- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนวิปลาส
- บทที่ 72 ตลาดผีแห่งความฝันของจวงโจว
บทที่ 72 ตลาดผีแห่งความฝันของจวงโจว
บทที่ 72 ตลาดผีแห่งความฝันของจวงโจว
บทที่ 72 ตลาดผีแห่งความฝันของจวงโจว
เรื่องราวของสมาคมโคลนโสมมจะคุกรุ่นต่อไปอย่างไรนั้นเหรินชิงไม่ทราบแน่ชัด อย่างไรเสียในวันถัดไปเขาก็ได้รับค่าตอบแทนสำหรับภารกิจแล้ว
เดิมทีคิดว่าจะเป็นอย่างที่หวงจื่อว่านกล่าวไว้ ค่าตอบแทนจะถูกส่งมาโดยอีกาโลกันตร์ ไม่นึกเลยว่าจะได้พบกับมู่อี้แทน
สาเหตุหลักก็เป็นเพราะซ่งจงอู๋มีเรื่องเร่งด่วนชั่วคราวไม่สามารถปลีกตัวได้ จึงได้มอบหมายให้มู่อี้มาแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผลึกโลหิตให้เหรินชิงทราบ
จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่า ซ่งจงอู๋ยังคงให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของเหรินชิงอยู่
หลังจากที่มู่อี้อธิบาย เหรินชิงก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดหอผู้คุมเขตหวงห้ามจึงใช้ผลึกโลหิตเป็นเงินตรา
ประการแรกคือพกพาสะดวกอย่างยิ่ง
เพียงแค่ใช้ความร้อนสูงเผา ผลึกโลหิตก็จะหลอมรวมกันเป็นของเหลว
และผลึกโลหิตที่หลอมรวมกันแล้ว ขนาดของมันจะไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย มีเพียงสีสันและน้ำหนักเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น
เหรินชิงฟันผลึกโลหิตออกเป็นสองซีก ผลึกโลหิตที่แตกหักก็กลับกลายเป็นหยดน้ำอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่น้ำหนักโดยรวมกลับเท่าเดิม
แสดงว่าแทบจะไม่มีการสูญเสียเลย
จนทำให้น้ำหนักของผลึกโลหิตกลายเป็นมาตรฐานในการประเมินค่า
ผลึกโลหิตน้ำหนักประมาณหนึ่งชั่งเรียกว่า ‘เซิง’ เมื่อถึงสิบชั่งก็จะเป็น ‘โต่ว’ และร้อยชั่งคือ ‘สือ’
หน่วยน้ำหนักชนิดนี้อันที่จริงแล้วใช้กันมานานมากแล้ว ไม่เพียงแต่หอผู้คุมเขตหวงห้าม แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปก็เป็นเช่นนี้ ว่ากันว่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี
เหรินชิงรู้สึกสงสัยกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง
จากที่เห็นในปัจจุบัน เมืองซานเซียงไม่มีบันทึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ใดๆ เลยแม้แต่น้อย ไม่รู้เลยว่าเป็นราชวงศ์ใด กระทั่งทุกคนก็คุ้นเคยกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี
เพื่อที่จะไม่แสดงท่าทีผิดปกติออกมา เหรินชิงจึงไม่เคยไป
ไถ่ถามถึงประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือนไป ซึ่งในนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับแดนเหนือที่ถูกแบ่งแยกออกไป
คงต้องรอให้ระดับการฝึกตนสูงขึ้นเสียก่อน แล้วค่อยไปสำรวจ
โชคดีที่ค่าตอบแทนสำหรับภารกิจของสมาคมโคลนโสมมครั้งนี้นั้นถือว่ามากมายอย่างยิ่ง ทำให้เหรินชิงเห็นความหวังที่จะกลายสภาพพิสดารได้ในระยะเวลาอันสั้น
แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงตัวประกอบตั้งแต่ต้นจนจบ หอผู้คุมเขตหวงห้ามก็ยังให้รางวัลเป็นผลึกโลหิตสิบห้าโต่ว ซึ่งก็คือหนึ่งสือครึ่ง
ต้องรู้ว่าผลึกโลหิตหนึ่งร้อยโต่วสามารถแลกเปลี่ยนเป็นวัตถุประหลาดระดับกึ่งศพได้
แต่สำหรับผู้คุมเขตหวงห้ามส่วนใหญ่แล้ว แม้ว่าจำนวนวัตถุประหลาดภายในหอผู้คุมเขตหวงห้ามจะมีมากมาย แต่การที่จะเลือกวัตถุประหลาดของเส้นทางการกลายสภาพที่ต้องการนั้นก็ยังคงไม่ใช่เรื่องง่าย
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องใช้ผลึกโลหิตในการซื้อทรัพยากร หรือไม่ก็เก็บสะสมให้ครบห้าร้อยโต่วเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นคัมภีร์วิชาอาคมโดยตรง
เหรินชิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย หากในตอนที่อยู่ในเขตหวงห้ามปัดเป่าเภทภัยได้เป็นกองหนุนแล้ว เกรงว่าคงจะสามารถเลือกวิชาอาคมได้
เขาเก็บผลึกโลหิตและดาบเหมียวใหญ่เข้าไปในคุกในอุทร จากนั้นก็อดทนรอฝึกฝนอยู่ในหอพนักงานเผาศพเป็นเวลาหลายวัน
รอจนกระทั่งตลาดผีใกล้จะเปิด หวงจื่อว่านก็มาตามนัดในที่สุด เดินตรงเข้ามาในห้องพักของเหรินชิงท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของป๋อเฟิง
หากไม่ใช่เพราะเสี่ยวอู่รู้จักหวงจื่อว่าน เกรงว่าป๋อเฟิงคงจะอดไม่ได้ที่จะไปแจ้งทางการแล้ว
เหรินชิงเตรียมพร้อมอยู่ในห้องนานแล้ว เขาสวมเสื้อกันฝนและหมวกปีกกว้าง
ส่วนหวงจื่อว่านกลับไม่ปิดบังหน้าตาของตนเองแม้แต่น้อย เขารีบเร่ง “น้องเหริน ไปกันเถอะ!”
เหรินชิงหยิบกุญแจกระดูกออกมาวาดประตูทางเข้าของหอผู้คุมเขตหวงห้าม คนทั้งสองก้าวเข้าไปทีละคน ในเวลาเพียงครู่เดียวประตูไม้ก็หายไป
ภายในอเวจีมหานรกยังคงมีฝนโลหิตโปรยปรายลงมา แต่กลับดูคึกคักขึ้นมาก
เหรินชิงยืนอยู่บนซี่โครงมองออกไป ผู้คุมเขตหวงห้ามหลายสิบคนกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่นึกเลยว่าจะมีผู้ฝึกตนมายังตลาดผีมากถึงเพียงนี้
หวงจื่อว่านเอ่ยปากกล่าว “ในตลาดผีสามารถแลกเปลี่ยนทรัพยากรได้ หากเจ้าว่างทุกเดือนก็สามารถมาได้”
เหรินชิงเอ่ยถามอย่างสงสัย “มีผู้คุมเขตหวงห้ามนอกเขตเซียงเซียงหรือไม่?”
หวงจื่อว่านกล่าวเสียงเบา “บริเวณโดยรอบเซียงเซียงมีเขตหวงห้ามที่ยังไม่ถูกสำรวจอยู่นับไม่ถ้วน ดังนั้นหอผู้คุมเขตหวงห้ามจึงไม่อนุญาตให้ผู้คุมเขตหวงห้ามออกจากเซียงเซียง”
เขาน้ำเสียงหยุดไปเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “ซ่งจงอู๋ต้องเคยออกจากเซียงเซียงอย่างแน่นอน เจ้าสามารถหาโอกาสลองหยั่งเชิงดูได้”
เหรินชิงส่ายศีรษะ ซ่งจงอู๋ปิดปากเงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะยอมเปิดปากได้อย่างไร
แต่เขาก็พอจะคาดเดาได้อยู่บ้าง
เหรินชิงสงสัยว่าจำนวนเขตหวงห้ามทางใต้นั้นอันที่จริงแล้วมีไม่มากนัก จึงได้ขัดขวางไม่ให้ผู้คุมเขตหวงห้ามที่มีวัตถุประหลาดอยู่ในตัวเดินทางไป เกรงว่าจะทำให้เขตหวงห้ามแพร่กระจายออกไป
เซียงเซียงอาจจะเป็นเขตกันชน อยู่ตรงรอยต่อระหว่างเหนือกับใต้พอดี
ส่วนทางเหนือนั้นได้ล่มสลายไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
หวงจื่อว่านพาเหรินชิงเดินทางอยู่เป็นนานสองนาน คนทั้งสองมาถึงยังลานกว้างทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นก็นั่งลงบนกิ่งไม้ที่ไม่ไกลออกไป
บริเวณใกล้เคียงมีผู้คุมเขตหวงห้ามรวมตัวกันอยู่หลายสิบคน ดูเหมือนว่ากำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด
หวงจื่อว่านเริ่มง่วงจนหาว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงผู้คุมเขตหวงห้ามคนหนึ่งในฝูงชนตะโกนอย่างตื่นเต้น “มาแล้ว ตลาดผี!!!”
พื้นดินสั่นสะเทือนขึ้นมา หมอกบางๆ ค่อยๆ ปกคลุมไปทั่ว
ฝนโลหิตก็ไม่สามารถตกลงมาที่นี่ได้ ราวกับว่าถูกพลังที่ไม่รู้จักขวางกั้นไว้
ในเวลาเพียงครู่เดียวหมอกก็สลายไป ตลาดที่ราวกับอยู่ในความฝันก็ปรากฏแก่สายตา
ตลาดคึกคักจอแจ ผู้คนเดินผ่านไปมาร่างกายล่องลอย แผงลอยต่างๆ มีให้เลือกชมไม่หวาดไม่ไหว ยังได้กลิ่นหอมของอาหารว่างอีกด้วย
ทุกคนรีบออกเดินทางทันที
ผู้คุมเขตหวงห้ามเดินผ่านไปมาบนท้องถนน เมื่อผู้คนเดินผ่านไปมาสัมผัสถูกพวกเขาก็จะกลายเป็นควันฝุ่น ในเวลาเพียงครู่เดียวก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
เหรินชิงเดินตามอยู่ข้างหลัง อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม “นี่คือวิชาอาคม?”
หวงจื่อว่านพยักหน้ารับแล้วกล่าว “วิชาฝันผีเสื้อ”
“วิชาฝันผีเสื้อ…”
เหรินชิงพึมพำกับตนเองอยู่สองสามครั้ง ดูเหมือนว่าจะเคยเห็นผ่านๆ ในหอตำราลับ แต่บันทึกไว้ค่อนข้างจะคลุมเครือ
เขานึกถึงเพียงนิทานเปรียบเทียบเรื่องหนึ่ง
ความฝันของจวงโจว
หวงจื่อว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเลื่อมใส “วิชาอาคมนี้เป็นฝีมือของมหาปราชญ์ต้าเมิ่ง ผู้ฝึกตนระดับยมทูตขั้นสมบูรณ์”
หลังจากที่เชี่ยวชาญในวิชาฝันผีเสื้อแล้ว ผู้ฝึกตนจะสามารถสร้างความฝันที่กึ่งจริงกึ่งเท็จขึ้นมาได้ในขณะที่หลับอยู่ และดึงผู้อื่นเข้ามาในความฝันได้
ก็คือว่า มหาปราชญ์ต้าเมิ่งจะฝันถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘ตลาดผี’ ทุกวันที่สิบห้าของเดือน เพื่อให้ผู้คุมเขตหวงห้ามสามารถมารวมตัวกันซื้อขายแลกเปลี่ยนที่นี่ได้
สีหน้าของเหรินชิงค่อนข้างจะเหม่อลอย เสียงจอแจโดยรอบดังเข้าหู ราวกับว่าเงาคนที่ลวงตาเหล่านั้นล้วนเป็นของจริง
ชายชราที่แผงขายบะหมี่เรียกเหรินชิงอย่างแข็งขัน “คุณชาย มาบะหมี่หยางชุนสักชามไหม?”
ยังไม่ทันที่เหรินชิงจะทันได้เปิดปาก หวงจื่อกลับเอ่ยปากปฏิเสธ “ท่านผู้เฒ่า ไม่จำเป็นแล้ว”
เหรินชิงเกิดความประหลาดใจ หรือว่าคนเดินถนนในตลาดผีจะไม่ใช่ภาพลวงตา
หวงจื่อว่านเห็นดังนั้นจึงอธิบาย “อาหารที่ขายในตลาดผีนั้นกินได้จริงๆ แต่มีเพียงรสชาติกลับไม่สามารถกลืนลงท้องได้”
“อีกอย่างอาหารเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงิน แต่ว่ากันว่าจะทำให้อายุขัยฝ่ายหยางลดน้อยลง”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง”
เหรินชิงเลิกคิ้ว หรือว่าวิชาฝันผีเสื้อจะสามารถใช้เพื่อต่ออายุขัยได้?
กฎเกณฑ์ในความฝันน่าจะถูกกำหนดขึ้นโดยมหาปราชญ์ต้าเมิ่ง การได้มาซึ่งอายุขัยด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนนั้น มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งยวด
เหรินชิงมีสีหน้ายินดี ไม่นึกเลยว่าเพียงแค่เพิ่งจะมาถึงตลาดผี ก็ได้พบเบาะแสของวิชาต่ออายุขัยแล้ว
แต่ทว่าตลาดผีนั้นไม่เหมือนกับความฝันเลยแม้แต่น้อย รู้สึกเหมือนกับว่าเงาที่ลวงตาทุกเงาล้วนมีสติปัญญา หากพวกมันเป็นอิสระจากตลาดผี…
สีหน้าของเหรินชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย วิชาอาคมอย่างผู้เป็นมารดาแห่งหนูนั้นก็มีผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกันไม่ใช่หรือ
ร่างแยกหนูที่ใช้แทนตายนั้นตามทฤษฎีแล้ว เป็นเพียงชีวิตใหม่ที่สืบทอดความทรงจำมา ความสัมพันธ์กับร่างต้นนั้นเหมือนกับแม่ลูกมากกว่า
มารดาแห่งหนูเรียกหาร่างแยกหนูจำนวนมหาศาล หรือว่าจะเป็นการตามหา…อีกตัวตนหนึ่งที่มีจิตสำนึกเป็นของตนเอง?
“เหรินชิง เป็นอะไรไป?”
หวงจื่อว่านขัดจังหวะความคิดของเหรินชิง
เหรินชิงกดความคิดฟุ้งซ่านในใจลง การรายงานข้อสันนิษฐานให้หอผู้คุมเขตหวงห้ามทราบนั้นมีแต่จะสร้างความเดือดร้อน หาโอกาสบอกซ่งจงอู๋จะดีกว่า
(จบตอน)