เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 สหายใหม่ (3)

บทที่ 21 สหายใหม่ (3)

บทที่ 21 สหายใหม่ (3)


บทที่ 21 สหายใหม่ (3)

ฉางเล่อตกใจมากจริง ๆ ศิษย์พี่สวี่เป็นคนร่ำรวย! ศิษย์พี่สวี่มิได้จงใจให้นางแบกรับหนี้สินมากมายถึงเพียงนี้ใช่หรือไม่? ศิษย์พี่สวี่ดีกับนางถึงเพียงนี้ มีจุดประสงค์อันใดกันแน่?

ความคิดเหล่านี้หมุนวนกลับไปกลับมาอยู่ในใจ

ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าสวี่อิ้งฉีไม่น่าจะมีเจตนาอื่นกับตนเอง แต่อีกครู่หนึ่งก็กังวลว่าตัวตนของนางที่เป็นวิญญาณฝักกระบี่อาจถูกพบเข้า จึงทำให้อีกฝ่ายจงใจทำดีกับนาง นางนึกถึงสวี่อิ้งฉีที่มีกระบี่ชั้นดีเล่มหนึ่ง กระบี่เล่มนั้นดูเหมือนจะมีวิญญาณกระบี่ และกระบี่เล่มนั้นก็ไม่มีฝักกระบี่!

ข้าคิดว่าท่านเป็นคนดี แต่ที่แท้ท่านกลับหมายตาร่างกายของข้าหรือ!

ฉางเล่อยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สบายใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าควรจะออกจากที่นี่ไปเสีย

ด้านหน้ามีเซียวเฮ่าเทียนตัวซวยผู้นี้ ด้านหลังก็มีสวี่อิ้งฉีที่จ้องมองอย่างกระหาย นางไม่อาจปลอดภัยที่นี่ได้

ฉางเล่อเงยหน้าขึ้นถาม “เช่นนั้นพวกเราจะพบกันเมื่อใด?”

มู่โหย่วจือตอบกลับ “พรุ่งนี้ยามเหม่าสามเค่อ* พวกเราจะไปพบกันที่โถงภารกิจ เมื่อรับป้ายลงจากเขาแล้ว ก็จะออกเดินทางไปด้วยกัน”

(ยามเหม่าสามเค่อ ~ 05:45 น.)

ฉางเล่อพยักหน้าตอบรับ พวกเขาเพิ่มป้ายสื่อสารของกันและกัน แล้วจึงกล่าวลาและแยกย้ายกันไป

หลังจากส่งสหายใหม่ไปแล้ว ฉางเล่อก็เดินเข้าไปสำรวจในบ้าน เครื่องเรือนที่นี่มีมากกว่าเมื่อก่อนมากนัก นอกจากเตียง ตู้ และโต๊ะหนังสือแล้ว ยังมีโต๊ะกลมเล็ก ๆ ที่มีขวดเล็ก ๆ วางอยู่ โดยมีดอกไม้ปักอยู่หนึ่งกิ่ง ข้าง ๆ กันก็มีเก้าอี้โยก อีกทั้งยังเตรียมที่นอนสุนัขไว้ให้เสี่ยวไป๋อย่างเอาใจใส่ด้วย!

ฉางเล่อลูบศีรษะเสี่ยวไป๋แล้วถอนหายใจ “สภาพแวดล้อมที่นี่ดีถึงเพียงนี้ เจ้าจะอยู่ต่อที่นี่เลยหรือไม่?”

เสี่ยวไป๋กระดิกหางเห่าหงิง ๆ พลางจ้องมองนางด้วยดวงตาที่เปียกชื้น หางกระดิกอย่างรวดเร็วจนแทบจะปลิว

ฉางเล่อซาบซึ้งใจ “ในเมื่อเจ้าไม่ยินยอม เช่นนั้นก็ไปพร้อมกับข้าเถิด”

เสี่ยวไป๋: “โฮ่ง?”

ตกกลางคืน นางนอนอยู่บนเตียง เตียงเป็นเตียงไม้สลักขนาดใหญ่ แม้จะปูผ้าห่มไว้แล้ว ทว่าสำหรับฉางเล่อที่เป็นคนยุคใหม่ก็ยังคงแข็งกระด้างอยู่เล็กน้อย ฉางเล่อยกป้ายสื่อสารขึ้นมา เพียงใช้ความคิดวูบหนึ่ง จิตสัมผัสก็จมดิ่งลงไปในนั้น

ในชั่วขณะนั้น ฉางเล่อคล้ายกับได้เข้าสู่ห้วงมิติบางอย่าง ด้านบนมีเพียงรูปภาพของสหายไม่กี่คนของนางอย่างโดดเดี่ยว ข้าง ๆ มีลูกบอลแสงเล็ก ๆ เปล่งประกายอยู่

ฉางเล่อลองแตะด้วยความสงสัย จิตสัมผัสของนางก็ถูกดึงอย่างกะทันหัน แล้วถูกม้วนเข้าไปในโถงใหญ่แห่งหนึ่งอย่างฉับพลัน ภายในมีบทความแขวนอยู่สูงมากมายซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ราวกับโฟลเดอร์ที่กระจัดกระจายอยู่ในไดรฟ์ C เพียงแค่ใช้ความคิดวูบหนึ่ง ก็สามารถอ่านเนื้อหาในกระทู้ได้โดยอัตโนมัติ เป็นมิตรกับผู้ไม่รู้หนังสือเป็นอย่างยิ่ง

ฉางเล่อตกตะลึง ในใจเพิ่งมีความคิดว่า “จะดูสิ่งนี้ได้อย่างไร” จู่ ๆ ก็มีกระดานสีขาวว่างเปล่าปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

ฉางเล่อลองใช้จิตสัมผัสเขียนอักษรสามตัว ‘สวี่อิ้งฉี’ จากนั้นบทความนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นมาต่อหน้านางอย่างรวดเร็ว

จิตสัมผัสของฉางเล่อเคลื่อนไหวอีกครั้ง บทความเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นชื่อเรื่องเรียงรายอยู่เบื้องหน้านางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

“ศิษย์พี่สวี่สายในมีฐานะที่แท้จริงเป็นอะไรกันแน่?”

“ตามติดชีวิตประจำวันของศิษย์พี่สวี่ แต่ตามไม่ทัน”

“เรื่องราวเล็กน้อยระหว่างคนบ้าแห่งตำหนักลงทัณฑ์กับศิษย์พี่สวี่อิ้งฉี”

“เจ้าตำหนักถังแห่งตำหนักลงทัณฑ์กับศิษย์พี่สวี่อิ้งฉีเหมาะสมกันที่สุด”

...

ฉางเล่อ: “สำนักเซียนของพวกท่านจิ้นคู่รักกันเช่นนี้เลยหรือ?”

ด้วยประสบการณ์การท่องอินเทอร์เน็ตที่สั่งสมมา ฉางเล่อก็คุ้นเคยกับวิธีการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มท่องไปในนั้น

ฉางเล่อคลิกเข้าไปในบทความหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นก็เริ่มกินเผือกอย่างมีความสุข ราวกับตัวเม่นที่ถูกรายล้อมไปด้วยหัวเผือก

จนกระทั่งวันต่อมาถูกปลุกให้ตื่นด้วยการตั้งเวลาปลุกของป้ายสื่อสาร ฉางเล่อจึงได้รู้ตัวว่าตนเองเอาแต่นั่งกินเผือกไปตลอดทั้งคืนโดยไม่รู้ตัวเลย!

เครือข่ายนั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นในสังคมยุคปัจจุบันหรือในโลกของผู้บำเพ็ญเพียรก็ตาม

ฉางเล่อรีบกระโดดลุกขึ้น แล้วรีบวิ่งออกไปด้านนอกอย่างเร่งรีบ ทำให้นางพลาดข้อความที่โดดเดี่ยวอยู่บนป้ายสื่อสารไป

สวี่อิ้งฉี: “หลับแล้วหรือยัง?”

ฉางเล่อหาโถงภารกิจไม่พบ แต่ยังดีที่มีป้ายสื่อสาร ในกระทู้ของสำนักกระบี่เขากูซานท้องถิ่นมีแผนที่สายนอกโดยละเอียด ส่วนแผนที่สายในนางไม่สามารถมองเห็นได้ บางทีอาจจะมีเพียงศิษย์สายในเท่านั้นที่มองเห็น

ต้องขอบคุณแผนที่ แม้ฉางเล่อจะอ้อมไปหลายโค้งก็ยังคงหาพบ สาเหตุที่เดินเกินไปหลายก้าว ก็เพราะป้ายสื่อสารยังไม่ฉลาดพอที่จะแจ้งเตือนในทุก ๆ ทางเลี้ยวนั่นเอง

“ศิษย์พี่ฉาง! ทางนี้เจ้าค่ะ!”

เสียงของโหวจิ่งดังมาจากที่ไกลๆ ฉางเล่อเงยหน้าขึ้น เห็นโหวจิ่งกำลังโบกมือให้นางอย่างแรง

ฉางเล่อเผยรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

แต่พอเดินเข้าไปใกล้ รอยยิ้มของนางก็พลันหุบลงอย่างกะทันหัน เพราะไม่ไกลนัก เซียวเฮ่าเทียนและเว่ยเจากวงกำลังยืนจับมือกันอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนกำลังพูดคุยกันอยู่

เหตุใดมาถึงก็เห็นไอ้ตัวซวยนี่เลยเล่า!

คงมิใช่นางกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติถึงตายอีกครั้งกระมัง? ทุกครั้งที่เกิดเคราะห์กรรมความเป็นความตาย ล้วนเกิดขึ้นก่อนหน้าหรือหลังจากที่ได้พบกับเซียวเฮ่าเทียน ในใจของฉางเล่อจึงเทียบเซียวเฮ่าเทียนกับดาวกาลกิณีไปแล้ว

สีหน้าของฉางเล่อดูย่ำแย่ ถึงขนาดคิดจะหันหลังกลับไปในทันที แต่ในเวลานี้โหวจิ่งก็กระโดดโลดเต้นมาถึงหน้าฉางเล่อแล้ว นางโอบแขนฉางเล่ออย่างสนิทสนม “ศิษย์พี่ฉาง ศิษย์พี่มู่กับศิษย์พี่เฉินรอท่านอยู่ข้างในแล้วเจ้าค่ะ”

ฉางเล่อฝืนยิ้ม เห็นเซียวเฮ่าเทียนกำลังพูดคุยกับเว่ยเจากวง ดูเหมือนจะไม่ได้มองมาทางตนเอง นางจึงรีบดึงอีกฝ่าย แล้วชี้ไปที่ประตูอีกด้านหนึ่ง

โหวจิ่งก็เห็นเซียวเฮ่าเทียนและเว่ยเจากวงเช่นกัน

ทั้งสองคนนี้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของสายนอก ทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับฉางเล่อ ในขณะนี้โหวจิ่งไม่รู้ว่าตนเองกำลังคิดถึงเรื่องอื่นหรือไม่ นางจึงพยักหน้า แล้วดึงฉางเล่อเดินเข้าไปทางประตูข้าง

โถงภารกิจด้านในนั้นเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ผู้คนเดินเข้าออกมากมาย หลายคนหยุดยืนอยู่กลางโถงเงยหน้ามองขึ้นไป ฉางเล่อมองตามขึ้นไป เห็นม่านแสงหลายผืนลอยอยู่ตรงหน้าต่าง หมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่หยุด

“ลำดับเจี่ยยี่สิบห้า ภารกิจฝึกฝนประจำปีศิษย์สายนอก ต้องการห้าคน ระดับบำเพ็ญขอบเขตฝึกปราณขั้นห้าขึ้นไป ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ ปัจจุบันมีแล้วสามคน รายละเอียดที่เหลือกดที่หมายเลขในป้ายสื่อสารเพื่อตรวจสอบ”

“ลำดับอี่สิบสอง ค่าบำเหน็จสำนักสายนอกสิบแต้ม ต้องการหนึ่งคน รดน้ำสวนสมุนไพรวิญญาณสิบวัน ต้องการผู้มีรากวิญญาณธาตุน้ำและไม้ ให้สิทธิ์ผู้มีรากวิญญาณธาตุน้ำก่อน ให้สิทธิ์ผู้มีประสบการณ์ด้านพืชวิญญาณก่อน”

...

ฉางเล่อ: ...จะพูดอย่างไรดี ดูคล้ายตลาดนัดจัดหางาน และยังดูคล้ายโถงเกมอีกด้วย

นางมองไปรอบ ๆ เห็นศิษย์สายนอกกลุ่มหนึ่งเงยหน้ามองม่านแสงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บางคนก็ก้มลงไปกดบนป้ายสื่อสาร เพื่อดูรายละเอียดที่ต้องการ ยิ่งคล้ายกับตลาดนัดจัดหางานมากขึ้นไปอีก ทั้งยังมีทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ด้วย

จบบทที่ บทที่ 21 สหายใหม่ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว