- หน้าแรก
- นักล่าอสูรเข็มทิศแห่งทุ่งร้าง
- บทที่ 8 เจ้าคือพ่อมด
บทที่ 8 เจ้าคือพ่อมด
บทที่ 8 เจ้าคือพ่อมด
โทมัส คือชื่อของผู้สัมภาษณ์ของเจิ้งชิง
เขาเป็นชายหนุ่มชาวเยอรมัน ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้า รูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวสะอาด หนังตาหย่อนเล็กน้อย เบ้าตาลึก สันจมูกโด่งตรงทำให้ใบหน้าดูคมคายชัดเจน สวมสูทที่ตัดเย็บอย่างประณีตเข้าคู่กับเนกไทสีแดงเข้มและรองเท้าหนังขัดเงาดูราวกับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
หลังจากตรวจสอบจดหมายตอบรับเข้าเรียนเรียบร้อยแล้วโทมัสไม่ได้รบกวนครอบครัวของเจิ้งชิงมากนักแต่กลับเสนอให้เจิ้งชิงพาเขาเดินชมรอบๆเมืองแทน
พ่อแม่ของตระกูลเจิ้งดูเหมือนไม่ได้สงสัยอะไรเลย พวกเขามอบลูกชายให้กับคนแปลกหน้าอย่างวางใจเต็มที่
เมื่อยืนเหม่ออยู่กลางถนนเจิ้งชิงมองชายตรงหน้าที่กำลังเปิดแผนที่ในมือพลิกไปมา เขาแอบเช็ดเหงื่อพลางถามว่า
“คุณโทมัส ไม่ทราบว่าคุณอยากจะไปที่ไหนหรือครับ?”
“ฉันต้องคิดก่อนว่าจะไปยังตลาดฝั่งพวกเธอได้ยังไงดี”
โทมัสขมวดคิ้วมองแผนที่ในมือพลางนับนิ้วไปด้วยตอบว่า
“ในมหาวิทยาลัย เธอต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระ ต้องเตรียมของหลายอย่าง นอกจากนี้ก็เหมือนตอนมัธยม เธอยังต้องเตรียมตำราพื้นฐาน เครื่องเขียน อุปกรณ์ทดลอง ฯลฯ ตลาดนั้นของครบมากและพวกร้านค้าข้างในจะลดราคาช่วงก่อนเปิดเทอม เหมาะสำหรับเธอเลย”
“แต่…” เจิ้งชิงเหลือบมองซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังทั้งสองคนแล้วรู้สึกยิ่งสับสนกว่าเดิม “บนถนนก็มีร้านเครื่องเขียนอยู่ทั่วไม่ใช่เหรอครับ? ข้างหลังเราก็มีซูเปอร์มาร์เก็ตคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในผิงหยางนะครับ”
“ซูเปอร์มาร์เก็ต?” โทมัสถึงกับชะงักไปทันที คิ้วเขายกสูงขึ้น “เธอเคยซื้อของเข้าเรียนจากซูเปอร์มาร์เก็ตแบบนี้เหรอ?”
พูดพลางเขาก็หันกลับไปมองซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ฝั่งตรงข้ามถนนที่มีผู้คนแน่นขนัดอย่างพินิจพิเคราะห์
“ปกติผมซื้อที่ร้านเครื่องเขียนหน้าโรงเรียนครับ” เส้นผมปอยหนึ่งบนหัวของเจิ้งชิงชี้ฟูขึ้นอย่างหงุดหงิด เขาอธิบายด้วยเสียงไม่มั่นใจนัก “ผมหมายถึง ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้มีของเยอะ น่าจะมีเครื่องเขียนที่ผมต้องการบางอย่างนะครับ”
“เธอเรียนมัธยมที่ไหน?” โทมัสหรี่ตามองซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นต่อไปอย่างไม่ละสายตา
“ผิงหยางหมายเลขหนึ่ง โรงเรียนประจำจังหวัดครับ” พอพูดถึงตรงนี้ เจิ้งชิงก็รู้สึกมั่นใจขึ้นเล็กน้อย
“ไม่ๆๆ ฉันหมายถึง เธอเรียนมัธยมจริงๆที่ไหนกันแน่?”
“ก็ที่ถนนอีจงครับ เมื่อกี้เราสองคนยังเพิ่งผ่านหน้าโรงเรียนเก่าผมมาด้วยกันเลย”
“ขอโทษทีนะ ฉันหมายถึง… เธอเคยเรียนในโรงเรียนที่ค่อนข้างพิเศษบ้างไหม?”
ในที่สุดโทมัสก็หันกลับมา เขาดูมีท่าทีแปลกใจมือที่ถือแผนที่ทำท่าประหลาดๆพลางพึมพำว่า “โรงเรียนพิเศษแบบนั้นน่ะ?”
“ไม่เคยครับ!” เจิ้งชิงปฏิเสธทันที “เว้นแต่ว่าคุณจะนับโรงเรียนประจำจังหวัดว่าเป็นโรงเรียนพิเศษน่ะนะ”
“หรือว่าระบบเกิดปัญหาขึ้น?” โทมัสพับแผนที่เก็บแล้วหยิบอุปกรณ์บางอย่างที่ดูคล้ายโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า เขาเริ่มใช้มันส่องไปรอบๆร่างของเจิ้งชิงเสียงเครื่องดัง “ปี๊บๆ ติ๊ดๆ” อย่างต่อเนื่องตามการเคลื่อนไหวของเขา
เจิ้งชิงยืนมองไปรอบๆอย่างเก้ๆกังๆ ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี
“ไม่มีปัญหา!” หลังจากตรวจอยู่นาน โทมัสก้มดูเครื่องในมืออย่างละเอียดก่อนจะพยักหน้าอย่างโล่งใจ แล้วกลับส่ายหัวอีกครั้ง “ในเมื่อคนไม่มีปัญหา ก็งั้นปัญหาคงอยู่ที่อย่างอื่นแทนละมั้ง”
“เรื่องยุ่งยากเหรอครับ?” เจิ้งชิงเริ่มรู้สึกประหม่าถามขึ้นด้วยความระมัดระวัง “คุณโทมัส จะให้ผมไปบอกพ่อแม่ไหมครับ? หรือจะให้ผมไปบอกปู่ก็ได้”
“อ๋อ ไม่ต้องๆ” โทมัสรีบส่ายหัว เขามองหน้าเจิ้งชิงแล้วมองซองจดหมายขนาดใหญ่ในมือก่อนถอนหายใจเบาๆ “แค่ต้องหาที่เงียบๆคุยกับเธอสักหน่อยเท่านั้นเอง… เฮ้อ เป็นผู้สัมภาษณ์นี่ไม่ใช่งานสบายเลยจริงๆ… ไปนั่งที่ร้านน้ำชานั่นดีกว่า ฉันไม่ชอบกาแฟ แล้วเธอล่ะ?”
“อะไรก็ได้ครับ” เจิ้งชิงตอบพลางมองอีกฝ่ายอย่างหวาดระแวง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าชายแต่งตัวหรูหรานี่ดูเหมือนพวกนักต้มตุ๋นยังไงชอบกล
“ฉันว่าเธอคงไม่เคยเรียนที่โรงเรียนพ่อมดมาก่อนสินะ?” ระหว่างเดินไปยังร้านน้ำชาโทมัสพูดด้วยสีหน้าขรึม
“โรงเรียนพ่อมดเหรอครับ?” เจิ้งชิงถึงกับนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เสียงของเขาเผลอดังขึ้นกว่าปกติหลายระดับ
“โรงเรียนพ่อมดเหรอ? พวกคุณกำลังพูดถึงเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ อยู่ใช่ไหม?”
เด็กหญิงวัยราวสิบสองหรือสิบสามปีที่เดินผ่านมาข้างๆดูเหมือนจะได้ยินสิ่งที่เจิ้งชิงพูดเข้า จึงหันมาด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น “ฉันก็เป็นแฟนพันธุ์แท้แฮร์รี่เหมือนกันนะ! พวกคุณคุยเรื่องอะไรอยู่เหรอ? สัตว์วิเศษ? ควิดดิช? ประวัติของฮอกวอตส์? หรือ นิทานของบีเดิลยอดกวี กันล่ะ? ฉันมีหมดเลยนะ!”
เจิ้งชิงสะดุ้งสุดตัวกับเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เขาเบิกตากว้างมองเด็กสาวตรงหน้าที่สวมแว่นตากรอบใหญ่บนสันจมูกอยู่ครู่หนึ่ง กว่าที่จะตั้งสติได้ก็ผ่านไปพักใหญ่เขาหัวเราะแห้งๆสองครั้งแล้วส่ายหัวแรงๆหลายที ส่วนโทมัสที่ยืนอยู่ข้างๆกลับมองเด็กสาวคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
ใบหน้าเด็กสาวขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอบ่นพึมพำเบาๆสองสามคำก่อนจะกระโดดดึ๋งๆจากไปอย่างรวดเร็ว
***
เจิ้งชิงปิดฝานาฬิกาพกลงตอนนี้เวลาผ่านมาแล้วสิบสองนาทีสามสิบสี่วินาที
เขากับโทมัสกำลังนั่งอยู่ในร้านน้ำชาริมถนนผิงหยาง โทมัสนั่งอยู่ตรงข้ามกำลังเปิดอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
ทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงนั้นมาแล้วสิบสองนาทีสามสิบสี่วินาทีเต็ม โทมัสก็ยังคงพลิกอ่านหนังสือพิมพ์เล่มหนาในมือนั้นอย่างใจเย็น
เจิ้งชิงประคองถ้วยชาไว้ในมือจิบชาสีเขียวอ่อนอย่างระมัดระวัง พลางแอบมองดูหน้าหนังสือพิมพ์ของอีกฝ่ายอย่างอยากรู้อยากเห็น
ด้านหลังของหนังสือพิมพ์มีข่าวสั้นอยู่ข่าวหนึ่ง พาดหัวสะดุดตาว่า
《คณะกรรมการพันธมิตรพ่อมดแสดงความไม่พอใจต่อปราสาทครามหม่น》
“…ในการแถลงข่าว หวงสือ โฆษกของคณะกรรมการพันธมิตรพ่อมดเปิดเผยว่า ในปฏิบัติการปราบปรามห้องทดลองผิดกฎหมายล่าสุดได้ตรวจพบความแปรปรวนของมิติที่ผิดปกติในปราสาทครามหม่น
จนถึงเวลาที่ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้พิพากษาศาลพ่อมด แซม มาร์แชล ได้ลงนามในหมายค้นฉบับสมบูรณ์สำหรับปราสาทครามหม่นแล้ว…
พันธมิตรพ่อมดได้ย้ำถึงความกังวลต่อการทดลองเกี่ยวกับความแปรปรวนของมิติและประกาศว่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อห้องทดลองใดๆที่เกี่ยวข้องกับ ‘การบรรจบของมิติ’ โดยไม่ได้รับอนุญาต…”
เจิ้งชิงอ่านไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าในหนังสือพิมพ์เขียนอะไรอยู่บ้าง
เขามองโทมัสที่วางหนังสือพิมพ์ลงด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ ก่อนอีกฝ่ายจะหยิบปากกาขึ้นมาขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ
ทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบงัน ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศเริ่มแผ่วลงและชวนอึดอัดเล็กน้อย
“คุณกำลังคำนวณอะไรอยู่เหรอครับ?” ในที่สุดเจิ้งชิงก็หาประเด็นมาพูดได้สักเรื่อง
“อัตราต่อรอง” โทมัสตอบโดยไม่เงยหน้า พลางคำนวณต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ฟุตบอลโลกดำเนินมาครึ่งทางแล้ว ทีมนักล่าดาวศุกร์ตอนนี้ยังคงนำอยู่แต่ทีมฟลามิงโกกำลังมาแรงมาก พวกเขาชนะปีศาจป่าไปสามนัดติดต่อกันแล้ว ทุกๆไม่กี่ปีจะมีทีมม้ามืดแบบนี้ปรากฏตัวขึ้นเสมอ ถ้าฉันทายถูกคราวนี้ฉันก็จะได้ปลีกตัวจากเรื่องวุ่นวายพวกนี้สองปีแล้วตั้งใจเตรียมการทดลอง การแทรกแซงคลื่นพลังเวทหลากมิติภายใต้เงื่อนไขของสวนลับ ได้อย่างเต็มที่”
“คุณกำลังพูดถึง… การพนันฟุตบอลเหรอครับ?” เจิ้งชิงถามอย่างงุนงง
โทมัสเหลือบตามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้ากลับไปคำนวณอัตราต่อรองของตนต่อโดยไม่พูดอะไรอีก
เจิ้งชิงเป่าชาในถ้วยเบาๆจนผิวน้ำเป็นคลื่น พยายามทบทวนเรื่องประหลาดทั้งหมดที่เจอในวันนี้และพยายามต่อจิ๊กซอว์ในหัวให้ได้ข้อสรุปบางอย่าง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นโทมัสเก็บหนังสือพิมพ์เรียบร้อยแล้วเจิ้งชิงก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า
“เรื่องที่คุณพูดถึงเมื่อกี้—โรงเรียนพ่อมดน่ะครับ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ”
โทมัสก้มหน้าลงมองดูใบชาที่ลอยอยู่ในถ้วยของตัวเองอย่างครุ่นคิด ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องมองเจิ้งชิงตรงๆ
ดวงตาสีฟ้าอมเขียวคู่นั้นทำให้เจิ้งชิงรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
“เธอคือพ่อมด” โทมัสพูดออกมาช้าๆด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น
(จบบท)