- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 11: "เจ้าโง่เอ๊ย... รู้ตัวบ้างไหมว่านายกำลังจะเสียฉันไปตลอดกาล?"
บทที่ 11: "เจ้าโง่เอ๊ย... รู้ตัวบ้างไหมว่านายกำลังจะเสียฉันไปตลอดกาล?"
บทที่ 11: "เจ้าโง่เอ๊ย... รู้ตัวบ้างไหมว่านายกำลังจะเสียฉันไปตลอดกาล?"
โชคยังดีที่รอยฉีกขาดภายในผนังลำไส้เป็นเพียงบาดแผลเล็กๆ เลือดจึงแข็งตัวและหยุดไหลในเวลาไม่นานนัก แต่กว่าเหอจือซูจะรวบรวมเรี่ยวแรงลุกไปอาบน้ำและจัดการทำความสะอาดคราบความยุ่งเหยิงเหล่านั้นได้ ก็กินเวลาไปพักใหญ่ พอเขาเดินออกมาจากห้องน้ำ... เจียงเหวินซวี่ก็หลับสนิทไปแล้ว
ภายใต้แสงสีนวลสลัวจากโคมไฟหัวเตียง เหอจือซูจ้องมองใบหน้าของชายผู้ที่เขารักมาเนิ่นนานอย่างพินิจพิเคราะห์ เจียงเหวินซวี่ยังคงมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและดูสะอาดสะอ้านไม่เปลี่ยน โครงหน้าคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน และคิ้วดกหนาได้รูป ทุกอย่างประกอบกันทำให้เขาเป็นผู้ชายที่เปี่ยมเสน่ห์ เจียงเหวินซวี่ถูกลิขิตมาให้เป็นผู้ชายที่ยิ่งมีอายุก็ยิ่งดูดี...
ทว่า เหอจือซูรู้ดีแก่ใจว่า... แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมีโอกาสได้เห็นความหล่อเหลาของเจียงเหวินซวี่ในอีกหลายปีข้างหน้า
"...นายน่าจะดีกับฉันให้มากกว่านี้นะ เพราะฉันกำลังจะไปแล้ว..." เหอจือซูทิ้งตัวลงนอนข้างกายเจียงเหวินซวี่ สวมกอดเอวสอบของอีกฝ่ายไว้ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือและสะอึกอยู่ในลำคอเล็กน้อย "ดีกับคนรักใหม่ของนายให้มาก ๆ... ฉันน่ะเป็นคนยังไงก็ได้อยู่แล้ว แต่หลังจากนี้... พยายามหาคนที่จะนำโชคดีมาให้นาย... และอยู่เคียงข้างนายไปได้นาน ๆ นะ..."
เหอจือซูเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และร้องไห้ออกมา "เจ้าโง่เอ๊ย... รู้ตัวบ้างไหมว่านายกำลังจะเสียฉันไปตลอดกาล?"
...
ตลอดทั้งคืน เจียงเหวินซวี่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย แต่กลับไม่สงบสุขเหมือนเช่นเคย ในห้วงภวังค์ยามรุ่งสาง เขาฝันร้ายที่สมจริงเหลือเกิน... ในฝันนั้นเขากำลังยืนรอรถโดยสารอยู่กับจือซูสมัยหนุ่ม ๆ พอรถมาถึง จือซูก็เดินขึ้นรถไปพร้อมรอยยิ้มและโบกมือลาเขา เจียงเหวินซวี่รู้สึกหวาดกลัวจับใจ เขาร้องไห้คร่ำครวญและอ้อนวอนขอให้จือซูอยู่ต่อ วิ่งไล่ตามรถคันนั้นไปสุดแรง... แต่มันไร้ประโยชน์ จือซูจากไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ บนรถคันนั้น... รถที่จะไม่มีวันวนกลับมาอีก
ทุกคนคงเคยมีฝันแบบนี้ ฝันว่าคนที่เรารัก (ครอบครัว คนรัก หรือเพื่อน) จากเราไป ในความฝันนั้นเราเศร้าโศกเสียใจจนร้องไห้แทบขาดใจ หรือกระทั่งตื่นขึ้นมาพร้อมคราบน้ำตา แม้จะตื่นแล้ว แต่ความหดหู่ ความเงียบเหงา ความเจ็บปวด และความอาลัยอาวรณ์จากความฝันยังคงเกาะกุมหัวใจ มันฝังลึกจนยากจะจางหาย... อย่างน้อยที่สุด ความรู้สึกนั้นมันก็ "จริง" มากในช่วงวินาทีที่เพิ่งลืมตาตื่น
เจียงเหวินซวี่สะดุ้งตื่นพร้อมเหงื่อกาฬที่ไหลซึมทั่วร่าง เขารีบควานมือไปรอบตัวเพื่อหาคนข้างกาย ทันทีที่สัมผัสโดนร่างกายอุ่น ๆ ของเหอจือซู เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและรวบตัวเหอจือซูเข้ามากอดแนบอกแน่น
เวลาล่วงเลยไปจนหกโมงครึ่ง เหอจือซูถูกปลุกให้ตื่นโดยเจียงเหวินซวี่ แพขนตายาวกระพริบไหวสองสามครั้งก่อนจะลืมตาขึ้น แต่เขารู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย ความเจ็บปวดตุบ ๆ แล่นพล่านมาจากจุดที่ไม่อาจเอ่ยปากบอกใครได้ในร่างกาย
"จือซู..." เจียงเหวินซวี่เอาหน้าซุกไซ้ลำคอของเหอจือซูราวกับหมาตัวโตที่ต้องการความใกล้ชิดจากเจ้าของ "น่ากลัวชะมัด ฉันฝันว่านายทิ้งฉันไป"
เหอจือซูที่พักผ่อนไม่เพียงพอถามกลับด้วยความงัวเงีย "แล้วฉันจะหนีไปไหนได้ล่ะ?"
"ไม่รู้สิ แต่ฉันไม่ยอมให้นายไปไหนทั้งนั้น"
"..." เหอจือซูไม่ได้หลับสนิทมานานมากแล้ว เขาจึงรู้สึกมึนงงและเผลอหลับไปอีกครั้งในอ้อมกอดของเจียงเหวินซวี่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาได้ยินสิ่งที่เจียงเหวินซวี่พูดหรือไม่ บางทีเขาอาจจะได้ยิน แต่ไม่มีแรงจะตอบโต้แล้ว
วันนี้เจียงเหวินซวี่ทำตัวดีเป็นพิเศษ เขาปิดเสียงโทรศัพท์และไม่สนใจบรรดาคู่ควงข้างนอกเลย ราวเจ็ดโมงเช้า ก่อนที่เหอจือซูจะตื่น เขาค่อย ๆ ย่องออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบเพื่อไปเตรียมอาหารเช้า
เหอจือซูแปลกใจมากเมื่อเดินออกมาเห็นสิ่งที่เจียงเหวินซวี่ทำ เขาหัวเราะเบา ๆ "ฉันนึกไม่ออกเลยว่านานแค่ไหนแล้วที่นายไม่ได้ทำกับข้าวให้ฉันกิน"
บางครั้ง... เจียงเหวินซวี่ก็มักจะเป็นแบบนี้ ทำร้ายความรู้สึกของจือซูก่อน แล้วค่อยมาทำดีด้วยเพื่อไถ่โทษ อย่างน้อย ๆ เขาก็ยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอยู่บ้าง และรู้ว่าควรทำอะไรสักอย่างเพื่อประคับประคองภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ที่ดูมั่นคงนี้เอาไว้ เหมือนที่เหอจือซูเคยทำมาตลอด
เจียงเหวินซวี่ตอบกลับหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง "น่าจะปีที่แล้วมั้ง คืนนั้นที่นายมีไข้ต่ำ ๆ ทั้งคืน แล้วกินอะไรไม่ลง ฉันเลยต้มโจ๊กใส่ลูกเดือยให้นาย"
ความจริงเหอจือซูไม่ได้สนใจหัวข้อสนทนานี้นัก เขาเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องทำงานเพื่อกินยาแล้วค่อยเดินออกมา เจียงเหวินซวี่วางชามโจ๊กกับจานผักดองสองจานไว้ตรงหน้าเหอจือซู
"เมื่อคืน... ฉันทำนายเจ็บหรือเปล่า?"
เหอจือซูส่ายหน้า ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่อยากจะรื้อฟื้นความทรงจำเมื่อคืนแม้แต่นิดเดียว
เขากินโจ๊กไปได้แค่ครึ่งชาม ความจริงเขาอยากกินฝีมือเจียงเหวินซวี่ให้มากกว่านี้ ในขณะที่เขายังพอกลืนลง... แต่มันยากเหลือเกิน ลำพังแค่กินยาเข้าไปกำมือหนึ่ง ท้องเขาก็อิ่มไปครึ่งหนึ่งแล้ว จะยัดอะไรลงไปได้อีก?
"มิน่าล่ะ... มิน่านายถึงได้ผอมลง กินน้อยเป็นแมวดมแบบนี้นี่เอง" เจียงเหวินซวี่ขมวดคิ้ว "ถ้านายผอมกว่านี้นะ กอดแล้วคงไม่สบายตัวแย่"
เหอจือซูฝืนใจกินต่ออีกนิด แล้วส่งยิ้มอย่างจนใจให้เจียงเหวินซวี่
"ฉันควรกินให้น้อยลงไม่ใช่เหรอ?... เอาเป็นว่ามื้อเที่ยง นายช่วยทำของอร่อย ๆ ชุดใหญ่ให้ฉันกินหน่อยแล้วกันนะ"