- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 8: เลิกกันเถอะ
บทที่ 8: เลิกกันเถอะ
บทที่ 8: เลิกกันเถอะ
เจียงเหวินซวี่รู้สึกเสียใจทันทีที่ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของเหอจือซู... ตลอดหลายปีมานี้เขาบริหารบริษัทใหญ่โต ผู้คนรอบข้างต่างพากันพินอบพิเทาเอาใจ จนเขากลายเป็นคนยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางและทนไม่ได้ที่จะถูกขัดใจ แต่ถึงอย่างนั้น... เขาก็ไม่เคยคิดอยากจะทำร้ายเหอจือซูเลย
"นายไม่ควรมาทะเลาะกับฉันเพราะคนนอกนะ" แม้เจียงเหวินซวี่จะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่เขาก็กลบเกลื่อนด้วยสีหน้าท่าทางที่คิดว่าตัวเองทำถูกแล้ว "เพื่อนนายคนนั้นต้องไม่ใช่คนดีแน่ ๆ อยู่ห่าง ๆ มันไว้เถอะ"
เหอจือซูผลักเจียงเหวินซวี่ออกแล้วขยับตัวนั่งตัวตรง เขายกมือขึ้นแตะแก้มที่บวมช้ำเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้า
"ฉันว่านายเองก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน บางทีฉันควรจะอยู่ห่าง ๆ นายก่อน... ตอนแรกฉันนึกว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปชั่วชีวิตไม่ว่าจะลำบากยากแค้นแค่ไหน อาถรรพ์รักเจ็ดปีก็แยกเราไม่ได้ เราอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปี... แต่ตอนนี้เราต่างก็เปลี่ยนไป คนหนึ่งเปลี่ยนเพราะเลือกที่จะเปลี่ยน แต่อีกคนเปลี่ยนเพราะถูกบีบให้ต้องเปลี่ยน" เหอจือซูหลับตาลง สัมผัสได้ถึงความไร้หนทาง เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่จะยุติความสัมพันธ์นี้ เขาเหนื่อยหน่ายกับความระแวงและความหึงหวงของเจียงเหวินซวี่ และความสัมพันธ์ที่ไร้ซึ่งความหวังนี้เต็มที
"เลิกกันเถอะ ฉันไม่อยากรอคอยคนรักที่นานทีปีหนถึงจะกลับบ้านอีกต่อไปแล้ว" จือซูพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ท่าทีของเขาสงบและผ่อนคลาย ราวกับกำลังคุยเรื่องสัพเพเหระกับคนรัก
เจียงเหวินซวี่ตะลึงงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดออกมาด้วยความขมขื่น "นั่นไง! นายมีชู้รักคนใหม่จริง ๆ ด้วย... ตอนนี้เลยคิดจะทิ้งฉันไปอยู่กับมันงั้นสิ? ฝันไปเถอะ! ฉันไม่ปล่อยนายไปหรอก!"
"ฉันยกหุ้นบริษัทสามสิบเปอร์เซ็นต์ให้นายไปแล้ว นั่นยังไม่พอชดเชยเวลาที่นายเสียไปกับฉันอีกเหรอ?" เหอจือซูพูดประชด
"นายเตือนสติฉันพอดี บ้านหลังนี้เป็นชื่อฉัน ตอนที่เราซื้อบ้าน นายบอกว่ามันยุ่งยากที่จะจดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม นายเลยไม่ได้เซ็นชื่อลงไป... ทางกฎหมายฉันเป็นเจ้าของคนเดียว" เจียงเหวินซวี่แสยะยิ้ม "ถ้านายคิดจะเลิกกับฉันจริง ๆ นายจะหมดตัวไม่เหลืออะไรเลย... อ้อ ลืมไป นายมีผัวใหม่คอยเลี้ยงแล้วนี่ ถ้าอย่างนั้นนายก็คงไม่ต้องการบ้านหลังนี้แล้วมั้ง?"
เหอจือซูขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความเหนื่อยล้า รอยยิ้มค่อย ๆ เลือนหายไป ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ "เจียง... ทำไมนายถึงใจร้ายขนาดนี้? อย่างน้อย ๆ เราก็อยู่กันมาสิบสี่ปีแล้วนะ มันเป็นเวลาที่ยาวนานมากนะ"
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ความเจ็บปวดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของเจียงเหวินซวี่และเสียดแทงเข้าไปในหัวใจ เขาขยับเข้าไปหาจือซู โอบแขนรอบไหล่อีกฝ่าย แล้วพูดเสียงอ่อน "จือซู... ฉันไม่อยากเลิกกับนาย ฉันแค่ล้อเล่น นายก็รู้ว่าฉันปากเสียแล้วก็ชอบพูดจาไร้สาระ ทำไมนายต้องจงใจยั่วโมโหฉันด้วยล่ะ? ลืมเรื่องที่ฉันพูดเมื่อกี้ไปซะ แล้วเรามา..."
"เลิกกันเถอะ" เหอจือซูพูดย้ำคำเดิม ขณะที่หยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะชาขึ้นมา แล้วส่งข้อความสั้น ๆ หาหมออ้ายจื่ออวี้: 'ผมตัดสินใจจะรับคีโมครับ'
เจียงเหวินซวี่พยายามข่มความโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ขมับเต้นตุบ ๆ "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ เหอจือซู"
"ฉันพูดจริง นายก็รู้ว่าถ้าฉันตัดสินใจอะไรแล้ว ฉันไม่เคยคืนคำ" จือซูตอบ
เจียงเหวินซวี่กัดฟันกรอด ทันใดนั้นเขาก็คว้าข้อมือจือซูแล้วลากตัวเขาออกไปที่ประตู "ได้! นายมันแน่มาก... ไสหัวออกไปเลย! เดี๋ยวนี้!"
ตอนแรกเจียงเหวินซวี่คิดว่ามันเป็นแค่การทะเลาะกันตามปกติ แต่คาดไม่ถึงเลยว่าเหอจือซูจะขอเลิกกับเขาจริง ๆ เขาบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้เกิดจากความโกรธหรือความกลัวกันแน่ หัวใจของเขาหนักอึ้งไปด้วยความทุกข์ระทม และในจุดนี้... เขาเพียงต้องการระบายความโกรธเกรี้ยวออกมาเท่านั้น
เหอจือซูถูกเจียงเหวินซวี่ขังไว้นอกห้อง บนตัวเขามีเพียงเสื้อเชิ้ตบางๆ กางเกงขายาวชั้นเดียว และรองเท้าแตะใส่ในบ้าน
อากาศในอพาร์ตเมนต์หรูไม่ได้หนาวจัด แต่เหอจือซูอ่อนแอเกินกว่าจะเดินออกไปข้างนอกไหวด้วยพิษไข้ เขานั่งยอง ๆ กอดเข่าตัวเองและซุกใบหน้าลงไประหว่างหัวเข่า ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
เลือดกำเดาเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง เขาเช็ดมันออกลวก ๆ ด้วยเสื้อเชิ้ต อาการปวดหัวรุนแรงเล่นงานจนสายตาเริ่มพร่ามัว เขารู้สึกหนาวเหน็บและผิดหวังอย่างขมขื่น ในสายตาของเขา... ผู้ชายที่เขารักมาสิบสี่ปี กลายเป็นคนแปลกหน้าและห่างเหินเหลือเกิน
เหอจือซูตัวร้อนจี๋... ในภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่นจากความเจ็บปวดและพิษไข้ เขาเหมือนเห็นลำแสงสาดส่องเข้ามาในระเบียงทางเดินมืดมิด... เด็กหนุ่มร่างสูงรูปงามถือลูกบาสเกตบอลเดินตรงเข้ามาหาเขา เด็กคนนั้นยิ้มกว้างสดใสเหมือนเจ้าลูกหมาป่าซื่อบื้อ แววตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักและเทิดทูน...