เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 การช้อปปิ้งครั้งใหญ่ของหลินเข่อเอ๋อร์

ตอนที่ 22 การช้อปปิ้งครั้งใหญ่ของหลินเข่อเอ๋อร์

ตอนที่ 22 การช้อปปิ้งครั้งใหญ่ของหลินเข่อเอ๋อร์


โลกยุคพลังวิญญาณฟื้นคืน

หลินเข่อเอ๋อร์ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

นับตั้งแต่สัตว์ปิศาจปรากฏตัวขึ้นเป็นจำนวนมาก ข่าวสารต่าง ๆ ในโทรทัศน์ก็มีแต่เรื่องการจู่โจมของสัตว์ปิศาจทั่วทุกหนแห่ง ข่าวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมายทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว

ครอบครัวของเธอเป็นตระกูลที่ร่ำรวย พ่อของเธอเป็นผู้มีตำแหน่งทางสังคมสูงส่ง เมื่อประเทศกำลังประสบภัยพิบัติ พ่อของเธอก็ต้องออกเดินทางไปทั่ว เพื่อหาทางช่วยเหลือประเทศเท่าที่ทำได้

แต่ตอนนี้ เมื่อมีกลุ่มแชตนี้แล้ว ทั้งยังรู้อีกว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป เธอก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก

“ทำตามที่ท่านอ๋วงเทียนตี้บอกก่อนก็แล้วกัน...ฝึกฝนตนเองก่อน! ไม่อย่างนั้นต่อให้พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก!”

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเข่อเอ๋อร์ก็เริ่มฝึกเพลงเตะวายุเทพทันที ในซองแดงที่สงป้ามอบให้ ไม่เพียงแต่มีเนื้อหาของเพลงเตะวายุเทพเท่านั้น แต่ยังมีคำอธิบายของเขาอยู่ด้วย ดังนั้นหลินเข่อเอ๋อร์จึงสามารถเข้าใจได้ทั้งหมด

เธอนั่งขัดสมาธิ ควบคุมลมหายใจ คิดถึงจุดตันเถียน ค่อย ๆ พสพลังร้อนปรากฏขึ้น แล้วนำทางพลังร้อนนั้นไปที่ขาทั้งสองข้าง...

จนกระทั่งตอนเย็น หลินเข่อเอ๋อร์ก็รู้สึกว่าตันเถียนร้อนผ่าว ขาทั้งสองข้างเบาสบาย ฝึกฝนเพียงครึ่งวันก็สามารถสร้างพลังภายในได้แล้ว

“แข็งแกร่งมาก!”

หลินเข่อเอ๋อร์มีสีหน้าตื่นเต้น โลกที่พลังวิญญาณฟื้นคืนมีทั้งข้อเสียและข้อดี อย่างน้อยพลังวิญญาณฟ้าดินก็มีอยู่มากมาย เธอเพียงแค่ฝึกฝนเคล็ดวิชาก็สามารถเข้าถึงพลังนี้ได้อย่างรวดเร็ว!

ตอนนี้ พลังภายในของเธออย่างน้อยก็เทียบเท่ากับคนธรรมดาในโลกฟงอวิ๋นที่ฝึกฝนมานานสามเดือน และเพลงเตะวายุเทพก็สำเร็จไปแล้วระดับหนึ่ง

“เข่อเอ๋อร์ ออกมากินข้าวได้แล้วลูก! จะอยู่แต่ในห้องตลอดไม่ได้นะ ต้องออกมาสูดอากาศบ้างสิ!”

ในขณะนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เป็นเสียงแม่ของหลินเข่อเอ๋อร์

“แต่คุณ สถานการณ์แบบนี้ให้อยู่ในห้องอาจจะปลอดภัยกว่านะ ปล่อยให้ลูกอยู่ไปเถอะ” และอีกเสียงที่แทรกขึ้นมาคือของหลินฮวา พ่อของหลินเข่อเอ๋อร์

หลินฮวาเพิ่งกลับจากประชุมด่วนข้างนอก เดิมทีอายุเพียงสี่สิบปี แต่ผมกลับขาวไปแล้วกว่าครึ่งหัวเพราะความเครียด

ขณะที่เขานั่งลงที่โต๊ะอาหาร เตรียมจะหยิบตะเกียบ ทันใดนั้นเอง ประตูห้องของหลินเข่อเอ๋อร์ก็ถูกแรงบางอย่างเปิดออก จากนั้นเงาร่างเร็วดั่งสายลมก็พุ่งพรวดออกมา หลินฮวาที่ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวของเขาก็มานั่งอยู่ข้าง ๆ แล้ว

“เพล้ง!”

แม่ของหลินเข่อเอ๋อร์ที่กำลังยกอาหารออกมาพอดี เมื่อเห็นดังนั้นก็ตกใจจนเผลอทำจานหลุดมือ นึกว่าสัตว์ปิศาจบุกเข้ามาในบ้านเสียอีก

“เข่อเอ๋อร์...นี่ลูก...”

หลินฮวาตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

“พ่อคะแม่คะ วันนี้หนูได้พบกับโอกาสพิเศษ หนูได้เข้าร่วมกลุ่มแชทหมื่นภพ นี่คือเพลงเตะวายุเทพที่หนูเรียนมาจากในกลุ่ม...ในกลุ่มยังมีเคล็ดวิชา โอสถ และอาวุธวิเศษอีกมากมาย แค่ทองคำแสนเหลียงก็สามารถแลกได้หนึ่งพันแต้ม...”

“เคล็ดวิชา โอสถ อาวุธวิเศษ?”

“ทองคำแสนเหลียง?”

“หนึ่งพันแต้ม?”

หลินฮวาตกตะลึงอย่างยิ่ง “ที่ลูกพูดมาเป็นความจริง?”

หลินเข่อเอ๋อร์พยักหน้าอย่างหนักแน่น “แน่นอนว่าเป็นความจริงสิคะ! หนูเองก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดให้แล้วนี่ไง เพลงเตะวายุเทพนี้ใช้แค่ 3 แต้มเอง ในกลุ่มยังมีคัมภีร์สุริยันเร้นลับระดับเซียนปฐพีที่ใช้หนึ่งพันแต้มด้วยนะคะ!”

หลินฮวาสูดหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติ

จริงด้วย ลูกสาวของเขาปกติถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ทั้งชีวิตไม่เคยวิ่งได้เกิน 200 เมตรก็เหนื่อยหอบ จะมีความเร็วที่ตาเปล่าแทบมองไม่เห็นอย่างเมื่อครู่นี้ได้อย่างไร

“ทองคำใช่ไหม? ตามพ่อมา!”

หลินฮวาวางตะเกียบทันที แล้วพาหลินเข่อเอ๋อร์ตรงไปยังห้องใต้ดิน

พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวที่มีห้องใต้ดินถึงสามชั้น เมื่อมาถึงชั้นล่างสุด หลินฮวาก็เปิดประตูบานหนึ่ง ภายในมีตู้เซฟขนาดใหญ่อยู่

หลินฮวากดสวิตช์ ไฟสว่างขึ้น ประตูตู้เซฟก็เปิดออก ทันใดนั้น แสงสีทองเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลินเข่อเอ๋อร์

“เรามีทองเยอะขนาดนี้เลยหรอคะ?!”

หลินเข่อเอ๋อร์ตกตะลึงจนตาค้าง

บ้านเธอรวย แน่นอนเธอรู้อยู่แล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าจะรวยขนาดนี้!

ทองคำที่อยู่ตรงหน้ากองเป็นลูกบาศก์ขนาดสามเมตร ดูแล้วน่าจะหนักหลายหมื่นชั่ง

“พ่อคะ นี่มีทองคำเท่าไหร่คะ!”

“น่าจะประมาณห้าหมื่นชั่ง!”

“ห้าหมื่นชั่ง? แบบนี้ก็แลกได้ห้าพันแต้มเลยน่ะสิ?!! ทั้งหมดนี้เอาไปแลกได้หมดเลยไหมคะ?”

“แลกเลย! แม้ว่ายุคสงบสุขต้องเก็บโบราณวัตถุ แต่ยุควิกฤตอย่างในตอนนี้มีทองไปก็ไร้ค่า! เป็นเรื่องความปลอดภัยของมนุษยชาติทั้งหมด หากคนตายกันหมดแล้ว ทองคำมากขนาดนี้เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์!”

เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเข่อเอ๋อร์ก็พยักหน้า รีบเปิดกลุ่มแชตเริ่มแลกเปลี่ยนทันที

【ติ๊ง! ท่านขายทองคำห้าหมื่นชั่ง! ได้รับแต้มสะสม 5,000 แต้ม!】

เมื่อเห็นทองคำที่อยู่ตรงหน้าหายไปในพริบตา หลินฮวาก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่หลินเข่อเอ๋อร์พูดมาเป็นความจริง

“พ่อคะ หนูมีห้าพันแต้มแล้ว แลกของได้เยอะเลย! หนูจะลิสต์ของในร้านค้ากลุ่มออกมาก่อน แล้วดูว่าจะเลือกอะไรดี!”

“อืม!”

จากนั้น ทั้งสองคนก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่นชั้นบน พร้อมกับแม่ของหลินเข่อเอ๋อร์ พวกเขาเริ่มศึกษาค้นคว้าสินค้าในร้านค้ากลุ่ม

“คัมภีร์สุริยันเร้นลับนี้เป็นเคล็ดวิชาระดับเซียนปฐพี เป็นของที่ดีที่สุดในกลุ่ม ต้องแลกให้ได้!”

“อีกอย่าง วิชาภายในและภายนอกหกขอบเขตนี้ก็ต้องแลก!”

หลินฮวารู้ดีว่าในยุคที่พลังวิญญาณฟื้นคืน เมื่ออาวุธร้อนค่อย ๆ สูญเสียประสิทธิภาพ การค้นหาศักยภาพของมนุษย์คือหนทางที่ถูกต้อง!

“หนูได้ยินคนในกลุ่มบอกว่าโอสถคืนชีวิตบุปผานี้มีผลในการเพิ่มพลังบ่มเพาะ แค่เม็ดเดียวก็สามารถเข้าสู่ระดับชั้นฟ้าได้แล้ว” หลินเข่อเอ๋อร์กล่าวเสริม

“ในนั้นยังเหลืออีกกี่เม็ด?”

“ยังเหลืออีกสิบหกเม็ดค่ะ”

“แลกมาก่อนสิบสองเม็ด ยังเหลืออีกกี่แต้ม?”

“น่าจะประมาณ 2,000 แต้มค่ะ!”

แม่ของหลินเข่อเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง “แค่แป๊บเดียว แต้มก็ใช้ไปกว่าครึ่ง นี่เท่ากับเอาทองคำครึ่งหนึ่งของบ้านเราไปใช้เลยนะ!”

“ความคิดตื้น ๆ! ในยุคโกลาหลแบบนี้จะเป็นคนตระหนี่ไปทำไม!”

หลินฮวาส่ายหน้า “การเสริมสร้างความแข็งแกร่งคือหนทางที่ถูกต้อง อีกอย่าง ของที่แลกมาเหล่านี้ ขอเพียงผมเปิดเผยให้ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นรู้ แค่ขายต่อก็คืนทุนร้อยเท่าแล้ว!”

“ทำแบบนั้นก็ได้ด้วยหรอคะคุณ?” แม่ของหลินเข่อเอ๋อร์ยิ้ม

“กระบี่ปราบอสูรนี้ก็ไม่เลว สามารถสังหารสัตว์ปิศาจได้ แล้วก็เสื้อคลุมนักพรต ลูกแก้วสงบใจ แลกมาให้หมด!”

“ได้ค่ะพ่อ!”

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 22 การช้อปปิ้งครั้งใหญ่ของหลินเข่อเอ๋อร์

คัดลอกลิงก์แล้ว