เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 สำเร็จคาถาแสงชำระล้าง

ตอนที่ 30 สำเร็จคาถาแสงชำระล้าง

ตอนที่ 30 สำเร็จคาถาแสงชำระล้าง


ตอนที่ 30 สำเร็จคาถาแสงชำระล้าง

ทั้งหัวหน้าคอนราดและหัวหน้าไดร่าดูจะเคร่งเครียดกว่าปกติ คงจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในเมืองเรซีแห่งนี้แต่เกิดอะไรขึ้นกันแน่...เรย์ตกอยู่ท่ามกลางกระแสความคิด

เขารีบสะบัดหัว ไล่ความคิดล่องลอยในหัวออกไปและรีบเดินไปยังห้องพักทีมตัวเอง แต่ในระหว่างทางนั้นเองเรย์ก็สังเกตเห็นชายคนหนึ่งผู้มีแผลไฟไหม้อย่างรุนแรงที่ใบหน้าข้างซ้ายเดินสวนมาจากทางเดินเบื้องหน้า

สัญชาตญาณของเรย์ร้องเตือนเพราะมันรับรู้ได้ถึงอาร่าแห่งการฆ่าฟันและกลิ่นคาวเลือดกระจายออกมาจากตัวของชายคนเบื้องหน้าอย่างรุนแรง ออร่าเหล่านั้นถึงกับทำให้ตัวของเขาแข็งทื่อและสั่นกลัวไปทั้งตัว คล้ายกับเจอกับสัตว์ประหลาดจากขุมนรกไม่มีผิด

แม้เรย์จะไม่เคยเจอจริงก็เถอะ แต่ถ้ามีสัตว์ประหลาดจากขุมนรก ชายเบื้องหน้าของเขาคงเป็นหนึ่งในนั้น

“หือ...”

ชายคนนั้นหันมามองเรย์ด้วยสายตาสงบนิ่งมาก เรย์เกร็งไปทั้งตัว ตาสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ชายคนนั้นโดยไม่ละสายตา

“สวัสดีครับ” เรย์พยายามฝืนยิ้มทักทายไปตามมารยาท เพราะใครที่อยู่ในตึกนี้ได้คงไม่ใช่ศัตรูจากหน่วยงานนักล่าความตาย

ชายคนนั้นพยักหน้าให้เรย์ ก่อนจะเดินผ่านไปโดยไม่กล่าวอะไร

“ฟู่...แข็งแกร่งมาก อาจจะทรงพลังกว่าหัวหน้าไดร่าและหัวหน้าคอนราดซะอีก” เรย์ถอนหายใจ เขารีบเดินไปที่ห้องพักทีมในทันที

เรย์ไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ชายผู้มีแผลไฟไหม้ที่ใบหน้าเดินผ่านมาจะพึมพำออกมาเงียบ ๆ

“ผู้ใช้เวทมนตร์ที่สำนักงานใหญ่ฝากมาตรวจสอบเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงกว่าปกติ แต่น่าเสียดายที่เขามีพรสวรรค์ของผู้ใช้เวทมนตร์ แค่ระดับ 2 เท่านั้น ถ้าเขาเป็นผู้ใช้พลังจิตอาจจะมีคุณค่ามากกว่านี้มากนัก” ชายผู้มีแผลไฟไหม้ที่ใบหน้ากล่าวออกมาอย่างผิดหวัง เมื่อนึกถึงเอกสารข้อมูลของเด็กหนุ่มคนเมื่อครู่

...

เรย์เดินเข้ามาในห้องพักทีมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของลูกผู้ชาย ตอนนี้ในห้องมีเพียงโบเวนและฟาริสที่กำลังนั่งเล่นไพ่กันอยู่สองคน

“สวัสดีทั้งสองคนครับ” เรย์ทักทายอย่างสุภาพอย่างไรพวกเขาทั้งสองก็เป็นรุ่นพี่

“เรย์นายมาแล้ว มา...มาลงอีกขา ช่วยกันกินเงินฟาริส วันนี้หมอนี่มันดวงซวย” โบเวนหัวเราะอย่างมีความสุข ด้านหน้ามีเงินหลายร้อยเหรียญวางอยู่

เรย์พยักหน้าลากเก้าอี้เข้ามานั่งในมุมหนึ่งของโต๊ะก่อนจะล้วงหยิบเงินเดิมพันออกมา 350 เหรียญ

ซึ่งประกอบไปด้วยแบงก์100 เหรียญ 2 ใบ แบงก์ 50 เหรียญ 1 ใบ แบงก์ 25 เหรียญ 2 ใบและเหรียญ 10 อีก 4 เหรียญกับเหรียญมูลค่า 1 เหรียญอีก 10 เหรียญ

เรย์วางตรงหน้าของทั้งสอง นี่คือเงินที่เขาพกมาทั้งหมดของวันนี้

“โอ้ดูเหมือนเราจะเจอแกะตัวอ้วนมาแล้ว” ฟาริสกล่าวด้วยความยินดี เพราะเขามีโอกาสเอาเงินที่เสียคืนมา ถ้าเกิดเขาไม่สามารถเอาเงินที่เสียคืนมาได้มีหวังโดนอันนาโกรธจนหูชาอย่างแน่นอน

สายตาของโบเวนก็เป็นประกายเช่นกัน

เรย์หันไปมองหน้าทั้งสองคน ทำเอาทั้งคู่ยิ้มกลบเกลื่อนออกมา

ฟาริสรีบหยิบไพ่ขึ้นมาสับแจกในทันที เกมไพ่ที่ทั้งสองคนเล่นนั้นคือโป๊กเกอร์ มันเป็นเกมไพ่ที่เล่นกันมาหลายร้อยปี ถือว่าเป็นเกมไพ่สากลเลยก็ว่าได้ทำให้แทบทุกคนนั้นเล่นเกือบหมด โดยเฉพาะหมู่คนงานที่ยากจะหาความบันเทิงในชีวิตได้ยากพวกเขาก็นิยมเล่นเช่นกัน

“เริ่มที่ 10 เหรียญ”

เรย์พยักหน้าเข้าใจก่อนจะลงเงินกองกลางไป

...

ผ่านไปประมาณ 30 นาที ทั้งฟาริสและโบเวนต่างหน้านิ้วคิ้วขมวด เพราะเงินเบื้องหน้าของทั้งสองนั้นแทบจะหมดเกลี้ยงไปแล้ว

“เออ..วันนี้เราพอกันก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวหัวหน้าก็กลับมาแล้ว”

“พวกเราต้องเตรียมอุปกรณ์กัน”

ทั้งโบเวนและฟาริสกล่าวเสริมกัน ที่จริงพวกเขาทั้งสองยังไม่เต็มใจจะหยุดเล่นแค่นี้ แต่ก็ต้องฝืนกล่าวเพราะเงินหมดทั้งตัวไม่มีเหลือสักเหรียญ

เรย์เล่นกินเรียบพวกเขาทุกตาจนเงินเกลี้ยงโต๊ะ

“ด้วยความยินดี” เรย์ยิ้มและเก็บเงินทั้งหมด 350 เหรียญจองตัวเองเข้ากระเป๋า ก่อนที่จะนับเงินอีกส่วนคือกำไร มันเป็นเงินทั้งหมด 890 เหรียญ

“วันนี้ตอนเย็นผมจะเลี้ยงอาหารเอง เราควรไปสนุกกัน” เรย์ยิ้มและกล่าว พอฟาริสและโบเวนได้ยินก็เผยรอยยิ้มออกมา โบเวนตบไหล่ของเรย์ก่อนจะยกนิ้วให้

ฟาริสเองก็พยักหน้าขอบคุณ ถ้าเรย์ไม่พูดว่าจะเลี้ยงข้าวเย็นวันนี้พวกเขาคงต้องนอนอดอาหารทั้งคืน แม้มันจะเป็นเงินที่พวกเขาเสียไป แต่ก็ไม่ได้มีใครคิดมากอะไร เพราะเล่นไผ่มันก็มีได้มีเสียกันไป

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่นับฟาริส เขากำลังคิดหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เงินนี้จ่ายออกไปอย่างถูกต้อง

“ถ้าอันนาถามบอกพวกเรารวมเงินเลี้ยงกันได้ไหม” ฟาริสมองไปที่ทั้งสอง

เรย์และโบเวนพยักหน้ากัน ก่อนจะบอกว่า “แน่นอน”

ในตอนั้นเรย์นึกขึ้นได้ จึงสอบถามทั้งสองถึงชายผู้มีแผลไฟไหม้ใบหน้าด้านซ้ายคนนั้น พอเรย์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นออกไป ทั้งสองนึกขึ้นมาได้ในทันที

“นายหมายถึง หัวหน้าเบรนเดอร์ ผู้ใช้พลังจิตระดับ 7 คนนั้นใช่ไหม เขาคือคนที่ทางสำนักงานใหญ่ส่งมาประจำที่สาขาเรซี เพื่อช่วยงานพวกเรา” โบเวนถามกลับ

“ถ้าอย่างนั้นก็คงจะใช่ แต่ทำไมหัวหน้าเบรนเดอร์เขาต้องปล่อยพลังจิตกดดันผมแบบนั้น”

“ฉันว่า...ฉันพอจะรู้” ฟาริสกล่าว เรย์และโบเวนหันไปมองฟาริสด้วยสายตาเดียวกัน

“ลองคิดดูสิว่านายคือผู้ใช้พลังเวทมนตร์ใช่ไหม ผู้ใช้เวทมนตร์นั้นหายากและมีคุณค่าในหลาย ๆ ด้าน ทางสำนักงานใหญ่คงอยากจะตรวจสอบนายว่าคุ้มค่าในการลงทุนแค่ไหนหรือจะกลายเป็นอันตรายหรือไม่”

เรย์ได้ยินก็ขมวดคิ้ว

“หมายความว่าสำนักงานใหญ่สนใจเรย์อย่างนั้นเหรอ” โบเวนถาม

“คงอย่างนั้น ผู้ใช้เวทมนตร์จะเป็นคนที่อันตรายมาก ถ้าไม่อยู่ข้างสำนักงานใหญ่ และถ้าเรย์เป็นพวกอันตรายอาจจะเกิดปัญหาได้ พวกเขาจึงส่งคนมาตรวจสอบ” ฟาริสอธิบาย

“ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่เป็นอะไร” เรย์ถอนหายใจ

“หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่เป็นอะไร?” ฟาริสและโบเวนถามออกมาพร้อมกัน

“พวกคุณรู้ใช่ไหมว่า ผู้ใช้พลังมีการแบ่งพรสวรรค์”

“แน่นอน พวกเราสองคนมีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ใช้พลังระดับ 3 ช่วงกลาง”

“แต่สำหรับผู้ใช้พลังเวทมนตร์พรสวรรค์ส่งผลกระทบมากกว่านั้น ผมเป็นเพียงผู้ใช้เวทมนตร์ที่มีพรสวรรค์ระดับ 2 ที่ต่ำสุดในระดับนั้นแล้ว ซึ่งมันทำให้การเรียนรู้คาถานั้นยากขึ้นในแต่ละระดับ ดังนั้นถ้าพวกเขารู้ก็คงจะไม่คิดว่าผมเป็นภัยคุกคามหรือจะสนใจอะไรในตัวผมมากนัก หรือก็คือ ผมจะเป็นเพียงผู้มีพลังพิเศษ สายผู้ใช้พลังเวทมนตร์ระดับต่ำคนหนึ่งเท่านั้นในอนาคต” เรย์เผยรอยยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา

ทั้งสองพอได้ฟังก็เข้าใจว่าทำไม เรย์ถึงจะพูดแบบนั้น

“แต่ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวเราต้องฝึกฝนมันด้วย ดังนั้นนายอย่าหมดหวัง” โบเวนกล่าวให้กำลังใจ

“คำพูดของหัวหน้า” เรย์หันไปถาม

“แน่นอน ฉันยืมหัวหน้ามาพูด ฮ่า ๆ เอาคำหัวหน้าไปใช้ด้วยล่ะ” โบเวนตบไหล่เรย์ ทำเอาเขาทรุดลงไปเล็กน้อย

“แน่นอน แม้ผมจะมีพรสวรรค์ระดับ 2 เท่านั้น แต่ก็เป็นผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งสุด ๆ ในระดับมนุษย์” เรย์ยิ้มออกมา

ฟาริสและโบเวนทั้งสองไม่มีใครคัดค้าน พวกเขารู้ว่าผู้ใช้เวทมนตร์นั้นน่ากลัวมาก โดยเฉพาะถ้าได้มีเวลาเตรียมตัว ผู้ใช้เวทมนตร์คนหนึ่งสามารถรับมือกับสายอื่น ๆ ในระดับเดียวกันได้ 3-4 คนเลยทีเดียว และนี่ก็คือความน่ากลัวของผู้ใช้พลังเวทมนตร์

“แล้วตอนนี้หัวหน้าคอนราดไปไหน”

“หัวหน้านะเหรอ เพราะมีทีมใหม่มาประจำที่สาขาเรา ก็คือหัวหน้าเบรนเดอร์คนนั้น ผู้จัดการซีน่อนจึงเรียกไปประชุม หัวหน้าจึงไปร่วมประชุมเมื่อสักครู่”

...

วันนี้ทั้งวันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเรย์จึงอาศัยช่วงเวลานั้นไปซ้อมยิงปืน ด้วยกระสุนที่ซื้อมาเพิ่มจากเงินที่แบ่งไว้จากส่วนที่จะไปเลี้ยงทุกคน

พอตกเย็นพอหัวหน้าคอนราดกลับมาพวกเขาก็บอกเรื่องกินเลี้ยงกัน

แน่นอนว่าคอนราดก็ไม่มีอะไรคัดค้าน ดังนั้นทุกคนในทีมจึงพากันไปกินมื้อดึกที่ทางเขตเหนือของเมืองเรซี แต่ก่อนจะไปพวกเขาต้องผ่านไปยังชั้น 1 ของโรงแรมนักล่า

ซึ่งได้มีคนมาดักรออยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นฮอลลี่ ดังนั้นสุดท้ายเรย์จึงชวนเธอมาด้วย ซึ่งก็ทำให้ฮอลลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

หลังจากกินดื่มกันอย่างพอใจ จนเรย์แทบจะขาดทุน สุดท้ายพวกเขาทุกคนก็พากันแยกย้ายกันกลับไปทางใครทางมัน

ที่บ้านหลังใหม่ของสองพี่น้องเรนเดล

เรย์นั่งอยู่ในห้องนอนพลางมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นครั้งคราว ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย

วันนี้คือวันสงบสุขที่หายาก ปกติแล้วจะมีรอยแยกมิติเกิดขึ้นแทบทุกคืน เรย์คิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันไม่ต้องมีซอมบี้ก็ดี

แต่เขาก็ละทิ้งความคิดบ้า ๆ นั้นไป เพราะถ้าไม่มีรอยแยกมิติหลังจากเขาแข็งแกร่งขึ้นเรย์จะเข้าไปถามหาพ่อกับแม่ได้อย่างไร

เรย์เข้าใจว่าการพัฒนาของตัวเขานั้นดูเหมือนจะเร็ว แต่เป็นเพราะมีหัวหน้าไดรึคอยมอบทรัพยากรให้ต่างหาก ถ้าเขาแลกมาด้วยผลงานของตัวเอง เรย์อาจจะต้องใช้เวลาสองสามเดือนในการขึ้นมาระดับ 2

ส่วนระดับ 3 นั้นเรย์ไม่แน่ใจ และในระดับสีนั้นยิ่งยากเข้าไปอีก ขนาดที่ว่าโบเวนและฟาริสยังติดอยู่ในระดับ 3 เกือบปีถึงจะมีเลือดสีขาวที่หามาอย่างยากลำบากมากพอในการเปิดระดับ 4

จำนวนเลือดสีขาวเพื่อใช้ในการเปิดระดับ 4 เรย์ยังไม่แน่ใจ แต่อย่างไร ตัวเขาในตอนนี้ก็ยังห่างไกลจากระดับ 4 มาก เรย์จึงเก็บมันไปคิดหลังจากเปิดระดับ 3 ได้แล้ว

ส่วนระดับ 3 นั้นตามข้อตกลง หัวหน้าไดร่าจะเป็นผู้มอบให้กับเขา จึงทำให้เรย์ไม่หนักใจมากนัก

“ตอนนี้ที่ต้องทำคือเรียนคาถาแสงชำระล้างเป็นคาถาติดตัวให้ได้ก่อน”

เรย์เริ่มจากการแยกส่วนอักษรเวทมนตร์ รวบรวมพลังงานและปลดปล่อยก่อนจะสลักลงไปที่จุดพลังงานอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป

ค่ำคืนนี้ผ่านไป เรย์สร้างอักษรส่วนศูนย์กลางได้แล้ว...

หลังจากยามเช้ามาถึงเรย์ก็ไปที่โรงแรมนักล่านั่งเหงา ๆ อยู่ในห้องไม่ได้ไปไหน เพราะตอนนี้งานที่เกิดขึ้นถูกโยนไปให้ทีมของหัวหน้าเบรนเดอร์ นั้นทำให้เรย์มีเวลาเรียนคาถาติดตัวมากขึ้น

ในวันที่สองเรย์สร้างในส่วนของช่วงกลางและส่วนของช่วงปลายขอบอักษรเวทมนตร์ได้สำเร็จ ขณะที่อยู่ในห้องพักทีมสร้างความสนใจให้กับทั้งคอนราด ฟาริสและโบเวนพอสมควร

“ในที่สุดก็สำเร็จ” เรย์ยิ้มด้วยความยินดี เพื่อเขามองไปยังจุดพลังงานดวงที่สองของตนเองที่มีอักษรเวทมนตร์สวยงามสลักอยู่โดยรอบ

จบบทที่ ตอนที่ 30 สำเร็จคาถาแสงชำระล้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว