เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 คนเร่ร่อนในกองขยะ(อ่านฟรี)

ตอนที่ 31 คนเร่ร่อนในกองขยะ(อ่านฟรี)

ตอนที่ 31 คนเร่ร่อนในกองขยะ(อ่านฟรี)


ตอนที่ 31 คนเร่ร่อนในกองขยะ

เป็นเวลาครึ่งเดือนกว่าแล้วหลังจากเรย์รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “ซอมบี้” ครั้งแรกเกิดขึ้นในโศกนาฏกรรมเลือดที่บ้านของเขาทำให้ มาคัส เรนเดลและเรญ่า เรนเดล บิดาและมารดาของตน หายไปในรอยแยกมิติ

ส่วนตัวเขาต้องวิ่งหนีตายหลบในห้องน้ำด้วยร่างกายที่สั่นกลัว จนจิตใจได้รับการกระทบและสลบไปหลายวัน

ครั้งสองคือการเกิดซ้ำของรอยแยกมิติที่บ้านหลังเดิม เขาต้องสู้ตายเอาตัวแทบไม่รอด ถ้าไม่มีหัวหน้าคอนราด โบเวนและฟาริสมาช่วย ตัวเขาและพี่ชายคงตายกลายเป็นซากศพหรือไม่ก็อาหารของซอมบี้ไปแล้ว

หลังจากเรียนรู้เรื่องของผู้มีพลังและกลายเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ ภารกิจแรกก็มีเพื่อนร่วมทีมตาย จากนั้นก็เห็นหญิงสาวที่โดนกินทั้งเป็น

ภารกิจสองถึงจะไม่อันตรายแต่ก็ทำให้คิดได้ว่าซอมบี้จะโผล่มาที่ไหนก็ได้ มันไม่มีที่ปลอดภัยจริง ๆ อีกแล้ว เพราะทุกที่สามารถเกิดรอยแยกมิติได้เสมอ

มนุษย์ธรรมดาแทบจะสู้มันไม่ได้เลยถ้าไม่มีพวกอาวุธปืนที่ทรงพลังมากพอ พวกเขาไม่ต่างจากแกะในทุ่งหญ้าที่เรียกว่าเมืองแห่งนี้

ที่ผ่านมาเรย์รู้สึกว่าเขาเป็นเพียงผู้มีพลังสายสนับสนุนเท่านั้น ถ้าไม่มีหนังสือเวทมนตร์หรือการเตรียมตัวอะไร เรย์ไม่ต่างจากคนธรรมดาเลยแม้แต่น้อย

แต่ตอนนี้ในที่สุด เขาก็สามารถเรียนรู้คาถาติดตัว เวทมนตร์แสงชำระล้างได้สำเร็จ และเป็นระดับ 2 โดยสมบูรณ์แล้ว เขามีพลังในการโจมตีกลับไป เป็นพลังจริง ๆ ที่ไม่ต้องพึ่งพาของนอกกายหรือการเตรียมตัวอะไร

“เป้าหมายใกล้เข้ามาอีกขั้นแล้ว”

เรย์ยิ้มออกพอใจกับความพยายามของเขา ถึงจะเหนื่อย แต่ก็คุ้มค่า เขาคืนสติจากการครุ่นคิดหันไปมองทุกคนที่ตอนนี้พยักหน้าให้กับตนอยู่

“สมกับที่ไดร่าเลือก” คอนราดพยักหน้าให้กับเรย์ เรย์เข้าใจว่าคอนราดหมายถึงสิ่งใด เรย์ไม่ทำให้ทรัพยากรที่ไดร่าให้มาเสียเปล่า

“ขอบคุณครับหัวหน้า ตอนนี้ผมพร้อมจะลุยซอมบี้แล้ว” เรย์กล่าวมาด้วยความมั่นใจ

“ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัว” คอนราดกล่าวจบก็ใส่ชุดเกราะยุทธวิธีอย่างรวดเร็ว

เรย์หันมองฟาริสและโบเวนอย่างงง ๆ ว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

ฟาริสเห็นเรย์กำลังมองอย่างงง ๆ ก็อธิบายให้เรย์ฟังว่า “ตอนที่นายกำลังฝึกฝนทีมเราได้รับแจ้งว่ากำลังมีรอยแยกเกิดขึ้นหลายจุด ทีมหัวหน้าเบรนเดอร์ออกไปจัดการกับรอยแยกที่เกิดขึ้น 2 แห่ง ส่วนเราจะไปอีกแห่งที่จะเปิดในไม่นานนี้”

“ไปกันเถอะ” โบเวนหยิบชุดของเรย์ยัดใส่มือเขาก่อนจะรีบไปจัดการตนเองต่อ

เรย์ได้ยินก็รีบแต่งตัวในทันที ก่อนจะหันไปดื่มเลือดสีขาวลงไปครึ่งขวด เพื่อเติมเต็มพลังงานที่หายไปเล็กน้อยก่อนหน้านั้น

จุดพลังงานทั้งสองของเรย์กลับมาเต็มอีกครั้ง

...

เรย์และทีมมาถึงสถานที่เกิดรอยแยกมิติ มันคือโรงงานกำจัดขยะของเมือง ซึ่งมีขนาดใหญ่กินพื้นที่หลายพันเมตรทอดยาวสุดสายตา สถานที่นี้อยู่ห่างจากเขตที่คนอยู่อาศัยมากนัก เพราะมันมีแต่ขยะและกลิ่นเน่าเหม็นชวนแสบจมูก

แม้ดูเหมือนไม่ค่อยมีผู้คนก็จริง แต่อันที่จริงแล้วที่นี่เป็นถิ่นของพวกคนไร้บ้าน คนเก็บขยะ หรือคนนอกกฎหมาย แต่พวกนี้มักจะมาหาของทุกอย่างที่ทำเงินได้ไปขาย

“บางครั้งสิ่งที่เรียกว่าขยะก็แค่สิ่งที่อยู่ผิดที่เท่านั้น” คอนราดกล่าวขณะที่มือถือหินตรวจจับอยู่ ตอนนี้มันแสงของหินตรวจจับกะพริบถี่อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดมาสักพักแล้ว

คอนราดสั่งให้ทุกคนเตรียมตัว

“ด้านหน้าเป็นจุดที่พวกเศษเหล็กหนาแน่นและวางทับซ้อนกันเป็นเหมือนกับเขาวงกต ตอนนี้พวกเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มา ดังนั้นเราต้องการคนคุมพื้นที่และคอยชี้เป้าจากด้านบน”

“ผมจะขึ้นไปเอง” ฟาริสกล่าวจบก็ขึ้นไปด้านบนกองเศษเศษเหล็ก

หัวหน้าคอนราดยังกล่าวต่อ คนอื่น ๆ ก็ตั้งใจฟัง “ผมกับโบเวนจะเป็นหน่วยหน้า เรย์ช่วยสนับสนุนข้างหลังที ถ้าเกิดรอยแยกมิติเปิดแล้วมีซอมบี้จำนวนมากให้หนีขึ้นบนค่อยรอมันรวมกันแล้วจัดการเหมือนที่ผ่าน ๆ มา อนุญาตให้ใช้ปืนได้”

“ครับหัวหน้า”

“ไม่มีปัญหา”

เรย์กับโบเวนตอบรับตามลำดับ

ฟาริสแยกตัวขึ้นไปที่สูง มันคือชั้นของเศษเหล็กและซากขยะ ซึ่งมีหลายอย่างที่เป็นเศษโลหะ หินดินและเศษขยะเน่า ๆ แต่ของพวกนี้ไม่อาจทำให้สีหน้าของฟาริสเปลี่ยนไป

เมื่อประจำตำแหน่งฟาริสก็วิทยุคลื่นสั้นออกมาติดต่อไปหาทีม

“หัวหน้ารอยแยกมิติกำลังก่อตัวโดยสมบูรณ์”

“ตอนนี้รอยแยกมิติเปิดแล้ว มีซอมบี้เจ็ดตัวกำลังออกมาจากรอยแยก ทั้งหมดเป็นซอมบี้ซากศพ ยืนยันอีกครั้งว่าเป็นเพียงรอยแยกมิติระดับ 0 ที่ต่ำสุด ขนาดประมาณสองเมตร” ฟาริสรายงาน

เรย์ที่เข้ามาใกล้จุดก่อตัวของรอยแยกมิติ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นการเปิดของรอยแยกมิติตั้งแต่แรกเริ่ม

การเกิดขึ้นของรอยแยกราวกับภาพวาดที่ถูกกำปั้นขนาดใหญ่ต่อยทะลุจากด้านหลังออกมาด้านหน้าไม่มีผิด มือของซอมบี้ซากศพยื่นออกมาจากรอยแยก คล้ายกับพวกมันเฝ้ารอเวลานี้มานานมากแล้ว

เรย์สงสัยว่าพวกซอมบี้ซากศพอาจจะสัมผัสถึงรอยแยกว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน เลยมารอหรือไม่ แต่พอคิดอีกแบบพวกมันอาจจะแค่สัมผัสถึงเลือดเนื้อสด ๆ ตามสัญชาตญาณก็เท่านั้นจึงเดินมาโดยไม่ได้คิดว่าจะมีรอยแยกมิติอะไรนั่นหรอก

“ลงมือกันเลย ยิ่งจัดการได้เร็วก็ยิ่งมีอันตรายน้อยลง” คอนราดกล่าว

เรย์พยักหน้ารับคำสั่ง

ซอมบี้ซากศพแค่ 7 ตัวนั้นไม่ยากเกินกำลังของพวกเขา แต่ถ้าเกิดซอมบี้แบบซอมบี้นักกล้ามมันจะเกิดปัญหาได้

ซอมบี้ซากศพพอโดนแสงแดดมาก ๆ เข้าพวกมันก็เคลื่อนไหวช้าลงไปเกือบครึ่ง นี่เป็นผลกระทบที่ซอมบี้ระดับต่ำอย่างซอมบี้ซากศพยากที่จะหลีกเลี่ยงได้

คอนราด โบเวนและเรย์เคลื่อนที่ไปด้านหน้า ห่างจากซอมบี้ไม่ถึง 30 เมตรเท่านั้น

พื้นที่ด้านหน้าแม้จะดูเหมือนกองขยะเขาวงกตสูงท่วมหัว แต่มันก็พอมีพื้นที่ให้ต่อสู้ได้อยู่

ถึงแบบนั้นอยู่ ๆ ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปตามแผน เพราะในตอนนั้นเองก็มีคนธรรมดาวิ่งออกมาจากที่ซ่อน ทำเอาฟาริสตกใจรีบเตือนทุกคนในทันที

“ขวามือของพวกคุณมีกลุ่มคนโผล่ออกมา อยู่ใกล้กับซอมบี้ประมาณ 10 เมตร..เห็นไหม?”

ทุกคนหันไปมองตาม

เรย์หันไปดูเช่นกัน ตามคำบอกของฟาริส เขาเห็นชายหนวดเครารุงรังคนหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดขาด ๆ เนื้อตัวมอมแมมกำลังเดินเข้าหาซอมบี้อย่างช้า ๆ โดยไม่เกิดความตัวแม้แต่น้อย

แต่คนพวกนั้นไม่ได้มีแค่คนเดียว ยังมีคนอื่น ๆ อีกกว่า 20 คน ทุกคนราวกับว่ากำลังเฝ้ารอการเปิดของรอยแยกมิติ

“ฮ่า ๆ พวกเขาพูดจริง ถ้าให้เจ้าตัวเหม็นพวกนี้กัดเราจะมีพลัง”

“กัดข้า กัดข้า”

กลุ่มคนเร่ร่อนพวกนี้ราวกับเสียสติไปแล้วพวกเขาพากันถกแขนเสื้อให้กับซอมบี้กัดพวกเขา

“พวกนี้เสียสติไปแล้ว” โบเวนพึมพำออกมาด้วยความตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่โบเวนเห็นว่ามีคนอยากโดนซอมบี้กัด

“ทุกคนระวังด้วยพวกนั้นยกถังไม้ออกมาด้วย ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร อาจจะเป็นอาวุธก็ได้”

“หัวหน้าเอายังไงกับคนพวกนั้นดี”

ฟาริสที่วันนี้เปลี่ยนมาใช้ปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติ M1 GARAND ซึ่งเป็นอาวุธที่ถูกส่งมาเติมเต็มคลังยุทโธปกรณ์ของหน่วยงานนักล่าความตาย สาขาเมืองเรซีที่เดินทางมาพร้อมกับทีมของหัวหน้าเบรนเดอร์ ฟาริสได้เขามาใช้แทนปืนเอ็ม1903 สปริงฟิลด์ที่ใช้อยู่ประจำ

ปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติ M1 GARAND จัดเป็นอาวุธปืนที่มีความแม่นยำสูง ตลับกระสุนฝั่งละ 4 นัดบรรจุได้ 8 นัด ซึ่งสามารถติดกล้องเล็ง ดาบปลายปืนหรือแม้แต่ลูกระเบิดและยิงออกไปได้

ฟาริสเล็งไปที่ซอมบี้และคนพวกนั้นอย่างใจเย็น ซอมบี้และคนพวกนั้นอยู่ในระยะไม่เกิน 402 เมตร ซึ่งเป็นระยะยิงหวังผลของปืน ถ้าได้รับคำสั่งเขาก็ไม่ลังเลจะสังหารคนพวกนั้นเช่นกัน

เพราะถ้าปล่อยไว้พวกเขาอาจจะกลายเป็นซอมบี้และเกิดการแพร่เชื้อในวงกว้างได้

“หัวหน้าเอายังไงดี”

“อนุญาตให้เก็บคนที่โดนกัดได้เลย พวกนี้จัดเป็นตัวอันตราย” คอนราดติดต่อไปหาฟาริสด้วยวิทยุในมือ

“ได้หัวหน้า”

หลังจากสั่งการฟาริสคอนราดก็เดินเข้าไปหาเหล่านั้นอย่างระวัง ที่จริงแล้วกลุ่มคนเร่รอนดูเหมือนจะสังเกตเห็นเรย์และทีมมาสักพักแล้ว แต่พวกเขาไม่สนใจ แต่พอคอนราด เรย์ และโบเวนเข้าใกล้ก็ทำให้คนพวกนั้นต่างมีท่าทีดุดันในทันที

“ออกไปซะ พวกแกถอยไปซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า” หนึ่งในนั้นตะโกนใส่คอนราดและคนอื่น ๆ

คนอื่น ๆ ในกลุ่มก็หยิบยกอาวุธ ซึ่งเป็นมีดและหอกที่ทำมาจากเศษเหล็ก

“ผมคือเจ้าหน้าที่ของทางอาณาจักรลัวอา ตอนนี้ขอสั่งให้ทุกคนถอยออกไปจากจุดนี้ไม่อย่างนั้นจะลงมือโดยเด็ดขาด” คอนราดกล่าวเตือนไปตามระเบียบ ขณะที่มือหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเตรียมลงมือแล้ว

เรย์เองก็เตรียมพร้อมมือเลื่อนไปจับที่ปืนพก M1911A1 ข้างเอวแล้วเช่นกัน ไม่กี่นาทีก่อนที่จะมาเผชิญหน้า เรย์เปลี่ยนไปใส่แม็กกาซีนสำรอง ซึ่งเป็นกระสุนธรรมดาเท่านั้น

ส่วนที่ชายหนุ่มไม่คิดจะใช้คาถาเวทมนตร์นั้น ก็เพราะว่านอกจากคาถาบอลเพลิงก็ไม่มีคาถาไหนสร้างความเสียหายกับมนุษย์ และคนที่นี่ก็เยอะเกินไปกว่าจะจัดการหมดด้วยคาถาบอลเพลิงที่สลักไว้ ดังนั้นปืนจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด มันง่าย รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก

อีกอย่างการจะใช้คาถาบอลเพลิงก็จะสิ้นเปลือกเกินไปเช่นเดียวกับการใช้กระสุนชำระล้าง นี่คือสิ่งที่เรย์คำนึงถึงแท้จริง

“ถอยไปซะ พวกแกไม่มีทางหยุดเราได้” กลุ่มคนเร่ร่อนไม่ได้เข้าจู่โจมพวกเขา แต่คนเหล่านั้นกับวิ่งเข้าใส่ซอมบี้ในทันที

“พลัง ฉันจะได้พลัง ฮ่า ๆ แด่เจ้านาย”

จบบทที่ ตอนที่ 31 คนเร่ร่อนในกองขยะ(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว