- หน้าแรก
- หมื่นพิษสยบยุทธภพ
- บทที่ 11 อาจารย์ข้าคือซาเทียนเจียง
บทที่ 11 อาจารย์ข้าคือซาเทียนเจียง
บทที่ 11 อาจารย์ข้าคือซาเทียนเจียง
บทที่ 11 อาจารย์ข้าคือซาเทียนเจียง
◉◉◉◉◉
ตรอกจู๋หลัว (ตรอกตะกร้าไม้ไผ่) ทางทิศเหนือของเมืองไคเฟิง มีบ้านเรือนสิบกว่าหลังที่ทอดยาวจากตะวันตกไปตะวันออก กำแพงที่กั้นกลางถูกทุบทะลุถึงกันหมด ประตูเข้าออกด้านข้างถูกปิดตาย เหลือเพียงประตูใหญ่สองบานตรงกลาง บนกรอบประตูมีป้ายแขวนอยู่แผ่นหนึ่ง ที่ไปขอร้องให้บัณฑิตเฒ่าแถวนั้นเขียนให้ 'พรรคเตี่ยนจิน'
ข้างประตูใหญ่มีสิงโตหินตั้งอยู่ฝั่งละตัว งานแกะสลักหยาบกระด้าง แต่ได้เปรียบที่ขนาดใหญ่ ทว่าพอมันมาอยู่คู่กับประตูหลักที่ไม่ได้ดูโอ่อ่าอะไร ก็ยิ่งดูไม่เข้ากันเข้าไปใหญ่
นอกจากนี้ยังมีเด็กหนุ่มสามคนยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่
แค่แก๊งโจรลักเล็กขโมยน้อย กลับทำตัวโอ้อวดขนาดนี้ ไม่รู้ว่าน่าขำหรือน่าสมเพชกันแน่
"หนานซิง จะไหวแน่หรือ"
ที่มุมตรอก หวังเทียนตงมองไปยังประตูใหญ่ของพรรคเตี่ยนจินด้วยสีหน้ากังวล
"เดี๋ยวเจ้าอย่าพูดสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะ!"
ลู่หนานซิงตวาดเสียงเรียบ แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ
อันที่จริง ตอนนี้ในใจเขาก็เต้นไม่เป็นส่ำเหมือนกัน
แต่เพื่อเอาเห็ดหลินจือกลับคืนมา ทำได้เพียงเสี่ยงดูสักตั้ง!
เมื่อสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ลู่หนานซิงก็แสร้งทำเป็นวางมาดน่าเกรงขาม ก้าวเดินไปยังพรรคเตี่ยนจิน
หวังเทียนตงแม้จะกลัวจนใจสั่น แต่เพื่อเห็ดหลินจือ ก็ได้แต่กัดฟันเดินตามไป
"พวกแกเป็นใคร!"
สมุนสามคนที่เฝ้าประตู พอเห็นลู่หนานซิงทั้งสองเดินเข้ามา ก็รีบยืนตัวตรงตะโกนขู่
"ที่นี่คือที่ตั้งกองบัญชาการพรรคเตี่ยนจิน ผู้ใดมาจงหยุด!"
วางมาดไปงั้น
ลู่หนานซิงแค่นเสียงในใจ ใบหน้าจงใจแสดงความรังเกียจออกมา แล้วตวัดสายตาเย็นชา ตะโกนเสียงเข้ม
"ศิษย์ของ 'อินทรีหัวล้าน' ซาเทียนเจียง หนึ่งในสิบสามผู้คุ้มกันแห่งสำนักซงซาน ขอพบหัวหน้าพรรคเตี่ยนจิน!"
"สำนักซงซาน?"
ในย่านไคเฟิงแห่งนี้ ไม่ว่าเฒ่าเด็กหรือสตรี มีใครบ้างจะไม่รู้จักสำนักซงซาน!
ยิ่งไปกว่านั้น พรรคเตี่ยนจินก็ถือว่าคลุกคลีอยู่ในยุทธภพอยู่บ้าง
ทั้งสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
ก็ที่ปรึกษาของพรรคสอนให้พวกเขาเฝ้าประตู ก็สอนมาแค่ไม่กี่ประโยคว่า 'ผู้ใดมาจงหยุด' 'ที่นี่คือที่ตั้งพรรคเตี่ยนจิน' แต่ไม่เคยบอกเลยว่า ถ้ามีคนจากสำนักซงซานมา จะต้องรับมือยังไง
"ข้าจะไปแจ้งหัวหน้าพรรค!"
ยังมีคนหนึ่งที่ตัวเล็กผอม แต่ไหวพริบดีอยู่บ้าง ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง ก็รีบวิ่งเข้าไปข้างใน
"ฮึ"
ลู่หนานซิงแค่นเสียงเย็นชา ไม่แม้แต่จะรอให้รายงานเสร็จ ก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างในทันที
หวังเทียนตงที่อยู่ข้างๆ แม้ในใจจะกลัวจนสุดขีด แต่ก็ทำได้เพียงกัดฟันเดินตามไป
เมื่อเห็นทั้งสองทำตัวไม่เกรงกลัวใคร แถมยังนึกถึงชื่อเสียงของสำนักซงซาน สมุนพรรคเตี่ยนจินอีกสองคนที่เหลือ ก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าขวาง
...
ห้องโถงใหญ่สองห้องที่อยู่ตรงข้ามกับประตูทางเข้า ภายในมีโต๊ะเก้าอี้วางอยู่ไม่กี่ตัว แขวนภาพวาดพู่กันที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร นี่คือห้องรับแขกของพรรคเตี่ยนจิน
ชายร่างกำยำคนหนึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน เขาคือหัวหน้าพรรคเตี่ยนจิน หลิวเตี่ยนจิน
เขามองลู่หนานซิงและหวังเทียนตงที่นั่งอยู่เบื้องล่าง ในใจก็อดที่จะครุ่นคิดไม่ได้
สำนักซงซานสูงส่งขนาดนั้น ไฉนถึงลดตัวมาเยือนพรรคเตี่ยนจินของเขาได้?
อีกอย่าง ทั้งสองคนนี้อ้างตัวว่าเป็นศิษย์สำนักซงซาน แถมยังเป็นศิษย์ของ 'อินทรีหัวล้าน' ซาเทียนเจียง หนึ่งในสิบสามผู้คุ้มกันอีก แต่การแต่งตัวนี่มัน... ซอมซ่อเกินไปรึเปล่า?
ดูยังไง ก็เหมือนเด็กบ้านนอกคอกนา!
หรือว่า จะเป็นไอ้เด็กขอทานสองคน ที่ใจกล้าบ้าบิ่น สวมรอยชื่อสำนักซงซานมาไถเงินเขากันแน่?
แต่ว่า สำนักซงซานเป็นฝ่ายที่ล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด จะทำอะไรวู่วามไม่ได้
"จอมยุทธ์น้อยทั้งสอง"
หลิวเตี่ยนจินฉีกยิ้มประจบ เอ่ยปากหยั่งเชิง
"การมาเยือนพรรคเตี่ยนจินของข้าในครั้งนี้ ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดหรือ?"
"พวกข้ามา..."
ปัง!
"พรรคเตี่ยนจินของพวกเจ้าช่างกล้าดีนัก!"
ลู่หนานซิงตบโต๊ะเสียงดัง ตะโกนกึกก้อง ขัดจังหวะหวังเทียนตงที่กำลังจะอ้าปากขอเห็ดหลินจือคืน จากนั้นก็จ้องหลิวเตี่ยนจินด้วยรอยยิ้มเย็นชา
"นี่... นี่มัน..."
หลิวเตี่ยนจินที่เมื่อครู่ยังสงสัยอยู่ พอถูกตวาดใส่ก็เริ่มลนลาน ชั่วขณะหนึ่งก็ลืมเรื่องตรวจสอบตัวตนไป รีบแก้ต่างทันที
"จอมยุทธ์น้อยกล่าวอะไรเช่นนั้น! พวกเรา... พวกเราพรรคเตี่ยนจินเคยไปล่วงเกินสำนักซงซานตั้งแต่เมื่อใด พวกเราไหนเลยจะกล้า!"
"ไม่กล้า?"
ลู่หนานซิงยิ้มเย็นชาอีกครั้ง แล้วจึงพูดต่อ
"พวกข้าสองคน รับบัญชาอาจารย์ลงเขา ปลอมตัวมาเพื่อทำธุระสำคัญ! ใครจะรู้ว่าเพิ่งเข้าเมืองไคเฟิงมา ก็โดนโจรฉกของไปเสียแล้ว! ช่างน่าทึ่ง 'สับเปลี่ยนบุปผา ย้ายต้นไม้แทนที่' พรรคเตี่ยนจินฝีมือดีจริงๆ"
"ห๊ะ?"
พอได้ยินเช่นนี้ หลิวเตี่ยนจินก็กะพริบตาปริบๆ เริ่มคิดในใจอีกครั้ง
อ้อ ที่แท้ก็ปลอมตัวมา ไม่น่าล่ะถึงแต่งตัวเหมือนเด็กยากจน
ที่ตามมาถึงนี่ ก็เพราะถูกขโมยของ เรื่องนี้ก็พอฟังขึ้นอยู่ เพราะพรรคเตี่ยนจินของพวกเขาก็ทำงานแบบนี้จริงๆ
ทว่า ข้อกล่าวหาแบบนี้ เขาจะยอมรับง่ายๆ ได้อย่างไร
"จอมยุทธ์น้อย โปรดฟังข้าก่อน!"
หลิวเตี่ยนจินรีบโอดครวญ ทำท่าทางเหมือนถูกใส่ร้าย
"พรรคเตี่ยนจินของพวกเรา แม้จะทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อยอยู่บ้าง แต่ไม่เคยกล้าไปเหยียบจมูกสำนักซงซานเด็ดขาด"
"ถ้าข้าไม่สืบมาให้แน่ชัด ข้าจะบุกมาถึงประตูบ้านเจ้าด้วยตัวเองรึ?"
ลู่หนานซิงหรี่ตาลงเล็กน้อย มองหลิวเตี่ยนจินด้วยหางตา
"วันนี้แถบประตูเมืองทิศเหนือ ใช่คนของพรรคเตี่ยนจินรึเปล่า"
"เอ่อ..."
ระบุทั้งสถานที่และเวลามาขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายสืบมาดีแล้ว จะปฏิเสธก็คงยาก
หลิวเตี่ยนจินกลอกตาไปมา รีบพูดต่อ
"เป็นคนของพรรคเราจริงๆ ครับ บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกมันตาหามีแววไม่ ไปล่วงเกิน..."
"อย่ามัวพูดพร่ำทำเพลง! รีบเอาของของพวกข้ากลับคืนมา! หากทำให้เรื่องใหญ่ของสำนักซงซานเสียหาย ข้าจะล้างบางพรรคเจ้าซะ!"
"ครับๆๆ!"
พอได้ยินคำนี้ หลิวเตี่ยนจินก็ตัวสั่นด้วยความกลัว รีบตะโกนเสียงดัง
"วันนี้ใครเข้าเวรที่ประตูเหนือ! ไอ้เวรตะไลคนไหนมันตาบอด ไปขโมยของของสำนักซงซาน ยังไม่รีบไปลากคอมันมา!"
จากนั้น ก็มีคนสองสามคนรีบวิ่งออกไป
พรรคเตี่ยนจินก็มีคนอยู่หลายสิบคน คงไม่ใช่ว่าทั้งหมดจะไปกองอยู่ที่ประตูเหนือ แม้ว่าแถบนั้นจะทำเลดีก็เถอะ!
ดังนั้น พวกเขาจึงใช้วิธีผลัดเวรกัน
วันนี้เป็นเวรของใคร หลิวเตี่ยนจินผู้เป็นหัวหน้าพรรคก็ไม่รู้ ต้องให้ลูกน้องไปตรวจสอบ
"หัวหน้าพรรค"
ขณะที่กำลังรอกันอยู่ ชายร่างอ้วนเตี้ยที่อยู่ข้างๆ หลิวเตี่ยนจิน ก็เหลือบมองลู่หนานซิงแวบหนึ่ง แล้วกระซิบกระซาบสองสามคำ
หลิวเตี่ยนจินพยักหน้าเล็กน้อย แววตาที่มองก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"จอมยุทธ์น้อยทั้งสอง"
จากนั้น เขาก็ยิ้มประจบอีกครั้ง แล้วพูดกับลู่หนานซิง
"ไม่ทราบว่า 'กระบี่มารดรบุตร' หนึ่งในสิบสามผู้คุ้มกันของสำนักท่าน ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง? เมื่อปีก่อน ข้ามีวาสนาได้พบท่านที่จวนของปรมาจารย์มวยหลิว ท่าทางอันองอาจของท่านยังคงติดตาข้าจนถึงทุกวันนี้"
"เจ้าหมายถึงท่านอาซุนสินะ"
ลู่หนานซิงจ้องหลิวเตี่ยนจิน ยิ้มแต่หน้าไม่ยิ้ม
"เมื่อไม่กี่วันก่อน ท่านอาซุนเพิ่งจะถูกคนชั่วจากพรรคมารสังหารไป เจ้ามาถามว่าท่านช่วงนี้เป็นอย่างไร นี่มันจงใจจะเยาะเย้ยกันรึ?"
"มิกล้าๆ!"
หลิวเตี่ยนจินรีบโบกมือปฏิเสธ ทำหน้าตาตื่นตกใจและเจ็บปวด
"มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ! ข้าไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ!"
"หยุดเสแสร้งได้แล้ว!"
ลู่หนานซิงแค่นเสียงเย็นชา พูดตัดบททันที
"เจ้าจงใจพูดถึงท่านอาซุน ก็เพื่อจะลองใจพวกข้าสองคนไม่ใช่รึ หรือว่า เจ้าคิดว่าตัวตนของพวกข้าเป็นของปลอม!"
"จะเป็นไปได้ยังไง!"
เมื่อถูกลู่หนานซิงจับได้คาหนังคาเขา หลิวเตี่ยนจินก็รีบปฏิเสธอีกครั้ง
แต่ในความเป็นจริง เขาก็คิดแบบนั้นจริงๆ
เมื่อกี้พอที่ปรึกษาเตือน เขาก็เพิ่งนึกได้ ทั้งสองคนนี้แม้จะดูเหมือนจริง แต่ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่เคยแสดงหลักฐานยืนยันตัวตนใดๆ เลย!
ก็ย่อมต้องน่าสงสัยเป็นธรรมดา
แต่จะให้เขาขอตรวจดูตรงๆ เขาก็ไม่กล้าพอ
เลยต้องพูดถึงซุนต้าจง เพื่อหยั่งเชิงดูเล็กน้อย
ตอนนี้ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายจะตอบไม่ผิด
แต่ว่า เรื่องที่ซุนต้าจงถูกสังหาร ในยุทธภพก็รู้กันทั่วแล้ว จะเอามาเป็นหลักฐานก็คงยาก
ส่วนจะลองใจเรื่องอื่น หลิวเตี่ยนจินเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องภายในของสำนักซงซานมากขนาดนั้น!
"ถ้าหัวหน้าพรรคหลิวยังไม่เชื่อพวกข้า..."
ขณะที่หลิวเตี่ยนจินกำลังครุ่นคิด ลู่หนานซิงก็เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน นิ้วทั้งห้าของเขาก็งอเป็นกรงเล็บ กรีดลงบนโต๊ะน้ำชาข้างๆ เบาๆ
แคว่ก!
พร้อมกับเสียงบาดหู ไม่ทันเห็นลู่หนานซิงออกแรงอะไรด้วยซ้ำ โต๊ะน้ำชาที่ทำจากไม้หวยอันแข็งแกร่ง ก็ปรากฏรอยเล็บห้ารอยให้เห็นชัดเจน!
"พลังนิ้วยอดเยี่ยม!"
เมื่อเห็นฉากนี้ หลิวเตี่ยนจินก็เบิกตากว้างทันที
เมื่อกี้เขาบอกว่าเป็นศิษย์ของ 'อินทรีหัวล้าน' ซาเทียนเจียง แล้วซาเทียนเจียงก็เชี่ยวชาญวิชากรงเล็บอินทรีไม่ใช่รึ!
ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ผิดตัวแน่แล้ว
เพราะว่า ถ้าไม่ใช่คนธรรมดา อายุยังน้อยขนาดนี้ จะมีพลังนิ้วได้ถึงขนาดนี้ได้อย่างไร
"ทำไมยังไม่ลากคอมันมาอีก!"
เมื่อไม่สงสัยในตัวตนของลู่หนานซิงอีกต่อไป และกลัวว่าการลองใจเมื่อครู่จะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ หลิวเตี่ยนจินก็รีบเปลี่ยนเรื่อง ตะโกนด่าลูกน้องเสียงดัง
"กล้าดียังไงมาล่วงเกินจอมยุทธ์น้อยแห่งสำนักซงซาน เดี๋ยวข้าจะถลกหนังมันด้วยมือข้าเอง!"
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]