เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 ไร้มลทิน ไร้มัวหมอง ไร้ซึ่งมหันตภัย

บทที่ 76 ไร้มลทิน ไร้มัวหมอง ไร้ซึ่งมหันตภัย

บทที่ 76 ไร้มลทิน ไร้มัวหมอง ไร้ซึ่งมหันตภัย


บทที่ 76 ไร้มลทิน ไร้มัวหมอง ไร้ซึ่งมหันตภัย

การซ่อมแซมหอพนักงานเผาศพนั้นดูยิ่งใหญ่กว่าที่จินตนาการไว้มาก

ตอนแรกมีเพียงช่างฝีมือไม่กี่คนที่กำลังศึกษาวิธีการอุดรูบนกำแพงสวน ดูแล้วก็ยังปกติ แต่ต่อมาจำนวนคนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

คนหลายสิบคนมืดฟ้ามัวดินล้อมรอบหอพนักงานเผาศพพูดคุยกันจอแจ กระทั่งเหรินชิงก็ยังสังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลในนั้น

ช่างฝีมือก็ขนอิฐที่เพิ่งจะเผาเสร็จเข้ามาทันที กระเบื้องยิ่งมีหลายร้อยชั่ง ท่าทางราวกับกำลังจะก่อสร้างครั้งใหญ่

มุมปากของเหรินชิงกระตุกเล็กน้อย หรือว่านายทะเบียนจ้าวจะฟังผิดไป ข้าบอกว่าซ่อมแซมกำแพงสวน ไม่ใช่สร้างใหม่

ป๋อเฟิงยิ่งหวาดหวั่น เกรงว่าจะเป็นเพราะความประมาทของตนเอง

ในขณะนั้นเอง นายทะเบียนจ้าวก็เดินมายังหอพนักงานเผาศพด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เหรินชิงรีบเข้าไปดึงเขาเข้ามาในห้องพัก

นายทะเบียนจ้าวรินน้ำชาพลางกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “น้องเหริน พอใจหรือไม่”

ตามแผนการของเขาแล้ว หอพนักงานเผาศพจะถูกขยายอย่างพลิกโฉม และจะแยกห้องพักของเหรินชิงออกมาต่างหาก

เหรินชิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ท่านจ้าว จริง ๆ ท่านมีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยหรือขอรับ?”

นายทะเบียนจ้าวยิ้มแหยๆ พลางถูมือ เผยให้เห็นท่าทางที่นอบน้อมยิ่งกว่าตอนที่พบกับนายอำเภอเสียอีก “คือว่า…”

“มีเรื่องก็รีบพูดมา”

“เมืองซานเซียงทุกๆ ห้าปีจะมีการจัดการสอบระดับมณฑลขึ้นครั้งหนึ่ง ครั้งนี้จัดขึ้นที่สนามสอบชิงเหอในเขตตะวันตก ตามหลักแล้วควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของพวกเรา”

เขากลัวว่าเหรินชิงจะปฏิเสธ รีบอธิบาย “ก็ไม่ได้มีเรื่องยุ่งยากอะไรมากนัก เพียงแค่ต้องการจะขอให้พี่เหรินช่วยดูแลหน่อย”

หลังจากที่นายทะเบียนจ้าวกล่าวจบ ก็ดื่มน้ำชาอย่างจนใจเล็กน้อย

แม้ว่าการสอบจะเป็นเพียงแค่ในขอบเขตของเซียงเซียง แต่ในเมืองซานเซียงถือเป็นเรื่องใหญ่

โดยปกติแล้ว หลังจากที่บัณฑิตกลายเป็นถงเซิงแล้วผ่านการสอบระดับมณฑลก็จะเป็นซิ่วไฉ ส่วนจวี่เหรินนั้นจะต้องเข้าร่วมการสอบระดับมณฑลครั้งนี้

อาจจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะปิดของเซียงเซียง ช่วงเวลาระหว่างการสอบระดับมณฑลจึงยาวนานอย่างยิ่ง ว่ากันว่าจำนวนบัณฑิตที่ถูกคัดเลือกก็ไม่มากนัก

ส่วนการสอบเตี้ยนซื่อนั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่เคยมีจวี่เหรินคนใดที่จะไปรับตำแหน่งนอกพื้นที่

เหรินชิงเอ่ยถามอย่างสงสัย “เหตุใดข้าจึงไม่เห็นคนรอบข้างพูดคุยถึงเรื่องนี้?”

“นี่ก็ยังเหลืออีกกว่าหนึ่งเดือน อีกอย่างงานวัดในเขตตะวันตกก็เปิดแล้ว เรื่องการสอบจึงไม่ค่อยมีคนสนใจมากนัก”

งานวัดน่าจะจัดขึ้นโดยวัดเทพธิดาประทานบุตร ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากเขตตะวันตก

ชาวบ้านเพื่อที่จะขอพรให้มีบุตรจึงได้มาสักการะเทพธิดาประทานบุตร ในวันธรรมดาธูปเทียนถือว่าค่อนข้างจะรุ่งเรือง กระทั่งผู้ดูแลวัดยังจะถูกเชิญไปเป็นหมอตำแยเพื่อรอคลอดอีกด้วย

เหรินชิงทราบจากปากของนายทะเบียนจ้าวว่า งานวัดจะจัดขึ้นประมาณเจ็ดวัน เวลาไม่ได้ทับซ้อนกับการสอบ

เขาตอบตกลง “เรื่องเล็กน้อย ไม่มีปัญหา”

นายทะเบียนจ้าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนที่จะกลับยังแอบสอดธนบัตรห้าสิบเหลี่ยงไว้ใต้ถ้วยชาอีกด้วย มารยาททางสังคมนั้นเต็มเปี่ยม

แต่เหรินชิงตอนนี้ไม่ได้สนใจเงินทางโลกมากนัก ธนบัตรถูกเขาเก็บเข้าไปในคุกในอุทรอย่างง่ายดาย

หลายวันต่อมา เขาก็อยู่ในหอพนักงานเผาศพฝึกฝนกระดูกสันหลังมังกรอสรพิษ

ระหว่างนั้นหวงจื่อว่านมาหาครั้งหนึ่ง แต่เป็นเพียงการมาเพื่อพูดคุยสัพเพเหระเท่านั้น นี่อดไม่ได้ที่จะทำให้เหรินชิงรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง

ตอนนี้ทางที่ดีที่สุดคือเขาสามารถรับภารกิจของหอผู้คุมเขตหวงห้ามได้สักสองสามภารกิจ เพื่อใช้ในการหาผลึกโลหิต

แต่เมืองซานเซียงกลับสงบสุขขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักเป็นเพราะความสัมพันธ์ของงานวัดกับการสอบ ทำให้มีพลจับกุมจำนวนมากออกลาดตระเวนทั้งเช้าและเย็น

กลุ่มอิทธิพลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ประกอบกิจการในพื้นที่ของตนเองอย่างสงบเสงี่ยม

เหรินชิงว่างงาน จึงตั้งใจว่าจะไปเดินเล่นที่งานวัดเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ บรรยากาศเช่นนี้มีอยู่เพียงในความทรงจำวัยเด็กของชาติก่อนเท่านั้น

เหรินชิงจงใจเลือกช่วงเย็น เห็นเพียงบนถนนใกล้กับวัดแขวนโคมไฟเต็มไปหมด กลิ่นอายของความคึกคักฟุ้งกระจายไปทั่วขนาดเช่นนี้

ย่อมดีกว่าเทศกาลอาหารที่ทำขึ้นอย่างหยาบๆ มากนัก ดูคึกคักอย่างยิ่งยวด

มองไปแวบเดียว ล้วนเป็นอาหารที่น่ารับประทานจนน้ำลายสอ ทั้งน้ำตาลปั้น ขนมมั่วเกา พะโล้ เต้าหู้เหม็น…

กลิ่นหอมต่างๆ ผสมปนเปกัน ดึงดูดให้ผู้คนหยุดยืนชม

เด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ริมถนน พ่อแม่ญาติพี่น้องรีบวิ่งตามอยู่ข้างหลัง

เหรินชิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ความกดดันในใจลดน้อยลงเล็กน้อย ที่มากกว่านั้นคือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

เขาซื้อถังหูลู่มาหนึ่งไม้พลางเดินพลางกิน รสชาติเน้นเปรี้ยวหวานเป็นหลัก ยังสามารถลิ้มรสความฝาดของซานจาได้อีกด้วย

เมื่อเหรินชิงเข้าใกล้วัดเทพธิดาประทานบุตร ก็พบว่ามีคนจำนวนมากล้อมรอบอยู่ บรรยากาศเงียบสงัด

ฝูงชนล้วนเป็นสตรีและเด็ก อายุตั้งแต่รุ่นกระทงไปจนถึงผมขาวโพลน

ทันใดนั้นเหรินชิงก็เกิดความประหลาดใจขึ้นมา เกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น รีบเบียดเสียดเข้าไป

เห็นเพียงหน้าวัดมีผู้ดูแลวัดชราที่ดูอายุเจ็ดสิบกว่าปียืนอยู่ นางกำลังแจกถั่วลิสงให้ฝูงชน พลางพูดจาอวยพร

ผู้ดูแลวัดชรากวาดตามองเหรินชิงที่อยู่นอกฝูงชน จากนั้นก็พยักหน้าให้เขาอย่างแปลกๆ

เหรินชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีความหมายอันใด อีกอย่างวัดเทพธิดาประทานบุตรกลับเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนถึงเพียงนี้

เขากวาดตามองไปรอบๆ พบว่าจูติ้งที่ถือถั่วลิสงอยู่ในมือกำลังเบียดเสียดออกมาจากฝูงชน

เหรินชิงเดินตรงเข้าไป ยืนรออยู่หน้าต้นไม้โบราณที่ประตูวัดครู่หนึ่ง รอจนกระทั่งจูติ้งออกมาได้จึงจะเข้าไปหา

“ท่านมือปราบเหริน…”

จูติ้งตกใจ หน้าแดงก่ำ พูดจาอึกอัก

เหรินชิงตบไหล่ของเขาแล้วเอ่ยถาม “จูติ้ง เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

“ข้ามาที่นี่ก็เพราะ…อันที่จริงแล้วข้าก็เป็นคนของวัดนี้ แต่ว่ามารดาของข้าเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก ท่านย่าหลัวเป็นคนเลี้ยงดูข้ามา”

“ท่านย่าหลัว?”

ทันใดนั้นเหรินชิงก็ทราบจากปากของจูติ้งว่าท่านย่าหลัวก็คือผู้ดูแลวัดชราผู้นั้น คนในเมืองซานเซียงไม่น้อยล้วนถูกนางทำคลอดให้

ในวัดก็จะช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่บ้าง

“ท่านมือปราบเหริน ท่านย่าหลัวเป็นคนดีมีเมตตามากนะขอรับ”

จูติ้งเกาหัวอย่างเขินอาย

เขาถือว่าท่านย่าหลัวเป็นมารดามาโดยตลอด ไม่เพียงแต่จะไปช่วยทำความสะอาด เงินเดือนที่เหลือในแต่ละเดือนก็จะบริจาคให้วัดด้วย

“เป็นเช่นนี้นี่เอง…”

เหรินชิงยิ้มแล้ว จากนั้นก็เบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนอย่างไม่สนใจผู้ใด

สตรีและเด็กบริเวณใกล้เคียงต่างก็ถอยห่างออกไป ในไม่ช้าเขาก็มาถึงยังเบื้องหน้าของท่านย่าหลัว อีกฝ่ายยังคงมีรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเมตตา

ท่านย่าหลัวคว้าถั่วลิสงกำหนึ่งมาวางไว้ในมือของเหรินชิง “เด็กน้อย ยื่นมือมารับสิ”

เหรินชิงแกะเปลือกกินไปหนึ่งเม็ด ก็เป็นถั่วลิสงธรรมดา กระทั่งยังมีความชื้นเล็กน้อย ไม่นับว่าอร่อยมากนัก

“ท่านย่าหลัว รสชาติดีขอรับ”

แต่ทว่าจุดประสงค์ของเขาไม่ใช่เพื่อถั่วลิสง แต่เป็นการจงใจเข้าใกล้ท่านย่าหลัว

กระแสข้อมูลไหลเวียน

[หลัวจี้]

[อายุ: สี่สิบแปด]

[อายุขัย: เจ็ดปี]

[วิชา: คัมภีร์หญ้าคิมหันต์ (ผู้ไร้โรค)]

[สร้างขึ้นโดยปรมาจารย์ไท่ซุ่ย การฝึกฝนวิชานี้ต้องกลืนกินเมล็ดพันธุ์โรคที่ไร้สีไร้รูปร่างเจ็ดสิบห้าชนิด รอจนกระทั่งโรคเรื้อรังหายดี จึงจะสามารถหลอมสร้างวิชาจนสำเร็จได้]

เหรินชิงพลางเดินพลางโยนถั่วลิสงเข้าปาก อดไม่ได้ที่จะมีความคิดมากมาย

ตังถั่งแห่เช่า? (ถังเช่า)

เมล็ดพันธุ์โรคจะไม่ใช่หมายถึงเชื้อโรคกระมัง วิชาอาคมนี้ค่อนข้างจะร้ายกาจอยู่บ้าง ผู้ไร้โรคเหมือนกับที่ในพุทธศาสนากล่าวไว้ว่าไร้มลทินไร้มัวหมอง

ก่อนหน้านี้เหรินชิงไม่เคยไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราการเกิดของเมืองซานเซียงเลยจริงๆ

ตอนนี้มาคิดดู ในโลกที่วิชาอาคมแพร่หลาย เกรงว่าการที่สตรีตั้งครรภ์สิบเดือนแล้วคลอดบุตรนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่จินตนาการไว้

เทพธิดาประทานบุตรอาจจะเป็นผู้คุมเขตหวงห้ามเช่นกัน กระทั่งอาจจะบรรลุถึงระดับยมทูตแล้วก็เป็นได้

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 76 ไร้มลทิน ไร้มัวหมอง ไร้ซึ่งมหันตภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว