เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: ดอกมะลิในความทรงจำ

บทที่ 9: ดอกมะลิในความทรงจำ

บทที่ 9: ดอกมะลิในความทรงจำ


เริ่มแรกเดิมที เจียงเหวินซวี่กับเหอจือซูเป็นเพียงเพื่อนร่วมชั้นธรรมดา ๆ เจียงเหวินซวี่สอบเข้ามัธยมปลายมาได้ในฐานะนักเรียนโควตาศิลปะ เขาเก่งกาจด้านกีฬาแต่เกลียดการเรียนเข้าไส้ วัน ๆ เอาแต่แอบหลับหรือไม่ก็นั่งวาดรูปเล่นในคาบเรียน ตรงกันข้ามกับเหอจือซูที่เป็นนักเรียนระดับหัวกะทิเกรด A รูปร่างหน้าตาดี และเป็นที่รักของทั้งเพื่อนร่วมชั้นและคุณครู แม้เขาจะไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุยหรือเข้าสังคมเก่ง แต่เขาก็ได้รับการยอมรับเพราะรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนละลายใจผู้คนได้เสมอ

ต่อมา... พวกเขาได้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะเรียนกันโดยบังเอิญ ประโยคแรกที่เจียงเหวินซวี่พูดกับเหอจือซูก็คือ "ตัวนายหอมจัง"

คุณปู่ของเหอจือซูปลูกดอกมะลิไว้เต็มสวน พอถึงช่วงดอกไม้บาน กลิ่นหอมของดอกมะลิจะอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน และเหอจือซูก็พลอยมีกลิ่นหอมนั้นติดตัวมาด้วย

วันรุ่งขึ้น เหอจือซูเก็บดอกมะลิมาฝากเจียงเหวินซวี่ เจียงเหวินซวี่ยิ้มกว้าง ยีหัวจือซูเล่นแล้วบอกว่า "ขอบใจนะ"

เจียงเหวินซวี่เป็นคนช่างสังเกต เขารู้ว่าเหอจือซูเกลียดการถูกรบกวนเวลาเรียน เขาจึงมักจะแอบหลับหรือนั่งวาดรูปเงียบ ๆ พอเลิกเรียนเขาก็จะวิ่งไปเล่นบาสเกตบอลกับแก๊งเพื่อนผู้ชาย สาว ๆ หลายคนในห้องแอบปลื้มเจียงเหวินซวี่และมักจะจับกลุ่มคุยถึงเขาในช่วงพัก

ในฐานะนักเรียน เจียงเหวินซวี่เองก็กลัวถูกครูประจำชั้นดุเหมือนกัน บางทีเขาจึงมาโรงเรียนแต่เช้าตรู่ แล้วขอสมุดการบ้านจากเหอจือซูหน้าตาเฉย "เสี่ยวซู ขอลอกการบ้านหน่อยสิ ฉันยังทำไม่เสร็จเลย ช่วยหน่อยน้า..." เหอจือซูมักจะใจอ่อนยอมเขาเสมอ

พวกเขาเข้ากันได้ดีตามประสาเพื่อนร่วมโต๊ะ วันหนึ่งขณะที่เหอจือซูกำลังเดินขึ้นบันไดตึกเรียน เขาเห็นเจียงเหวินซวี่เดินเหม่อลอยสวนลงมา ทันใดนั้นเจียงเหวินซวี่ก็ก้าวพลาดตกบันไดจนหัวเข่าถลอกปอกเปิก ทำเอาเหอจือซูตกใจแทบแย่ เขารีบวิ่งเข้าไปช่วยประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น

เจียงเหวินซวี่วางคางเกยไหล่เหอจือซู หอบหายใจด้วยความเจ็บปวด แล้วกระซิบที่ข้างหูว่า "ตัวนายหอมชะมัด... เมื่อกี้นายมาเข้าตาฉันพอดี ฉันเลยก้าวพลาดน่ะ"

คำพูดนั้นทำเอาเหอจือซูยืนอึ้งไปเลย

หลังจากวันนั้น พวกเขาก็สนิทสนมกันมากขึ้น เจียงเหวินซวี่มักจะลากเหอจือซูไปดูเขาแข่งบาส ให้จือซูคอยถือเสื้อและขวดน้ำให้ บรรดาแฟนคลับสาว ๆ ของเจียงเหวินซวี่ต่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเจียงเหวินซวี่ยอมให้แค่เหอจือซูคนเดียวแตะต้องข้าวของของเขา ทุกครั้งที่เหอจือซูมาดู เจียงเหวินซวี่จะโชว์ฟอร์มการเล่นดีเป็นพิเศษราวกับไปโดปยามา

แล้ววันหนึ่ง เหอจือซูก็ได้บังเอิญพบว่า เจียงเหวินซวี่ผู้เกลียดการอ่านหนังสือที่สุด กำลังนั่งอ่านหนังสือรวมบทกวีต่างประเทศอยู่ เขาถือหนังสือไว้ ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง พยายามอย่างหนักที่จะทำความเข้าใจความหมายของบทกวี

"นายอยากจะเป็นกวีเหรอ?" เหอจือซูถามแซว

เจียงเหวินซวี่ยักคิ้วแล้วตอบอย่างมั่นใจ "เมื่อวานฉันได้ยินนายคุยเรื่องหนังสือเล่มนี้กับหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ถ้าหมอนั่นอ่านรู้เรื่อง ฉันก็ต้องอ่านรู้เรื่องเหมือนกัน เดี๋ยวไว้นายมาคุยกับฉันก็ได้"

เหอจือซูยิ้มขำ "ฉันไม่ได้ชอบเล่มนี้สักหน่อย หัวหน้าฝ่ายวิชาการเขาชอบกวีนอกกระแส แต่ฉันชอบงานเขียนของ 'เจิ้งเจิน' เธอเป็นนักเขียนไต้หวันที่ดังมากเลยนะ"

ช่วงต้นเดือนมิถุนายนปีนั้น เหอจือซูพาเจียงเหวินซวี่ไปที่บ้านคุณปู่เพื่อดูดอกมะลิที่กำลังจะโรยรา พวกเขาเดินเท้ากันช้า ๆ นานกว่าชั่วโมงกว่าจะถึง พอเข้าใกล้สวน สายลมพัดเอื่อย ๆ ก็นำพากลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก

จู่ ๆ เจียงเหวินซวี่ก็เข้ามากอดเหอจือซู ซบหน้าลงกับซอกคอของเขา สูดดมกลิ่นกาย แล้วพูดด้วยดวงตาหยีเป็นสระอิว่า "กลิ่นเดียวกับตัวนายเปี๊ยบเลย... จือซู ตัวนายหอมจัง"

เหอจือซูหน้าแดงก่ำเพราะคำพูดนั้น

ตั้งแต่นั้นมา เจียงเหวินซวี่ก็เริ่มตั้งใจเรียน เขาเลิกเล่นบาสตอนพักเบรก แต่เปลี่ยนมานั่งวาดรูปแทน

วันหนึ่งครูฟิสิกส์วานให้เจียงเหวินซวี่ช่วยยกสมุดการบ้านของเพื่อนทั้งห้องไปที่ห้องพักครู จังหวะนั้นลมพัดกรรโชกมาที่โต๊ะจนสมุดสเก็ตช์ภาพของเจียงเหวินซวี่เปิดออก... หัวใจของเหอจือซูกระตุกวูบเมื่อเห็นภาพข้างใน มันเต็มไปด้วยภาพวาดของเหอจือซู... เจียงเหวินซวี่วาดภาพเขาอย่างตั้งใจในทุก ๆ มุมมอง และภาพเหมือนที่มีชีวิตชีวาเหล่านั้น ราวกับกำลังเอื้อนเอ่ยคำรักออกมา

ในการสอบปลายภาคชั้น ม.5 เหอจือซูสอบได้ที่หนึ่ง ส่วนเจียงเหวินซวี่ได้ที่สอง เจียงเหวินซวี่นัดจือซูออกมาแล้วจับมือเขาไว้ที่ท้ายตรอกแห่งหนึ่ง เขามอบหนังสือรวมงานเขียนของเจิ้งเจินให้จือซู แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเปี่ยมรักว่า

"ฉันได้ยินว่านายชอบงานเขียนของเจิ้งเจิน ฉันเลยซื้อเล่มนี้มาให้... หวังว่านายจะชอบมันนะ... แล้วก็ชอบฉันด้วย!"

ในตอนนั้น เจียงเหวินซวี่อายุสิบเจ็ดปี... และพวกเขาก็ตกหลุมรักกัน

พวกเขาอยู่เคียงข้างกันมายาวนานถึงสิบสี่ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวและอุปสรรคมากมายมาด้วยกัน

แต่มาบัดนี้... เจียงเหวินซวี่อายุสามสิบเอ็ด และเหอจือซูอายุสามสิบ...

จบบทที่ บทที่ 9: ดอกมะลิในความทรงจำ

คัดลอกลิงก์แล้ว