เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 ทีมของเบรนเดอร์(อ่านฟรี)

ตอนที่ 34 ทีมของเบรนเดอร์(อ่านฟรี)

ตอนที่ 34 ทีมของเบรนเดอร์(อ่านฟรี)


ตอนที่ 34 ทีมของเบรนเดอร์

ขณะที่คอนเนอร์ออกไปไม่นาน เรย์ โบเวนและฟาริสก็ตรวจเช็คอุปกรณ์ทุกอย่างตามระเบียบจนเสร็จและกำลังจะขึ้นไปชั้นบนที่ห้องพักทีม

แต่ในตอนนั้นประตูทางเข้าออกชั้นใต้ดินก็เปิดขึ้น และมีรถหุ้มเกราะหกล้อคันหนึ่งขับเข้ามาด้านใน รถหุ้มเกราะเลี้ยวเข้ามาจอดยังลานจอด

รถหุ้มเกราะที่ทุกทีในหน่วยงานนักล่าความตายใช้จะเป็นรูปแบบเดียวกันหมด เพื่อให้ง่อยต่อการบำรุงรักษาและการใช้งาน แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีการปรับเปลี่ยนไปตามความชอบเช่นสีของรถหุ้มเกราะที่เข้ามานี้เป็นสีดำด้านทั้งคัน ให้ความรู้สึกดุดันและเท่ไปพร้อมกันในตัว

เมื่อรถหุ้มเกราะจอดสนิทประตูรถทางฝั่งที่นั่งข้างคนขับก็เปิดออก ผู้ที่ก้าวเดินลงมามิใช่ใครอื่น ๆ แต่เป็นเบรนเดอร์

เบรนเดอร์ก้าวออกจากรถ ก่อนจะปรายตามองเรย์และอีกสองคนด้วยใบหน้านิ่งเฉย

“สวัสดีครับหัวหน้าเบรนเดอร์” ฟาริสหยุดมือหันมาทักทายเบรนเดอร์

“สวัสดีครับหัวหน้าเบรนเดอร์” โบเวนเองก็ทักทายตามหน้าที่เช่นกัน

“สวัสดีครับหัวหน้าเบรนเดอร์” เรย์ยิ้มทักทาย ก่อนจะมองไปยังเบรนเดอร์ชายผู้ที่แข็งแกร่งสุด ๆ ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่จ้องไปที่เบรนเดอร์ตรง ๆ เพราะอย่างไรเบรนเดอร์ก็มีสถานะเป็นหัวหน้าทีมที่สูงกว่าพวกเขาขั้นหนึ่ง ถึงอย่างนั้นเรย์ก็สังเกตเบรนเดอร์ได้อย่างละเอียด

ชุดเกราะยุทธวิธีระดับสูงที่ปรับแต่งมาให้เหมาะสมกับตัวเอง

คู่กายคือมีดกางเขนที่มีคมมีดยาว 10 นิ้วจำนวน 12 เล่มที่ด้ามจับของมีดกางเขนแต่ละเล่มมีโซ่เส้นเท่านิ้วก้อยซึ่งขอบโซ่คมเหมือนใบเลื่อยยาวเส้นละสิบเมตรติดอยู่ทุกเล่ม ด้านหลังมีซองเก็บมีดแบบพิเศษด้านหลังชุดเกราะ ซองมีดแบ่งออกเป็นสองฝั่ง เก็บมีดกางเขนได้ฝั่งละ 6 เล่ม ส่วนสายโซ่นั้นม้วนเก็บไว้ด้านหลังด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นที่เอวยังมีปืนพกกึ่งอัตโนมัติ โตกาเรฟ หรือ TT-33 อีกกระบอก

นอกจากเบรนเดอร์แล้ว ยังมีสมาชิกในทีมคนอื่น ๆ อีกที่ลงมาจากรถ

คนแรกเป็นชายผมสีน้ำตาลทรงผมแบบเซิร์ฟ คัท ดวงตาสีเขียว ร่างสูงผอมบาง ใส่ชุดเกราะยุทธวิธีระดับสูง ที่เอวด้านหนึ่งมีดาบคาตานะสองเล่มติดอยู่ ส่วนอีกข้างมีปืนพกกึ่งอัตโนมัติ โตกาเรฟ หรือ TT-33 อีกกระบอก นอกจากนั้นยังมีอาวุธคู่กายอีกกระบอกคือ ปืนเล็กยาว Karabiner Mauser Kar98K หรือเรียกง่ายว่า ๆ คาราไบน์เนอร์ เค 98 ท่าทีของชายคนนี้ดูสงบนิ่ง แต่ภายในกลับซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้อย่างชัดเจน

คนต่อมามีรูปร่างสูงใหญ่คล้ายกับหมียักษ์ หัวโล้น หนวดเครายาวรุงรัง ปากคาบซิการ์ สวมชุดเกราะยุทธวิธีระดับสูง มีระเบิดมีติดอยู่รอบตัว ที่ไหล่มีสายกระสุนปืนขนาด 50 นัด เป็นกระสุน 7.92 มม.พลาดอยู่ ในมือของเขาถือปืนกล MG 42 เดินออกมาจากหลังรถ

คนสุดท้ายทำให้เรย์ถึงกับเผยสีหน้าแปลกใจออกมาพอสมควร เพราะกลับเป็นเพียงหญิงสาวที่อายุพอ ๆ กับเรย์ ทรงผมสั้นกุดที่ให้ลุคดูทอมบอยหน่อย แต่สีผมของเธอนั้นดูโดดเด่นมากเป็นพิเศษ เส้นผมเป็นสีแดงคล้ายกับเปลวเพลิง ตัวของหญิงสาวไม่สูงมากนักประมาณ 165 เธอมีดวงตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่สูงลิบ จนแม้แต่เขาก็ยังต้องเงยหน้ามอง

ชุดเกราะที่สวมก็เหมือนกับคนอื่นในทีม แต่ที่เอวของเธอมีกระเป๋าของผู้ใช้เวทมนตร์ ซึ่งหมายความว่าเธอเป็นผู้ใช้พลังเวทมนตร์เช่นเดียวกับเรย์

ข้างเอวมีปืนพก M1911A1 แบบที่เขาใช้อยู่ด้วย เรย์เริ่มจะคิดว่าผู้ใช้เวทมนตร์อาจจะชอบใช้ปืนรุ่นนี้กัน

รูปแบบทีมของหัวหน้าเบรนเดอร์คล้ายกับของทีมคอนราดเป็นอย่างมาก แต่เรย์ก็ไม่รู้ชื่อสมาชิกในทีมของเบรนเดอร์ เพราะเขาไม่เคยเจอคนในทีมของเบรนเดอร์มาก่อน

คนทางฝั่งเบรนเดอร์ก็สังเกตเรย์เช่นกัน แต่ทางฝั่งนั้นแสดงออกอย่างเหนือกว่าอย่างชัดเจน และไม่คิดจะแนะนำตัวแต่อย่างใด เพราะดาวที่ติดบนชุดตรงไหลขวาของพวกเขา

ทีมของเบรนเดอร์เป็นทีมระดับ ทองแดง 2 ดาว เหนือกว่าของหัวหน้าคอนราดสองระดับที่เป็นทีมระดับเหล็กสามดาวเท่านั้นและของหัวหน้าไดร่าหนึ่งระดับที่เป็นทีมทองแดงหนึ่งดาว

แสดงให้เห็นว่าสมาชิกในทีมของเบรนเดอร์นั้นอาจจะทรงพลังกว่าหัวหน้าหน่วยซะอีก และนี่คือความแตกต่างของการจัดอันดับดาวของทีมในหน่วยงานนักล่าความตาย แต่ถึงแบบนั้นเพียงแค่ความแข็งแกร่งก็ไม่อาจจะเป็นหัวหน้าทีมในหน่วยงานนักล่าความตายได้

เพราะหน่วยงานนักล่าความตายมีสิ่งที่ให้ความสำคัญมากกว่าความแข็งแกร่งคือ ผลงาน และความเหมาะสม

บรรยากาศรอบตัวน่าอึดอัดเกินบรรยาย

ในตอนนั้นเสียงของโทรศัพท์ที่โต๊ะของคอนเนอร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทุกสายตาไปหยุดอยู่ที่โทรศัพท์เครื่องนั้น เบรนเดอร์ไม่รอช้าเดินเข้าไปรับสาย ก่อนที่จะวางลงและกล่าว

“จัดการให้เสร็จแล้วไปเจอกันข้างบน” เบรนเดอร์กล่าวจบก็เดินขึ้นลิฟต์ไปในทันที

ลูกทีมทั้งส่ามของเบรนเดอร์จัดการเรื่องของคนเองและยุทโธปกรณ์จนเสร็จก่อนจะเดินขึ้นลิฟต์ไป แน่นอนว่าทั้งสามพยักหน้าทักทายตามมารยาทให้กับเรย์และพวก

หลังจากทั้งสามไปในห้องก็ไม่น่าอึดอัดอีก

“คนจากสำนักงานใหญ่แข็งแกร่งจริง ๆ” ฟาริสกล่าว

“นายสองคนเห็นเปล่า คนในทีมหัวหน้าเบรนเดอร์คล้ายกับของเราเลย โดยเฉพาะนาย ฟาริส ฮ่า ๆ” โบเวนหัวเราะใส่ฟาริส

“อืม” เรย์พยักหน้าสนับสนุน

“แต่ของนายก็มีไม่ใช่หรือไง” ฟาริสหมายถึงชายรูปร่างหมียักษ์หัวล้านคนนั้น

โบเวนรูปหัวของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาดัง ๆ และกล่าว “แต่ฉันยังหนุ่มดังนั้นไม่มีทางเหมือนอยู่แล้ว แต่ฉันเคารพเขานะ เพราะชายคนนั้นแข็งแกร่งมาก”

“ไม่แน่ ถ้าอายุมากขึ้นอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้” เรย์พูดออกมา

“คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกมั้ง” โบเวนพูดอย่างไม่แน่ใจ

“มีใครในครอบครัวที่หัวล้านไหม” เรย์ถามอีกครั้งขณะที่เดินไปที่ลิฟต์พร้อมกับทั้งสอง

“เออ...ที่บ้านมีคนหนึ่ง ตาของฉัน”

ทั้งเรย์และฟาริสมองหน้ากัน ฟาริสตบไปที่ไหล่ของโบเวนด้วยแววตาสงสาร

โบเวนงงกับการกระทำของฟาริส

เรย์เองก็ยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะมองไปที่โบเวนแบบเดียวกับฟาริส

“ไอ้แววตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงวะ มันไม่ใช่ว่าตาของฉันจะหัวล้านแล้วฉันจะต้องหัวล้านสักหน่อย ตอนนั้นพ่อของฉันอายุ 50 กว่าแล้วผมยังไม่ล้วงเลย” โบเวนพูดเสียงดังรีบเดินตามเข้าลิฟต์ไป

...

ชั้น 4

ห้องผู้จัดการหน่วยงานนักล่าความตาย ประจำสาขาเมืองเรซี ผู้จัดการซีน่อน

“สัญลักษณ์กลับมาแล้ว และดูเหมือนพวกมันจะมีแผนการบางอย่าง” คอนราดกล่าว ขณะที่เขี่ยขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่

“คุณแน่ใจนะว่านั้นคือรอยสักของลัทธิมืด” ไดร่าถาม

“แน่นอน แถมพวกมันยังพูดถึงใครบางคนที่เรียกว่า นายท่าน และพลัง หลังจากที่โดนซอมบี้กัด” คอนราดกล่าวเสริม พยายามนึกถึงคำพูดของคนเร่ร่อนคนนั้นที่เขาปลิดชีพไป

“ลุงคอนเนอร์ คุณคิดว่าพวกนั้นคิดจะทำอะไร” เสียงของหนีขาวแหลมเล็กดังขึ้นมา

“พวกลัทธิมืดเป็นกลุ่มที่เชื่อว่า โลกกำลังจะถึงจุดจบ ทุกชีวิตต้องตาย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการการเป็นส่วนหนึ่งของมัน เพื่อทำให้มนุษย์รอดต่อไปในโลกนี้ ตอนนั้นผมเคยเห็นคนในชุดดำที่ถูกเรียกว่า นายท่าน เป็นพวกที่สามารถอยู่ร่วมกับซอมบี้ได้ โดยที่พวกซอมบี้ไม่ทำการโจมตีพวกเขา คนพวกนี้ยังมีแข็งแกร่งมากเหมือนกับผู้มีพลัง แต่การมีพลังและการเป็นส่วนหนึ่งของซอมบี้กลับทำให้พวกเขาไม่ใช้มนุษย์อีกต่อไป พวกเขาต้องกินเนื้อมนุษย์เพื่อคงสติและจิตใจ ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นซอมบี้ บางทีพวกเขาอาจจะยากเปลี่ยนคนอื่น ๆ ให้เป็นแบบเดียวกับตนก็ได้” คอนเนอร์กล่าว

“พวกเขาอันตรายเกินไป” คอนเนอร์กล่าว

“อันตรายแล้วอย่างไร ลัทธิมืดก็แค่พวกพ่ายแพ้ เราเคยฆ่าพวกมันที่นั่นมาแล้วครั้งหนึ่งก็สามารถฆ่าได้อีก” เสียงดังขึ้นในห้อง พร้อมกับเบรนเดอร์ที่เปิดประตูเข้ามา

“ถ้าคุณผู้จัดการอนุญาต ผมยินดีจะไปตามล่าพวกลัทธิมืดให้เลยในตอนนี้”

“ไม่ได้ ถ้าเกิดการปะทะกันนั้นจะทำให้ทั้งเมืองโกลาหล จะมีคนตายจำนวนมาก” เสียงของหนูสีขาวดังขึ้น

“ผู้จัดการผมเข้าใจนะว่าหน่วยงานนักล่าความตายทำงานแบบปกปิดตัวตน แต่ตอนนี้เราต้องเปลี่ยนวิธีการ ถ้าสำนักงานใหญ่รู้เรื่องนี้พวกเขาก็จะใช้วิธีนี้เช่นกัน”

“เสียสละบางส่วนเพื่อปกป้องผู้คนส่วนใหญ่นะเหรอ” คอนเนอร์กล่าวด้วยคำพุดแดกดัน

“หึ! นายแค่หัวหน้าหน่วยตัวเล็ก ๆ อย่าพูดมากดีกว่า ลืมไปแล้วหรือไงว่านายก็คือคนที่รอดตายมาเพราะการเสียสละเช่นกัน” เบรนเดอร์พูดด้วยความเย้ยหยัน

คอนราดมองเบรนเดอร์ด้วยสายตาที่เย็นชา เบรนเดอร์เห็นดังนั้นจึงไม่สบอารมณ์อย่างมาก คลื่นพลังจิตในห้องสั่นไหว

แต่ในตอนนั้นเองพลังจิตก็กระจายออกมาจากหนูสีขาวกวาดซัดคลื่นพลังจิตทั้งหมดในห้องหายไปไม่มีเหลือ เสียงของหนูขาวดังขึ้นอีกครั้ง

“เบรนเดอร์ ตอนนี้คุณไม่ใช่คนของสำนักงานใหญ่อีกแล้ว แต่เป็นหัวหน้าทีม หนึ่งในทีมนักล่าความตาย สาขาเมืองเรซี ดังนั้นถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก คุณจะต้องรับผลที่ตามมา”

เบรนเดอร์ที่หยิ่งทรงนงถึงกับรู้สึกกดดันแผ่นหลังชุ่มเหงื่อ เพราะไม่คิดว่าพลังของไอ้หนูที่เขาไม่เจอมานานจะมาถึงขั้นนี้แล้ว

“ลืมอะไรไปอย่างหนึ่งหรือเปล่า”

ในตอนนั้นเสียงของไดร่าก็ดังขึ้นมา ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดในห้องหายไป ทุกคนหันมาสนใจเธอในทันที

“พูด” เบรนเดอร์กล่าวด้วยเสียงที่เหนือกว่า

แต่มันกลับไม่ได้สร้างความกดดันต่อไดร่าแม้แต่น้อย เธอมองไปที่เบรนเดอร์ก่อนจะกล่าวต่อว่า “รอยแยกมิติ?”

ทันทีที่คำว่ารอยแยกมิติออกมา ก็ทำเอาสีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป ยกเว้นเบรนเดอร์ที่ยังไม่เข้าใจ

“เบรนเดอร์ คุณพึ่งมาที่นี่ไม่กี่วัน ดังนั้นจึงยังไม่คุ้นเคยกับเมืองเรซีมากนักและยังไม่ได้อ่านข้อมูลหรือจุดเกิดรอยแยกของเมืองเรซีดังนั้นจึงอาจจะยังไม่รู้ว่า ช่วงหลังมานี้รอยแยกที่เกิดขึ้นนั้น กว่า 60 % คือสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำที่เดิม และตัวเลขกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”

“นี่มัน แทบจะไม่น่าเชื่อ” คิ้วของเบรนเดอร์ขมวดไม่รู้ตัว เขายังพูดต่อ “การเกิดขึ้นของรอยแยกมิติในจุดเดียวกันนั้นมันแทบเป็นไปไม่ได้ มันเป็นเหมือนกับการปล่อยเข็มสองเล่มลงไปพร้อมกันในทะเลที่บ้าคลั่ง แล้วหวังว่าพวกมันทั้งสองจะจมลงไปยังตำแหน่งเดียวกันอย่างแม่นยำไม่มีการคาดเคลื่อนแม้แต่นิดเดียว นั้นแทบเป็นไปไม่ได้”

“แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีคนหาวิธีได้แล้ว กุญแจสำคัญคือสิ่งนี้” ไดร่าหยิบกล่องโลหะเล็ก ๆ ออกมา ภายในบรรจุดวงตามิติเข้าไว้

จบบทที่ ตอนที่ 34 ทีมของเบรนเดอร์(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว