- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็น ชาวภูเขาผู้รุ่งโรจน์
- บทที่ 21 สั่งทำเรือหาปลา, วาดแบบเรือน
บทที่ 21 สั่งทำเรือหาปลา, วาดแบบเรือน
บทที่ 21 สั่งทำเรือหาปลา, วาดแบบเรือน
เถี่ยตั้นกอดซาลาเปาที่หวงแหนจนไม่กล้ากินเอาไว้ แล้วกระโดดโลดเต้นไปหาซ่งโหย่วซิน แล้วพูดอย่างไร้เดียงสาว่า “ท่านลุงมู่ พี่สาวกับพี่ชายคนเมื่อครู่เป็นคนดีขอรับ พวกเขาให้ซาลาเปาเถี่ยตั้น และยังพาหมอมารักษาอาการป่วยให้ท่านย่า อีกทั้งยังไปซื้อยาให้ทุกคนด้วย ท่านย่าบอกว่าสิ่งเหล่านั้นต้องใช้เงินมากมายเลยขอรับ มากมายมันคือเท่าไรหรือขอรับ?”
เถี่ยตั้นทำหน้าสับสน ใบหน้าเล็กๆ ขมวดเป็นปมจนแทบจะเป็นซาลาเปา
ซ่งโหย่วซินหัวเราะแล้วอุ้มเถี่ยตั้นขึ้นมา จากนั้นก็พูดคุยอย่างสนุกสนานกับเขาแล้วเดินเข้าไปข้างใน แล้วก็ยังสอบถามผู้คนอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าสองสามีภรรยากู้สุ่ยซิ่วไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เมื่อสบายใจขึ้นเขาก็คิดว่าหากครั้งหน้าได้พบกับสองสามีภรรยาคู่นี้อีก จะต้องเข้าไปผูกมิตรกับพวกเขาให้ได้ เพราะคนที่มีจิตใจเมตตาเช่นนี้หาได้ยากยิ่งนักในตอนนี้
ในเวลานี้ สองสามีภรรยากู้สุ่ยซิ่วที่ซ่งโหย่วซินกล่าวถึงได้เดินทางไปไกลแล้ว หลังจากที่พวกเขาทำความดีที่ชุมชนขอทาน เงินในถุงของพวกเขาก็หายไปเกือบยี่สิบตำลึง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ไปกับค่ารักษาพยาบาลและการซื้อยา
ถึงแม้กู้สุ่ยซิ่วจะรู้สึกเจ็บใจเล็กน้อย แต่เมื่อคิดว่าเงินเหล่านี้เป็นเงินที่ไม่ถูกต้อง การนำไปใช้ทำบุญส่วนหนึ่งก็ทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น เมื่อคิดได้ดังนั้นนางจึงปล่อยวาง
วันนี้ต้องวุ่นวายมาทั้งวันแล้ว พวกเขาคงจะกลับไปตอนนี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่ค้างคืนที่เมืองหลินไห่อีกหนึ่งวัน
กู้สุ่ยซิ่วตั้งใจว่าจะไปดูที่ร้านขายไม้ ว่าจะสามารถสั่งทำเรือหาปลาได้หรือไม่ เพื่อที่ในภายภาคหน้าจะได้ไม่ต้องใช้เพียงแพไม้ไผ่ในการเดินทาง ในสองครั้งที่ผ่านมานี้ถือว่าโชคดีที่พวกเขาไม่เจอสภาพอากาศแปรปรวน แต่หากต้องเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนองในทะเลด้วยแพไม้ไผ่นั้น ย่อมเป็นการเอาชีวิตเข้าเสี่ยงอย่างแท้จริง
ต่งเฉิงหูเคยเจอประสบการณ์ด้วยตนเองจึงย่อมรู้ดีว่าปัญหาที่กู้สุ่ยซิ่วพูดถึงนั้นเป็นความจริง การซื้อเรือหาปลาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน
ทั้งสองคนเดินอ้อมไปตามตรอกหลายแห่ง ในที่สุดก็พบกับช่างไม้ที่รับทำงานนอกร้าน ช่างไม้ผู้นี้ไม่มีเงินทุนพอที่จะเปิดร้าน จึงต้องทำงานอยู่ที่เรือนของตนเอง แต่ผลงานที่เขาทำออกมานั้นดีมาก ผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเมื่อมีสิ่งที่ต้องการทำก็จะมาหาเขา ราคาของเขาก็ถูกด้วย ทำให้ชื่อเสียงของช่างไม้ผู้นี้เป็นที่รู้จักกันปากต่อปากอย่างรวดเร็ว
กู้สุ่ยซิ่วและต่งเฉิงหูเข้าไปในบริเวณเรือนของช่างไม้ ก็เห็นไม้จำนวนมากกองอยู่ที่พื้น ส่วนใหญ่เป็นไม้ที่ขัดเงาแล้ว แต่ยังไม่ได้ประกอบเป็นชิ้นเป็นอันจึงยังดูไม่ออกว่าเป็นสิ่งใด
เมื่อช่างไม้เห็นสองสามีภรรยา ก็รู้ได้ทันทีว่ามีลูกค้ามาหา จึงรีบออกมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“พวกท่านต้องการซื้ออะไรหรือขอรับ? หรือต้องการสั่งทำอะไร? ของที่ข้าน้อยหลี่ต้าโถวทำออกมานั้นรับประกันคุณภาพได้อย่างแน่นอน...”
ยังไม่ทันที่กู้สุ่ยซิ่วและต่งเฉิงหูจะได้พูดอะไร หลี่ต้าโถวก็โอ้อวดสรรพคุณของตนเองเสียมากมาย ชายผู้นี้ช่างเหมาะที่จะค้าขายจริงๆ
กู้สุ่ยซิ่วยิ้มขำเล็กน้อย เมื่อหลี่ต้าโถวหยุดพูด นางจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเราได้ยินคำแนะนำจากผู้อื่นจึงได้ตามหาท่านจนเจอ พวกเราอยากจะสั่งทำเรือหาปลาลำหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านช่างหลี่จะทำให้ได้หรือไม่?”
“ได้สิ! ทำไมจะไม่ได้เล่า? เรือหาปลาบางส่วนที่อยู่ในแม่น้ำหลินไห่นั้นก็ซื้อไปจากข้านี่แหละ ฝีมือการทำเรือของข้าเก่งกาจยิ่งนัก ไม่ว่าพวกท่านจะต้องการเรือแบบไหน ข้าก็ทำได้ทั้งนั้น” หลี่ต้าโถวกล่าวรับรองอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับตบหน้าอก
กู้สุ่ยซิ่วหันไปมองต่งเฉิงหู
ต่งเฉิงหูจึงเอ่ยปากขึ้น “เรือที่พวกเราต้องการไม่เหมือนกับเรือหาปลาทั่วไป ต้องสามารถพักอาศัยได้เหมือนเรือหาปลา แต่ต้องมีขนาดใหญ่และลึกกว่า อีกอย่าง พวกเรามักจะออกทะเลบ่อยๆ แม้จะอยู่ใกล้ชายฝั่ง แต่ใกล้ชายฝั่งมีแนวหินมากมาย หากเรือหนักเกินไปก็ง่ายที่จะชนหิน หากไม่หนักพอ เมื่อเจอคลื่นลมก็เป็นเรื่องลำบาก ปัญหาเหล่านี้ท่านจะแก้ไขได้หรือไม่?”
หลี่ต้าโถวตั้งใจฟังข้อเรียกร้องของต่งเฉิงหู เมื่อเขาพูดจบก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ข้อเรียกร้องของพวกท่านข้าหลี่ต้าโถวทำได้ขอรับ แต่เรือที่ทำออกมาตามความต้องการของพวกท่านนั้นคงจะใหญ่กว่าเรือหาปลาทั่วไปมาก แต่ก็เล็กกว่าเรือโดยสารขนาดเล็กมากเช่นกัน ข้าจะไม่ปิดบังพวกท่านเลย เรือหาปลานี้ข้าทำมานานกว่าสิบปีแล้ว แต่ข้าไม่เคยทำเรือเช่นนี้มาก่อนเลย คงต้องขอให้ท่านอาจารย์ของข้ามาช่วยทำด้วย และต้องใช้เวลามากขึ้นด้วย ไม่ทราบว่าพวกท่านรีบใช้หรือไม่?”
ต่งเฉิงหูพยักหน้าแสดงความเข้าใจ “ท่านบอกมาเถิดว่าเรือหาปลาแบบนี้ต้องใช้เวลาทำนานเท่าใด และต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไร พวกเราจะได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อน”
หลี่ต้าโถวเห็นต่งเฉิงหูเป็นคนคุยง่ายก็รู้สึกสบายใจขึ้นทันที “เรือหาปลาทั่วไปราคาลำละสี่ตำลึง เรือของพวกท่านใช้ไม้มากเป็นพิเศษ ข้าจึงจะคิดราคาหกตำลึง พวกท่านวางเงินมัดจำไว้สี่ตำลึงก่อน แล้วเมื่อมารับของค่อยจ่ายเงินที่เหลือสองตำลึง เวลาที่ใช้ทำน่าจะประมาณสิบห้าถึงยี่สิบวัน หากพวกท่านไม่รีบร้อนก็มาอีกครั้งในอีกยี่สิบวันข้างหน้าเถิด”
กู้สุ่ยซิ่วจ่ายเงินมัดจำ จากนั้นทั้งสองคนก็รับใบเสร็จมาแล้วจึงเดินทางจากไป
ในวันรุ่งขึ้น ก่อนฟ้าจะสาง ทั้งสองสามีภรรยาก็ตื่นขึ้น เมื่อกลับมาถึงเขาชิงผิงก็ยังไม่ถึงเที่ยง ต่งเฉิงหูสานต่อการเผาอิฐ ส่วนกู้สุ่ยซิ่วก็ไปเก็บสาหร่ายทะเลมาตากให้แห้ง
เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบวัน ทั้งสองคนทำงานเผาอิฐอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เมื่อรู้ตัวอีกที บริเวณลานหน้าเรือนก็เต็มไปด้วยอิฐจนไม่มีทางเดินแล้ว แม้แต่พื้นที่ที่ต่ำกว่าระดับพื้นด้านนอกลานก็เต็มไปด้วยอิฐที่วางเรียงรายจนแน่น กู้สุ่ยซิ่วลองนับดูจำนวนอิฐ แล้วก็ยิ้มกว้างจนปากแทบฉีก
“เฉิงหู ข้าลองนับดูแล้ว อิฐพวกนี้น่าจะพอให้พวกเราสร้างเรือนขนาดสองชั้นเล็กๆ ได้นะ พวกเรามาทำแบบเรือนสี่ประสานกันเถอะ แบบนี้...”
กู้สุ่ยซิ่วใช้กิ่งไม้ขีดเขียนวาดแบบแปลนลงบนพื้น จากแบบแปลนที่นางวาด ต่งเฉิงหูก็มองออกทันทีว่าลานเรือนทั้งหมดเป็นรูปคล้ายตัวอักษรจีนคำว่า “日” (ยื่อ) ซึ่งแบ่งออกเป็นลานหน้าและลานหลัง ลานหลังใช้สำหรับเป็นที่พักอาศัย ซึ่งสามารถสร้างได้เจ็ดห้อง ส่วนลานหน้าสร้างห้องโถงใหญ่หนึ่งห้องพร้อมห้องด้านข้างอีกสองห้อง และสร้างห้องแถวสองแถวที่ด้านข้างของลานเรือน ซึ่งน่าจะสร้างได้อีกหกห้อง
ห้องหนึ่งเป็นห้องครัว ห้องหนึ่งเป็นห้องน้ำ ห้องหนึ่งเป็นห้องเก็บของเบ็ดเตล็ด ห้องหนึ่งเป็นห้องเก็บฟืน แล้วยังเหลืออีกสองห้องสำหรับเป็นห้องรับแขก ส่วนห้องด้านข้างของห้องโถงใหญ่ก็สามารถล็อกไว้ใช้สำหรับเก็บข้าวของหรือเป็นคลังเก็บของได้
หากสร้างเรือนให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย และสร้างกำแพงล้อมรอบลานเรือนให้หนาและสูงขึ้น ก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องสัตว์ป่าอีกต่อไป แม้แต่หมีกับหมูป่าก็ไม่สามารถเข้ามาได้ รับรองได้เลยว่าปลอดภัยแน่นอน แล้วหากเลี้ยงหมาป่าไว้สักสองสามตัวก็จะยิ่งสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ต่งเฉิงหูจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของกู้สุ่ยซิ่วในยามที่เขาต้องออกเดินทางไปไกลๆ เพียงลำพังอีกต่อไป
ระยะเวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ต่งเฉิงหูจัดกับดักเรียบร้อยแล้วก็พากู้สุ่ยซิ่วเดินทางกลับสู่หมู่บ้านเฉ่าจื่ออีกครั้ง คราวนี้สองสามีภรรยาไม่ได้รีบร้อนเหมือนครั้งก่อน พวกเขาออกเดินทางล่วงหน้าหนึ่งวัน และนำข้าวสารหักกับผ้าหยาบไปเยี่ยมครอบครัวสกุลฉิน
ครั้งที่แล้วท่านลุงฉินยอมทำแพไม้ไผ่เพื่อนำข่าวมาให้พวกเขาโดยเฉพาะ ทำให้เขาต้องหยุดออกไปล่าสัตว์ถึงสองวัน ซึ่งต้องเข้าใจว่าท่านลุงฉินนั้นเป็นเสาหลักของครอบครัว การหยุดออกไปเพียงหนึ่งวันก็เท่ากับว่าไม่มีอาหารตกถึงท้องคนทั้งครอบครัว ด้วยความมีน้ำใจของท่านลุงฉินนี้เอง พวกเขาจึงต้องไปขอบคุณอย่างดี
ทั้งสองคนตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อออกเดินทาง แล้วรีบไปถึงเรือนของท่านลุงฉินในช่วงเช้า เพราะกลัวว่าหากไปถึงช้าจะไม่มีใครอยู่บ้านอีก