- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 3: "นายอยู่ที่ไหน หัวใจฉันอยู่ที่นั่น"
บทที่ 3: "นายอยู่ที่ไหน หัวใจฉันอยู่ที่นั่น"
บทที่ 3: "นายอยู่ที่ไหน หัวใจฉันอยู่ที่นั่น"
ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นพล่านไปทั่วร่างของเหอจือซูขณะที่เขากำลังก้าวขึ้นบันไดอพาร์ตเมนต์ ราวกับมีหนามแหลมนับไม่ถ้วนงอกออกมาทิ่มแทงกระดูก ระลอกคลื่นแห่งความเจ็บปวดแทรกซึมไปทุกรูขุมขน แม้ว่าเหอจือซูจะเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก แต่เขาก็แทบจะทานทนต่อความทรมานนี้ไม่ไหว จนเกือบจะอยากปลิดชีพตัวเองให้พ้น ๆ ไปเสีย
เหอจือซูตะเกียกตะกายพาตัวเองกลับมาถึงห้องพร้อมกับกระถางกล้วยไม้ในอ้อมแขน ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเข้ามา เขาก็ทรุดตัวพิงผนังด้วยความวิงเวียน เขาหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายโชกชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬอันเย็นเยียบ
สมัยที่ยังเรียนอยู่ เขาเคยชอบสะสมขวดแก้วรูปทรงสวยงามเอาไว้เชยชม แต่ตอนนี้... ขวดเหล่านั้นกลับถูกใช้เพื่อบรรจุยาหลากหลายชนิด ยาแต่ละชนิดอยู่ในขวดที่แตกต่างกันไป... ความโชคร้ายถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความงดงามเหล่านั้นโดยที่ไม่มีใครมองเห็น
เหอจือซูเหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะลุกไปต้มน้ำอุ่น เขาจึงรินน้ำเย็นใส่แก้วแล้วกินยาตามเข้าไป เขาขดตัวอยู่บนเตียง เอาคางเกยหัวเข่า ความเจ็บปวดไม่ได้ทุเลาลงเลย ราวกับมันได้หยั่งรากลึกฝังแน่นลงในช่องท้องของเขาแล้ว ร่างกายของเขาผอมแห้งจนแก้มตอบ
เจียงเหวินซวี่ไม่กลับบ้านมา 19 วันแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาหายไปนานขนาดนี้ เหอจือซูเฝ้าคิดถึงเขาตลอดเวลา เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาต้องไปโรงพยาบาลเพื่อเจาะไขกระดูก ขณะที่นั่งรออยู่ตรงระเบียงทางเดิน เขาได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของคนไข้คนอื่นอย่างชัดเจน แต่ตัวเขากลับนิ่งสงบ และถามพยาบาลไปเพียงประโยคเดียวว่า...
"ทำเสร็จแล้วผมจะลุกเดินไหวไหมครับ? ผมจำเป็นต้องกลับบ้านเอง"
เขากลัวว่าถ้าเจียงเหวินซวี่กลับมาบ้านแล้วไม่เจอเขา อีกฝ่ายจะเป็นห่วง (ช่างน่าขันนัก...)
เหอจือซูปวดหัวแทบระเบิด นิ้วมือหงิกงอ คิ้วขมวดแน่น ณ เวลานี้ เขาไม่ต่างอะไรกับคนจมน้ำที่สิ้นหวังเพราะไขว่คว้าขอนไม้ไว้ไม่ได้สักท่อน เขาข่มตาหลับไม่ลง จึงลุกจากเตียงมาไขกุญแจลิ้นชักโต๊ะ... มีหนังสือเล่มหนึ่งวางสงบนิ่งอยู่ในนั้น
เขาหยิบมันออกมาอย่างทะนุถนอม เดินไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา มันเป็นหนังสือรวมบทความเก่า ๆ ของ "เจิ้งเจิน" เขาค่อย ๆ เปิดหนังสือออกอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
หน้ากระดาษเหลืองกรอบไปตามกาลเวลา แต่ทว่าบนหน้าแรก... ประโยคที่ถูกคัดลอกด้วยลายมือของเจียงเหวินซวี่ยังคงชัดเจนและหนักแน่น ลายมือของเขาช่างพลิ้วไหวและงดงาม
"นายอยู่ที่ไหน หัวใจฉันอยู่ที่นั่น"
เมื่อสิบสี่ปีก่อน เด็กหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งมอบหนังสือเล่มนี้ให้กับเหอจือซู ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปจนถึงใบหู แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อว่า "ฉันได้ยินว่านายชอบงานเขียนของเจิ้งเจิน ฉันเลยซื้อเล่มนี้มาให้... หวังว่านายจะชอบมันนะ... แล้วก็ชอบฉันด้วย!" จนถึงตอนนี้ เหอจือซูยังคงจดจำใบหน้าเขินอายและแววตาเปี่ยมรักของเจียงเหวินซวี่ได้เป็นอย่างดี
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว รวมถึงเด็กหนุ่มคนนั้นด้วย เหอจือซูกัดริมฝีปากแน่น กอดหนังสือเล่มนั้นไว้แนบอก เขาขดตัวคุดคู้อยู่บนโซฟา จ้องมองไปที่ประตูด้วยแววตาว่างเปล่า เขาไม่ได้ร้องไห้ แต่หัวใจของเขามอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
....
ตกดึก ในที่สุดเจียงเหวินซวี่ก็กลับมาบ้าน
ทันทีที่ได้ยินเสียงไขกุญแจ เหอจือซูก็ตื่นจากภวังค์และค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง
ภายในห้องมืดสนิท เจียงเหวินซวี่เอื้อมมือไปเปิดไฟ เขาคิดว่าเหอจือซูคงหลับไปแล้วในห้องนอน แต่เขากลับคาดไม่ถึงว่าจะเห็นชายนั่งหน้าซีดขาวราวกับผีอยู่บนโซฟา
เจียงเหวินซวี่ผงะด้วยความตกใจแล้วสบถออกมา "เชี่ยเอ๊ย! ตกใจหมด! ทำไมไม่เปิดไฟฮะ?"
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อมองไปที่คู่ชีวิตของเขา ช่วงนี้เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับชู้รักคนใหม่ นักเรียนศิลปะชื่อ "เสิ่นจุ้ย" แต่หลังจากได้รับสายจากเหอจือซูเมื่อคืน ด้วยเหตุผลบางอย่าง เจียงเหวินซวี่เกิดรู้สึกผิดขึ้นมาและหมดอารมณ์กับเด็กใหม่ เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านมาดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเหอจือซูจริง ๆ หรือเปล่า
"ฉันเพิ่งตื่นตอนนายเข้ามาน่ะ เลยเปิดไฟไม่ทัน... งานเสร็จหมดแล้วเหรอ?" เหอจือซูถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางวางหนังสือเล่มนั้นลงบนโต๊ะชา
เจียงเหวินซวี่ถอดเสื้อโค้ตแล้วโยนมันลงบนโซฟาโดยไม่ปรายตามองหนังสือเล่มนั้นเลยสักนิด เขายกมือขึ้นคลายเนกไท แล้วปั้นหน้าโกหกตาใส "ยังหรอก งานยังเหลืออีกเยอะ แต่ฉันคิดถึงนายมาก ก็เลยกลับมาหา นายแทบไม่โทรหาฉันเลยนะช่วงนี้"
สายตาของเจียงเหวินซวี่หยุดลงที่ใบหน้าของเหอจือซู แล้วค่อย ๆ ขมวดคิ้ว "นายดูผอมลงกว่าแต่ก่อนนะ ได้ดูแลตัวเองบ้างหรือเปล่า? สภาพนายตอนนี้เหมือนพวกขี้ยาเลย เห็นแล้วคลื่นไส้ชะมัด" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะเดินหนีเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ
วาจาอันไร้ความปรานีเหล่านั้นเชือดเฉือนเหอจือซูจนเข้ากระดูกดำ เขาเจ็บปวดราวกับมีมีดกรีดลงกลางใจ เขารู้ดีว่าเจียงเหวินซวี่ไม่ได้ห่วงใยสุขภาพของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกรังเกียจใบหน้าที่ซูบตอบและร่างกายที่ผอมแห้งของเขาต่างหาก... คนรักใหม่ของเขาคงจะสวยสดงดงามมากสินะ
เหอจือซูเหยียดยิ้มเยาะหยันให้ตัวเอง เขาอยากจะมีชีวิตที่มีความสุข แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้ายและร่างกายที่กำลังเสื่อมถอย แต่ตอนนี้เจียงเหวินซวี่กลับมาด่าว่าที่เขาดูทรุดโทรม... นี่เขาต้องขอโทษด้วยเหรอที่ตัวเองดูน่าเกลียด?
น่าขันสิ้นดี! ขนาดคนขายเกี๊ยวยังสังเกตเห็นว่าเขาป่วย ขนาดคุณหมอที่ชินชากับความเป็นความตายยังแนะนำไม่ให้เขาทิ้งชีวิต แต่ผู้ชายคนนี้... คนที่อยู่กับเขามานานกว่าสิบปี กลับไม่รับรู้อะไรเกี่ยวกับอาการป่วยของเขาเลย
เหอจือซูรู้จักเจียงเหวินซวี่ดีที่สุด เขาเป็นผู้ชายใจดำที่จะไม่มอบความอ่อนโยนหรือความอดทนให้กับคนที่เขาหมดความสนใจแล้ว เขาเคยรักเหอจือซู... แต่ตอนนี้ใจเขาเปลี่ยนไปแล้ว ความรักทั้งหมดที่เขามีให้เหอจือซูได้ลอยหายไปกับสายลม ตอนนี้แม้แต่หางตาเขาก็ยังไม่อยากจะแลเหอจือซูด้วยซ้ำ
และเหอจือซูก็ทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย...