เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ได้เรือแล้ว, กู้หมิงเต๋อรักษาขา

บทที่ 26 ได้เรือแล้ว, กู้หมิงเต๋อรักษาขา

บทที่ 26 ได้เรือแล้ว, กู้หมิงเต๋อรักษาขา


ต่งเฉิงหูมีเงินจำนวนมหาศาลติดตัว ทำให้เขาเดินอย่างเกร็งๆ กู้สุ่ยซิ่วเห็นแล้วรู้สึกตลกยิ่งนัก

สุดท้ายทั้งสองก็ไปหาช่างฟอกหนัง ท่านช่างอาวุโสได้มองดูหนังเสือแล้วก็ร้องอุทานด้วยความเสียดาย แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเศร้าสร้อย หากหนังนี้สมบูรณ์ ขายได้หลายพันตำลึงก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ตอนนี้หนังกลับเป็นเช่นนี้ ต่อให้ฟอกดีแล้วก็คงขายได้มากที่สุดเพียงไม่กี่ร้อยตำลึง แต่หนังหมีนั้นกลับดีเยี่ยม

ท่านช่างอาวุโสให้ราคาหนังเสือสองร้อยตำลึง และหนังหมีหนึ่งพันตำลึง แล้วตกลงซื้อไว้ทันที ของพวกนี้หากฟอกหนังอย่างดีแล้วส่งไปที่เมืองหลวง ราคาขายเจ็ดถึงแปดพันตำลึงก็ไม่ใช่ปัญหา

เรื่องนี้ต่งเฉิงหูย่อมเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่พวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีอำนาจและอิทธิพล ไม่สามารถไปถึงเมืองหลวงได้ การที่ได้เงินจำนวนนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว จึงไม่ถือสาอะไรมาก การซื้อขายจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ได้เงินมานับพันตำลึง

ตอนที่มายังลากสัตว์ตัวใหญ่เป็นกอง แต่ตอนนี้ร่างกายก็รู้สึกเบาหวิวแล้ว

สองสามีภรรยามีเงินติดตัวรวมแล้วสองพันหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึง ต่งเฉิงหือถือตั๋วเงินเหล่านี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจนัก มีความรู้สึกไม่เป็นจริงอยู่ในใจ เมื่อไม่นานมานี้เขายังเป็นแค่พรานจนๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไฉนพอแต่งงานกับสุ่ยซิ่วแล้วเงินทองถึงได้มาง่ายดายถึงเพียงนี้?

ต่งเฉิงหูจึงคิดว่ากู้สุ่ยซิ่วเป็นดาวนำโชคของเขา และในใจก็ยิ่งแน่วแน่ว่าจะต้องเชื่อฟังคำพูดของนางไปตลอดชีวิต

“เฉิงหู มีตั๋วเงินมากมายเช่นนี้ติดตัวข้าไม่วางใจ พวกเราไปดูเรือหาปลาก่อนดีหรือไม่ หากเรือเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รับเรือเลย แล้วค่อยไปที่โรงเงินเพื่อแลกตั๋วเงินเป็นเงินตำลึง จากนั้นเราจะนำเงินกลับไปซ่อนไว้ที่เรือนของเรา อย่างไรเสียที่นั่นก็เป็นป่าลึก ซ่อนไว้ให้ดีๆหน่อยก็ไม่มีใครหาเจอแน่นอน”

ที่กู้สุ่ยซิ่วคิดเช่นนี้เป็นเพราะเมื่อครู่ในขณะที่ต่งเฉิงหูกำลังเลาะกระดูกเสือ เถ้าแก่ซุนก็ว่างและอารมณ์ดี จึงคุยเรื่องสัพเพเหระกับนางสองสามประโยค

นางจึงได้รู้ว่าในตอนนี้ที่เมืองหลวงไม่ค่อยสงบนัก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายแห่งในราชวงศ์เหลียงประสบภัยพิบัติ ทำให้พวกโจรปล้นชุกชุมมากขึ้น หากสมาคมการค้าของเขาไม่มีกำลังคุ้มกันที่แข็งแกร่ง เขาก็คงไม่กล้าเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรให้สองสามีภรรยากู้สุ่ยซิ่วเช่นนี้

คนที่พูดไม่ได้ตั้งใจ แต่คนที่ฟังกลับใส่ใจ กู้สุ่ยซิ่วคิดว่าในอนาคตไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร การซ่อนเงินไว้ในป่าลึกนั้นปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าราชวงศ์เหลียงจะวุ่นวายเพียงใด ก็ไม่น่าจะวุ่นวายมาถึงถิ่นของพวกเขาได้

ทั้งสองคนยังไม่ทันได้เข้าไปในลานเรือนของช่างไม้ ก็เห็นร่างของเขากำลังวุ่นวายอยู่ในลานเรือน เมื่อช่างไม้ได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้าขึ้นมา เห็นว่าเป็นสองสามีภรรยากู้สุ่ยซิ่วก็รีบวางเครื่องมือในมือลงทันที แล้วพาคนทั้งสองไปด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นเพื่อไปดูเรือหาปลาที่เขาทำไว้

สิ่งของที่อยู่ตรงหน้าดูใหญ่กว่าเรือหาปลาธรรมดามากนัก อีกทั้งยังมีห้องเก็บของในเรือและสิ่งอำนวยต่าง ๆ อีกด้วย เมื่อกู้สุ่ยซิ่วเห็นก็รู้สึกยินดีในทันที

นางไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบจ่ายเงินที่เหลือให้จนหมดสิ้น และยังให้เงินค่าเหนื่อยเพิ่มอีกหนึ่งตำลึงแก่ท่านช่าง

เมื่อช่างไม้ได้เงินเพิ่มมาอีกหนึ่งตำลึง เขาก็รู้สึกยินดีในใจ จึงให้เหล่าลูกศิษย์ช่วยกันยกเรือไปที่ท่าเรือ เมื่อนำเรือลงน้ำแล้ว สองสามีภรรยากู้สุ่ยซิ่วก็ขึ้นไปลองใช้ดู และยิ่งรู้สึกพอใจมากยิ่งขึ้น

เมื่อจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ดูแลท่าเรือยี่สิบอีแปะแล้ว สองสามีภรรยาก็ขึ้นฝั่งอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาจะไปที่โรงเงินเพื่อแลกตั๋วเงินเป็นเงินตำลึง

ทั้งสองคนเดินตัวเปล่าเข้าไป แต่เมื่อออกมาก็ใช้ประตูหลัง ต่งเฉิงหูมีหีบใบใหญ่สะพายอยู่ด้านหลัง พวกเขาไม่กล้ารอช้า กู้สุ่ยซิ่วรีบไปที่ร้านขายซาลาเปาเพื่อซื้อซาลาเปาไส้เนื้อสิบลูก แล้วรีบตามต่งเฉิงหูไป เมื่อพายเรือออกจากแม่น้ำภายในได้แล้ว ทั้งสองคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างหนัก

ตอนนี้พวกเขามีเรือแล้ว ต่อให้มีลมพัดหรือฝนตกก็ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป

ต่งเฉิงหูรู้สึกสบายใจเป็นพิเศษ เขาทั้งพายเรือและกินซาลาเปาที่กู้สุ่ยซิ่วป้อนถึงปากไปด้วย ใจของเขาสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่าขอแค่เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ก็พอ

ในที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงหาดทรายของเขาชิงผิงก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดินโดยสมบูรณ์ สองสามีภรรยาช่วยกันลากเรือไปซ่อนไว้หลังก้อนหินบนหาดทราย เมื่อมีก้อนหินใหญ่บังไว้แล้ว ต่อให้มีเรือแล่นผ่านบนผิวน้ำก็ไม่สามารถมองเห็นเรือลำนี้ได้ และยิ่งไม่มีทางรู้ว่ายังมีคนอยู่ที่นี่ด้วย

เมื่อจัดการเรื่องราวเหล่านี้เสร็จสิ้นแล้วและกลับถึงเรือน พระจันทร์ก็ลอยสูงเด่นอยู่บนท้องฟ้าแล้ว ทั้งสองคนไม่ได้นอนมาสองวันหนึ่งคืน ตอนนี้จึงรู้สึกว่าเปลือกตาหนักเป็นพิเศษ

ต่งเฉิงหูนำหีบเงินไปซ่อนไว้ใต้เตียงไม้ในถ้ำ สองสามีภรรยาแค่ล้มตัวลงนอนและหลับเป็นตาย เช้าวันถัดมาเมื่อตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส จึงได้คิดว่าจะจัดการกับเงินเหล่านี้อย่างไร

ในที่สุดกู้สุ่ยซิ่วก็แบ่งเงินออกเป็นสี่ส่วน แล้วนำไปซ่อนไว้ใต้ต้นไม้สี่ต้นที่อยู่ใกล้ๆ กับเรือน แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วพวกเขาก็ต้องรีบลงมือก่อสร้างเรือนให้เร็วขึ้น หากเป็นไปได้ควรจะซื้อภูเขาทั้งลูกนี้แล้วสร้างกำแพงล้อมรอบเพื่ออาศัยอยู่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะป้องกันสัตว์ป่าได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรักษาความปลอดภัยของเงินพวกเขาได้อีกด้วย

กู้สุ่ยซิ่วเล่าความคิดของนางให้ต่งเฉิงหูฟัง เขาประหลาดใจจนหุบปากไม่ลง ราวกับว่าเขาไม่เคยคิดถึงปัญหานี้มาก่อน หรืออาจจะไม่กล้าที่จะจินตนาการถึงมัน คนที่ไม่มีทรัพย์สินอย่างเขา ในที่สุดก็จะมีวันหนึ่งที่สามารถซื้อภูเขาทั้งลูกได้

ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้กู้สุ่ยซิ่วชักชวน ต่งเฉิงหูเองก็พยักหน้าอย่างตื่นเต้นและสุดชีวิต นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่กล้าคิดแม้แต่ในความฝันเลย!

แต่เรื่องนี้ทำได้เพียงแค่วางแผนไว้ก่อน ทั้งสองคนยังต้องไปที่ที่พบต้นฉีหลินเจี๋ยเมื่อครั้งก่อนเพื่อเก็บมันมา อีกอย่างคือยังไม่พบเอ๋อซู่ สมุนไพรชนิดนี้เติบโตอยู่ใต้ร่มเงาป่าและตอนนี้ก็เป็นฤดูออกดอก ไม่น่าจะหายาก คาดว่าที่ที่ไปครั้งก่อนคงจะไม่ถูกต้อง

ทั้งสองคนนำเงินสามร้อยตำลึงติดตัวไป คนละตะกร้าไม้ที่สะพายอยู่ด้านหลัง แล้วนำซาลาเปาไส้เนื้อที่กินไม่หมดเมื่อวานไปด้วย แล้วก็ออกเดินทางในทันที

เมื่อเดินตามเครื่องหมายที่กู้สุ่ยซิ่วทำไว้ ทั้งสองก็ไม่เดินอ้อมเลย และสามารถหาต้นฉีหลินเจี๋ยเจอได้ คราวนี้ไม่มีสัตว์มาต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตอีกแล้ว ทั้งสองจึงรีบลงมืออย่างรวดเร็วเพื่อเก็บต้นฉีหลินเจี๋ยที่พบมาจนได้เกือบเต็มตะกร้าจึงได้หยุดพัก เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ต่งเฉิงหูพากู้สุ่ยซิ่วไปยังป่าอีกแห่งหนึ่ง ทั้งสองไม่ปล่อยพื้นที่ที่ร่มไม้แม้แต่แห่งเดียว ในที่สุดก็พบเอ๋อซู่ได้หลายต้น

เมื่อเก็บได้แล้วก็รีบเดินทางไปที่หมู่บ้านเฉ่าจื่อให้ทันก่อนฟ้ามืด หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี พวกเขาก็จะค้างคืนที่หมู่บ้านเฉ่าจื่อหนึ่งคืน แล้วรุ่งเช้าของวันถัดมาก็จะรีบเดินทางไปที่ตำบลผานหลง

ตอนนี้สองสามีภรรยามีเงินทองแล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาอาการป่วยของกู้หมิงเต๋ออีกต่อไป

ระหว่างทางต่งเฉิงหูยังจับกระต่ายป่าได้อีกสองตัว แล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “แบบนี้ไปเรือนท่านพ่อตาท่านแม่ยายก็ดูดีขึ้นหน่อย”

กู้สุ่ยซิ่วแค่นเสียงหัวเราะใส่เขา แต่ก็ไม่ได้ห้าม การที่เรือนสกุลกู้จะได้กินอาหารดีๆ บ้างก็เป็นเรื่องดี

ทั้งสองคนเดินทางมาถึงเรือนสกุลกู้ก่อนฟ้ามืด

แม่จ้าวเมื่อเห็นสองสามีภรรยาแล้วก็รู้สึกโล่งใจ นางรีบเดินเข้ามาและรับตะกร้าจากพวกเขา “พวกเจ้าออกไปตั้งสองสามวัน ข้าเป็นห่วงว่าพวกเจ้าจะไปเจอสัตว์ป่าในเขาเข้า โชคดีจริงๆ! ที่คนไม่เป็นอะไร!”

แม่จ้าวสำรวจทั้งสองคนตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างหนัก

ต่งเฉิงหูยิ้มอย่างซื่อๆ พร้อมกับยื่นกระต่ายป่าสองตัวให้กู้ต้าหนิว เขารับฟังคำบ่นของนางด้วยความตั้งใจ จะให้เขาบอกว่าพวกเขาเจอสัตว์ป่าจริงๆ แล้วยังเป็นเสือกับหมีดำอีกด้วย คงได้ทำเอาแม่จ้าวตกใจกลัวจนตายเป็นแน่

คืนนั้นทุกคนร่วมวงกินมื้อค่ำอย่างมีความสุข

ในวันถัดมา กู้ต้าหนิวเดินทางไปที่ตำบลผานหลงเป็นเพื่อนกู้หมิงเต๋อและสองสามีภรรยากู้สุ่ยซิ่ว

ท่านหมอเห็นได้ชัดว่าไม่ได้คาดคิดว่ากู้สุ่ยซิ่วจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ และยังเก็บสมุนไพรมาได้มากมายเช่นนี้อีกด้วย ในใจเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง และรับปากว่าจะปรุงยาให้กู้หมิงเต๋อทันที หลังจากปรุงยาเสร็จแล้วจึงจะทำการทุบกระดูก ซึ่งในช่วงเวลานี้กู้หมิงเต๋อจะต้องพักอยู่ที่โรงหมอเป็นการชั่วคราว

จบบทที่ บทที่ 26 ได้เรือแล้ว, กู้หมิงเต๋อรักษาขา

คัดลอกลิงก์แล้ว