- หน้าแรก
- ระบบสังหารไร้เทียมทาน
- บทที่ 16 ช่วยชีวิต
บทที่ 16 ช่วยชีวิต
บทที่ 16 ช่วยชีวิต
บทที่ 16
ลู่จ้านที่ถูกเตะกระเด็นออกไป มองเห็นดาบยาวของหวงชางชิงใกล้จะฟันใส่ลู่หยุนเข้าไปทุกที เขาอดไม่ได้ที่จะหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดในใจ
เขาได้พยายามสุดความสามารถแล้ว ทว่ากลับไร้ซึ่งผลลัพธ์ใด ๆ เขาแทบจะจินตนาการได้อยู่แล้วว่าจุดจบของทั้งหมดจะเป็นเช่นไร
“เคร้ง!”
เสียงใสดังขึ้นมาแทนที่จะเป็นเสียงเนื้อฉีกเลือดสาดอย่างที่ลู่จ้านจินตนาการไว้ จนเขาอดไม่ได้ต้องลืมตาขึ้นมอง
พอลืมตา ลู่จ้านถึงกับขยี้ตาตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา แล้วก็ต้องยอมรับในที่สุดว่า บุรุษที่ยืนขวางหน้าเหลียงป๋อและลู่หยุน ปัดป้องการโจมตีของหวงชางชิงเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่ใครอื่น...แต่เป็นเย่เฉิน!
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า เย่เฉิน ผู้ที่ไม่เคยโอ้อวดฝีมือ ไม่เคยเข้าร่วมสนทนากับพวกเขา กลับเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มของตน!
“พี่เย่!” ใบหน้าของลู่หยุนในตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างหาที่เปรียบมิได้ เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมคนนี้จะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือตนในช่วงเวลาเป็นตาย
แต่คนที่มีสีหน้าซับซ้อนที่สุดในยามนี้ ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก เหลียงป๋อ เพราะตลอดที่ผ่านมา คนที่ระแวงสงสัยเย่เฉินที่สุดก็คือตัวเขาเอง
เขาเคยกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจว่า เย่เฉินอาจจะเป็นพวกเดียวกับหวงชางชิง ไม่เช่นนั้นทำไมถึงได้สงบเยือกเย็นเช่นนั้นมาตลอดตั้งแต่ต้น
จนถึงตอนนี้ เขาถึงได้ตระหนักว่า ความสงบนิ่งของเย่เฉิน ไม่ใช่เพราะเขาเป็นพวกเดียวกับศัตรู แต่เป็นเพราะเขามั่นใจในฝีมือของตนต่างหาก!
เย่เฉินหันกลับมามองลู่หยุน ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า
“ข้าเคยบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าข้าจะปกป้องตนเองให้ดี แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้...ข้าต้องปกป้องพวกเจ้าด้วยแล้วล่ะ”
“พี่เย่ ระวังตัวด้วยนะ!” แม้ว่าลู่หยุนจะมั่นใจในตัวเย่เฉินเพียงใด แต่เขาก็ยังอดที่จะเอ่ยเตือนออกมาไม่ได้
เมื่อเห็นว่าเย่เฉินสามารถต้านการโจมตีของตนได้ หวงชางชิงก็เริ่มแสดงสีหน้าเคร่งเครียด เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำว่า
“เจ้าหนุ่ม ข้าดูออกว่าเจ้ากับพวกตระกูลลู่ ไม่ได้เกี่ยวดองกันเลย ข้าขอเตือนว่าอย่ามายุ่งให้มากนัก!”
เย่เฉินกล่าวตอบอย่างเฉยชา
“เจ้าจะฆ่าใครข้าก็ไม่สน แต่ลู่หยุนเรียกข้าว่าพี่ชาย ในเมื่อเขาเป็นน้องข้า ข้าจะปล่อยให้เขาถูกรังแกได้อย่างไร”
คำพูดนี้ทำให้หวงชางชิงรู้ได้ทันทีว่า พวกเขาจะต้องปะทะกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาจึงกล่าวด้วยเสียงเย็นชา
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าหาว่าข้าไม่ปราณี!”
“เพลงดาบตัดวายุ!”
ทันทีที่เริ่ม หวงชางชิงก็ใช้ไม้ตายทันที เห็นได้ชัดว่า เขาเองก็รู้สึกถึงคลื่นพลังจากเย่เฉิน
เย่เฉินยกกระบี่ขึ้นรับ ด้วยเพลงกระบี่ฟ้าคำราม เขาไม่กล้าประมาท เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นห้าปลาย ใกล้จะแตะขั้นหกเข้าไปเต็มที
เสียงดาบปะทะกระบี่ “ฉัวะ!”
คลื่นพลังกระบี่ปะทะคลื่นพลังดาบ
สุดท้ายก็ยังเป็นพลังของหวงชางชิงที่เหนือกว่าระลอกหนึ่ง
และท้ายที่สุดแรงปะทะทำให้เย่เฉินผละถอยเล็กน้อย
แต่นั่นก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะกระบวนท่าที่เย่เฉินใช้เป็นเพียงกระบวนท่าเบื้องต้น
ของวิชากระบี่เท่านั้น ในขณะที่เพลงดาบตัดวายุของอีกฝ่าย เป็นไม้ตายระดับสูงสุดของวิชาดาบตระกูลหวง ซึ่งพลังใกล้เคียงกับวิชาขั้นลึกลับ ระดับล่างเลยทีเดียว
แม้เย่เฉินจะมีพลังปราณแท้ที่เหนือกว่า แต่นั่นก็ทดแทนได้เพียงราวหนึ่งถึงสองขั้นเท่านั้น ในเมื่ออีกฝ่ายเหนือกว่าสามขั้น การที่เขาเสียเปรียบเพียงเล็กน้อย จึงถือว่าน่าทึ่งอย่างยิ่งแล้ว!
“ฮ่า ๆ ๆ ที่แท้เจ้าก็แค่ปรมาจารย์ขั้นสองปลาย ข้านึกว่าเจ้าจะเก่งกว่านี้เสียอีก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถอะ!”
เมื่อได้ประมือกันจริง ๆ หวงชางชิงก็เข้าใจแล้วว่า เย่เฉินแข็งแกร่งเพียงใด...และยังห่างชั้นจากเขาอยู่แค่ไหน!
ก่อนหน้านี้ เย่เฉินที่จู่ ๆ ก็ลงมือแถมยังใช้วิชาปิดซ่อนลมปราณ หวงชางชิงจึงไม่เคยคิดเลยว่า เพียงยอดฝีมือขั้นสองปลายอย่างเย่เฉิน จะสามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้
แม้จะรู้สึกแปลกใจที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งสามารถฝึกฝนจนมีระดับพลังเช่นนี้ แต่สิ่งที่ตามมาต่อจากความประหลาดใจก็คือความอิจฉาและจิตสังหาร!
เขาชิงชังผู้มีพลังยุทธเหนือกว่าเขาโดยเฉพาะผู้เยาว์อย่างเย่เฉิน!
ขณะที่ลู่จ้านกับ เหลียงป๋อ ที่เพิ่งจะมีความหวังในชีวิตเพียงชั่วครู่ กลับต้องรู้สึกเย็นยะเยือกลงอีกครั้ง หัวใจตกวูบลงอย่างไม่อาจควบคุม
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและขื่นข่มในเวลาเดียวกัน
แม้เย่เฉินจะอายุน้อยแต่ก็สามารถฝึกถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสองปลาย
ได้นั้นถือว่ายอดเยี่ยมยิ่งแล้ว
แต่ในเมื่อหวงชางชิงเป็นถึงยอดฝีมือของตระกูลหวง ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นหกธรรมดา ยังไม่แน่ว่าจะสู้เขาได้
แม้เย่เฉินจะแข็งแกร่ง แต่เกรงว่าอาจยังไม่สามารถต่อกรด้วยได้
มีเพียงลู่หยุนเท่านั้น ที่ยังคงเชื่อมั่นในตัวเย่เฉินอย่างแน่วแน่
“พี่เย่ต้องชนะแน่นอน ต้องชนะแน่ ๆ!”
ลู่จ้านกับ เหลียงป๋อสบตากัน ต่างพากันส่ายหน้าและถอนหายใจ เบื้องหน้าพวกเขาตอนนี้ คงทำได้เพียงปล่อยให้สวรรค์ลิขิตแล้ว
เย่เฉินได้ยินคำกล่าวของหวงชางชิงก็เพียงกล่าวตอบอย่างราบเรียบ
“คำพูดนั้น ข้าเองก็อยากจะพูดเช่นเดียวกันกับเจ้า”
“เจ้ารนหาที่ตาย!” หวงชางชิงตะโกนลั่น ก่อนจะฟันดาบออกไปเต็มแรง “เพลงดาบตัดวายุ!”
ภายใต้พลังปราณ ดาบแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังขนาดใหญ่ยาวนับสิบเมตร พุ่งทะยานเข้าหาเย่เฉินอย่างน่าสะพรึง
ผู้คนรอบด้านล้วนถอยห่างออกไปหลายก้าวด้วยแรงสะเทือนที่โถมซัดเข้ามา แม้แต่ยอดฝีมือบางคนที่บาดเจ็บ ก็ยังแทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่
แม้หวงชางชิงจะยังใช้ดาบตัดวายุนี้ได้ไม่สมบูรณ์
แต่กระนั้น ท่าไม้ตายนี้ก็ยังสามารถเอาชนะยอดฝีมือ
ที่ไม่มีวิชาระดับลึกลับได้อย่างไม่ยากเย็น
“จันทรา!”
เย่เฉินเองก็ตอบโต้กลับด้วยกระบวนท่าที่สองของวิชากระบี่อัสดง
กระบี่เคลื่อนไหว ร่างเคลื่อนไหว เงากระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งกับเงาร่าง พริ้วไหวดั่งสายลม แม้จะออกกระบี่ทีหลัง แต่กลับไปถึงก่อน คลื่นกระบี่ทะยานตรงเข้าใส่หวงชางชิง
“อะไรนั่น!”
หวงชางชิงตกใจสุดขีด ไม่คาดคิดเลยว่า กระบวนท่ากระบี่อัสดงของเย่เฉินจะเร็วกว่าดาบตัดวายุของเขาเสียอีก!
เขาไม่กล้าชะงักแม้เพียงเสี้ยววินาที รีบเปลี่ยนทิศทางดาบเข้าปะทะกระบี่ของเย่เฉิน
โครม!
กระบี่ปะทะดาบ คลื่นกระบี่ของเย่เฉินบดขยี้คลื่นดาบของหวงชางชิงจนแหลกสะบั้น แถมยังพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง!
หวงชางชิงรีบต้านรับไว้ได้ทัน แต่กลับถูกแรงกระแทกจนร่างกระเด็นถอยออกไป พร้อมกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างอัดอั้น
เพราะการเปลี่ยนทิศทางโจมตีอย่างฉับพลัน ทำให้พลังของดาบตัดวายุลดลงอย่างมหาศาล แม้เขาจะเตรียมรับไว้ แต่สุดท้ายก็ยังถูกแรงปะทะกระแทกจนบาดเจ็บเล็กน้อย
“เจ้าหนุ่ม! เจ้าทำให้ข้าโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว! เจ้าต้องตาย! รับกระบวนท่านี้ไปเพลงดาบตัดวายุ!”
หวงชางชิงในยามนี้สายตาแดงก่ำดั่งคนเสียสติ ตวัดดาบออกไปอีกครั้งด้วยท่าไม้ตายที่รุนแรงกว่าครั้งก่อนหลายเท่า
แต่กระบวนท่าเพลงดาบตัดวายุนี้ เขายังฝึกได้ไม่เชี่ยวชาญ พลังของมันยังแสดงออกมาไม่ถึงครึ่งหนึ่งของที่ควรจะเป็น
“วิชาแสงเหนือพิรุณฟ้า...”
เย่เฉินกล่าวจบ แสงกระบี่ส่องประกายขึ้นเพียงแวบเดียว
จากนั้น เย่เฉินก็เก็บกระบี่เข้าฝักด้วยท่วงท่าที่สงบเยือกเย็น ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับสวรรค์ไม่เคยมีการสั่นไหว
“ระวังตัว!”
“หลบเร็ว!”
ลู่จ้านกับ เหลียงป๋อร้องตะโกนลั่นด้วยความร้อนรน
ทว่า เย่เฉินกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
ขณะที่คลื่นดาบของหวงชางชิงพุ่งมาจนถึงเหนือศีรษะของเขา มันกลับสลายหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับสายลม และเมฆหมอก...
ดวงตาของหวงชางชิงเบิกโพลง ความไม่เข้าใจและไม่ยอมรับฉายชัดอยู่ในแววตาร่างของเขาล้มลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
จนถึงลมหายใจสุดท้าย...เขาก็ยังไม่รู้เลยว่า...ตนตายได้อย่างไร
ในห้วงสุดท้ายที่มองเห็นมีเพียงแสงกระบี่ส่องประกายขึ้นวูบหนึ่ง...เท่านั้นเอง!