เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 การถกเถียงของเหล่าหัวหน้า(อ่านฟรี)

ตอนที่ 35 การถกเถียงของเหล่าหัวหน้า(อ่านฟรี)

ตอนที่ 35 การถกเถียงของเหล่าหัวหน้า(อ่านฟรี)


ตอนที่ 35 การถกเถียงของเหล่าหัวหน้า

“ไดร่า คุณรู้วิธีใช่ไหม” หนูสีขาวที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ของผู้จัดการซีน่อนกล่าว

ไดร่าพยักหน้าก่อนจะพูดออกมา “มันก็แค่ทฤษฎีในหมู่ผู้ใช้เวทมนตร์ แต่ดูเหมือนจะมีคนทำได้แล้ว ที่จริงสำนักงานใหญ่ก็น่าจะรู้วิธีนี้เช่นกัน แค่หาจุดที่รอยแยกมิติเคยเกิดขึ้น จากนั้นก็เอาดวงตามิติไปวางในตำแหน่งที่มิติอ่อนแอ กระตุ้นให้ดวงตามิติทำงานเป็นการบังคับฉีกมิติ ในกรณีที่พวกลัทธิมืดใช้คือจุดที่รอยแยกมิติเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง นั้นจะทำให้เปิดได้ง่ายขึ้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงว่าทำแบบนี้ทำไมคงจะต้องไปถามพวกนั้นแล้วว่าทำไปเพื่ออะไร”

“ไดร่า คุณกำลังจะบอกว่าที่รอยแยกเกิดขึ้นซ้ำสองคือฝีมือของลัทธิมืด” คอนราดถามกลับไป จริงอยู่ที่เขาและผู้จัดการซีน่อนเคยสันนิษฐานว่ามีคนพยายามเปิดรอยแยกมิติขึ้น แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะเป็นคนของลัทธิมืด

“อืม” ไดร่าพยักหน้ายืนยันข้อสันนิษฐานของเธออย่างมั่นใจ

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” ในตอนนั้นหนูสีขาวบนเก้าอี้ก็กล่าวออกมา “เป้าหมายของพวกมันคงไม่ใช่แค่การเปิดประตูมิติไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เราตามเก็บ และถ้าเป็นไปตามที่ไดร่าบอก ดวงตามิติถูกขนเข้ามาที่เมืองเรซีได้ยังไง ของสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายขั้นสูงสุด ไม่ให้ใครครอบครอง”

ทุกคนคิดตามที่ผู้จัดการสาขาพูด ส่วนไดร่านั้นยังคงนิ่งเงียบ

“ไดร่าดวงตามิตินี่คือเอามาจากจุดที่เกิดมิติใช่ไหม”

“ใช่”

“ส่งมันมาดูหน่อย”

ไดร่าหยิบกล่องที่ใช่ดวงตามิติให้กับหนูสีขาว ดวงตามิติค่อย ๆ ลอยมาหาหนูสีขาวตัวนั้นอย่างช้า ๆ มือของหนูสีขาวสัมผัสดวงตามิติขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย พร้อมกับท่าทีเหมือนกับกำลังครุ่นคิด

“มันเป็นของที่ถูกใช้ซ้ำ ปกติแล้วรอยแยกระดับ 0 ขนาดของดวงตามิติจะไม่เล็กขนาดนี้และยิ่งผ่านไปมันจะใหญ่ขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ในช่วงบังคับใช้มันบังคับเปิดรอยแยกมิติคงจะมีการดึงพลังงานออกมาจากดวงตาจำนวนมาก ขนาดจึงเล็กลง ถ้าอย่างนั้นแสดงว่านี่คือสิ่งที่ถูกนำมาใช้สร้างรอยแยกแบบที่ไดร่าว่าไว้จริง ๆ” หนูสีขาวเริ่มวิเคราะห์

พอได้ฟังทั้งคอนราดและเบรนเดอร์ก็นิ่งเงียบ ส่วนคอนเนอร์นั้นเขาไม่พูดอะไร เพราะเรื่องนี้มีแต่ระดับหัวหน้าทีมคุยกันเท่านั้น

“แม้ไม่รู้เป้าหมายของลัทธิมืดคืออะไร แต่ต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ เราต้องขัดขวางแผนพวกมัน เริ่มจากตามหาพวกดวงตามิติที่ลักลอบนำเข้ามาที่เมืองเรซีก่อน เพราะถ้าบุกเข้าไปไล่ฆ่าพวกมันตรง ๆ อย่างมากก็ทำลายได้เพียงพวกปลายแถวที่ไม่มีค่าอะไร คนที่เราต้องจัดการจริง ๆ คือคนที่พวกนั้นเรียกว่า เจ้านาย” หนูสีขาวสั่งการก่อนจะกล่าวต่อ

“แต่จะให้หน่วยงานนักล่าความตายไปตามหาสิ่งของลับลอบเข้าเมืองก็ยุ่งยากเกินไป คอนเนอร์ คุณไปบอกให้ฮอลลี่ช่วยติดต่อสำนักงานตำรวจประจำเมืองเรซีช่วยติดตามการลักลอบนำเข้าดวงตามิติในเมืองเรซี ส่วนเบรนเดอร์คุณนำทีมตามสนับสนุน จับเป็นถ้าทำได้จับตายได้ในทันที”

ทุกคนพยักหน้าตกลงในทันที

“ไม่มีปัญหา แต่เรื่องนี้ต้องการรายงานไปที่สำนักงานใหญ่” เบรนเดอร์กล่าว

“เรื่องรายงานผมจะรายงานไปที่สำนักงานใหญ่เอง คุณทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายก็พอ” หนูสีขาวชายตามองไปที่เบรนเดอร์เล็กน้อย

ในตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นนอกทางเดิน ด้วยประสาทสัมผัสของพวกเขาจึงไม่ยากที่จะรับรู้

เมื่อประตูเปิดออกมาก็เป็นฮอลลี่ที่วิ่งมาด้วยท่าทีตื่นตระหนกตกใจและกล่าวด้วยน้ำเสียงขาด ๆ หาย ๆ ว่า “ผู้จัดการค่ะ มี...มี...เรื่องเกิดขึ้นแล้ว แฮก ๆ”

“เรื่องอะไร?”

“เราขาดการติดต่อกับทีมของหัวหน้าเอ็ดการ์ดไปอย่างกะทันหัน และนี่คือการติดต่อครั้งสุดท้าย” ฮอลลี่เปิดเสียงบันทึกสุดท้ายให้กับทุกคนฟัง

“ความคืบหน้าภารกิจของวันนี้ หลังจากจัดการกับรอยแยกไปได้ แต่อยู่ ๆ เกิดรอยแยกในจุดเดิมอีกครั้งหลังจากเวลาห่างกันไปถึง 1 ชั่วโมง ขอให้ทางหน่วยงานที่เรซีตรวจสอบข้อมูลว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นที่อื่นอีกไหม ทางทีมเอ็ดการ์ดจะเข้าไปจัดการปิดรอยแยกและจะส่งข้อมูลอื่น ๆ ไปอีกหลังจากจัดการรอยแยกมิตินี้แล้ว”

“เรามาถึงรอยแยกแล้ว สัญญาณอาจจะขาด ๆ หาย ๆ หน่อย มีคนอื่นอยู่ด้วย บ้าเอ๊ย พวกมัน ชายชุดดำ........ซ่า ๆ ๆ”

ข้อความเป็นเพียงประโชคสั่น ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะหายไป

ทุกคนได้ฟังก็พากันขมวดคิ้วตาม ๆ กัน เพราะประโยคสุดท้ายที่กล่าวถึงชายชุดดำ บรรยากาศในห้องตึงเครียดมากกว่าที่เคยเป็นมา

“ผมจะไปจัดการเอง” คอนราดกล่าว

“ทีมคุณไม่เหมาะสม ผู้จัดการซีน่อนเรื่องนี้เกี่ยวกับลัทธิมืดผมจะขอไปจัดการเอง” เบรนเดอร์กล่าวขัดคอนราดในทันที

“อธิบายมาด้วยที่ว่าไม่เหมาะสมหมายถึงอะไร” คอนราดขยี้บุหรี่ในมือลงไปที่เขี่ยบุหรี่

“ผมดูข้อมูลทีมของคุณแล้ว มันไม่เหมาะสมเพราะทีมของคุณพึ่งเลื่อนขึ้นมาเป็นระดับเหล็กสามดาว ทั้งยังมีสมาชิกทีมคนใหม่ที่ยังเข้าร่วมทีมไม่ถึงเดือน นั้นหมายความว่าทีมของคุณไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเดิมมากนัก และอีกอย่างเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับพวกลัทธิมืดที่สามารถจัดการกับทีมระดับเหล็ก 2 ดาวได้”

“เบรนดอร์คุณกล่าวถูก แต่ทีมของคุณก็ไปไม่ได้เช่นกัน เพราะดูเหมือนทั้งหมดนี่จะเป็นแผนของพวกมัน” หนูสีขาวกล่าวอย่างครุ่นคิด

“พวกลัทธิมืดลงมือตอนที่ทีมของโอเว่นออกไปจัดการรอยแยกตรงเส้นทางรถไฟตอนใต้ ตอนนี้ในเมืองเรซีจึงเหลือสามทีมและอีกหนึ่งทีมที่เหมืองแร่ ถ้าเป็นตามที่คิดพวกมันต้องการให้ทีมที่สำนักงานใหญ่ส่งมากออกไปที่นั่น เป็นเหมือนการล่อเสือออกจากถ้ำ หลังจากนั้นพวกมันคงเข้ามาเก็บกวาดลูกเสือ”

“ผู้จัดการคงไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดโดนพวกมันจัดการหรอก” เบรนเดอร์ถามหยั่งเชิงพร้อมกับจักกัด

“เพราะพวกมันต้องการให้เราคิดแบบนั้น ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องหาดวงตามิติ จากเบาะแสของผู้ที่ลักลอบขนดวงตามิติเข้ามาเรซี ถ้าเราเจอจะต้องให้ทีมของคุณจัดการกับเจ้านายของลัทธิมืด อย่าลืมหน้าที่สำคัญนี้” หนูสีขาวกล่าว

“ที่จริงแล้วไม่แน่ว่าเราจะได้ปะทะกับทางนั้น” ไดร่ากล่าวอีกครั้ง

“หน้าที่ของคอนราดคือไปตามหาว่าเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่การปะทะจริงไหม”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“ให้ทีมคอนราดไป เราจะไม่เถียงเรื่องนี้กันอีกนี่คือคำสั่ง” หนูสีขาวพูดออกมาอย่างเด็ดขาด นั้นทำให้ทุกคนหุบปากในทันที

เบรนเดอร์แสดงท่าทางไม่พอใจอย่างชัดเจน แต่ก็ทำได้แค่เท่านี้

เมื่อไม่มีอะไรที่ต้องพูดคุยกันอีก ทุกคนในห้องก็แยกย้ายออกไปในทันที

คอนเนอร์ไปพร้อมกับฮอลลี่เพื่อประสานงานกับทางสำนักงานตัวรวจเรซี ส่วนเบรนเดอร์ออกไปอย่างไม่พอใจ

คอนราดและไดร่าออกมาพร้อมกัน ทั้งสองมองไปที่เบรนเดอร์ที่กำลังเดินลับสายตาไป

“ชายคนนี้เป็นตัวปัญหา” คอนราดกล่าวอย่างเงียบ ๆ

“ทั้งถูกและไม่ถูก เพราะเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเราจึงไม่ยากยอมรับพวกเรา อีกอย่างการถูกส่งจากสำนักงานใหญ่มาที่นี่ก็เป็นเรื่องปกติที่จะไม่พอใจ เมืองเรซีไม่นับเป็นเมืองของอาณาจักรลัวอาด้วยซ้ำไป บางทีเบรนเดอร์คงจะพยายามทำผลงานเพื่อกลับไปที่นั่นโดยเร็ว” ไดร่ากล่าวอย่างสงบ ราวกับเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย

“นั่นก็จริงเมืองเรซีก็แค่เมืองภายใต้สัมปทานของบริษัทเคลินเนีย กรุ๊ป เท่านั้น แต่หวังว่าเขาจะไม่ลืมว่าที่นี่ยังมีผู้จัดการที่กำราบเขาได้อยู่” คอนราดกล่าว

“เอานี่ไป มันจะช่วยทีมคุณในการสำรวจมากขึ้น” ไดร่าส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับคอนราด

“กระดาษคาถา…ขอบใจ” คอนราดขอบคุณเธอ

“ไม่จำเป็นคุณติดหนี้ฉันหนึ่งครั้ง” ไดร่ากล่าวจบก็เดินออกไป

คอนราดอึ้ง ๆ กับคำพูดเธอและดูจะลังเล การติดหนี้ไดร่านั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ขนาดครั้งก่อนคอนราดยังต้องเอาเรย์ไปให้ทำสัญญากับไดร่าถึงหนี้จะหายกัน ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าถ้าติดหนี้อีกจะหาคนแบบเรย์ให้ไดร่าได้อีกไหม

แต่ดูแล้วไดร่าคงไม่ต้องการคนแบบเรย์อีก

คอนราดมองไปที่กระดาษคาถาก่อนจะถือมันเดินลงไปบันไดไปชั้นล่างแทนขึ้นลิฟต์เขาต้องการสุดอากาศสักหน่อย

...

ในเวลาเดียวกันภายในห้องพักทีมคอนราด เรย์กำลังใช้โทรศัพท์ของที่นี่โทรไปหาเร็กซ์ เพื่อสนิทที่เรย์คิดว่าน่าจะฝากข้อความไว้ได้ ส่วนอีกสามคนนั้นเรย์ขอไม่พูดถึงจะดีกว่า

นิ้วของเรย์จิ้มไปที่โทรศัพท์ก่อนจะหมุนเลขตามที่จำได้ หลังจากรอสายอยู่สักพักก็มีคนวิ่งมารับ

“สวัสดีครับ บ้านตระกูลพอร์ต ไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ” เร็กซ์พูดอย่างสุภาพเพราะกลัวว่าจะเป็นไอ้โหดโทรมา

“เร็กซ์นี่ฉันเองเรย์”

“เรย์ ว่ายังไงฉันก็กว่าไอ้โหดโทรมาฟ้องที่บ้านเรื่องที่ฉันพากันไปจีบสาวซะอีก นายต้องรีบหายเลยนะ ช่วงนี้ใกล้จบแล้ว เด็กชั้นปี 6 พากันตามเผยความในใจคนที่ชอบกันคึกคักเลย นายต้องไม่เชื่อแน่ วันนี้มีสาวสวยห้อง 1 มาสารภาพรักพอลด้วย มันหน้าแดงทั้งหน้าเลยแหละ นายต้องมาเห็น ฮ่า ๆ แต่ฉันคิดว่าหมอนั่นโชคดีชะมัดมีสาวสวยมาชอบด้วย” เร็กซ์เล่าเรื่องที่โรงเรียนให้เรย์ฟังอย่างสนุกสนาน

ในทุก ๆ ปีพอเด็กชั้นปีสุดท้ายกำลังจะจบจากโรงเรียนถือว่าเป็นเวลาสำคัญ ทั้งด้านการหางาน การเป็นทหาร และสุดท้ายคือการสารภาพรัก เพราะส่วนใหญ่แล้วช่วง 17-18 มักจะเป็นช่วงเวลาของเหล่าดอกไม้ที่จะผลิบานให้ผึ้งน้อยใหญ่ได้เข้าหา

อีกทั้งผู้ปกครองของเด็ก ๆ ก็จะไม่กีดกันมากนัก ขอแค่พวกเขารู้จักดูแลตัวเองก็พอ เพราะเหล่าผู้ปกครองก็ผ่านช่วงเวลาเช่นนี้มาเช่นกัน

ทำให้เวลานี้เด็กหนุ่มทุกคนเฝ้ารอ

“เฮ้ ฉันมีเวลาไม่มาก นายหยุดพูดเรื่องที่โรงเรียนก่อน”

“ได้ ๆ ว่าแต่มีเรื่องอะไรถึงโทรมา”

“ฟังนะเพื่อน นายรู้ใช่ไหมว่าบ้านฉันเมื่อก่อนพอมีฐานะและริชาร์ดก็เคยเป็นทหารมาก่อน”

“แน่นอน”

“พี่ฉันได้ข่าวจากวงในมาว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น นายอาจจะได้ยินจากข่าวความไม่สงบภายในเมืองแล้ว ดังนั้นฉันแนะนำให้นายซื้ออาหารตุนเอาไว้ในบ้าน แล้วก็ช่วงนี้พยายามอยู่บ้านไว้”

“ฉันได้ยินอยู่ แต่เห็นตำรวจบอกไม่ร้ายแรงไม่ใช่เหรอ”

“เอาเถอะน่าไปบอก ควินตัน นิกโก้และพอลด้วย”

“ได้ ๆ น่านายนี่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ขี้โวยวายไปได้”

“เร็กซ์ฉันพูดจริง” น้ำเสียงของเรย์เปลี่ยนเป็นจริงจัง

เร็กซ์ได้ยินก็หยุดทำเป็นเล่นในทันที

“นายจริงจังใช่ไหม”

“ใช่ เรื่องที่นายได้ยินมาจากพวกตำรวจนะ ในแทบจะทุกคดีมีคนตาย ฉันไม่อยากให้สหายเป็นหนึ่งในศพนั้น ดังนั้น หาอาหารมาตุนไว้ แล้วพยายามอย่าออกไปไหน ระวังสถานที่เก่า ๆ ไว้ด้วย ฉันบอกนายได้แค่นี้ อย่าลืมไปเตือนคนอื่น ๆ ด้วย”

“ได้”

“งั้นไว้เจอกัน”

หลังจากเรย์วางสายก็พึมพำออกมา “หวังว่าพวกนายจะทำตามที่ฉันบอก”

จบบทที่ ตอนที่ 35 การถกเถียงของเหล่าหัวหน้า(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว