เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 เหมืองเมฟเคีย(อ่านฟรี)

ตอนที่ 36 เหมืองเมฟเคีย(อ่านฟรี)

ตอนที่ 36 เหมืองเมฟเคีย(อ่านฟรี)


ตอนที่ 36 เหมืองเมฟเคีย

เรย์พึ่งวางสายจากเร็กซ์เสร็จ คอนราดก็เปิดประตูเข้ามาในห้องพอดีพร้อมกับคำสั่งเตรียมพร้อมออกเดินทาง

“ทุกคนเตรียมพร้อม เราจะไปทำภารกิจค้นหาและช่วยเหลือนอกเมืองเรซีกัน”

“หัวหน้าเกิดอะไรขึ้น”

“ดูเหมือนพวกลัทธิมืดจะแอบลักลอบขนดวงตามิติและกำลังทำบางอย่างกับเมืองเรซีและตอนนี้เราขาดการติดต่อกับทีมเอ็ดการ์ดกะทันหัน”

เมื่อได้ยินภารกิจสีหน้าของทั้งสามก็จริงจังขึ้นมา

เนื่องจากพวกเขายังไม่ได้เปลี่ยนชุดและอุปกรณ์และกระสุนถูกเตรียมพร้อมแล้วจึงออกเดินทางได้ในทันที

ขณะที่นั่งอยู่บนรถโดยมีโบเวนเป็นผู้ขับรถออกไปจากโรงแรมนักล่า คอนราดก็เป็นผู้เล่ารายละเอียดของภารกิจนี้ด้วยตนเอง

“ตอนนี้เราขาดการติดต่อกับทางทีมของเอ็ดการ์ดและคาดว่าผู้ที่ลงมือกับพวกเขาอาจจะเป็นกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าลัทธิมืด ซึ่งทางนั้นมีความสามารถในการจัดการกับทีมระดับเหล็ก 2 ดาวได้ ดังนั้นขอให้พวกคุณอย่าได้ประมาทเด็ดขาด” คอนราดอธิบายทั้งยังเล่าในส่วนของลัทธิมืดให้ทุกคนรู้ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นข้อมูลเหมือนกับของคอนเนอร์

“ลัทธิมืด” เรย์พึมพำออกมา เมื่อนึกถึงเรื่องเล่าของลุงคอนเนอร์ ก็ทำให้รู้ได้เลยว่าลัทธิพวกนี้คือตัวอันตรายมาก

คอนราดยังเล่าต่อ “แม้จะบอกว่าจะต้องหาทีมของเอ็ดการ์ดให้เจอ แต่ต้องระวังไว้เรื่องนี้เกี่ยวกับรอยแยกมิติที่เกิดซ้ำสอง ซึ่งน่าจะเป็นฝีมือของพวกลัทธิมืดและเรย์ เรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านคุณอาจจะเป็นฝีมือของลัทธิมืดด้วยเช่นกัน”

เรย์ได้ยินสิ่งที่คอนราดกล่าวมือของเขาก็สั่นเบา ๆ จนยากจะสังเกตเห็น ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างมาจับกันไว้ พยายามรวบรวมสติหลับตาลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเล็กน้อย “ขอบคุณหัวหน้าที่บอกผม”

“หวังว่าคุณจะควบคุมตัวเองได้ ที่ผมบอกคุณ เพราะอยากให้คุณเข้าใจเรื่องในภารกิจมากขึ้น”

“ผมเข้าใจอย่างรู้ซึ้งเลย” น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบมากจนน่ากลัว ทุกคนสามารถรู้สึกได้

โบเวนหันมามองเรย์ก่อนจะพยักหน้าให้ เรย์ยิ้มพักหน้าตอบกลับไป โบ้วนหันไปสนใจขับรถต่อ เพราะตอนนี้พวกเขากำลังจะออกจากเขตเมือง

ภายในเมืองเต็มไปด้วยแสงไฟจากหลอดไฟ โรงงานหลายแห่งยังคงทำงานในตอนกลางคืน ซึ่งทำให้คนงานมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากงานล่วงเวลา

แต่พอมาถึงเขตกำแพงเมืองที่นี่กลับดูเงียบสงบและแสงไปก็มีแค่แสงจากไฟสปอตไลต์จากตามแนวกำแพงเท่านั้น

แนวกำแพงของเมืองเรซีนั้นไม่ได้สร้างล้อมรอบตัวเมืองทั้งหมด แต่มันสร้างขึ้นมาเป็นจุด ๆ ตามเส้นทางเข้าออกเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะใช้พวกกำแพงธรรมชาติอย่างแม่น้ำ เชิงเขา หรือแนวสันเขาเป็นเหมือนกับกำแพงธรรมชาติแทน

ถนนเข้าออกเส้นหลักอยู่ภายใต้การดูแลของทหารของเมืองเรซีโดยตรง

ซึ่งทหารของเมืองเรซีนั้นไม่ใช่ทหารของอาณาจักรลัวอาโดยตรง ถ้าจะพูดให้เข้าใจพวกเขาเป็นเหมือนทหารที่ถูกจ้างโดยบริษัทเคลินเนีย กรุ๊ป เงินที่นำมาจ่ายเงินเดือนนั้นก็มาจากที่บริษัทเก็บภาษีได้จากภายในเมือง ส่วนหนึ่งส่งให้กับทางอาณาจักรลัวอาและส่วนหนึ่งเอามาพัฒนาเมืองต่อไป

แต่แน่นอนว่าทหารพวกนี้จะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายอาณาจักรลัวอาที่ระบุเรื่องอาวุธปืนไว้อย่างชัดเจน เพราะถ้าไม่มีการควบคุมทางอาณาจักรก็รู้สึกไม่ไว้วางใจทหารเหล่านี้ได้

ทำให้ทหารของเมืองเรซีแห่งนี้มีจำนวนจำกัดต่อพื้นที่เมืองที่แน่ชัดและยังมีเรื่องอาวุธปืนที่มีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ของกองกำลังที่จะมีอาวุธปืนประจำกายได้

ดังนั้นจึงไม่แปลกถ้าทหารบางส่วนจะไม่ได้ถืออาวุธปืนใด ๆ เลย

แต่สำหรับที่ประตูเมืองและเส้นทางหลักแบบนี้ ทหารกว่าครึ่งได้ติดอาวุธปืน เพราะพวกเขาต้องคอยตรวจสอบผู้คนเข้าออก ซึ่งถือว่าเป็นงานที่อันตรายและสำคัญกับเมืองเรซีมาก

ถนนทางออก 4 เลนที่ประตูเมืองมีรถรอรับการตรวจสอบอยู่สี่ถึงห้าคัน ทุกคันเป็นรถบรรทุกซึ่งต้องวิ่งไปที่เหมืองในเวลานี้ให้ทันเอาขนของกลับมาที่โรงงานในเมืองตอนเช้า เพื่อให้คนงานได้ทำงานกันได้

ชีวิตของเหล่าคนขับรถบรรทุกไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในเวลากลางคืนแบบนี้

รถหุ้มเกราะของพวกเขาเคลื่อนที่เข้ามาจอดรอด้านหลังสุดอย่างช้า ๆ

เมื่อทหารประจำจุดตรวจเห็นรถหุ้มเกราะหกล้อ PWCM2-009 ขับมาจอดนิ่งก็มีสีหน้าที่จริงจังขึ้นมากันในทันที ทหารเหล่านั้นรู้ว่าใครก็ตามที่มีรถหกหุ้มเกราะหกล้อแบบนี้ได้ แสดงว่าจะต้องเป็นคนระดับสูง ดังนั้นพวกเขาจึงส่งคนมาตรวจสอบเป็นการเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

ทหารสามนายเดินเจ้ามาที่รถ โดยมีหนึ่งคนที่มีสุนัขมาด้วย สองคนและหนึ่งสุนัขเดินตรวจตามปกติ ส่วนอีกคนเดินมาทางฝั่งที่นั่งคนขับ

เนื่องจากกระจกนั้นมืดทึบข้างนอกจะมองมาด้านในไม่เห็น จึงทำการเคาะกระจก

“สวัสดีครับ ผมจ่าสิบเอกมาร์คครับ ช่วยลดกระจกลงด้วยครับ”

โบเวนเรือนกระจกลงมาเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พูดคุยอะไร เพียงแต่ยื่นนามบัตรสีดำใบหนึ่งให้ไป ในนั้นมีเพียงข้อความสั้น ๆ ว่าหมาล่าเนื้อและรูปสุนัขล่าเนื้อคาบศพซอมบี้

ทหารนายนั้นเมื่อเห็นนามบัตรก็กลืนน้ำลาย ส่งคืนนามบัตรให้กับโบเวนและทำความเคารพ ก่อนจะหันเดินอย่างเร่งรีบไปแจ้งกับทางหน่วยของตน

ในตอนนั้นเองสุนัขตำรวจที่เดินวนไปมาเหมือนจะได้กลิ่นดินปืนและอาวุธและมันคิดจะเห่า คอนราดมองไปที่มัน สุนัขตัวนั้นก็สงบลงเดินกลับไปเข้าที่ตามเดิมไม่กล้าส่งเสียงดังอีก

ทหารนายนั้นผู้ที่รับนามบัตรไปได้รับคำสั่งให้รถของพวกเรย์ขับขึ้นมาอีกเลนและออกไปก่อนได้เลยในทันที

รถขับผ่านจุดตรวจของทหารมาอย่างง่ายดาย แสงไฟจากจุดตรวจถูกทิ้งไว้ด้านหลัง ขณะที่รถหุ้มเกราะหกล้อเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมากกว่า 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถห่างจากแนวกำแพงเมืองมากขึ้นก็มีแสงไฟจากไฟส่องทางน้อยลงเรื่อย ๆ จนถึงบางจุดจะมีไฟส่องทางแค่ทางแยกเท่านั้น

แม้ดูเหมือนการขับรถด้วยความเร็วระดับนี้ในทางที่มืดจะอันตราย แต่จะอันตรายจริงหรือไม่ก็ต้องดูอีกทีว่าใครอยู่หลังพวงมาลัยรถ คนขับคือโบเวนผู้ใช้พลังกายภาพ ความสามารถของร่างกายของเขานั้นสูงกว่าคนปกติหลายเท่าดังนั้นด้วยความเร็วแค่นี้โบเวนสามารถตอบสนองและจัดการได้อย่างไม่มีปัญหา

“มีเวลาพักหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเหมือง นายควรพักผ่อนก่อน” ฟาริสกล่าว ก่อนจะหลับตาลง สำหรับฟาริสที่เป็นนักแม่นปืนแล้ว แม้จะเป็นผู้ใช้พลังกายภาพ แต่เขาก็มักจะถนอมสายตาของตัวเองและพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายร่างกายเสมอ

เรย์ทำตามหลับตาลง เพื่อออมแรงไว้เช่นกัน

เรย์รับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นกำลังงีบหลับลงด้วยความง่วง อาจจะเพราะวันนี้เขายังไม่ได้หยุดเลยตั้งแต่ออกไปจัดการซอมบี้ที่กองขยะเมื่อตอนกลางวัน

พอตกเย็นทุกอย่างก็อยู่ในสภาพกดดันจากการเจอสัญลักษณ์ของลัทธิมืด เขาจึงงีบหลับอย่างรวดเร็ว แต่ถึงเรย์จะงีบหลับ มือของเขาก็จับไปที่ปืนพก M1911A1 เสมอไม่ห่าง

ถ้าเกิดอะไรขึ้นปืนในมือของเขาตอบสนองได้เร็วกว่าการร่ายคาถาแน่นอน

...

เวลาแห่งการพักผ่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้รถได้ออกจากเมืองเรซีและเข้าสู้เขตเหมืองอย่างเต็มตัวแล้ว ซึ่งสังเกตได้จากถนนที่ขรุขระ รอบด้านสองข้างทางถ้าสังเกตในความมืดดี ๆ มันจะมีซากอาคารเก่าแก่ที่พังทลายอยู่จำนวนมาก

ทั้งหมดที่เห็นเหล่านี้คือสิ่งที่เรียกว่าซากอารยธรรมเก่าจากเมื่อหลายร้อยปีก่อน

เรย์นึกถึงสมัยเรียนในห้องเรียน วิชาประวัติศาสตร์ เด็กทุกคนจะได้เรียนรู้ความเป็นมาของประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมา

เมื่อก่อนมนุษย์มีอาวุธที่ทรงพลังถึงขนาดระเบิดพื้นที่ไปครึ่งทวีปได้ไม่ยากเย็น พวกเขามีวิทยาการ ทรัพยากร และพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเชื้อเพลิงที่สำคัญที่หายไปอย่างเร็วที่สุดคือ ปิโตรเลียมหรือน้ำมันดิบ พอเกิดสงครามพวกเขาก็เผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้จนหมด (ยกเว้นพวกถ่านหินที่พึ่งมีการค้นพบเมื่อไม่นาน) เพื่อมาสนับสนุนสงคราม

แน่นอนว่าการหายไปของน้ำมันดิบหรือปิโตรเลียมนำมาซึ่งผลกระทบมากมาย เพราะปิโตรเลียมนั้นไม่ได้ให้แค่น้ำมันแต่ยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรูปแบบ จำพวก แก๊สโซลีน น้ำมันก๊าด ตัวทำปฏิกิริยาเคมีซึ่งใช้ในการทำพลาสติกและเภสัชภัณฑ์ต่าง ๆ

นอกจากทรัพยากรธรรมชาติพวกนี้แล้วยังมีการเผาผลาญแร่มีค่าที่หายากด้วยเช่นกัน ชนิดที่ว่ามีการพลิกพื้นทวีปขุดกันเลยทีเดียว ซึ่งแร่ที่หายไปตัวแรกนั้นคือ ยูเรเนียม สิ่งนี้เป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมยุคของเรย์ในตอนนี้จึงไม่มีการใช้งานโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์มาหลายร้อยปีแล้ว

แม้สงครามที่เกิดขึ้นจะทำลายหลายสิ่ง แต่พวกเขาคนรุ่นหลังก็ต้องใช้ชีวิตกันต่อไป

รถหุ้มเกราะขับมาเรื่อย ๆ ในบางจุดจะมีต้นไม้ขึ้นอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะสภาพส่วนใหญ่ที่นี่เป็นหินและดินแข็งยากที่น้ำจะซึมผ่านและต่อให้ซึมผ่านไปได้ดินก็ไม่สามารถอุ้มน้ำได้ดีพอ มันจึงยากที่ต้นไม้จะมีชีวิตอยู่รอดได้

เรย์มองออกไปนอกรถไกลออกไปแถบเนินสูง บริเวณนั้นมีกังหันลมขนาดใหญ่ ซึ่งมีระดับความสูงประมาณ 80 เมตร มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 30 ต้น แต่ละต้นผลิตกระแสไฟฟ้าได้ราว ๆ 1.5 เมกกะวัตต์ เป็นแห่งพลังงานไฟฟ้าให้กับอุตสาหกรรมเหมืองของเมืองเรซีโดยเฉพาะ

“เรากำลังจะถึงเมฟเคียแล้ว” โบเวนกล่าวออกมา ขณะที่ความเร็วของรถชะลอตัวลง เบื้องหน้าของพวกเขานั้นเป็นเทือกเขาที่ชื่อว่า เมฟเคีย เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยภูเขาประมาณ 10 ลูก การนักสำรวจพวกเขาสันนิษฐานว่าภูเขาทั้งสิบนั้นดันตัวขึ้นมาจากใต้ดินที่ลึกลงคาดการกันว่ามันเกิดขึ้นในช่วงสงครามครั้งหลังสุด แต่รายละเอียดไม่มีใครรู้แน่ชัด

และนั้นคือเหตุผลที่มันมีแร่โลหะ ทองแดงจำนวนมาก แน่นอนว่ายังมีทองคำและอัญมณี เพชร พลอยอื่น ๆ อยู่ แต่นับเป็นเพียงส่วนน้อยไม่ถึง 0.1 เปอร์เซ็นต์ของแร่ที่ขุดได้เท่านั้น

ส่วนเหมืองที่พวกเขาตามหาอยู่นั้นก็ตั้งอยู่ที่เทือกเขาเมฟเคียแห่งนี้

รถหุ้มเกราะหกล้อขับเข้ามาด้านในภูเขาก็เผยให้เห็นเหมืองเมฟเคียมันตั้งชื่อตามเทือกเขา เหมืองเมฟเคียมีลักษณะคล้ายกับเมืองขนาดเล็กลงมา ซึ่งเทียบกันก็ประมาณ หนึ่งในสิบของเมืองเรซีและส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยโกดังขนาดใหญ่มากมาย

ที่เทือกเขาแห่งนี้ภูเขาประมาณ 5 ลูกเท่านั้นที่กลุ่มบริษัทเคลินเนีย กรุ๊ปได้ทำการขุดโดยตรง ส่วนที่เหลืออีก 5 พวกเขาปล่อยเช่าให้บริษัทเล็ก ๆ ที่รวมตัวกันเข้ามาขุด

การกระทำของกลุ่มบริษัทเคลินเนีย กรุ๊ปนั้นคือการไม่พยายามผูกขาดทรัพยากรของเทือกเขานี้ เพราะในยุคนี้มันไม่ได้เหมือนเมื่อยุคก่อน ๆ กลุ่มบริษัทเคลินเนีย กรุ๊ป ต้องการพันธมิตร เพื่อกดดันกับอาณาจักรรอบ ๆ โดยเฉพาะอาณาจักรลัวอา หลายอย่างนั้นซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็น

ตอนนี้เป้าหมายของทีมคอนราดในครั้งนี้ คือหนึ่งในภูเขาของกลุ่มบริษัทเคลินเนีย กรุ๊ป

การมาถึงของรถหุ้มเกาะหกล้อนั้นดึงดูดความสนใจทุกคน ทั้งทหารของเมืองเรซีที่เฝ้าอยู่ที่เหมืองและคนงานที่อยู่ด้านในก็ให้ความสนใจ

แต่หลังจากโบเวนส่งบัตรสีดำใบเดิม พวกเขาก็ผ่านเข้าประตูเหมืองที่ทำจากโลหะหนาไปได้อย่างง่ายดาย

เวลาห้าทุ่มกว่ารถหุ้มเกราะของทีมคอนราดก็มาจอดด้านหน้าสำนักงานเมืองเมฟเคียของบริษัทเคลินเนีย กรุ๊ป

เมื่อรถหยุดลงคอนราดก็หันมาสั่งกับโบเวนว่า “ฟาริสติดต่อกลับไปที่โรงแรมนักล่าด้วยว่าเรามาถึงแล้ว ส่วนเรย์และโบเวนตามผมมา”

จบบทที่ ตอนที่ 36 เหมืองเมฟเคีย(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว