- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นฝักกระบี่ของนางเอก
- บทที่ 20 สหายใหม่ (2)
บทที่ 20 สหายใหม่ (2)
บทที่ 20 สหายใหม่ (2)
บทที่ 20 สหายใหม่ (2)
คำพูดนี้ก็จริงอยู่ แม้ว่าการแสดงนี้จะเป็นสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาสามัญมิอาจทำได้ แต่ในหมู่ผู้บำเพ็ญซึ่งเอาพลังและระดับบำเพ็ญเป็นที่ตั้ง ย่อมมีแต่ความเร็วเท่านั้นที่สามารถทำลายทุกสิ่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ วิชาอาคมนี้ยามอยู่ในสนามต่อสู้แล้วก็มิได้มีข้อได้เปรียบอันใดเลย การร่ายคาถาใช้เวลานานเกินไป
“แต่เพียงเท่านี้ ข้าก็ยังทำมิได้” ฉางเล่อกล่าวด้วยความรู้สึกเต็มเปี่ยม
เฉินเวยได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
ส่วนโหวจิ่งที่อยู่ด้านข้างก็หันไปมองมู่โหย่วจือ มู่โหย่วจือก็เอ่ยถาม “ศิษย์พี่ฉางมีรูปแบบบ้านที่ต้องการหรือไม่?”
แม้ฉางเล่อจะมีรูปแบบที่ต้องการ แต่เมื่อคิดว่าที่นี่เป็นเพียงบ้านชั่วคราวของนาง ฉางเล่อจึงส่ายศีรษะ “สร้างตามรูปแบบบ้านของศิษย์สายนอกทั่วไปก็เพียงพอแล้ว”
มู่โหย่วจือพยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสะบัดข้อมือ ต้นไม้สูงใหญ่ก็เติบโตขึ้น ณ จุดที่ตั้งฐานรากทั้งสี่แห่ง
ฉางเล่อเบิกตาเล็กน้อย ความเร็วนี้เร็วกว่าเฉินเวยมากนัก เฉินเวยเห็นดังนั้นจึงกระซิบเบา ๆ “ศิษย์พี่มู่บรรลุขอบเขตฝึกปราณขั้นเจ็ดแล้ว นางมีรากวิญญาณคู่ อีกทั้งยังเป็นรากวิญญาณธาตุน้ำและไม้ที่ส่งเสริมกัน ระดับบำเพ็ญเพียรของนางย่อมก้าวหน้าไปรวดเร็วดุจทะยานพันลี้ หากมิใช่เพราะก่อนหน้านี้ถูกโก่วเหรินลอบทำร้ายจนบาดเจ็บที่รากฐาน ต้องรักษาตัวนานถึงสองปี เกรงว่าผู้อาวุโสสายในอาจจะไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา หากแต่เป็นศิษย์พี่มู่แทนแล้ว”
ฉางเล่อตอบ ‘โอ้’ ไปคำหนึ่ง เมื่อหวนนึกถึงความทรงจำของร่างเดิมอีกครา ก็พบว่าร่างเดิมไม่รู้เรื่องราวความรักความแค้นของศิษย์สายนอกเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ในสมองมีแต่ภาพของเซียวเฮ่าเทียนที่ยิ้มให้นางและทำท่าทางน่าสงสารในทุก ๆ ที่
ใบหน้าของฉางเล่อพลันมืดครึ้ม นี่มันตัวซวยอะไรกันเนี่ย ก่อนหน้านี้เจอครั้งหนึ่งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดครั้งหนึ่ง ตอนนี้เปิดความทรงจำดูก็มีแต่เขาไปเสียหมด อย่าให้ความซวยของเขามาติดนางเลย!
เพ้ย เพ้ย เพ้ย!!
ฉางเล่อรีบปิดความทรงจำของร่างเดิมโดยเร็ว
ขณะนี้โหวจิ่งก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน มู่โหย่วจือจัดหาไม้ โหวจิ่งใช้ไม้ฉากและไม้บรรทัดวาดเปรียบเทียบขนาดก็สามารถสร้างฐานเสาค้ำยัน คานสลัก ผนังไม้ และหน้าต่างขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับพู่กันวิเศษของหม่าเหลียง
ไม่แปลกใจเลยที่กล่าวกันว่ากายแห่งเต๋าห้าธาตุเมื่อฝึกสำเร็จจะสามารถสร้างโลกได้ มันเกือบจะเหมือนกับการที่หนี่วาปั้นมนุษย์ดินแล้ว
ในไม่ช้า บ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งก็ผุดขึ้นจากพื้นดิน ทำให้ฉางเล่อทั้งประหลาดใจและชื่นชม คำชมของนางหลั่งไหลออกมาไม่หยุดหย่อน ทำให้คนทั้งสามเผยรอยยิ้มตามไปด้วย
เมื่อบ้านเล็ก ๆ สร้างเสร็จ คนทั้งสี่ก็พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ดูราวกับเป็นสหายที่ดีต่อกันแล้ว
“ก่อนหน้านี้ ข้ามักได้ยินคนกล่าวเสมอว่าศิษย์พี่ฉางมีนิสัยแปลกประหลาด ข้าจึงกังวลว่า...” โหวจิ่งพูดจาฉับไว เปิดปากก็กล่าวออกมาทันที
มู่โหย่วจือที่อยู่ข้าง ๆ เห็นได้ชัดว่าคิดไตร่ตรองมากกว่า นางรีบมองโหวจิ่งแวบหนึ่ง แล้วส่งเสียงเรียกเตือน “โหวจิ่ง”
โหวจิ่งเกาศีรษะแล้วเงียบไป ส่วนมู่โหย่วจือก็กล่าวว่า “โหวจิ่งยังเด็กนัก พูดจามักไม่ผ่านสมอง เรื่องที่คนภายนอกกล่าวกันเป็นเพียงข่าวลือไร้สาระ ศิษย์พี่ฉางย่อมมิใช่คนเช่นนั้นอยู่แล้ว”
ฉางเล่อได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม แท้จริงแล้วร่างเดิมก็มิได้มีนิสัยแปลกประหลาดอันใด เพียงแต่จิตวิญญาณของนางไม่สมบูรณ์ ไม่อาจเข้าใจปฏิกิริยาของคนทั่วไปได้ ด้วยเหตุนี้ร่างเดิมจึงชอบตัวเอกชาย ทว่ากลับมองไม่ออกถึงสีหน้าและแววตาที่เขารังเกียจ เอาแต่เชื่อเรื่องไร้สาระที่เขาพูดไปตามความจริงเท่านั้น
“ล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิด” ฉางเล่อกล่าว
โหวจิ่งพยักหน้าถี่ ๆ “ถูกต้องแล้ว ดังนั้นคำโบราณจึงกล่าวว่าเห็นด้วยตาจึงจะเป็นของจริง”
กล่าวจบ นางก็มองฉางเล่อ “ศิษย์พี่ฉาง ช่วงนี้พวกเรามีภารกิจต้องลงจากเขา ท่านต้องการไปด้วยกันกับพวกเราหรือไม่เจ้าคะ?”
“ภารกิจลงจากเขา?” ฉางเล่อครุ่นคิด
ศิษย์สายนอกรับอาหารของสำนักกระบี่เขากูซาน ย่อมต้องทำงานให้สำนักด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่บรรลุขอบเขตฝึกปราณขั้นห้าขึ้นไป ล้วนมีภารกิจลงจากเขาปีละหนึ่งครั้ง
ภารกิจเหล่านี้ก็คำนึงถึงสถานะของศิษย์สายนอกแล้ว จะไม่เกินกว่าระดับบำเพ็ญของศิษย์ เพื่อให้มั่นใจว่าศิษย์จะสามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ พร้อมทั้งหวังว่าจะได้รับความรู้บางอย่างในการบำเพ็ญเพียรด้วย
ส่วนร่างเดิม...
ฉางเล่อรื้อค้นความทรงจำอย่างละเอียด พลันต้องตกตะลึง ร่างเดิมกลับไม่เคยเข้าร่วมภารกิจฝึกฝนของศิษย์สายนอกเลยแม้แต่ครั้งเดียว?
นางอยู่ที่สายนอกมานานถึงเพียงนี้ได้อย่างไร โดยที่ไม่ถูกขับไล่ออกจากสำนัก?
คงมิใช่ว่านางไม่มีตัวตนเลย จึงถูกผู้คนหลงลืมกระมัง?
อย่างไรก็ตาม นี่นับเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมจริง ๆ หากได้ออกจากสำนักกระบี่เขากูซาน นางก็สามารถอาศัยโอกาสนี้มองดูสถานการณ์ด้านล่างเขาได้ หากนางรับมือได้ ก็อาจจะหลบหนีไปในคราวนี้เลยก็เป็นได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉางเล่อก็พยักหน้า “ตกลง”
“ศิษย์พี่มู่ ข้าบอกแล้วว่าศิษย์พี่ฉางจะตอบตกลง!” โหวจิ่งกล่าวอย่างยินดี
มู่โหย่วจือเห็นดังนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา หยิบป้ายสื่อสารออกมาอันหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นศิษย์พี่ฉาง พวกเรามาเพิ่มสหายกันเถิด จะได้ติดต่อกันได้โดยสะดวก”
หรือว่าโลกของผู้บำเพ็ญนี้ทุกคนล้วนร่ำรวยจริง ๆ? ป้ายสื่อสารราคาหินวิญญาณชั้นเลิศห้าร้อยก้อน ทุกคนล้วนมีกันหมดเลยหรือ?
ฉางเล่อมองคนอีกสองคน ต่างก็หยิบป้ายสื่อสารออกมาคนละอัน นางจึงหยิบอันที่สวี่อิ้งฉีมอบให้ออกมาเช่นกัน
ทันใดนั้นดวงตาของโหวจิ่งพลันสว่างวาบ ร้อง ‘ว้าว’ ออกมา “นี่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดจากหอกลไกฟ้าเลยนะเจ้าคะ! หินวิญญาณชั้นเลิศห้าร้อยก้อนเชียวนะ! ศิษย์พี่ฉางช่างร่ำรวยจริง ๆ”
ฉางเล่อตกตะลึง แล้วมองป้ายสื่อสารของ โหวจิ่ง “ของพวกเจ้าเท่าไหร่กัน?”
มู่โหย่วจือเหลือบมองโหวจิ่งอย่างจนใจ แล้วกล่าวว่า “ของพวกเราเป็นรุ่นพื้นฐาน เพียงหินวิญญาณชั้นต่ำหนึ่งร้อยก้อนเท่านั้น”
เงินรายเดือนของศิษย์สายนอกทั่วไปคือกินวิญญาณชั้นต่ำห้าก้อน หากไม่กินไม่ใช้ก็สามารถสะสมให้ครบได้ในเวลาไม่ถึงสองปี ต่อให้รวมค่าอาหารและเครื่องดื่ม ก็ยังมีภารกิจที่ได้รับจากตำหนักฝึกฝนในวันธรรมดา ซึ่งเพียงพอที่จะซื้อได้ในเวลาประมาณสองถึงสามปี
ฉางเล่อมองดูอย่างละเอียด เห็นความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างชัดเจน เครื่องหยกในมือของฉางเล่อนั้นขาวสะอาดและอบอุ่น มีลวดลายมังกรปรากฏให้เห็นจาง ๆ เมื่อถือไว้ในมือก็รู้สึกว่าปราณวิญญาณจะมารวมตัวกันเร็วขึ้นเล็กน้อย
ทางด้านโหวจิ่งก็พูดจ้อ “ศิษย์พี่ฉาง บนป้ายของท่านมีอาคมรวมปราณขนาดเล็กอยู่ หากถือไว้ขณะบำเพ็ญเพียรจะรวมปราณวิญญาณได้เร็วขึ้น อีกทั้งลวดลายมังกรบนนั้นยังมีความสามารถในการเสริมสร้างจิตสัมผัส ซึ่งกล่าวกันว่ามีประโยชน์มหัศจรรย์ของมันเอง และยังมีอีกนะ...”
“โหวจิ่ง”
มู่โหย่วจือร้องเรียกเบา ๆ โหวจิ่งก็พลันเงียบเสียงไปในทันที ราวกับแมวที่ถูกจับที่ต้นคอ
มู่โหย่วจือส่ายศีรษะ นางเห็นว่าแม้ฉางเล่อจะถือป้ายสื่อสารเช่นนี้อยู่ ทว่าสีหน้าของนางกลับเปลี่ยนไปมาหลังจากที่โหวจิ่งพูดอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้นางไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้มีประสิทธิภาพมากมายถึงเพียงนี้
สิ่งนี้คงจะเป็นของที่ผู้อื่นมอบให้ฉางเล่อ และเกินกว่าที่ฉางเล่อคาดคิดไว้แล้ว
เรื่องส่วนตัวเช่นนี้ ปล่อยให้ศิษย์พี่ฉางไปทำความเข้าใจและจัดการด้วยตนเองจะดีกว่า