- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 4: พวกเขาจะอยู่ด้วยกันตลอดไปได้จริงหรือ?
บทที่ 4: พวกเขาจะอยู่ด้วยกันตลอดไปได้จริงหรือ?
บทที่ 4: พวกเขาจะอยู่ด้วยกันตลอดไปได้จริงหรือ?
หัวใจของเหอจือซูถูกกัดกร่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยคำโกหกที่เจียงเหวินซวี่เพียรสร้างขึ้นตลอดสิบสี่ปีที่ผ่านมา เขาเหนื่อยหน่ายกับคำลวงเหล่านั้นเต็มทน และไม่อยากจะสูญเสียพลังงานชีวิตไปกับมันอีกแล้ว
เหอจือซูเกือบจะผล็อยหลับไปตอนที่เจียงเหวินซวี่กำลังอาบน้ำ เมื่อเจียงเหวินซวี่ล้มตัวลงนอนและรวบตัวเขาเข้าไปกอดจากด้านหลัง อีกฝ่ายก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าร่างของเหอจือซูผอมบางกว่าที่ตาเห็น เจียงเหวินซวี่รู้สึกกังวลกับสภาพของจือซูอยู่บ้าง แต่เขาก็ยั้งตัวเองไว้ไม่ให้แสดงความห่วงใยมากเกินไป จึงถามออกไปเพียงว่า "นายน้ำหนักลงไปเท่าไหร่แล้วเนี่ย?"
"ฉันกินอะไรไม่ค่อยลงน่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากอาหาร" เหอจือซูตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา นัยน์ตาเต็มไปด้วยความผิดหวังจาง ๆ
เจียงเหวินซวี่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของเหอจือซู เขาเริ่มพรมจูบไล่ไปตามแผ่นหลังและกระดูกสะบักของอีกฝ่ายทีละนิ้ว ๆ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นลีลาการเล้าโลมเพื่อหวังจะปลุกอารมณ์ให้เหอจือซู
"ฉันเหนื่อยมาก วันนี้ไม่มีอารมณ์จะทำหรอก" เหอจือซูพลิกตัวหันไปหาเจียงเหวินซวี่ แล้วค่อย ๆ ดันตัวเขาออกห่าง
ความจริงเจียงเหวินซวี่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมีเซ็กส์ในตอนนี้เท่าไหร่ เพราะช่วงนี้เขาปลดปล่อยกับบรรดาคู่ควงไปเยอะแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังรู้สึกผิดหวังที่ถูกเหอจือซูปฏิเสธ ทั้งที่อีกฝ่ายมักจะโอนอ่อนผ่อนตามและว่าง่ายเสมอมา สีหน้าของเขาขรึมลงเล็กน้อยที่ถูกขัดใจ "หลายวันนี้นายไม่คิดถึงฉันบ้างเลยเหรอ?"
เหอจือซูพลิกตัวหันหลังให้เขาแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เขาเอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่หัวเตียง "ฉันเป็นหวัด รู้สึกเพลีย ๆ อยากนอนแล้ว นายเองก็อย่านอนดึกนักล่ะ"
เจียงเหวินซวี่รู้สึกไม่คุ้นชินกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของเหอจือซู ซึ่งดูเหมือนกำลังปิดบังความลับใหญ่อะไรบางอย่างไว้แน่ ๆ แต่ปกติเหอจือซูก็เป็นคนพูดน้อยและแทบไม่เผยความรู้สึกอยู่แล้ว จึงยากที่จะอ่านใจออก ยิ่งไปกว่านั้น เจียงเหวินซวี่เองก็หายหัวไปจากบ้านตั้งหลายวัน เขารู้ตัวดีว่าไม่มีสิทธิ์ไปคาดคั้นเอาผิดอะไรอีกฝ่าย เขาจึงหันหลังให้เหอจือซูและตัดบทด้วยการนอนหลับไป
ในความมืดมิด ดวงตาของเหอจือซูยังคงเบิกโพลง เขายังคงทรมานจากอาการปวดหัวเนื่องจากโรคนอนไม่หลับที่เล่นงานเขามานานกว่าสิบวัน เขาเคยหวังว่าจะได้รับการปลอบประโลมบ้างจากการกลับมาของเจียงเหวินซวี่... แต่กลายเป็นว่า มันกลับยิ่งทรมานใจมากกว่าเดิม
แม่ของเหอจือซูเคยตั้งข้อสงสัยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะยั่งยืนตลอดไปได้จริงหรือ ในเมื่อไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ไม่มีคำอวยพรจากครอบครัวและเพื่อนฝูง และไม่มีแม้แต่ทายาทที่จะมาเป็นโซ่ทองคล้องใจ แล้วเหอจือซูจะพึ่งพาแค่ "ความรัก" เพื่อประคองความสัมพันธ์นี้ไปได้ยังไง? ในฐานะคนโปรดของเจียงเหวินซวี่ เขาถูกแทนที่ได้ง่ายมาก เพราะจุดเด่นที่เคยดึงดูดเจียงเหวินซวี่ คนอื่นก็มีเหมือนกัน และอาจจะมีดีกว่าด้วยซ้ำ ผู้คนมักพูดกันว่า ความรักมักจะจบลงเร็วไวหากฝ่ายหนึ่งเริ่มคาดหวังที่จะยื้อความสัมพันธ์ไว้ด้วยความผูกพันเก่า ๆ
การจากไปคงเป็นทางเลือกสุดท้ายของเขา... เหอจือซูคิด พลางค่อย ๆ พลิกตัวกลับไปมองเจียงเหวินซวี่ที่กำลังหลับสนิท เขาค่อย ๆ สวมกอดเอวของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา กระซิบเสียงพร่าว่า
"อีกไม่ถึงปีแล้วนะ... ฉันไม่สนหรอกว่านายจะมีใครอื่น ตราบใดที่นายกันพวกเขาไว้แค่นอกบ้าน ฉันขอแค่ความสงบสุข..."
เจียงเหวินซวี่ที่กำลังหลับลึก รวบตัวเหอจือซูเข้าสู่อ้อมกอดทันทีตามสัญชาตญาณ เขาเอาหน้าซุกไซ้เรือนผมนุ่มของเหอจือซู แล้วละเมอพึมพำออกมาว่า "...เสี่ยวซู..."
น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาในดวงตาของเหอจือซู ไหลรินลงสู่จอนผมแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว มันยากเหลือเกินที่จะต้านทานความรักอันอ่อนโยนของเจียงเหวินซวี่ แม้เขาจะรู้ดีว่ามันเป็นเพียงแค่คำละเมอก็ตาม
เดิมทีเหอจือซูเป็นฝ่ายถูกจีบก่อนแท้ ๆ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลับกลายเป็นเหอจือซูที่ทุ่มเทให้ความสัมพันธ์นี้มากที่สุด เมื่อธุรกิจเริ่มมั่นคง เหอจือซูก็ยอมทำตามคำแนะนำของเจียงเหวินซวี่ที่ให้ลาออกจากงานมาอยู่ดูแลบ้าน (ความจริงคือเจียงเหวินซวี่ไม่อยากให้เขาไปเจอผู้ชายคนอื่น) จือซูไม่เคยบ่น เขาเริ่มหัดทำงานบ้านและหัดทำอาหาร หุ้นในบริษัทของเขาก็ยกให้เจียงเหวินซวี่ไปหมด ตอนนี้เหอจือซูกำลังเผชิญหน้ากับการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและความรัก
เหอจือซูไม่มีเงินมากเท่าพวกคู่ควงของเจียงเหวินซวี่ด้วยซ้ำ ค่ารักษาพยาบาลของเขาต้องใช้เงินมหาศาล เหตุผลที่เขาขอเวลาคุณหมอไปตัดสินใจก่อน ก็เพราะเขากลัวที่จะต้องเปิดเผยสถานะทางการเงินที่ย่ำแย่ ยิ่งกว่ากลัวตัวโรคเสียอีก
"นายจะใจร้ายกับฉันเกินไปไม่ได้นะ... ฉันไม่เคยโกรธนายจริง ๆ จัง ๆ เลยสักครั้ง... แต่ถ้านายยังเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันจะหายไปจากชีวิตนาย และจะไม่มีวันหวนกลับมาอีก..."
หลังจากพูดจบ เหอจือซูก็ตระหนักว่ามันช่างน่าขันสิ้นดีที่พูดแบบนั้น เขาอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตของเขาจะต่างไปจากนี้โดยสิ้นเชิงไหม หากเขาเลือกเส้นทางชีวิตอื่นที่ไม่มีเจียงเหวินซวี่... ป่านนี้เขาคงจะมีเพื่อนฝูง มีรักแท้ที่จะอยู่ด้วยกันไปชั่วชีวิต ท่ามกลางคำอวยพรของครอบครัวและเพื่อน ๆ เขาคงจะมีความสุขในแบบของคนธรรมดา ๆ คนหนึ่งไปแล้ว
----