหวงห้ามถูกฝูงสัตว์ประหลาดรุมทึ้งจนตาย
ด้วยความเร็วของเหรินชิงย่อมไม่ล้าหลัง แต่เขาจงใจชะลอฝีเท้าลง ม้วนร่างสัตว์ประหลาดหลายสิบหลายร้อยตัวเก็บไว้ในคุกในอุทร
เมื่อหันกลับไปมอง สัตว์ประหลาดนับล้านตัวราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ช่างเป็นภาพที่ทำให้คนขนหัวลุก
เสียงวิหคร้องดังขึ้น
สุ่นบินผ่านท้องฟ้า กรงเล็บของมันคว้าจับผู้คุมเขตหวงห้ามที่หนีไม่ทัน
เหล่าผู้คุมเขตหวงห้ามป้องกันอยู่รอบกำแพงเมือง อาศัยความได้เปรียบจากที่สูงปล่อยวิชาอาคม ไม่นานก็ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
แต่ปัญหากลับตามมาติดๆ
รากของต้นไม้สมองดูดซับเลือดเนื้อของสัตว์ประหลาด พลังที่สำแดงออกมาน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น แต่กลับทำอะไรต้นไม้เชื้อราที่อยู่ห่างไกลไม่ได้เลย
มันทำได้เพียงระบายอารมณ์ใส่ยักษ์ไท่ซุ่ย ม่านหมอกเชื้อราเริ่มมีทีท่าว่าจะสลายไป
เหรินชิงรู้สึกว่าเรื่องนี้ยุ่งยากแล้ว จากสถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนว่าหลังจากต้นไม้เชื้อราดูดซับสามวิญญาณเจ็ดพั่วจนหมดสิ้นแล้ว อาจจะสูญเสียการควบคุมไป
จุดประสงค์ของหอผู้คุมเขตหวงห้ามคือต้องการให้ต้นไม้เชื้อราใช้ความสามารถของผู้เป็นมารดาแห่งหนูเพื่อผลิตดวงวิญญาณดวงใหม่ขึ้นมา และสุดท้ายก็เข้าควบคุมอเวจีมหานรกแทนต้นไม้สมอง
หากต้นไม้เชื้อราไม่เล่นตามบทที่วางไว้ แล้วหลุดรอดออกจากอเวจีมหานรกไปได้เล่า...
(จบตอน)