เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 หากสวรรค์มิสร้างข้า สือฮ่าว วิถีโอสถนิรันดร์คงมืดมิดดั่งราตรีกาล

ตอนที่ 35 หากสวรรค์มิสร้างข้า สือฮ่าว วิถีโอสถนิรันดร์คงมืดมิดดั่งราตรีกาล

ตอนที่ 35 หากสวรรค์มิสร้างข้า สือฮ่าว วิถีโอสถนิรันดร์คงมืดมิดดั่งราตรีกาล


จนกระทั่งผู้อาวุโสอีกคนของสำนักปรากฏตัวออกมาจัดการ เหตุวุ่นวายที่หน้าประตูจึงค่อย ๆ สงบลง

สือฮ่าวเห็นฉากนี้ก็หัวเราะลำพัง หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

“ศิษย์พี่ ขอบคุณสำหรับโอสถของท่านเม็ดนั้น ข้าถึงสามารถเปิดทะเลทุกข์ได้สำเร็จ!”

เซียวหยุนที่แลกเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยเห็นสือฮ่าวก็รีบวิ่งเข้ามาทักทาย

“อะไรนะ? เป็นเขาเองหรือที่ปรุงโอสถบุปผาทองคำ?”

“เหลือเชื่อจริง ๆ! ข้านึกว่าเป็นผู้อาวุโสท่านใดเสียอีก!”

“ศิษย์พี่คนนี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษนี่นา ดูแล้วก็ธรรมดาออก”

“ให้ตายสิ! นี่เจ้าพูดอะไรออกมา? ถ้าเจ้าหน้าตาดีสักเสี้ยวของศิษย์พี่คนนั้น ศิษย์น้องอย่างข้ายินดีจับคู่ฝึก『วิถีคู่สมสวาท』กับเจ้าเลยเชียว!”

“เซียวหยุนดวงหมาหล่นทับชัด ๆ ถึงได้รู้จักกับศิษย์พี่คนนั้น!”

“หรือว่าจะเป็นท่านผู้อาวุโสเซียวที่ช่วยเป็นสื่อกลางให้?”

“ชู่ว์! เงียบปากไว้! เรื่องแบบนี้อย่าได้พูดที่นี่เชียว!”

เซียวหยุนได้ยินการสนทนาข้าง ๆ ก็ยิ่งลำพองใจ แต่ต่อหน้าสือฮ่าวเขากลับมีท่าทีที่เคารพนบนอบเป็นอย่างยิ่ง

“เช่นนั้นก็ยินดีด้วย!” สือฮ่าวยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไป

“ศิษย์พี่ ท่านจะไปไหนรึ? ให้ช้านำทางไปดีหรือไม่?!”

“นำทางรึ?” สือฮ่าวครุ่นคิด “เช่นนั้นก็ได้! ข้าอยากจะไปหอคัมภีร์ของสำนัก รบกวนเจ้าพาข้าไปหน่อย!”

“ศิษย์พี่ช่างขี้เกรงใจเกินไปแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ลำบากเลย!”

จากนั้น เซียวหยุนก็พาเสือฮ่าวไปยังหอคัมภีร์ด้วยความเบิกบาน

“ศิษย์พี่ ที่นี่แหละ หอคัมภีร์เปิดให้ศิษย์ธรรมดาเข้าได้แค่ส่วนชั้นล่างเท่านั้น ส่วนชั้นบนขึ้นไปไม่ได้นะ!”

สือฮ่าวพยักหน้า เดินเข้าไปคนเดียว

ภายในหอคัมภีร์

สือฮ่าวเดินชมรอบ ๆ หยิบม้วนหยกที่แนะนำเกี่ยวกับแดนรกร้างบูรพาขึ้นมาอ่านเล่น ๆ จากนั้นก็เตรียมจะขึ้นไปยังชั้นสอง แต่กลับถูกผู้อาวุโสที่เฝ้าหอคัมภีร์ตรงบันไดขวางเอาไว้

“เว้นแต่จะมีป้ายคำสั่งของผู้อาวุโส ศิษย์ธรรมดาห้ามขึ้นไปชั้นบน”

“ศิษย์สือฮ่าว ได้รับความยินยอมจากท่านผู้อาวุโสเซียวรั่วหัวให้เข้ามาในที่แห่งนี้ เพียงแต่… เห็นทีจะลืมหยิบป้ายติดตัวมาด้วย”สือฮ่าวมีรอยยิ้มบนใบหน้า ไม่ได้ร้อนรนแต่อย่างใด

สือฮ่าวยิ้มสุภาพ ไม่แสดงท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อย เขาหยิบขวดหยกบรรจุโอสถออกมาส่งให้

“โอสถบุปผาทองคำ? เจ้าคืออัจฉริยะปรุงโอสถที่เซียวรั่วหัวพูดถึงรึ?”

ผู้อาวุโสที่เฝ้าหอคัมภีร์เองก็รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสำนักไท่เสวียนช่วงนี้ดี

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าที่เคร่งขรึมในตอนแรกพลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นทันที

เขารับขวดหยกโอสถอย่างรวดเร็ว ความเร็วนี้แม้แต่สือฮ่าวก็ยังมองไม่ทัน

“อื้ม ในเมื่อท่านผู้อาวุโสเซียวเห็นความสำคัญของเจ้าถึงเพียงนี้ ป้ายลืมหยิบมาก็พอเข้าใจได้ เจ้าขึ้นไปเถอะ เรื่องนี้อย่าได้แพร่งพรายออกไป แต่คราวหน้าห้ามทำแบบนี้อีก!”

“ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ!”

จากนั้น สือฮ่าวก็ขึ้นไปยังชั้นสองของหอคัมภีร์

ของที่นี่มีค่ามากกว่าชั้นหนึ่งมากนัก

‘คัมภีร์ลับไท่เสวียน’ เคล็ดวิชาบ่มเพาะขอบเขตสี่ขั้ว สามพันแต้มสำนัก? แลก!

‘เคล็ดวิชามังกรแปลง’ เคล็ดวิชาบ่มเพาะขอบเขตมังกรแปลง แปดพันแต้มสำนัก? แลก!

‘คัมภีร์มหาฤทธิ์’ เคล็ดวิชาบ่มเพาะถึงแดนเซียนชั้นหนึ่ง สองหมื่นแต้มสำนัก? แลก...ไม่ไหว ขอล่าถอยก่อน!

ขณะที่สือฮ่าวกำลังเลือกเคล็ดวิชาอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากชั้นล่าง

เงาร่างหลายสายรีบรุดขึ้นมายังชั้นสอง

ผู้นำสวมชุดนักพรตหยินหยาง สวมมงกุฎขนนก รูปร่างสูงโปร่ง

คนผู้นี้คือเจ้าสำนักไท่เสวียน เสวียนคงจื่อ

ด้านหลังเขา คนหนึ่งคือผู้อาวุโสเซียวรั่วหัว อีกคนเป็นชายชราหลังค่อมที่ไม่คุ้นหน้า

“ศิษย์สือฮ่าว คารวะเจ้าสำนัก!” สือฮ่าวคำนับเล็กน้อย

เสวียนคงจื่อโบกมือ “ไม่ต้องมากพิธีรีตอง เมื่อครู่นี้ท่านผู้อาวุโสเซียวมาพบข้า โอสถเหล่านี้เจ้าเป็นคนปรุงเองจริง ๆ รึ?”

สือฮ่าวตอบอย่างใจเย็น “หากเจ้าสำนักหมายถึงโอสถชำระไขกระดูก โอสถบำรุงหยวน และโอสถหลอมโลหิต ใช่ขอรับ ข้าเป็นคนปรุงเอง”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าโอสถที่เจ้าปรุงออกมาเหล่านี้มีสรรพคุณอย่างไร?”

“แน่นอนขอรับ ฤทธิ์ยาแรงกว่าในตำราโอสถเดิมสิบเท่า!”

“เจ้าปรุงออกมาเอง...จริง ๆ น่ะรึ?”

ชายชราหลังค่อมด้านข้างโพล่งขึ้นมา จ้องมองสือฮ่าวอย่างเขม็ง “สือฮ่าว เจ้าเพิ่งเข้าสำนักได้ไม่นาน ลองปรุงโอสถครั้งแรกก็มีผลสำเร็จเช่นนี้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร?”

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ขอรับ! ข้าชอบวิถีแห่งโอสถเป็นอย่างมาก ทันทีที่ได้สัมผัสการปรุงโอสถก็มีลางสังหรณ์บางอย่าง ราวกับกำลังบอกข้าว่า หากสวรรค์มิสร้างข้า สือฮ่าวผู้นี้ วิถีโอสถนิรันดร์คงมืดมิดดั่งราตรีกาล!”

ชายชราหลังค่อมถึงกับพูดไม่ออก คนคุยโวน่ะเขาเคยเห็นมานัก แต่ไม่เคยเห็นคนโอ้อวดมากขนาดนี้มาก่อน

เขาทำหน้าบึ้งตึงอยู่ครู่หนึ่งถึงจะสงบลงได้ กัดฟันพูดว่า “เจ้าหนุ่มน้อย มีปัญญาก็ปรุงโอสถบำรุงหยวนให้ข้าดูสักหม้อ! หากปรุงสำเร็จ ข้าจะยอมรับว่าเจ้ามีของจริง!”

เสวียนคงจื่อพยักหน้า “สือฮ่าว เจ้าอย่าได้ใส่ใจ ท่านผู้อาวุโสเย่เป็นผู้อาวุโสของสำนักโอสถ ปกติไม่ค่อยได้พบปะกับคนภายนอก นิสัยค่อนข้างตรงไปตรงมา”

“เอาอย่างนี้ ถ้าเจ้าปรุงสำเร็จ ข้าจะเลื่อนตำแหน่งเจ้าเป็นผู้อาวุโสสำนักโอสถ ในอนาคตเคล็ดวิชาและวัตถุดิบของสำนัก เจ้าไม่ต้องใช้แต้มสำนักก็สามารถรับได้โดยตรง”

ไม่ต้องใช้แต้มแลกรึ?

เช่นนั้นเคล็ดวิชาคัมภีร์ลับที่แลกไม่ไหวในหอคัมภีร์นี้ก็สามารถเอามาได้เลยน่ะสิ?

“ดีขนาดนี้เลยรึขอรับ?” สือฮ่าวตาเป็นประกาย “ขอบคุณเจ้าสำนัก!”

“อย่าเพิ่งรีบขอบคุณ ปรุงออกมาให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”

ผู้อาวุโสเย่หลังค่อมหยิบวัตถุดิบโอสถบำรุงหยวนออกมาส่วนหนึ่ง

สือฮ่าวรับวัตถุดิบมา ไม่พูดพร่ำทำเพลง ใช้พลังปราณสร้างเปลวไฟขึ้นมาเตรียมจะโยนวัตถุดิบเข้าไป

“เดี๋ยว ๆ ๆ เดี๋ยวก่อน!”

ผู้อาวุโสเย่มีสีหน้าประหลาดใจ รีบตะโกนห้ามสือฮ่าว

“ไม่ใช่สิ เตาหลอมโอสถของเจ้าล่ะ? เจ้าจะไม่ใช้เตาหลอมโอสถเลยรึ?”

“ทำไมต้องใช้เตาหลอมโอสถหรือขอรับ? ข้าน่ะ ปรุงโอสถไม่เคยใช้เตาหลอมโอสถสักครั้ง!” สือฮ่าวพูดอย่างจริงจัง

อย่างไรเสีย เขาก็ปรุงโอสถสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว จะใช้เตาหลอมโอสถทำไมให้มันยุ่งยากกัน?

“ดี ๆ ๆ!”

“เช่นนั้นรีบเริ่มปรุงโอสถเถอะ!”

ผู้อาวุโสเย่ตบหน้าอกตัวเองฮวบ ๆ สูดหายใจลึก เกือบจะโดนเจ้าหนุ่มคนนี้ทำเอาลมจับตาย

ไม่ใช้เตาหลอมแต่กลับจะโอสถปรุงโอสถรึ?

ถ้าทำได้จริง ๆ ที่เขาฝึกหลอมโอสถมาทั้งชีวิต… คงต้องบอกว่า “ฝึกทิ้งให้หมากิน” เสียแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 35 หากสวรรค์มิสร้างข้า สือฮ่าว วิถีโอสถนิรันดร์คงมืดมิดดั่งราตรีกาล

คัดลอกลิงก์แล้ว