เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: มันก็แค่... การข่มขืน

บทที่ 10: มันก็แค่... การข่มขืน

บทที่ 10: มันก็แค่... การข่มขืน


เหอจือซูเอียงศีรษะพิงผนังด้วยแววตาที่อ้างว้างและเดียวดาย เขาเหม่อมองไปที่ระเบียงทางเดินอันมืดมิด หวนรำลึกถึงวันวานอันแสนหวานที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกมะลิ... ตอนที่เจียงเหวินซวี่อายุสิบเจ็ด อีกฝ่ายเคยใช้ลูกล่อลูกชนหว่านล้อมให้เขายอมมีอะไรด้วยในวันเกิด แต่มาตอนนี้... เหอจือซูจำได้เพียงความเจ็บปวดเมื่อครั้งแรกที่พวกเขามีสัมพันธ์กัน ความหอมหวานและความรักระหว่างพวกเขาเลือนหายไปตามกาลเวลา เหลือทิ้งไว้เพียงความผิดหวัง

หลายปีมานี้ เจียงเหวินซวี่ผ่านผู้หญิงและเด็กหนุ่มหน้าตาดีมามากมายจนนับไม่ถ้วน เขาเบื่อหน่ายความจืดชืดจำเจของเหอจือซูเต็มทน ยิ่งไปกว่านั้น... เหอจือซูได้สูญเสียกลิ่นหอมของดอกมะลิไปแล้ว เหลือเพียงร่างกายที่ซีดเซียวและอ่อนแอจากการทำงานหนักและโรคร้าย

ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูก็ถูกเปิดออก เจียงเหวินซวี่ก้มมองลงมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "จะเข้ามาตอนนี้ หรือจะนอนอยู่ข้างนอกทั้งคืน เลือกเอา"

เหอจือซูตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยขาที่ชาจนแทบไร้ความรู้สึก แล้วก้าวเดินอย่างโงนเงนไปยังห้องน้ำ หัวใจเจ็บร้าวเมื่อรับรู้ว่าความรักความผูกพันระหว่างกันได้จางหายไปหมดแล้ว... สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การที่คุณไม่เคยได้รับรักแท้ แต่คือการที่สิ่งดีที่สุดที่คุณเคยได้รับ มันได้พังทลายหายไปต่อหน้าต่อตา

เดิมทีเจียงเหวินซวี่ตั้งใจจะระบายอารมณ์โกรธใส่เหอจือซูต่อ เพราะเขาหงุดหงิดมากกับคำพูดตัดรอนของอีกฝ่าย เขาไม่เข้าใจว่าเกิดบ้าอะไรขึ้นจือซูถึงกล้ามาขอเลิกกับเขาตอนนี้ แต่ทว่า... เจียงเหวินซวี่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็น เสื้อเชิ้ตของจือซูเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

เหอจือซูถอดเสื้อผ้าออก เปิดน้ำอุ่นแล้วเข้าไปยืนใต้ฝักบัว สายน้ำร้อนไหลผ่านร่างกาย ชำระล้างผิวหนังทุกตารางนิ้ว ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยคลุ้ง ร่างกายของเขาดูผอมแห้งกว่าเดิมมาก

"นายไปทำอะไรที่หน้าประตู?" เจียงเหวินซวี่ถามพร้อมกับถือเสื้อเปื้อนเลือดไว้ในมือ

"เลือดกำเดาไหลน่ะ" เหอจือซูตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางยกมือขึ้นปาดน้ำออกจากใบหน้า

"แล้วทำไมไม่เคาะประตู? ถ้ารู้ฉันก็เปิดให้เข้ามาแล้ว" เจียงเหวินซวี่โยนเสื้อเปื้อนเลือดทิ้งไปด้านข้าง เขาปิดประตูห้องน้ำแล้วเดินตรงเข้ามาหาเหอจือซู พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของตัวเองโยนลงตะกร้า

เจียงเหวินซวี่รวบตัวเหอจือซูเข้ามากอดและเริ่มจูบ มือของเขาลูบไล้คลำไปทั่วตั้งแต่เอวขึ้นมาถึงหน้าอก แล้วค่อย ๆ ขมวดคิ้วบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ "นี่นายเล่นยาหรือเปล่า? ทำไมถึงได้ผอมแห้งขนาดนี้?"

เหอจือซูส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร

เจียงเหวินซวี่เมินเฉยต่อท่าทีเย็นชาของอีกฝ่าย เขาเอื้อมมือไปปิดน้ำฝักบัว แล้วกดร่างของเหอจือซูแนบกับผนัง บดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรง มือหนาบีบเคล้นที่เอวซึ่งเป็นจุดไวต่อความรู้สึกของจือซู

เหอจือซูสั่นสะท้านเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับกระเบื้องเย็นเฉียบ เขาเหนื่อยเกินกว่าจะตอบสนองเจียงเหวินซวี่ อีกฝ่ายพยายามอย่างหนักที่จะปลุกเร้าอารมณ์เขา แต่มันกลับทำให้จือซูรู้สึกคลื่นไส้ แม้จือซูจะไม่เคยจ้างนักสืบไปสอดแนม แต่เขาก็รู้ดีอยู่เต็มอกว่าเจียงเหวินซวี่มีคู่นอนข้างนอกนั่นมากมายขนาดไหน

"ปล่อยฉันเถอะ ฉันเหนื่อย... ฉันไม่อยากทำ" เหอจือซูเบือนหน้าหนีและหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า

เจียงเหวินซวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาบีบปลายคางของจือซูให้หันมา "ไม่อยากเอากับฉันงั้นเหรอ?" เขาถามด้วยความโกรธและระแวง เหอจือซูเจ็บจนพยายามปัดมือเขาออก แต่ก็สู้แรงไม่ได้

เขาเลิกขัดขืนและตอบกลับไปอย่างเย็นชา "ใช่"

คำคำนั้นเปรียบเสมือนระเบิดที่ลงกลางใจเจียงเหวินซวี่ จุดไฟโทสะของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาทันที

"งั้นเหรอ..." เขาแสยะยิ้ม แล้วกระชากข้อมือเหอจือซู ลากตัวเขาออกจากห้องน้ำ "แต่ฉันจะตรวจร่างกายของนายให้แน่ใจ ว่านายแอบไปนอนกับไอ้หน้าไหนมาหรือเปล่า!"

หัวใจของเหอจือซูแตกสลายเมื่อได้ยินคำดูถูกเหยียดหยามนั้น เจียงเหวินซวี่ลากเขาเข้าไปในห้องนอนใหญ่ เมื่อถูกผลักลงบนเตียง อาการวิงเวียนศีรษะก็จู่โจมเหอจือซูอย่างหนัก

ทั้งคู่ตัวยังเปียกโชก ทำให้ผ้าปูที่นอนเปียกชื้นไปหมด อุณหภูมิในห้องต่ำมากเพราะเจียงเหวินซวี่ไม่ได้เปิดฮีตเตอร์ เหอจือซูนอนอยู่บนเตียง หนาวสั่นไปทั้งตัว ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด

เจียงเหวินซวี่ตัวสูงใหญ่กว่าเมื่อ 14 ปีก่อนมาก ตอนนี้เขาสูงถึง 185 เซนติเมตร แผ่รังสีคุกคามจนน่ากลัว เมื่อก่อนเหอจือซูเคยรู้สึกปลอดภัยและได้รับการปกป้องเมื่ออยู่กับเขา แต่ตอนนี้... เขารู้สึกเพียงความตื่นตระหนก

เหอจือซูดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต เขาไม่อยากถูกเจียงเหวินซวี่ใช้เป็นที่ระบายความใคร่ มันเป็นการหยามเกียรติเขาเกินไป แต่ ณ เวลานี้ เจียงเหวินซวี่ได้เสียสติไปแล้ว สองวันนี้เขาถูกครอบงำด้วยความวิตกกังวลในจิตใต้สำนึกและความกลัวที่จะสูญเสียคู่ชีวิต เขาจึงต้องครอบครองเหอจือซูเพื่อยืนยันให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่จากเขาไปไหน... ไม่อย่างนั้นเขาคงเป็นบ้าตายแน่

เจียงเหวินซวี่ใช้เนกไทมัดข้อมือเหอจือซูไว้ ดึงตัวเขาเข้ามาแนบอกแล้วกระแทกกายเข้าไปจนสุด เหอจือซูรู้สึกเจ็บปวดแต่ไร้เรี่ยวแรงจะหนี เจียงเหวินซวี่ยังหนุ่มแน่นและแข็งแรงพอที่จะกักขังจือซูไว้ในอ้อมแขน เหอจือซูเลิกดิ้นรนและจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง...

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันไม่ต่างอะไรกับ... การข่มขืน

เจียงเหวินซวี่ฝากรอยรักไว้มากมายบนลำคอของเหอจือซู ขบกัดยอดอก และปลดปล่อยออกมาครั้งแรก แต่ไม่นานอารมณ์ของเขาก็พุ่งพล่านขึ้นอีก เขาพลิกร่างเหอจือซูและสอดใส่จากด้านหลัง เจียงเหวินซวี่บีบเอวจือซูแน่นแล้วพูดด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ

"เดี๋ยวนี้ฉลาดขึ้นนี่ นี่เป็นลูกไม้เรียกร้องความสนใจแบบใหม่เหรอ? ฉันชอบนะ... มันเร้าใจกว่านอนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ตั้งเยอะ นายปลุกอารมณ์ฉันได้ดีจริง ๆ"

คืนนั้น เหอจือซูต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เขาปรารถนาให้ตัวเองตาย ๆ ไปซะเดี๋ยวนั้น ท้ายที่สุด เจียงเหวินซวี่ก็ทำรุนแรงจนบาดเจ็บเพราะยั้งแรงตัวเองไม่อยู่...

เหอจือซูเริ่มเลือดไหลออกมา และมันยากเหลือเกินที่เลือดจะหยุดไหล... เพราะเขาป่วยเป็นโรคที่เลือดแข็งตัวยาก

จบบทที่ บทที่ 10: มันก็แค่... การข่มขืน

คัดลอกลิงก์แล้ว