- หน้าแรก
- จักรพรรดิปีศาจหนิง
- GE988 กระจกอัสนีประกาย
GE988 กระจกอัสนีประกาย
GE988 กระจกอัสนีประกาย
เสียงเตือนภัยดังขึ้นรอบทิศ กลุ่มควันลอยจากหอคอยเตือนภัยต่างๆ
แตรสงคราม สัญญาณควัน ปรากฏขึ้นทั่วทั้งโลกอัสนีสามพัน!
เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อสี่สิบห้าล้านปีที่แล้ว วันที่ปีศาจร้ายปรากฏ โลกอัสนีสามพันจึงเตือนภัย!
ผู้คนจำนวนมหาศาลออกมาจากถ้ำเซียนด้วยสีหน้าแตกตื่น
“เกิดอันใดขึ้น! ข้าอยู่มาสามล้านปี ยังไม่เคยเห็นสัญญาณควันของโลกอัสนีสามพันมาก่อน เหตุใดจุดสัญญาณควัน! ผู้ใดเป็นคนสั่ง!”
“สัญญาณควันเตือนภัยศัตรู! เป็นกลุ่มลาดตระเวนพบศัตรูกำลังมุ่งหน้ามา จึงแจ้งให้พวกข้าจุดสัญญาณเตือน!”
“นี่… นายท่านของข้าเคยกล่าวถึงเรื่องราวเช่นนี้ เมื่อสี่สิบห้าล้านปีก่อน ก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น! ครั้งนั้น เซิ่นหลัวมาเยือนวังอัสนีสุดขั้ว ทำร้ายจักรพรรดินีขาวแล้วชิงผนึกราชาอัสนีไป ทำให้โลกอัสนีสามพันคราวนั้นนองไปด้วยโลหิต…”
“ครั้งนี้ ไม่รู้มีปีศาจตนใดมาเยือนโลกอัสนีสามพัน!”
“เป็นราชาพิรุณหนิงฝาน! สหายคนสนิทของข้าเพิ่งแจ้งข่าวมา เขาเห็นด้วยตาตัวเอง ราชาพิรุณมาเยือนโลกอัสนีของเรา!”
“หา! ปีศาจหนิง! ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งทำลายกลุ่มต่อต้านหนิงไป ยามนี้กลับมาเยือนโลกอัสนี!”
เมื่อได้ยินว่าหนิงฝานมา เหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับล่างล้วนแตกตื่น ผู้ที่สังหารสามขุนนางเซียนกลับมาเยือนโลกอัสนี! เป็นไปได้หรือไม่ว่าคนของโลกอัสนีไปสร้างปัญหาเข้า ปีศาจหนิงจึงมาเยือนโลกอัสนี?
ไม่น่าเป็นเช่นนั้น โลกอัสนีสามพันคือดินแดนของจักรพรรดินีขาว หลานหยุนเซียน หนิงฝานแม้จะมีชื่อเสียง แต่ไม่สมควรกล้ามาเหยียบที่นี่
ดังนั้น เมื่อไม่ทราบเป้าหมายการมาเยือนของหนิงฝาน หน่วยลาดตระเวณจึงเปิดสัญญาณเตือน แต่ควรเป็นสัญญาณเตือนขนาดเล็กไม่ใช่หรือ? ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งดารา พวกมันมีจักรพรรดิเซียนเป็นเจ้าของดินแดน ไม่จำเป็นต้องระวังตัวขนาดนี้
ถึงอย่างไร ส่วนใหญ่แล้วมีเซียนบรรลุเจตจำนง เซียนหลีกหนีความจริง อยู่ในวังอัสนีสุดขั้วเป็นส่วนใหญ่ สถานการณ์ภายในยังไม่มั่นคง หากหนิงฝานลงมือพวกมันคงไม่อาจต้าน ดังนั้น พวกมันจึงระวังตัวอย่างที่สุด
จักรพรรดินีขาว หลานหยุนเซียน หายตัวไปเมื่อร้อยปีก่อน กระทั่งยามนี้ยังไม่พบตัว ยามนี้ภายในวังเหลือขุนนางเซียนเพียงสี่คน แต่ละคนอยู่ขอบเขตนิรันดร์ที่หนึ่งเท่านั้น
สำหรับคนทั่วไป ขุนนางเซียนคือตัวตนที่ยิ่งใหญ่ แต่กับหนิงฝาน ต่อให้มีถึงสี่คนก็ไม่ควรค่าให้กล่าวถึง เพราะแม้แต่ขุนนางเซียนนิรันดร์ที่สองยังถูกหนิงฝานสังหารมาแล้ว วังอัสนีสุดขั้วยามนี้ก็คงมีสภาพไม่ต่างกัน
หากหนิงฝานมีเพียงความแข็งแกร่งที่ลึกล้ำ โลกอัสนีสามพันจะไม่หวาดกลัวมากขนาดนี้ แต่ชื่อเสียงของหนิงฝานไม่ดีเอาเสียเลย ทั้งเข่นฆ่าสังหารและทำลายขุมกำลัง นั่นทำให้หนิงฝานกลายเป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัวในแดนสวรรค์ตะวันออก
หากหนิงฝานไม่ได้มาดี… แค่คิดคนของโลกอัสนีสามพันก็หวาดกลัวแล้ว
“รีบแจ้งสี่ผู้คุ้มกันว่าราชาพิรุณหนิงฝานมาเยือน! ขอให้สี่ผู้คุ้มกันออกมาด้วยเถอะ…”
“รีบเปิดข่ายอาคมป้องกันโลก! หากอีกฝ่ายลงมือ อย่างน้อยก็ป้องกันชีวิตได้!”
“ตามคนไปต้อนรับราชาพิรุณกับข้า อย่าทำให้อีกฝ่ายมีโทสะเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นหายนะมาเยือนแน่!”
เหล่าเซียนแห่งชีวิตของโลกอัสนีสามพันที่ทราบข่าวการมาของหนิงฝาน เร่งรวบรวมความกล้า นำคนออกไปต้อนรับหนิงฝาน
เดิมที หนิงฝานคิดมาเยือนโลกอัสนีสามพันเงียบๆ แต่คาดไม่ถึงว่าทันทีที่เหยียบย่างเข้ามา โลกอัสนีสามพันก็ปั่นป่วนทันที
“ท่านพ่อ เหตุใดที่นี่เสียงดังนัก ข้าปวดหัว…” เชียนเชียนเงยหน้าน้อยๆขึ้นมองหนิงฝาน
ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่โลกอัสนีสามพัน ความทรงจำหลายส่วนของนางได้กลับมา จึงทำให้ปวดหัว ยิ่งได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนไปทั่ว นางยิ่งปวดหัวกว่าเดิม
“เช่นนั้นพ่อจะทำให้เงียบเอง”
หนิงฝานโบกมือ เสียงรอบกายเชียนเชียนหายไป ราวกับมีม่านพลังอันว่างเปล่าปิดกั้นเสียงเอาไว้
หนิงฝานในยามนี้บรรลุขอบเขตหลีกหนีความจริง มีพลังในการปิดกั้นกฎของเสียงรอบข้างไม่ให้ผ่านเข้ามาได้
รถอัสนีเร่งมุ่งมายังทิศทางของหนิงฝาน หลังจากนั้นสิบลมหายใจ ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากก็มาเข้าแถวรอรับหนิงฝาน
“พวกข้าคือคนของโลกอัสนี มาต้อนรับราชาพิรุณ!”
ผู้เชี่ยวชาญที่มามีจำนวนมาก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่กล้ามองหนิงฝาน ซึ่งคนเหล่านั้นคือตัวตนระดับขอบเขตบรรลุเจตจำนง ผู้อื่นล้วนไม่กล้า เพราะกลัวว่าสายตาจะทำให้หนิงฝานไม่พอใจ
“ไม่จำเป็นต้องระวังตัวขนาดนั้น ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงอยากพบผู้คุ้มกันของวังอัสนีสุดขั้วเท่านั้น” หนิงฝานกล่าวอย่างสุภาพ
ผู้คนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เมื่อเรื่องอันใดต้องพบผู้คุ้มกัน? ผู้คุ้มกันจะไม่ถูกสังหารหรือ? หรือคิดจะจับผู้คุ้มกันไปเป็นกระถางขัดเกลา!
ราชาพิรุณ ศิษย์แห่งจักรพรรดิบรรพกาล มีความสามารถในการขัดเกลาผสานที่ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะสี่ผู้คุ้มกันของวังอัสนีสุดขั้วที่ล้วนแล้วแต่ยังไม่เสียพรหมจรรย์
เมื่อคิดเช่นนั้น เหล่าเซียนบรรลุเจตจำนงจึงเคร่งเครียด เหงื่อกาฬพรั่งพรู
“พาข้าไปพบผู้คุ้มกันของวังอัสนีสุดขั้วได้หรือไม่?” หนิงฝานกล่าว
คนของโลกอัสนีนิ่งเงียบ หากหนิงฝานมีเจตนาร้าย แล้วจับตัวสี่ผู้คุ้มกันไป…
“ช่างเถิด เช่นนั้นข้าไปเอง…” หนิงฝานส่ายและไม่สนใจคนเหล่านี้ จูงมือน้อยๆของเชียนเชียนจากไป
สีหน้าคนเหล่านั้นแตกตื่น แม้อยากจะขวางหนิงฝานแต่ไม่กล้า แต่การปล่อยให้หนิงฝานไปวังอัสนีสุดขั้วก็ดูไม่เหมาะสม
สายตาบางคนจับจ้องที่เชียนเชียน ไม่มีผู้ใดเข้าใจเหตุผลว่าทำไมหนิงฝานจึงต้องพาสาวน้อยนางนี้ไปวังอัสนีสุดขั้ว หากคิดจะมาก่อเรื่องจริง เหตุใดต้องนำเด็กมาด้วย?
หรือนางจะเป็นกระถางขัดเกลาที่หนิงฝานจับตัวมาเช่นกัน! แม้แต่เด็กยังไม่เว้น คาดไม่ถึงว่าผู้สืบทอดจักรพรรดิบรรพกาลจะเป็นคนเช่นนี้
ไม่มีผู้ใดจดจำได้ว่า เชียนเชียนคือจักรพรรดินีขาว หลานหยุนเซียน เพราะนางกลายเป็นเด็ก กลิ่นอายแปลกไป แม้เป็นตัวตนระดับสูงของวังยังไม่ทราบ เมื่อร้อยปีก่อนวังอัสนีสุดขั้วทุ่มทรัพยากรมหาศาลในการตามหาเชียนเชียน แต่กลับไม่ได้ร่องรอยเบาะแส หนึ่งในเหตุผลที่เป็นเพราะเช่นนั้นเพราะนางกลายเป็นเด็ก
ในขณะที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญกำลังไร้หนทาง รถอัสนีหกสีสี่คันก็บินพาดผ่านท้องนภาเข้ามา
สี่ผู้คุ้มกันวังอัสนีสุดขั้ว ทั้งหมดลงจากรถ ทั้งสี่เป็นสตรีผมเงิน เรียกขานว่า เยว่ หลู ฉิง และหลาน อันประกอบด้วย ขุนนางเซียน เชียนเยว่ ยู่หลู ฉิงเซียว และโหลวหลาน
“ข้ามีนามว่า หลานเสี่ยวเชียน (บุปผาน้อยเชียน) คารวะสหายเต๋าหนิงฝาน ไม่ทราบว่าที่มาวันนี้มีธุระอันใด…”
พวกนางจ้องมองหนิงฝานด้วยความหวั่นเกรง หนิงฝานแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกนางทุกคน ทั้งยังมีวิธีสยบสตรี นั้นทำให้หนิงฝานกลายเป็นตัวอันตรายสุดขั้วต่อพวกนาง
อันตราย อันตรายเป็นอย่างยิ่ง อันตรายขนาดที่หนิงฝานสามารถจับพวกนางไปได้อย่างง่ายดาย
แต่เมื่อสายตาพวกนางเคลื่อนไปยังเชียนเชียนน้อย ความหวาดกลัวกลับหายเป็นปลิดทิ้ง แปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงแทน!
เหตุใดพวกนางทั้งสี่จะจดจำประมุขวังไม่ได้!
ตอนนี้พวกนางเข้าใจแล้วว่าหนิงฝานมาที่นี่เพราะเหตุใด!
“ที่ราชาพิรุณมาเพราะว่า…”
“ถูกแล้ว”
“เช่นนี้ ราชาพิรุณก็ถือเป็นแขกคนพิเศษของวังอัสนีสุดขั้ว เชิญราชาพิรุณไปยังวังอัสนีประกาย พวกข้าสี่พี่น้องจะต้อนรับท่านเป็นอย่างดี!”
คำกล่าวระหว่างหนิงฝานและพวกนาง เป็นปริศนากับผู้เชี่ยวชาญคนอื่น เมื่อครู่ยังหวาดกลัว แต่ยามนี้กลับต้อนรับหนิงฝานอย่างมีความสุข
นี่มันสถานการณ์อันใด?
พวกนางอยู่กับใกล้ชิดกับจักรพรรดินีขาวมานาน จึงมีความเกลียดชังต่อบุรุษอยู่บ้าง แต่เหตุใดถึงดูต้อนรับหนิงฝานอย่างมีความสุขเช่นนี้!
วังอัสนีประกายแห่งนั้น ไม่เคยให้บุรุษใดย่างกราย เหตุใดผู้คุ้มกันทั้งสี่จึงเทียบเชิญหนิงฝานไปที่นั่น…
หรือว่าจะเป็น!
รอยยิ้มลึกลับปรากฏบนใบหน้าผู้เชี่ยวชาญหลายคน บางที หนิงฝานอาจไม่ได้มาสร้างปัญหา แต่มาเพื่อสานต่อความรู้สึก บางทีสี่ผู้คุ้มกันที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง อาจถูกหนิงฝานรวบหัวรวบหางไปแล้ว เมื่อเห็นหนิงฝานมาพวกนางจึงมีความสุข และเร่งร้อนพาหนิงฝานไปหาสถานที่สานต่อความสนุก… บางที เด็กคนนั้นอาจเป็นหนึ่งบุตรของหนึ่งในสี่ผู้คุ้มกัน สมแล้วที่เป็นผู้สืบทอดจักรพรรดิบรรพกาล!
แต่ถึงอย่างไร ยังมีอีกหลายคนสังเกตเห็นว่า แววตาของสี่ผู้คุ้มกันเปลี่ยนไปเมื่อเห็นสาวน้อยนางนั้น…
“หรือว่านางจะเป็น…”
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนตื่นเต้นและมีความสุข เด็กน้อยคนนั้นอาจเป็นจักรพรรดินีขาวที่พวกมันกำลังตามหา…
หากเป็นเช่นนั้น การที่ราชาพิรุณมาเยือนโลกอัสนีสามพัน ก็ไม่ใช่มาเพื่อสร้างปัญหา แต่เป็นการนำความสุขมาให้ แต่น่าเสียดายที่คนคิดเช่นนี้มีเพียงหยิบมือ
วังอัสนีสุดขั้ว วังอัสนีประกาย…
หนิงฝานบอกเล่าเรื่องที่ได้พบกับเชียนเชียน และเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันในช่วงร้อยปีที่ผ่านมาให้สี่ผู้คุ้มกันฟัง แต่ได้ตัดส่วนที่ไม่สำคัญออกจึงเหลือเพียงรายละเอียดที่พวกนางควรทราบเท่านั้น
ในที่สุด สี่ผู้คุ้มกันก็ได้พบกับประมุขของพวกนางอีกครั้ง
ยามนี้ เชียนเชียนหลบอยู่หลังหนิงฝาน โผล่หน้าน้อยๆออกมามองผู้คุ้มกันทั้งสี่
พวกนางทั้งสี่คนเป็นใคร?
“ท่านประมุข รู้หรือไม่ว่าพวกเราเป็นห่วงท่านมากขนาดไหน! หากไม่สยบผนึกราชาอัสนีเอาไว้ การวิวัฒนาการของท่านก็อยู่ในความเสี่ยงใหญ่หลวง ทั้งท่านยังหายตัวไปถึงร้อยปี! หากครั้งหน้าท่านยังคิดหนีไปอีก อย่าได้ตำหนิว่าใจร้าย ขังท่านไว้ในบ่ออัสนี!”
หลานเสี่ยวเชียนขมวดคิ้วพลางตำหนิเชียนเชียนน้อย ส่วนเชียนเชียนน้อยก็แยกเขี้ยวยิงฟันใส่ สตรีนางนี้ดุมาก!
“ท่านประมุข! เหตุใดท่านออกท่องเที่ยวไปทั่วเช่นนี้! ท่านซุกซนเกินไปแล้ว ข้าบอกแล้วว่าอย่างออกไปที่ใด แต่สุดท้ายท่านก็หนีออกไปจนได้ รู้หรือไม่ว่าพวกเราเป็นห่วงท่านมาก ไม่เพียงแค่พวกเรา ผู้คนในโลกอัสนีอีกมากมาย บุปผาและพืชพรรณก็เช่นกัน… หากท่านอยากออกไปข้างนอก ขอเพียงบอกพวกเรา พวกเราจะ…”
หลานเสี่ยวหยูบ่นกล่าวไปอีกพักหนึ่ง เชียนเชียนน้อยมองนางพลางส่ายหน้า สตรีคนนี้พูดมาก น่ากลัวกว่าคนเมื่อครู่เสียอีก
“ท่านประมุข ท่านจะแหกฎไม่ได้! ตามกฎข้อที่สิบเจ็ดของวังอัสนีสุดขั้วเรา ยามที่ท่านวิวัฒนาการกายอัสนี จะออกไปที่ใดไม่ได้… กฎข้อที่สามสิบเอ็ด ท่านเป็นประมุขไม่ควร… กฎของที่เจ็ดสิบเก้า ตัวท่านที่เป็นประมุขไม่ควร…”
หลานเสี่ยวฉิงราวกับอ่านกฎออกมาไม่หยุด เชียนเชียนน้อยก็ส่ายหน้า สตรีที่ดูเป็นคนคร่ำครึกเช่นนี้ไม่น่าคบ
“ฮือ ฮือ ฮือ… ท่านประมุขดูแบบบางยิ่ง บ่าวเป็นห่วงนัก… ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ…” หลานเสี่ยวโหรวร้องไห้ไม่หยุด
เชียนเชียนบุ้ยปาก สตรีนางนี้ชอบร้องไห้ พูดมากไม่หยุด น่ากลัวไม่แพ้กัน
“ท่านพ่อ สตรีเหล่านี้น่าหวาดกลัว เรากลับบ้านดีกว่า…” เชียนเชียนอ้อนหนิงฝาน
ท่านพ่อ!
สตรีทั้งสี่ขมวดคิ้วพลางหันมองหนิงฝาน
หากเป็นอยู่ต่อหน้าประมุขวัง พวกนางคงแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาเต็มที่ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น ก็ต้องรักษาหน้าเอาไว้บ้าง
“คุณชายหนิง ท่านยังไม่ได้อธิบายเลยว่าเหตุใดท่านประมุขถึงเรียกขานท่านว่าบิดา?” พวกนางกล่าวถาม
เรื่องนี้เกี่ยวข้องชื่อเสียงของวังอัสนีสุดขั้ว พวกนางจึงต้องกล่าวถาม
“เชียนเอ๋อร์สูญเสียความทรงจำก็เลย…”
หนิงฝานอธิบายให้พวกนางฟังอย่างสรุป ทำให้พวกนางจ้องมองหนิงฝานด้วยความเห็นใจ
“คุณชายคงไม่ทราบ ท่านประมุขของเราเกลียดบุรุษมาก โดยเฉพาะกับคนที่ชั่วร้าย จักรพรรดินีขาวรุ่นก่อน บาดเจ็บร้ายแรงเพราะเซิ่นหลัว จนเมื่อเวลาล่วงเลยไป… หากความทรงจำของประมุขกลับมา และรู้ว่านางเรียกขานท่านว่าบิดา บางที…”
หลานหยุนเซียนเกลียดบุรุษ? อืม… มีข่าวลือเรื่องนี้ในแดนสวรรค์ตะวันออกเช่นกัน แต่เรื่องที่เกลียดคนฝ่ายอธรรม เป็นครั้งแรกที่เคยได้ยิน
“แต่ประมุขเรายึดถือในบุญคุณมาก ท่านเป็นผู้ช่วยชีวิตนาง ไม่ว่าอย่างไรนางคงไม่ตอบแทนท่านด้วยการเป็นศัตรู เรื่องนี้คุณชายวางใจได้”
แค่นั้นก็ดีแล้ว
“คุณชายนำประมุขนิกายมาส่ง ถือเป็นผู้มีพระคุณของวังอัสนีสุดขั้ว พวกข้าไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณของคุณชายอย่างไร… หากคุณชายมีคำขอใด ขอเพียงเป็นเรื่องเหมาะสม วังอัสนีสูงสุดจะทุ่มสุดความสามารถเพื่อทำตามคำขอท่าน” สตรีทั้งสี่กล่าว
“อืม… เรื่องใดก็ได้หรือ?” หนิงฝานจ้องมองสำรวจพวกนางทั้งสี่พลางขบคิด ทำให้พวกนางหน้าแดงระเรื่อ ไม่นานพวกนางก็ขบฟันกล่าว
“ถูกแล้ว ไม่ว่าเรื่องใด! หากต้องการพวกข้า… ก็ย่อมได้! แต่ท่านต้องคืนประมุขให้เรา!”
ไม่ว่าคำขอใด… พวกนางจงรักภักดีต่อเชียนเอ๋อร์มาก
การได้กระถางขัดเกลาเป็นขุนนางเซียนย่อมเป็นเรื่องดี หากได้ขัดเกลาผสาน ระดับพลังสมควรเพิ่มพูนขึ้นมาก แต่พวกนางทั้งสี่เป็นคนที่เชียนเชียนไว้ใจ และสนิทสนมกันมาก หากนำพวกนางมาเป็นกระถางขัดเกลาก็เท่ากับทำร้ายจิตใจเชียนเชียน… หนิงฝานสามารถขอพวกนางเป็นกระถางขัดเกลาได้ แต่เขาไม่ทำ
ผลลัพธ์เช่นนี้เป็นที่น่าพึงพอใจ อย่างน้อยเขาก็มอบเชียนเอ๋อร์ให้พวกนางอย่างวางใจ
“ช่างเถิด ข้าแค่พาเชียนเอ๋อร์มาส่ง ไม่ได้ต้องการสิ่งใด พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า… พวกเจ้ามีอัสนีมากพอสำหรับการวิวัฒนาการของเชียนเอ๋อร์หรือไม่?”
“อัสนีที่พวกเราเก็บกักไว้ยังไม่พอ แต่ก็ขาดอีกไม่มาก เพียงซื้อหาสมบัติธาตุอัสนีจำนวนมากในแดนสวรรค์ตะวันออกก็น่าจะพอ…” หลานเสี่ยวโหรวกล่าว แต่อีกสามคนส่งสายตาว่าไม่ควรกล่าวต่อ
ไม่ควรกล่าวต่อ เพราะเป็นความลับของวังอัสนีสุดขั้ว
“อะไรนะ? อัสนีไม่พอให้กายอัสนีของเชียนเอ๋อร์วิวัฒนาการ?” หนิงฝานเป็นห่วงความปลอดภัยของเชียนเชียนมาก แม้จะรู้ดีว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับความลับของวังอัสนีสุดขั้ว แต่จำเป็นต้องกล่าวถาม
“นี่… ช่างเถิด คุณชายเป็นผู้มีพระคุณของเรา ไม่ใช่คนนอก ย่อมสมควรรู้เรื่องนี้… คุณชายสมควรเคยได้ยินเรื่องเมื่อสี่สิบห้าล้านปีก่อน เรื่องที่เซิ่นหลัวสร้างหายนะในแดนสวรรค์ตะวันออกเป็นครั้งแรกใช่หรือไม่?”
“ข้าเคยได้ยินแล้ว”
“เซิ่นหลัวคือคนชั่วที่ทรงพลัง เรื่องนี้คุณชายสมควรได้ยินมาบ้างแล้ว แต่ก็มีบางเรื่องที่ยังไม่เคยได้ยิน ในวันนั้น เซิ่นหลัวมาเยือนดาราอัสนีสามพันเพื่อชิงสมบัติ ยามนั้น จักรพรรดินีขาวรุ่นก่อนเป็นผู้ปกครองวังอัสนีสุดขั้ว…”
พวกนางทั้งสี่ทอดถอนใจ พลางบอกเล่าเรื่องราวในอดีต
เดิมทีประมุขวังอัสนีสุดขั้วทุกรุ่นจะบรรลุกายอัสนีผันแปรที่เก้า และการวิวัฒนาการของกายอัสนีผันแปรที่เก้านั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง หากล้มเหลว ร่างกายจะแหลกสลาย เพราะทั่วทั้งร่างของคนนั้นล้วนอัดแน่นด้วยอัสนี
ประมุขวังอัสนีสุดขั้วรุ่นแรก ประสบโชควาสนา ได้ครอบครองสมบัติเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายแตกสลาย ต่อให้วิวัฒนาการล้มเหลว ร่างก็ไม่แหลกสลาย
สมบัติชิ้นนั้นคือผนึกราชาอัสนี… แต่สมบัติชิ้นนั้นถูกเซิ่นหลัวชิงไป กระทั่งยามนี้ยังไม่รู้อยู่ใด
“แต่ถึงอย่างไร พวกเรายังทุ่มเททุกวิถีทาง แม้ไม่มีผนึกราชาอัสนีปกป้องร่างกาย แต่ด้วยความเข้าใจเต๋าแห่งอัสนี พวกเราได้สร้างกระจกอัสนีประกายขึ้นสามบาน มีพลังในการป้องกันร่างกายเช่นกัน ใช้กับการวิวัฒนาการของท่านประมุขจนถึงกายอัสนีผันแปรที่แปด แต่กับกายอัสนีผันแปรที่เก้า ก็ยังเป็นอันตรายมากอยู่ดี หากการวิวัฒนาการล้มเหลว ก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะรักษาชีวิตของประมุขได้ แต่ปัญหาก็คือ ยามนี้ กระจกทั้งสามบานไม่ได้อยู่กับพวกเรา มีผู้นำมันไป…”
เมื่อกล่าววถึงเรื่องนี้ พวกนางทั้งโกรธทั้งอับอาย
หากเป็นร้อยปีก่อน กระจกเหล่านั้นยังอยู่กับวังอัสนีสุดขั้ว สมควรช่วยชีวิตของประมุขวังได้หากการวิวัฒนาการล้มเหลว
แต่ยามนั้น ยามที่เชียนเชียนหายตัวไป แม้วังอัสนีสุดขั้วจะปิดข่าวอย่างดี ก็ยังมีข้อมูลรั่วไหล เหล่าผู้ที่คิดหาประโยชน์ได้เข้ามา ส่วนวังอัสนีสุดขั้วก็เหลือเพียงพวกนางที่คอยปกป้อง
แม้คนเหล่านั้นไม่กล้าทำลายวังอัสนีสุดขั้ว แต่พวกมันอาศัยคนจำนวนมาก ก่อเรื่องให้กับวังอัสนีสุดขั้วหลายครั้ง อ้างว่าขอหยิบยืมกระจกอัสนีประกาย เมื่อประมุขวังกลับมาเมื่อใดจะคืนให้ พวกนางจึงต้องจำยอมส่งกระจกอัสนีประกายให้ไป
และยามนี้ประมุขวังกลับมาแล้ว สมควรแก่เวลาไปนำกระจกเหล่านั้นคืนมา
“เชิญคุณชายอาศัยอยู่ในวังอัสนีสุดขั้วก่อน พวกข้ามีธุระต้องจัดการ หากขาดตกบกพร่องสิ่งใดต่อท่าน พวกข้าก็ขออภัยด้วย”
“อืม พวกเจ้าไปเถอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องข้า”
แล้วพวกนางก็แบ่งกันเป็นสองกลุ่ม หนึ่งออกไปซื้อหาสมบัติธาตุอัสนี อีกหนึ่งไปทวงกระจกอัสนีประกายคืน
ผ่านไปไม่กี่วัน กลุ่มที่ซื้อหาสมบัติธาตุอัสนีกลับมาพร้อมกับสมบัติที่ครบพร้อม อีกกลุ่มกลับมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บ และไม่ได้กระจกกลับมา
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” หนิงฝานขมวดคิ้วพลางกล่าวถาม
“พวกข้าไร้ความสามารถ ทวงกระจกคืนไม่สำเร็จ…” หลานเสี่ยวฉิง และหลานเสี่ยวโหรวก้มหน้าด้วยความอับอาย
คนพวกนั้นหาญกล้า แม้จะรู้แล้วว่าประมุขวังกลับมา แต่ยังกล้าไม่คืนกระจกอัสนีประกายให้ ราวกับไม่เห็นวังอัสนีสุดขั้วในสายตา
‘วังอัสนีสุดขั้ว? นอกจากจักรพรรดินีขาวหลานหยุนเซียนก็มีพวกเจ้ากระถางขัดเกลาทั้งสี่ ฮึ่ม! ต่อให้หลานหยุนเซียนกลับมา นางก็ยังอยู่ในช่วงวิวัฒนาการกายอัสนี ไม่มีปัญญามาปกป้องพวกเจ้าหรอก! หากพวกเจ้ายังบังคับข้าอยู่เช่นนี้… ฮ่าฮ่า…’
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เหล่านั้นกล่าว พวกนางจึงขบฟันด้วยความแค้น
พวกนางไม่แข็งแกร่งเท่าคนเหล่านั้น พวกนางจะทำอันใดได้
อีกอย่าง ในบรรดาคนเหล่านั้นยังมีขุมกำลังหนุนหลังที่ไม่ธรรมดา เป็นขุมกำลังระดับจักรพรรดิเซียน
“เห้อ… แม้ประมุขจะไม่ชอบบุรุษ แต่ยังมีราชาเซียนบางคนที่เป็นสหาย แต่ถึงพวกเราทั้งสี่จะไปขอร้องให้ช่วย ก็อาจไม่เป็นประโยชน์อันใด…” ทั้งสี่เศร้าใจ
สหายของประมุขวังมีไม่มาก อีกอย่าง คนเหล่านั้นคงไม่อยากเป็นศัตรูกับจักรพรรดิเซียน
“บอกข้า ผู้ใดเอากระจกไป มีขุมกำลังใดหนุนหลัง…”
หนิงฝานลุกยืนพลางขมวดคิ้ว
“ข้าจะช่วยพวกเจ้าเอง!”
หากกระจกอัสนีประกายจำเป็นต่อการวิวัฒนาการกายอัสนีของเชียนเชียน หนิงฝานจะเป็นคนเอาพวกมันกลับมาเอง!...