เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 อตีดเมื่อสี่ปีก่อนของคอนเนอร์(อ่านฟรี)

ตอนที่ 33 อตีดเมื่อสี่ปีก่อนของคอนเนอร์(อ่านฟรี)

ตอนที่ 33 อตีดเมื่อสี่ปีก่อนของคอนเนอร์(อ่านฟรี)


ตอนที่ 33 อตีดเมื่อสี่ปีก่อนของคอนเนอร์

เมื่อโบเวนได้ยินคำพูดของคอนราด ก็มีสีหน้าลังเลปรากฏขึ้นมาในทันที แต่สุดท้ายโบเวนก็ถอนหายใจท่าทางปลงใจ พยักทำตามคำบอกของหัวหน้าคอนราด

โบเวนอยู่กับคอนราดมานานมากที่สุดในสมาชิกทีมทั้งหมด จึงรู้ว่าหัวหน้าคอนราดเป็นคนอย่างไรมากกว่าคนอื่น ๆ

ที่จริงในใจคอนราดก็ทั้งโกรธและหดหู่กับสิ่งที่เห็น แต่เพราะความเป็นหัวหน้าจึงทำให้เขาต้องตัดสินใจแบบนั้น

โบเวนยื่นมือไปกดวิทยุสื่อสารตรงหน้าอกเหนือราวนมติดต่อไปหาฟาริสที่อยู่บนที่สูง

“นายเห็นใครรอบ ๆ อีกไหม พวกมันอาจจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับพวกนี้ก็ได้” โบเวนพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ อันที่จริงโบเวนแค่อยากจะตามจับพวกบ้านี่มาอัดสักสองสามหมัดเพื่อระบายความโกรธในใจ

ฟาริสกวาดสายตาไปรอบลานขยะผ่านกล้องเล็งบนปืน M1 GARAND แต่ทุกอย่างกลับเงียบสงบไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรของสิ่งมีชีวิต แม้แต่หนูหรือแมลงสาบสักตัวก็ยังหายากมา เพราะส่วนใหญ่พวกมันต่างตกใจหนีหายกันไปหมดตั้งแต่รอยแยกมิติเปิดขึ้น

“ไม่มีใครแถวนี้ ที่นี่เงียบเกินไปจนน่ากลัวเลยแหละ”

“กระจายกันไปหารอบ ๆ เผื่อจะเจอกับเบาะแสที่พวกนี้ทิ้งไว้สักชิ้น ก่อนที่ฟินตันจะนำกองกำลังมาถึงและเก็บกวาดเราค่อยกลับไปฐานก็แล้วกัน” คอนราดติดต่อกลับไปบอกกับฟาริสด้วยวิทยุของตน ก่อนจะสั่งเรย์และโบเวนที่อยู่ข้าง ๆ ด้วย

“ได้ครับหัวหน้า”

เรย์ โบเวนและฟาริส ทั้งสามตอบรับพร้อมกันก่อนจะทำหน้าที่ของตนในทันที

การมองหาเบาะแสที่ไม่รู้ว่าอะไรนั้นยากมาก พวกเขาจึงต้องตรวจดูแทบจะทุกอย่างที่ต้องสงสัย แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ลานขยะ มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเจอเบาะแสที่ไม่รู้ว่ามีหรือเปล่าด้วยซ้ำ

เรย์เดินถอยออกมาจากถังไม้ ก่อนที่สายตาของเขาเหลือบไปมองที่ข้อมือของศพหนึ่งในคนเร่ร่อนอย่างไม่ตั้งใจ แต่ก็สังเกตเห็นถึงบางสิ่งที่ก่อนหน้านั้นเขาก็ไม่ทันจะฉุกคิด

รอยสักพวกนั้น...??

ศพของพวกเขามีรอยสักที่ข้อมือ แต่เลือดพวกนี้มันเลอะจนแม้แต่เราที่อยู่ใกล้ ๆ ยังยากจะมองออกว่าเป็นรอยสัก...เรย์เดินเข้าไปใกล้ก่อนจะนั่งยอง ๆ ลงข้าง ๆ ศพ ฉีกดึงเอาเศษชายเสื้อเก่า ๆ ของจากศพ มาเช็ดไปที่แขนของศพคนเร่ร่อน

หลังจากเลือดถูกเช็ดออกไป...เผยให้เห็นรอยสักวงแหวนสีดำขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร มีงูที่ยากจะระบุชนิด สีดำทมิฬลวดลายทรงบรรพกาลเก่าแก่ เลื้อยพันรอบวงแหวนสีดำ

นี่คือความรู้สึกที่เรย์รู้สึกเมื่อเห็นรอยสักนี้เป็นครั้งแรก นอกจากนั้น ลวดลายบนตัวงูรอยสักให้ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายกับเรย์

คิ้วของเรย์ขมวดชนกันและเริ่มไตร่ตรองลวดลายบนตัวงูรอยสักอย่างสนใจ

มันเหมือนกับอักษรเวทมนตร์...แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว รอยสักพวกนี้เป็นแค่ของธรรมดาเท่านั้น แต่สิ่งที่พวกนี้สักตามตั้งหากที่ดูเหมือนจะให้ความรู้สึกโบราณ แปลกจริง ๆ ที่คนเร่ร่อนผู้นี้มีรอยสักที่ดูลึกลับ

ในยุคสมัยนี้แม้จะมีการสักลวดลายบนตัวกันอยู่ แต่รอยสักแทบจะทั้งหมดนั้นจะมีความหมายถึงอะไรสักอย่าง เช่นรอยสักประจำ กลุ่ม องค์กร หรือแม้แต่รอยสักประจำตระกูลตัวเอง

ดังนั้นรอยสักพวกนี้ก็น่าจะมีความหมายเหมือนกัน

เดี๋ยว รอยสักประจำตระกูล ไม่น่าใช่ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นองค์กร

เรย์จมลงสู่ห้วงสมาธิ...จนกระทั่งคอนราดก็เดินเข้าหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเรย์ที่กำลังนั่งจ้องศพมาสักพักแล้ว

“เจออะไรไหม” คอนราดถามพร้อมกับปากที่คาบบุหรี่อยู่

เรย์เงยหน้ามองคอนราด ก่อนจะพยักหน้านิ้วชี้ไปที่รอยสักบนข้อมือของศพ

“ชายคนนี้มีรอยสักแต่ผมไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง แต่อาจจะมีความหมายถึงองค์กรหรือกลุ่มอะไรสักอย่าง”

“รอยสัก? องค์กร!” คอนราดพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบเดินไปดูศพอื่น ก่อนจะเจอรอยสักแบบเดียวกันกับศพที่เรย์ชี้ให้ดู

“ไปตรวจดูศพที่เหลือว่ามีรอยสักแบบเดียวกันนี้ไหม โบเวนรีบมาตรวจดูศพพวกนี้ด้วย” คอนราดกล่าวด้วยความเคร่งเครียด ก่อนจะรีบไปดูศพชายเร่ร่อนด้านข้างตัวเอง

เรย์ไปตรวจดูศพคนเร่ร่อนทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นศพหญิงสาวเร่ร่อนเนื้อตัวมอมแมม ใบหน้ามีรอยแผลเป็นถูกกรีดอย่างน่ากลัว สภาพร่างผอมแห้งหนังหุ้มกระดูก

หลังจากเปิดดูแขนขาที่อยู่ภายใต้ผ้าเสื้อผ้าเก่าขาดและมีกลิ่นฉุน เรย์ก็เจอกับรอยสักที่ดูเหมือนจะพึ่งสักได้ไม่นาน

เป็นรอยสักแบบเดียวกับก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

เรย์ค้นศพต่อไปก็เจอ

“หัวหน้าศพพวกนี้มีรอยสักเหมือนกันหมด”

“หัวหน้าศพนี้ก็มี”

“ศพนี้ก็มี”

“มันมีทุกศพเลย”

ทุกคนหยุดยืนมองไปที่รอยสักสีดำพวกนี้โดยไม่ชอบมาพากล

ศพทั้ง 20 ศพถูกตรวจสอบตามร่างกายก็เจอกับรอยสักแบบเดียวกัน บ้างที่หลังคอ บ้างที่หน้าอก บ้างก็ที่แผ่นหลัง แม้จะต่างที่แต่ก็เป็นรอยสักแบบเดียวกัน

หลุมดำและงูสีทมิฬ

“หัวหน้าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คุณรู้เกี่ยวกับรอยสักพวกนี้อย่างนั้นหรือครับ” เรย์ถามอย่างสงสัย โบเวนและฟาริสเองก็ด้วย

“อืม แต่ตอนนี้ รีบเก็บเลือดสีขาว เราจะกลับไปที่หน่วยงานนักล่าความตาย เพราะตอนนี้พวกเรากำลังจะเจอปัญหาร้ายแรงสุด ๆ เลย” คอนราดกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังมากกว่าทุกที

ทุกคนรับรู้ได้ถึงความตึงเครียด กดดัน และหวาดหวั่นที่คอนราดส่งออกมาได้กันทั้งหมด ทำให้เรย์ ฟาริสและโบเวนรู้สึกไม่สบายใจสุด ๆ

...

หลังจากกลับมาถึงโรงแรมนักล่าผ่านทางเข้าออกทางชั้นใต้ดิน รถหุ้มเกราะหกล้อ PWCM2-009 จอดหยุดสนิทที่โรงจอดรถ คอนราดก็เปิดประตูออกจากรถรีบไปกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 4 เพื่อเข้าไปแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการปรากฏตัวของรอยสักให้ผู้จัดการซีน่อนรับรู้อย่างรีบร้อน

ดูแล้วเรื่องนี้จะร้ายแรงกว่าที่คิด ขออย่าให้เมืองเรซีต้องตกอยู่ในอันตรายเลย

เรย์ภาวนาในใจเบา ๆ จากนั้นก็ไปช่วยโบเวนและฟาริสเก็บของเขาคลังที่ชั้นใต้ดิน โดยชายหนุ่มรับหน้าที่เอาเลือดสีขาวไปส่งให้กับคอนเนอร์ที่ตอนนี้กำลังเช็ดทำความสะอาดปืนและบำรุงรักษาปืนอยู่

“ลุงคอนเนอร์ผมเขาเลือดสีขาว 7 ขวดมาส่ง”

“ได้น้อยกว่าที่คิด” คอนเนอร์มองไปที่เรย์ ก่อนจะยื่นมือไปรับขวดเข้ามาเก็บห้องด้านหลัง หลังจากนั้นก็เดินออกมาเขียนเอกสารและยื่นให้กับเรย์เซ็นรับรองในฐานะผู้ส่งมอบเลือดสีขาวจากภารกิจในครั้งนี้

ระเบียบค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร...เรย์มองไปที่เอกสาร ก่อนจะเซ็นชื่อลงในช่องผู้ส่งมอบและยื่นเอกสารส่งคืน

คอนเนอร์รับเอกสารมาและปั๊มตรายางสองสามจุดสำคัญเพื่อเป็นการยืนยัน

“อืม จุดนี้ จุดนี้ และก็เรียบร้อย”

เรย์มองดูคอนเนอร์ ก่อนจะอาศัยจังหวะนี้ถือโอกาสถามถึงเรื่องรอยสักที่เจอ เพราะดูแล้วคอนเนอร์น่าจะเป็นคนเก่าแก่ของหน่วยงานนักล่าความตาย ประจำสาขาเมืองเรซี

“ลุงคอนเนอร์รู้อะไรเกี่ยวกับรอยสักวงแหวนสีดำและมีงูทมิฬพันรอบวงแหวนไหม” เรย์ใช้นิ้วชี้วาดลงไปที่ฝุ่นบนโต๊ะด้านหน้าเป็นวงกลมและก็วาดงูลงไปที่วงกลมเพื่อให้คอนเนอร์ดู

คอนเนอร์ที่กำลังถือตรายางในมือถึงกับหยุดชะงัก มือสั่นเทา เงยหน้ามองเรย์และถามด้วยความตกใจ

“ไปเห็นสัญลักษณ์นี้มาจากไหน!” คอนเนอร์ที่ปกติมักจะนิ่ง ๆ จู่ ๆ ก็ตะโกนใส่เรย์จนน้ำลายกระเด็น สีหน้าของคอนเนอร์ดูจะตกใจผสมกับจริงจัง จับจ้องรอคำตอบของเรย์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขา

“ที่ศพของคนเร่ร่อน”

เรย์ตอบกลับไปตามจริง แต่ดูเหมือนคอนเนอร์จะไม่ค่อยพอใจกับคำตอบสั้น ๆ ของเด็กหนุ่มตรงหนักเท่าไหร่ “บอกให้ละเอียดหน่อย”

“เออ ได้ครับ วันนี้ที่รอยแยกมิติ มีพวกคนเร่ร่อนเข้ามาวุ่นวาย คนพวกนั้นเหมือนคนบ้า ยื่นแขนให้กับซอมบี้กัด สุดท้ายพวกเราจึงต้องทำการ....ฆ่าทิ้งเพราะพวกเขาติดเชื้อ พอค้นดูก็เจอเข้ากับรอยสัก เลือดสีขาวและยังมีถังไม้ที่ด้านในมีศพเด็กอยู่” เรย์เล่าให้คอนเนอร์ฟังอย่างรวบรัด

แต่พอชายหนุ่มเงยหน้าสังเกตสีหน้าของคอนเนอร์ ก็ต้องสงสัยอีกครั้ง เพราะตอนนี้มือของคอนเนอร์สั่นไม่หยุด จนเจ้าตัวต้องใช้มืออีกข้างจับกันเอามือ แต่แล้วคอนเนอร์ก็ใช้มือข้างที่มาจับอีกมือถลกแขนเสื้อยาว ๆ ของเขาขึ้นมาจนถึงสอง

“เป็นรอยสักแบบนี้ไหม” คอนเนอร์ยื่นแขนออกมาให้กับเรย์ได้ดู

เรย์ก้มไปมองมือที่เหี่ยวย่นของลุงคอนเนอร์ ที่ข้อมือมีรอยสักสีดำจาง ซึ่งเมื่อมองดูดี ๆ มันรอยสักแบบเดียวกับที่เรย์เจอกับศพคนเร่ร่อน

“นี่มัน” เรย์ตกใจเมื่อเห็นรอยสักที่ข้อมือของคอนเนอร์

ชายหนุ่มดีดตัวถอยหลังชักปืนพก M1911A1 ข้างเอวเล็งไปที่คอนเนอร์ในทันที

“ลุงคอนเนอร์ คุณเป็นใคร” เรย์ถามด้วยท่าทีจริงจัง

ฟาริสและโบเวนที่กำลังจัดการของอยู่ก็ตกใจกับการกระทำของเรย์ รีบยกมือห้ามเรย์ ขณะที่มือพากันจับไปที่ซองปืน

“เรย์นายจะทำอะไร?” ฟาริสถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ลองดูที่แขนของลุงคอนเนอร์” เรย์พูดและส่งสายตามไปทางรอยสักที่ข้อมือของคอนเนอร์

ทั้งฟาริสและโบเวนต่างตกใจ ที่เห็นว่าคอนเนอร์ก็มีรอยสักที่ข้อมือ ฟาริสและโบเวนไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว ลุงคอนเนอร์นั้นคือคนที่อยู่ในหน่วยนักล่า สาขาเรซีมาอย่างยาวนาน อาจจะพอ ๆ กับหัวหน้าคอนราดเลย

ดังนั้นจึงตกใจที่คอนเนอร์มีรอยสักแบบเดียวกับคนเร่ร่อนที่พวกเขาเจอมาวันนี้

“ใจเย็นก่อน ฉันคือคนของหน่วยงานนักล่าความตายและไม่ใช่พวกเดียวกับคนเหล่านั้น” คอนเนอร์ดึงแขนกลับก่อนจะใช้แขนเสื้อลงมาปิดรอยสักไว้อย่างใจเย็น

เรย์มองไปที่คอนเนอร์ ก่อนจะหันไปมองฟาริสและโบเวน ฟาริสพยักหน้าให้กับทั้งสองใจเย็น ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาลุงคอนเนอร์และถาม

“หัวหน้าหรือผู้จัดการรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

“รู้ ผู้จัดการซีน่อน คอนราด ไดร่า ทั้งสามคนรู้เรื่องนี้ อีกคนคงเป็นยัยเด็กฮอลลี่นั้นละมั้ง” คอนเนอร์ไม่รีบร้อน

เขานั่งลงกล่าวของใจเย็น ก่อนจะเปิดลิ้นชักออกมาหยิบบุหรี่ที่ไม่ค่อยได้สูบออกมาจากซองเก่า ๆ ขึ้นมาจุดสูบ

“ลุงไม่สูบบุหรี่ไม่ใช่หรือไง” โบเวนถาม

“เคยสูบแต่หยุดไปสี่ปีแล้ว แต่ตอนนี้...” คอนเนอร์สูบไปอีกสองสามครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “เธอเก็บปืนก่อนก็ได้”

เรย์พยักหน้าเก็บปืนเข้าซอง แต่ก็ยังระวังตัวอยู่ ชายหนุ่มกล่าว “ผมขอโทษด้วยที่ชี้ปืนไปทางลุงคอนเนอร์ แต่ทำไมลุงถึงมีรอยสักแบบนี้กัน”

“รอยสักนี่นะเหรอ มันเป็นเรื่องในอดีต...ฉันเคยเข้าร่วมกับพวกบ้า ๆ จนเกือบตาย ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือโศกนาฏกรรมซอมบี้ล่ะนะ พวกคุณก็เคยผ่านมากันใช่ไหม ครั้งแรกในการเจอซอมบี้ ของฉันก็เช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะมาทำงานที่หน่วยงานนักล่าความตายได้อย่างไร” คอนเนอร์ตอบเชิงถาม

เรย์ ฟาริสและโบเวนพยักหน้า ทุกคนเคยผ่านมันมาหมด ดังนั้นจึงถูกหน่วยงานนักล่าความตายทาบทามเข้ามา

ลุงคอนเนอร์ยังคงกล่าวต่อ “รอยสักวงแหวนสีดำและงูทมิฬเลื้อยพันรอบนั้น คือสัญลักษณ์ของ”ลัทธิมืด“ลัทธิมืดไม่เคยมีการเผยแผ่ ไม่มีคำสอน ไม่มีแนวทางหรือรูปแบบ พวกมันมีแต่ความเชื่อเท่านั้น”

คอนเนอร์หยุดเงียบไปไม่ได้กล่าวความเชื่อของลัทธิมืดออกมา

“ตอนนั้นฉันเคยเป็นคนเร่ร่อนและเป็นเป้าหมายของพวกมัน สุดท้ายก็เลยเข้าร่วมเพราะคนพวกนั้นมันให้อาหารกินและยังบอกจะใช้ชีวิตใหม่ จากนั้นฉันก็ได้รอยสักมา แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของซอมบี้ ฉันก็ถูกช่วยไว้โดยคอนราด มันผ่านมาเกือบ 4 ปีแล้ว ข่าวของลัทธิมืดไม่เคยมีอีกเลย ในตอนแรกคิดว่าทางสำนักงานใหญ่ทำลายพวกลัทธิมืดไปหมดแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าพวกมันยังอยู่จนถึงตอนนี้”

“ความเชื่อของลัทธิมืดอะไร” ฟาริสถามด้วยความสงสัยเพราะคอนเนอร์ไม่กล่าวถึง

“ความตายมีจริง” คอนเนอร์กล่าวด้วยเสียงเบา ๆ ด้วยความพูดที่ยากจะเข้าใจ

ในตอนนั้นเองโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา คอนเนอร์ยื่นมือเหี่ยว ๆ ของตนออกไปรับสาย ก่อนจะพูดออกมาเสียงเหนื่อยอ่อน

“เข้าใจแล้ว ฉันกำลังไปพบผู้จัดการ”

คอนเนอร์วางสายและหันมากล่าวกับพวกเขา “ความโกลาหลกำลังมา ระวังตัวด้วย”

เรย์มองลุงคอนเนอร์ที่เหมือนจะดูแก่ขึ้นมาอีกสิบปี กำลังเดินไปขึ้นลิฟต์พบผู้จัดการซีน่อน

“หัวหน้าคงจะอยู่ที่นั่นด้วยอาจจะเกิดเรื่องใหญ่ในไม่ช้า” ฟาริสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดออกมาอย่างลอย ๆ

เรย์และโบเวนพยักหน้าเห็นด้วย

ตอนนี้ริชาร์ดไปที่เมืองหลวงเอลินเมียดังนั้นคงจะปลอดภัยอยู่ที่นั่นไปสักพัก...

บางทีเราคงต้องเตือนพวกเร็กซ์ ควินตัน พอลและนิกโก้ด้วย

เรย์เริ่มคิดหาทางบอกเรื่องอันตรายต่าง ๆ ให้กับคนรอบข้าง แม้จะไม่ได้บอกความจริงเรื่องซอมบี้ แต่ก็ควรเตือนพวกเขาบ้าง

...

จบบทที่ ตอนที่ 33 อตีดเมื่อสี่ปีก่อนของคอนเนอร์(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว