- หน้าแรก
- นักล่าอสูรเข็มทิศแห่งทุ่งร้าง
- บทที่ 11 ไม่มีคาถาที่ไม่ปลอดภัย
บทที่ 11 ไม่มีคาถาที่ไม่ปลอดภัย
บทที่ 11 ไม่มีคาถาที่ไม่ปลอดภัย
“ประกาศถึงนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง คณะเก้าอวี้ มหาวิทยาลัยที่หนึ่ง ชั้นปีที่ 08-1 ภาคดาราศาสตร์
เครื่องแบบ: ชุดคลุมประจำคณะสีแดงล้วนแบบมาตรฐาน จำนวนสองชุด (แบบยาวและแบบสั้น) ตัดเย็บด้วยผ้าไหมหนาวเย็น ทรงคอไขว้ ปลายขวาทับซ้าย
ถุงมือทำงานเจ็ดคู่หนึ่งชุด ทำจากวัสดุที่ใช้ในงานเล่นแร่แปรธาตุหรือฟอกจากหนังสัตว์อสูร (หนังมังกรร้าย หนังเนื้อทราย หรือหนังฉลาม ล้วนใช้ได้)
ผ้าคลุมไหล่สีดำหนึ่งผืน (แบบมาตรฐาน สามารถสวมคู่กับเข็มขัดผ้าไหมได้)
หมายเหตุ: บัตรนักศึกษาจะถูกผลิตและแจกจ่ายโดยทางมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ตำราเรียน (ภาคบังคับ): 《คาถามาตรฐาน·มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง》 เขียนโดย เหยาเสี่ยวหมี่
《อักษรแห่งท้องฟ้า·มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง》 เขียนโดย เอ็มมา-ไนท์ลี่
《ยันต์พื้นฐาน·มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง》 เขียนโดย จางห่วยกู่ และ ซือหม่า หยางอวิ๋น
《ยามาตรฐาน·มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง》 เขียนโดย หลี่ฉีหวง
《พื้นฐานอี้เสวี่ย·มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง》 เขียนโดย อี้เจี่ยจื่อ
《ประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่·ประวัติศาสตร์โลกยุคใกล้และยุคใหม่》 จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์การศึกษาของจอมเวท จัดทำโดยคณะกรรมการเรียบเรียงประวัติศาสตร์ยุคใกล้และยุคใหม่แห่งพันธมิตรจอมเวท
《ปรัชญาแห่งเวทมนตร์》 จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยที่หนึ่ง เขียนโดย คาร์ล-ชเทราส์
หมายเหตุ: ตำราวิชาเลือกอื่น ๆ สามารถยืมได้จากหอหนังสือ “ซานซู” ของคณะเก้าอวี้
อุปกรณ์: หนังสือจอมเวท (แบบมาตรฐานระดับหนึ่ง ต้องสามารถบรรจุคาถาได้อย่างน้อยห้าบท)
เตาเล่นแร่แปรธาตุ (ระดับสามเปลวไฟหรือต่ำกว่าใช้ได้)
ชุดภาชนะหยกหนึ่งชุด (แบบมาตรฐาน หมายเลขสาม)
หมายเหตุหนึ่ง: กระดาษยันต์ ปากกาวาดยันต์ และอุปกรณ์อื่นๆสามารถเตรียมมาเองได้หรือจะขอทรัพยากรการเรียนที่เกี่ยวข้องจากอาจารย์ประจำวิชานั้นก็ได้
หมายเหตุสอง: ห้ามนำสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเป็นอันตรายร้ายแรงหรือมีพลังโจมตีสูงเข้ามา ห้ามนำสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการรับรองจากสถาบันนานาชาติว่า “เป็นอันตรายในความหมายโดยทั่วไป” เข้ามา และห้ามนำหุ่นเชิดที่สร้างขึ้นจากเวทมนตร์มืดเข้ามาโดยเด็ดขาด
หมายเหตุสาม: โปรดนำเครื่องวัดเวลาแบบมาตรฐานมาด้วย
“เครื่องวัดเวลาแบบมาตรฐานนี่คืออะไรเหรอ?”
“ก็คือนาฬิกากลไก นาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ หรือนาฬิกาอะตอมพวกนั้นที่สามารถวัดเวลาได้อย่างแม่นยำ โรงเรียนหมายความว่า ห้ามพวกเธอนำเครื่องวัดเวลาแบบไม่มาตรฐานอย่างพวกนาฬิกาทราย นาฬิกาแดด หรือแม้แต่ไก่ขันเข้ามา เพราะในช่วงหนึ่งนักศึกษาชอบวางไก่ไว้บนบ่าแล้วเดินไปทั่ว พอขี้ไก่กระจายเต็มพื้นไปหมดจนฝ่ายดูแลอาคารไม่พอใจอย่างมาก ดังนั้นตอนนี้โรงเรียนเลยกำหนดให้ใช้เครื่องวัดเวลาแบบมาตรฐานเท่านั้น”
“แต่ทำไมเราต้องพกเครื่องวัดเวลาด้วยล่ะ?”
“เพราะภารกิจของจอมเวทคือการรับรู้โลกนี้อย่างแม่นยำ และ ‘เวลา’ คือหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานที่สุดของทุกสิ่ง เพื่อให้ทุกอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น โรงเรียนจึงกำหนดให้นักศึกษาต้องพกเครื่องวัดเวลาแบบมาตรฐานไว้เสมอ”
“มาตรฐานของทุกสิ่งงั้นเหรอ?” เจิ้งชิงรู้สึกเข้าใจได้ยากเล็กน้อย
“ใช่ มาตรฐานของทุกสิ่ง ตั้งแต่ใหญ่ไปเล็ก ตั้งแต่ระยะทางจนถึงน้ำหนัก ตั้งแต่ค่าสายตาสั้นของดวงตาไปจนถึงระดับวิชาชีพของจอมเวท ‘เวลา’ คือมาตรวัดสูงสุดของสรรพสิ่ง เมื่อสามร้อยปีก่อนในการประชุมมาตรฐานจอมเวทครั้งที่ห้า หน่วยเวลาถูกกำหนดให้แทนที่มาตรวัดแบบอื่นทั้งหมดกลายเป็นพื้นฐานของทุกมาตรฐานในโลกนี้”
“ถึงจะพอเข้าใจที่พูดมา...แต่ทำไมต้องเป็นแบบนั้นล่ะ?”
“นั่นแหละคือเหตุผลที่เธอต้องมาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไง”
“ที่ผิงหยางมีที่ขายของพวกนี้ไหม?” เจิ้งชิงมองกระดาษรายการที่เขียนไว้อย่างชัดเจนบนแผ่นกระดาษ ก่อนจะค่อยๆอ่านและถามออกมาอย่างประหลาดใจ
“ที่นี่ไม่มีหรอก แต่สามารถไปหาที่อื่นได้ ถึงจะอยู่ไกลหน่อยก็เถอะ... จริงๆแล้วที่นี่ก็ไม่มีชุมชนของจอมเวทในความหมายที่แท้จริงหรอก มากที่สุดก็แค่มีตลาดเล็กๆบางแห่งซึ่งก็ไม่มีของที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานขายอยู่ดี ต้องเข้าใจก่อนว่าแหล่งรวมของจอมเวทจริงๆนั้นหาได้ยากมาก ทั้งประเทศจีนมีอยู่แค่สามหรือสี่แห่งเท่านั้น” โธมัสซึ่งเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ดีและอดทนก็ไม่รังเกียจจะอธิบายให้เจิ้งชิงเข้าใจ
“อยู่ที่ไหนเหรอ? หรือว่าเป็นสถานที่ที่คนธรรมดามองไม่เห็น?” เจิ้งชิงกระพริบตาถาม
“ใช่” โธมัสตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
“ฮึ่มฮ่า!” เจิ้งชิงส่งเสียงแปลกๆออกมา “ถ้าคนธรรมดารู้เข้าจะทำยังไงล่ะ?”
“อืม...” โธมัสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างจนใจว่า “แต่โดยปกติพวกเขาไม่ควรจะมองเห็นนะ แล้วเรื่องพวกนี้ก็มีหน่วยงานเฉพาะคอยตรวจสอบอยู่ ไม่ค่อยมีปัญหาเกิดขึ้นหรอก หรือถ้ามีจริงๆก็ไม่เป็นไรหรอกยังไงพวกเราก็ใช้เวทมนตร์ได้อยู่แล้ว... อ้อ ใช่สิ เธอบรรลุนิติภาวะหรือยัง?”
“กี่ขวบถึงจะถือว่าบรรลุนิติภาวะล่ะ?” เจิ้งชิงถามอย่างระมัดระวัง
“สิบแปด” โธมัสกระตุกหางตาเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเบา
“ฮะๆ ฉันนึกว่าพวกคุณคงใช้วิธีนับไม่เหมือนกันซะอีก” เจิ้งชิงพูดพลางเห็นเส้นผมเส้นหนึ่งบนศีรษะที่ตั้งชันอยู่รีบมุดหายเข้าไปในกลุ่มผมอื่นอย่างรวดเร็ว เขาพึมพำเสียงเบา “ฉันเกิดเดือนสี่ ตามปฏิทินจันทรคติ คงอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดแล้วล่ะ”
“หืม?” โธมัสขมวดคิ้ว ก่อนจะก้มหน้าลง พูดอย่างจริงจังว่า “ฉันอยากจะใช้วิธีที่สะดวกกว่านี้เพื่อไปถึงจุดหมายโดยตรง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นผู้ใหญ่ก่อนถึงจะทำได้ ดังนั้น...”
“รู้แล้วๆ!” เจิ้งชิงตื่นเต้นขึ้นมาทันที “หรือว่าจะเป็นคาถาหายตัวนั่นน่ะ? หรือว่าจะเป็นคาถาหายตัวแบบพาผู้ติดตามไปด้วย? หรือเป็นคาถาหายตัวแบบอื่นๆกันแน่?”
“แค่ก!” โทมัสกระแอมอย่างกระอักกระอ่วนก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆว่า “ถึงจะไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไรอยู่ แต่ก็พอเข้าใจความหมายนะ หรือว่าครูของเธอสอนอะไรพวกนี้ให้แล้ว? แต่ที่พวกเราเรียกกันทั่วไปคือ ‘การหลบเร้นเตรียมตัวให้พร้อม!”
พูดจบเขาก็ไม่รอให้เจิ้งชิงตอบมือใหญ่ของโทมัสคว้าแขนของอีกฝ่ายไว้ทันที ทันใดนั้นเองเสียงพึมพำแผ่วเบาดังขึ้น เจิ้งชิงรู้สึกเหมือนรูขุมขนทั้งสี่หมื่นแปดพันรูทั่วร่างกายสั่นสะท้านพร้อมกันอย่างน่าพิศวง ความรู้สึกเสียวซ่านราวกับระลอกคลื่นแห่งความสุขไหลผ่านทั้งร่าง แสงจ้าเจิดจ้าราวกับแทงทะลุตาเข้าไปในหัวสมอง ดวงตาเขาพร่าเลือนและในเสี้ยววินาทีต่อมาสติของเขาก็ดับวูบลง
เมื่อสติของเจิ้งชิงกลับคืนมาอีกครั้งความรู้สึกสบายจากเมื่อครู่ยังไม่จางหายไป ร่างกายยังคงอ่อนแรงเล็กน้อย รอบตัวมืดสนิทแต่จากเสียงผู้คนจอแจโดยรอบเขาพอจะเดาได้ว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยแล้ว
“ที่นี่มืดแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?” เจิ้งชิงถามออกไปด้วยเสียงตึงเครียด เมื่อไม่เห็นโทมัสอยู่ใกล้ๆก็เผลอตะโกนขึ้น
รอบข้างพลันเงียบกริบ
“ถ้าฉันเป็นเธอนะ การตะโกนลั่นทันทีหลังมาถึงที่ที่ไม่รู้จักแบบนี้คงไม่ใช่ปฏิกิริยาแรกแน่ๆ” เสียงของโทมัสดังขึ้นอย่างสบายๆอยู่ข้างหูของเขาพร้อมกับเสียงร่ายคาถาเบาๆดังแผ่วตามมา แต่ไม่ว่าเจิ้งชิงจะหันมองทางไหนก็ยังไม่เห็นตัวของอีกฝ่ายเลย
ทันใดนั้นเสียงร่ายคาถายังคงดังต่อเนื่อง ความรู้สึกแสบแปลบปนชาหน่อยๆแผ่ซ่านทั่วลูกตาของเจิ้งชิงราวกับมีบางสิ่งกำลังนวดดวงตาเขาอย่างแรงจนน้ำตาเอ่อออกมา เจิ้งชิงร้องเบาๆด้วยความเจ็บปนสบาย ใช้มือปิดตาแน่นแล้วกระพริบสองสามครั้ง
แสงแดดอ่อนโยนลอดผ่านช่องนิ้วส่องเข้าสู่ดวงตา เจิ้งชิงรีบลดมือลงทันทีและทันได้เห็นโทมัสกำลังเก็บสมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้ากระเป๋า ขณะเดียวกันผู้คนรอบข้างมากมายที่แต่งกายด้วยชุดประหลาดหลากหลายแบบต่างกำลังมองเขาด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น
“ดีมาก ดีมาก” โทมัสมีสีหน้าซีดเล็กน้อยดูเหมือนจะยังประหม่าอยู่แต่พอเห็นว่าเจิ้งชิงลืมตาขึ้นมาได้ เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ พลางพูดว่า “ฉันเชื่อมาเสมอว่า คาถาไม่เคยอันตรายหรอกมีแต่จอมเวทที่ใช้มันไม่ถูกเท่านั้นที่เป็นอันตราย… และดูเหมือนว่าฉันจะคิดถูกจริงๆ”
“แต่คุณไม่ได้บอกให้ผมหลับตานี่นา” เจิ้งชิงก้มหน้าลงเช็ดดวงตา พลางบ่นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ฉันตั้งใจให้เธอจำไว้ชัดๆว่าความปลอดภัยในการร่ายคาถามันสำคัญแค่ไหน แบบนี้จะทำให้เธอเข้าใจลึกซึ้งขึ้น มันจะเป็นประโยชน์กับเธอในอนาคตแน่นอน” โทมัสพูดอย่างไม่รู้สึกผิดสักนิดพร้อมตบไหล่เจิ้งชิงเบาๆราวกับเป็นเรื่องปกติ ดูเหมือนว่าการกลับมายังโลกนี้จะทำให้เขาดูผ่อนคลายและมีชีวิตชีวามากขึ้น จากชายในชุดสูทเนี๊ยบ ตอนนี้เสื้อผ้าของเขาได้เปลี่ยนกลายเป็นชุดคลุมยาวสีเทาตัวโคร่งแทน
“ที่นี่คือ ‘ตลาดเวท’ ที่คุณพูดถึงสินะ” เจิ้งชิงพูดพลางเกาแก้มอย่างประหม่า ขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะหันสายตามองไปรอบๆ ผมเส้นหนึ่งบนหัวเขาก็ชี้ตั้งขึ้นอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้
(จบบท)