- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 9: ดอกมะลิในความทรงจำ
บทที่ 9: ดอกมะลิในความทรงจำ
บทที่ 9: ดอกมะลิในความทรงจำ
เริ่มแรกเดิมที เจียงเหวินซวี่กับเหอจือซูเป็นเพียงเพื่อนร่วมชั้นธรรมดา ๆ เจียงเหวินซวี่สอบเข้ามัธยมปลายมาได้ในฐานะนักเรียนโควตาศิลปะ เขาเก่งกาจด้านกีฬาแต่เกลียดการเรียนเข้าไส้ วัน ๆ เอาแต่แอบหลับหรือไม่ก็นั่งวาดรูปเล่นในคาบเรียน ตรงกันข้ามกับเหอจือซูที่เป็นนักเรียนระดับหัวกะทิเกรด A รูปร่างหน้าตาดี และเป็นที่รักของทั้งเพื่อนร่วมชั้นและคุณครู แม้เขาจะไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุยหรือเข้าสังคมเก่ง แต่เขาก็ได้รับการยอมรับเพราะรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนละลายใจผู้คนได้เสมอ
ต่อมา... พวกเขาได้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะเรียนกันโดยบังเอิญ ประโยคแรกที่เจียงเหวินซวี่พูดกับเหอจือซูก็คือ "ตัวนายหอมจัง"
คุณปู่ของเหอจือซูปลูกดอกมะลิไว้เต็มสวน พอถึงช่วงดอกไม้บาน กลิ่นหอมของดอกมะลิจะอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน และเหอจือซูก็พลอยมีกลิ่นหอมนั้นติดตัวมาด้วย
วันรุ่งขึ้น เหอจือซูเก็บดอกมะลิมาฝากเจียงเหวินซวี่ เจียงเหวินซวี่ยิ้มกว้าง ยีหัวจือซูเล่นแล้วบอกว่า "ขอบใจนะ"
เจียงเหวินซวี่เป็นคนช่างสังเกต เขารู้ว่าเหอจือซูเกลียดการถูกรบกวนเวลาเรียน เขาจึงมักจะแอบหลับหรือนั่งวาดรูปเงียบ ๆ พอเลิกเรียนเขาก็จะวิ่งไปเล่นบาสเกตบอลกับแก๊งเพื่อนผู้ชาย สาว ๆ หลายคนในห้องแอบปลื้มเจียงเหวินซวี่และมักจะจับกลุ่มคุยถึงเขาในช่วงพัก
ในฐานะนักเรียน เจียงเหวินซวี่เองก็กลัวถูกครูประจำชั้นดุเหมือนกัน บางทีเขาจึงมาโรงเรียนแต่เช้าตรู่ แล้วขอสมุดการบ้านจากเหอจือซูหน้าตาเฉย "เสี่ยวซู ขอลอกการบ้านหน่อยสิ ฉันยังทำไม่เสร็จเลย ช่วยหน่อยน้า..." เหอจือซูมักจะใจอ่อนยอมเขาเสมอ
พวกเขาเข้ากันได้ดีตามประสาเพื่อนร่วมโต๊ะ วันหนึ่งขณะที่เหอจือซูกำลังเดินขึ้นบันไดตึกเรียน เขาเห็นเจียงเหวินซวี่เดินเหม่อลอยสวนลงมา ทันใดนั้นเจียงเหวินซวี่ก็ก้าวพลาดตกบันไดจนหัวเข่าถลอกปอกเปิก ทำเอาเหอจือซูตกใจแทบแย่ เขารีบวิ่งเข้าไปช่วยประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น
เจียงเหวินซวี่วางคางเกยไหล่เหอจือซู หอบหายใจด้วยความเจ็บปวด แล้วกระซิบที่ข้างหูว่า "ตัวนายหอมชะมัด... เมื่อกี้นายมาเข้าตาฉันพอดี ฉันเลยก้าวพลาดน่ะ"
คำพูดนั้นทำเอาเหอจือซูยืนอึ้งไปเลย
หลังจากวันนั้น พวกเขาก็สนิทสนมกันมากขึ้น เจียงเหวินซวี่มักจะลากเหอจือซูไปดูเขาแข่งบาส ให้จือซูคอยถือเสื้อและขวดน้ำให้ บรรดาแฟนคลับสาว ๆ ของเจียงเหวินซวี่ต่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเจียงเหวินซวี่ยอมให้แค่เหอจือซูคนเดียวแตะต้องข้าวของของเขา ทุกครั้งที่เหอจือซูมาดู เจียงเหวินซวี่จะโชว์ฟอร์มการเล่นดีเป็นพิเศษราวกับไปโดปยามา
แล้ววันหนึ่ง เหอจือซูก็ได้บังเอิญพบว่า เจียงเหวินซวี่ผู้เกลียดการอ่านหนังสือที่สุด กำลังนั่งอ่านหนังสือรวมบทกวีต่างประเทศอยู่ เขาถือหนังสือไว้ ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง พยายามอย่างหนักที่จะทำความเข้าใจความหมายของบทกวี
"นายอยากจะเป็นกวีเหรอ?" เหอจือซูถามแซว
เจียงเหวินซวี่ยักคิ้วแล้วตอบอย่างมั่นใจ "เมื่อวานฉันได้ยินนายคุยเรื่องหนังสือเล่มนี้กับหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ถ้าหมอนั่นอ่านรู้เรื่อง ฉันก็ต้องอ่านรู้เรื่องเหมือนกัน เดี๋ยวไว้นายมาคุยกับฉันก็ได้"
เหอจือซูยิ้มขำ "ฉันไม่ได้ชอบเล่มนี้สักหน่อย หัวหน้าฝ่ายวิชาการเขาชอบกวีนอกกระแส แต่ฉันชอบงานเขียนของ 'เจิ้งเจิน' เธอเป็นนักเขียนไต้หวันที่ดังมากเลยนะ"
ช่วงต้นเดือนมิถุนายนปีนั้น เหอจือซูพาเจียงเหวินซวี่ไปที่บ้านคุณปู่เพื่อดูดอกมะลิที่กำลังจะโรยรา พวกเขาเดินเท้ากันช้า ๆ นานกว่าชั่วโมงกว่าจะถึง พอเข้าใกล้สวน สายลมพัดเอื่อย ๆ ก็นำพากลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก
จู่ ๆ เจียงเหวินซวี่ก็เข้ามากอดเหอจือซู ซบหน้าลงกับซอกคอของเขา สูดดมกลิ่นกาย แล้วพูดด้วยดวงตาหยีเป็นสระอิว่า "กลิ่นเดียวกับตัวนายเปี๊ยบเลย... จือซู ตัวนายหอมจัง"
เหอจือซูหน้าแดงก่ำเพราะคำพูดนั้น
ตั้งแต่นั้นมา เจียงเหวินซวี่ก็เริ่มตั้งใจเรียน เขาเลิกเล่นบาสตอนพักเบรก แต่เปลี่ยนมานั่งวาดรูปแทน
วันหนึ่งครูฟิสิกส์วานให้เจียงเหวินซวี่ช่วยยกสมุดการบ้านของเพื่อนทั้งห้องไปที่ห้องพักครู จังหวะนั้นลมพัดกรรโชกมาที่โต๊ะจนสมุดสเก็ตช์ภาพของเจียงเหวินซวี่เปิดออก... หัวใจของเหอจือซูกระตุกวูบเมื่อเห็นภาพข้างใน มันเต็มไปด้วยภาพวาดของเหอจือซู... เจียงเหวินซวี่วาดภาพเขาอย่างตั้งใจในทุก ๆ มุมมอง และภาพเหมือนที่มีชีวิตชีวาเหล่านั้น ราวกับกำลังเอื้อนเอ่ยคำรักออกมา
ในการสอบปลายภาคชั้น ม.5 เหอจือซูสอบได้ที่หนึ่ง ส่วนเจียงเหวินซวี่ได้ที่สอง เจียงเหวินซวี่นัดจือซูออกมาแล้วจับมือเขาไว้ที่ท้ายตรอกแห่งหนึ่ง เขามอบหนังสือรวมงานเขียนของเจิ้งเจินให้จือซู แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเปี่ยมรักว่า
"ฉันได้ยินว่านายชอบงานเขียนของเจิ้งเจิน ฉันเลยซื้อเล่มนี้มาให้... หวังว่านายจะชอบมันนะ... แล้วก็ชอบฉันด้วย!"
ในตอนนั้น เจียงเหวินซวี่อายุสิบเจ็ดปี... และพวกเขาก็ตกหลุมรักกัน
พวกเขาอยู่เคียงข้างกันมายาวนานถึงสิบสี่ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวและอุปสรรคมากมายมาด้วยกัน
แต่มาบัดนี้... เจียงเหวินซวี่อายุสามสิบเอ็ด และเหอจือซูอายุสามสิบ...