เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: ราชาดรอปแบร์

บทที่ 21: ราชาดรอปแบร์

บทที่ 21: ราชาดรอปแบร์


ทันทีที่ดวงตะวันทอแสงยามเช้า พวกเราก็เก็บสัมภาระ ออกจากโรงเตี๊ยม และเริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง แอนดูไม่พอใจนักที่ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นระหว่างที่เราพักอยู่ที่นั่น แต่วิลเฟรดก็ได้ทำตามสัญญาโดยการปิดประกาศภารกิจระดับ A ไว้ที่กิลด์ฮอลล์เรียบร้อยแล้ว

แม้ข้าอยากจะเห็นหน้าค่าตาของสัตว์อสูรเงาสักครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะมีมันอยู่ในเมืองนี้จริงๆ ตั้งแต่แรก เป็นไปได้มากว่าคงเป็นแค่สัตว์อสูรเวทระดับสูงเท่านั้น

ม้าและรถม้าเคลื่อนไปตามเส้นทาง พวกเรารุดหน้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวิลเฟรดเอ่ยขึ้น

"ดูเหมือนพวก 'ดรอปแบร์' จะตามเรามา ข้าบอกไม่ได้ว่ามีกี่ตัวหรือชนิดไหนบ้าง"

ดรอปแบร์เป็นสัตว์อสูรเวทที่มักโจมตีเป็นกลุ่ม เอกลักษณ์เด่นคือหูที่แหลมเฟี้ยวและกรงเล็บคมกริบยาวราวหนึ่งฟุต แม้ขนาดตัวจะพอๆ กับสุนัข แต่พละกำลังนั้นเทียบเท่าหมีปกติเลยทีเดียว

"พวกมันตามมานานแค่ไหนแล้ว?" เดลเบิร์ตถาม

"ตั้งแต่เราออกจากโรงเตี๊ยม"

เบอร์นาร์โดยกขวานขึ้นกระชับในมือ

"ดูเหมือนเราจะได้สนุกกันแล้วสิ"

"ขออย่าให้มีราชาดรอปแบร์ปะปนมาด้วยก็แล้วกัน" วิลเฟรดกล่าวขณะที่มือจับอยู่ที่ด้ามดาบ

หากจำสิ่งที่พ่อสอนไม่ผิด ราชาดรอปแบร์จัดอยู่ในระดับที่เหนือกว่าระดับกลาง ซึ่งหมายความว่ามันคือสัตว์อสูรระดับสูง

สิ่งที่ทำให้ข้าทึ่งยิ่งกว่าคือการที่วิลเฟรดสัมผัสถึงพวกมันได้ ข้าไม่รู้ตัวเลยแม้จะมีประสาทการได้ยินที่เหนือมนุษย์ วิธีเดียวที่ข้าจะรู้ได้คือต้องใช้เนตรมังกรเท่านั้น

"ทำไมเจ้าไม่บอกพวกเราให้เร็วกว่านี้!" เดลเบิร์ตบ่นพลางมองไปรอบๆ เพื่อหาตัวสัตว์ร้าย

"ข้ากลัวว่าเด็กๆ จะตกใจกลัว" วิลเฟรดกล่าวพลางหันมามองพวกเรา

"เรย์ แกรี่ เตรียมอาวุธให้พร้อม เตรียมรับมือกับทุกสิ่งที่พุ่งเข้ามา เราไม่รู้จำนวนพวกมัน เราอาจปกป้องพวกเจ้าไม่ได้ตลอด อีกไม่นานพวกเจ้าก็จะเป็นอัศวินผู้กล้าแห่งอวรีออน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีชีวิตรอด"

ข้าชักดาบออกมาตอบรับคำพูดของวิลเฟรด แกรี่ทำตามเช่นกันแต่ข้าเห็นว่าเขากำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น

พวกเราเคลื่อนขบวนต่อไปโดยรู้ตัวแล้วว่ามีสัตว์ร้ายติดตามมา ข้าเปิดใช้งานเนตรมังกร ดูเหมือนจะมีดรอปแบร์ประมาณสิบตัว แต่ข้าไม่มั่นใจนัก เส้นทางที่เราใช้นั้นรายล้อมด้วยต้นไม้และป่าขนาบข้าง พวกหมีใช้ต้นไม้กำบังได้ดี ทำให้ข้านับจำนวนคลาดเคลื่อนทุกครั้งที่พวกมันขยับตัว

เมื่อเราเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เราก็เห็นสะพานข้ามลำธารเล็กๆ อยู่ข้างหน้า

"นั่นสะพานก่อนถึงประตูเมืองเรนนี่" เบอร์นาร์โดกล่าว

"พวกมันน่าจะโจมตีเราบนสะพานแน่" เดลเบิร์ตตอบ

ม้าเริ่มตื่นตระหนกเมื่อเข้าใกล้สะพานและไม่ยอมเดินต่อ

"มีบางอย่างทำให้พวกมันตื่นกลัว!" เดลเบิร์ตตะโกน

ข้ามองไปที่สะพานด้วยเนตรมังกรที่ยังเปิดใช้งานอยู่ ตอนนี้ข้ารู้สาเหตุที่ม้าแตกตื่นแล้ว เพราะใต้สะพานมีดรอปแบร์สูงแปดฟุตยืนอยู่ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเดียว เพราะร่างของมันปกคลุมด้วยออร่าสีม่วงเข้มแบบเดียวกับพ่อข้า หมายความว่านี่คือสัตว์อสูรเงา

เหล่าอัศวินลงจากหลังม้า พวกเขาไม่มีทางเลือกในเมื่อม้าไม่ยอมไปต่อ ต่างคนต่างกระชับอาวุธในมือ วิลเฟรดถือดาบใหญ่ยาวเฟื้อยแต่ดูทรงพลัง เดลเบิร์ตถือโล่ในมือซ้ายและดาบยาวในมือขวา สุดท้ายเบอร์นาร์โดกับขวานคู่ใจ

ข้าลงจากรถม้าโดยทิ้งคนงานไว้ข้างในแล้วไปสมทบกับเหล่าอัศวิน แกรี่ตามมาติดๆ ข้าต้องหาวิธีเตือนพวกเขาเรื่องสัตว์ร้ายใต้สะพาน แต่จังหวะที่ข้ากำลังจะเอ่ยปากบอกวิลเฟรด พวกดรอปแบร์ก็พุ่งออกมาจากแนวป่า

พวกหมีกระโจนเข้าใส่กลุ่มของเรา ตัวหนึ่งพุ่งเข้าหาข้าพร้อมชูกรงเล็บใหญ่สองข้างเล็งมาที่หน้า ข้าบล็อกการโจมตีแรกด้วยดาบแต่แรงปะทะทำให้ข้าถูกผลักถอยหลังไปสองสามก้าว พวกหมีนี้แข็งแกร่งกว่าหมาป่าในป่าทมิฬแต่ดูเหมือนจะเคลื่อนที่ช้ากว่า ข้ารอจังหวะโจมตีอีกครั้ง แทนที่จะบล็อก ข้าเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างแล้วฟันร่างมันขาดเป็นสองท่อน

ข้ามองไปทางเหล่าอัศวิน พวกเขาจัดการไปคนละสองตัวในขณะที่ข้าเพิ่งจัดการได้ตัวเดียว จากนั้นข้าก็มองหาแกรี่ เขาบาดเจ็บ เลือดไหลหยดลงมาจากหัวไหล่ที่โดนหมีข่วน

ขณะที่ข้ากำลังจะเข้าไปช่วย หมีตัวนั้นก็โจมตีซ้ำ แกรี่สามารถใช้ดาบงัดกรงเล็บของหมีเอาไว้ได้ เมื่อมืออีกข้างว่าง เขาจึงชกเข้าที่หน้าหมีเต็มแรง หมีล้มตึงลงกับพื้น แล้วเขาก็รีบกระโดดขึ้นคร่อม แทงดาบทะลุหัวมัน

แกรี่ตัวสั่นเทา เลือดสีดำเปรอะเปื้อนเต็มมือ ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังมาจากรถม้า หมีสองตัวบุกเข้าไปข้างในและกำลังโจมตีคนงาน ข้าสับตีนแตกวิ่งไปที่รถม้าเพื่อช่วยเหลือ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงลมพัดวูบผ่านร่างข้าไป เป็นอัศวินทั้งสามนั่นเอง พวกเขาพุ่งผ่านข้าและฟันสัตว์ร้ายขาดสะบั้นในดาบเดียว

เมื่อสัตว์ร้ายถูกกำจัด ความเงียบก็เข้าปกคลุม ข้าเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยจนกระทั่งมองไปที่สะพาน ข้าลืมเรื่องสัตว์อสูรเงาไปสนิทเลย

ตอนนี้ทุกคนต่างจ้องมองไปที่สะพาน ร่างของสัตว์อสูรเงายืนตระหง่านอยู่บนนั้น มันคือราชาดรอปแบร์จริงๆ แต่ตัวนี้ต่างจากราชาดรอปแบร์ทั่วไป มีเมือกสีดำฟูมปากและขนมีหย่อมสีม่วงแซมทั่วตัว

"สัตว์อสูรเงา" เบอร์นาร์โดอุทาน พลางสูดหายใจเฮือกใหญ่

"ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือ!" วิลเฟรดตะโกนลั่น

จบบทที่ บทที่ 21: ราชาดรอปแบร์

คัดลอกลิงก์แล้ว