- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็น ชาวภูเขาผู้รุ่งโรจน์
- บทที่ 7 วัสดุก่อสร้างเรือน, อาหารทะเล
บทที่ 7 วัสดุก่อสร้างเรือน, อาหารทะเล
บทที่ 7 วัสดุก่อสร้างเรือน, อาหารทะเล
ต่งเฉิงหูยืนอยู่ข้างกู้สุ่ยซิ่ว เช็ดเหงื่อบนหน้าผากพร้อมกับหอบหายใจเป็นพักๆ เมื่อมองดูทะเลที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาตรงหน้า ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
“สุ่ยซิ่ว เจ้าเห็นแล้วนะ ที่นี่คือชายทะเล ทิวทัศน์ก็ไม่เลว หากหลังจากนี้เจ้าอยู่เรือนแล้วเบื่อก็มาเดินเล่นได้นะ ข้าจะรีบช่วยเจ้าเคลียร์ทางนี้ให้สะอาด เจ้าจะได้เดินทางสะดวกขึ้นหน่อย”
ทางลงจากเนินสูงค่อนข้างชัน ต่งเฉิงหูไม่วางใจที่จะปล่อยให้กู้สุ่ยซิ่วลงไปคนเดียว เขากำลังคิดในใจว่าจะสกัดหินทำเป็นขั้นบันไดที่นี่ดีหรือไม่
กู้สุ่ยซิ่วได้ฟังแล้วก็รู้สึกอบอุ่นในใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อชมวิวเสียหน่อย เจ้าไม่คิดที่จะหาอาหารที่ชายทะเลบ้างหรือ?”
ต่งเฉิงหูตกตะลึงไปพักหนึ่ง แล้วยิ้มอย่างซื่อๆ "ชายทะเลมีอะไรให้กินเล่า ไม่มีแม้แต่กวางดาวสักตัว มีแค่กระต่ายป่าสองสามตัวที่จับได้ยากและเสียเวลา ข้าไม่ได้มาที่นี่หลายปีแล้ว"
กู้สุ่ยซิ่วฟังแล้วหน้าผากมีรอยย่นสามเส้น ไม่พูดอะไรกับต่งเฉิงหูอีก นางมองหาทางลงทันที
ต่งเฉิงหูเห็นว่านางตั้งใจจะไปชายทะเลจริงๆ ก็ทำได้เพียงฉีกเถาวัลย์มาหนึ่งเส้น แล้วนำมามัดทั้งสองคนเข้าด้วยกัน
“วิธีนี้จะปลอดภัยกว่านะ หากเจ้าก้าวพลาด ข้าจะได้ดึงเจ้าไว้ได้”
กู้สุ่ยซิ่วใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ไม่กล้าสบหน้าต่งเฉิงหู ทำได้เพียงตอบรับเสียงแผ่วเบา
ทั้งสองคนค่อยๆ ลงจากเนินสูงด้วยความระมัดระวัง เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป กู้สุ่ยซิ่วก็สูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่
“มันสูงเกินไปแล้ว! พวกเราเพิ่งลงมาจากด้านบนจริงๆ หรือ?”
ต่งเฉิงหูพยักหน้า “ที่นี่ชันจริงๆ เมื่อมองจากข้างล่างขึ้นไป ไม่มีใครรู้หรอกว่ามีทางอยู่ข้างบน หากพวกเราจะมาที่นี่บ่อยๆ คงต้องสร้างบันไดหินขึ้นมา”
ต่งเฉิงหูขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ไม่เป็นไร เราไม่ต้องสนใจเรื่องนี้ก่อน หากสร้างบันไดหินที่นี่ เกรงว่าใครๆ ก็สามารถขึ้นไปที่เรือนของเราได้ แล้วจะทำให้ไม่ปลอดภัย หลังจากนี้เราค่อยหาทางคิดกันใหม่เถอะ ข้าจะไปดูว่ามีอะไรให้กินบ้าง”
กู้สุ่ยซิ่วรีบวิ่งไปที่ชายหาดอย่างตื่นเต้น ต่อหน้าต่งเฉิงหู นางถอดรองเท้าฟางออกอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับม้วนขากางเกงขึ้น
ต่งเฉิงหูมองดูอย่างตกตะลึง ตั้งใจจะห้ามแต่มองเห็นขาเรียวเล็กสีขาวซีดเหมือนรากบัวก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมได้ที่จะแอบมอง
โชคดีที่ไม่มีคนนอกอยู่แถวนี้
ต่งเฉิงหูคิดทบทวนดูแล้ว ก็ทำตามที่กู้สุ่ยซิ่วต้องการ เขาม้วนขากางเกงขึ้นตาม แล้วลงไปช่วยด้วย
“สุ่ยซิ่ว เจ้าว่าที่นี่มีอะไรให้กินบ้าง?” ต่งเฉิงหูจ้องมองกองสาหร่ายทะเลที่อยู่บนชายหาดอย่างงงๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน
กู้สุ่ยซิ่วในใจรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก คนอื่นไม่รู้ แต่นางรู้ว่าในทะเลนี้ไม่เพียงแต่มีของกินเท่านั้น ยังมีสาหร่ายชนิดหนึ่งที่นางต้องการเป็นอย่างมากอีกด้วย
นางจึงไม่สนใจที่จะอธิบายให้ต่งเฉิงหูฟัง นางเก็บสาหร่ายในน้ำขึ้นมาแล้วพูดกับต่งเฉิงหูอย่างตื่นเต้นว่า "เฉิงหู สาหร่ายแบบนี้มีเท่าไรก็เก็บมาให้หมดเลยนะ แค่เอาไปตากที่ชายทะเลก็พอ พอแห้งแล้วพวกเราจะเอามันกลับไปสร้างเรือนกัน"
"ดีเลย ดีเลย สร้างเรือนก็ดี!" ไม่ว่ากู้สุ่ยซิ่วจะพูดอะไร ต่งเฉิงหูล้วนแต่เห็นด้วย แล้วก็ตอบรับด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข จากนั้นเขาก็ทำหน้างงงวย สร้างเรือน? ใช้หญ้าพวกนี้หรือ?
ต่งเฉิงหูไม่เข้าใจจริงๆ หญ้าที่เหนียวเหนอะหนะแบบนี้ ถึงแม้จะตากแห้งแล้วก็คงใช้ไม่ได้ไม่ใช่หรือ?
ยังไม่ทันที่ต่งเฉิงหูจะถามคำถามในใจ กู้สุ่ยซิ่วก็ร้องเสียงแหลมขึ้นมาอีกครั้ง
"โอ้พระเจ้า! ที่นี่มีสาหร่ายคอมบุด้วย เป็นแบบธรรมชาติที่ไม่มีมลพิษเลย ข้าจะเอาพวกเจ้ากลับไปให้หมดเลย"
ท่าทางของกู้สุ่ยซิ่วเหมือนหมาป่าที่เห็นเหยื่อ ทำให้ต่งเฉิงหูตกใจจนกลืนน้ำลายลงคอ คำพูดที่อยากจะถามก็กลืนกลับเข้าไปในลำคออีกครั้ง เขายอมจำนนและปิดปากเงียบ ช่วยกู้สุ่ยซิ่วจัดการกับสิ่งที่นางต้องการ
ทั้งสองคนยุ่งอยู่ตั้งแต่เช้าจนมืดค่ำ ในที่สุดก็ตากสาหร่ายทะเลจนเต็มชายหาด โดยมีทั้งสาหร่ายที่กู้สุ่ยซิ่วตั้งใจจะใช้สร้างเรือนและสาหร่ายทะเลชนิดอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้
นอกจากนี้ ในตะกร้าของกู้สุ่ยซิ่วก็ยังมีอาหารทะเลที่แปลกตาอีกมากมาย เช่น สิ่งสีดำที่มีลักษณะคล้ายลูกบอลมีหนาม กู้สุ่ยซิ่วบอกว่ามันอร่อยมาก แต่ต่งเฉิงหูยังคงรู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง แม้จะรู้ว่าไม่ควรสงสัยภรรยาของตัวเอง แต่ก็ควบคุมความคิดที่วุ่นวายไม่ได้
โชคดีที่ตลอดทางจากชายทะเลกลับเรือนไม่มีสัตว์ป่าเลย ถึงแม้จะค่ำแล้วก็ยังปลอดภัย
เมื่อทั้งสองมาถึงเรือน ก็หิวจนหน้าท้องติดแผ่นหลัง
กู้สุ่ยซิ่วรีบก่อไฟทำอาหารเย็น อาหารเย็นก็คือผักป่าและเนื้อสัตว์ที่กินเหลือจากตอนเช้า พร้อมกับหอยสังข์หนึ่งจาน และหอยเม่นสดๆ อีกห้าถึงหกตัว
เมื่อเห็นกู้สุ่ยซิ่วกินอย่างเอร็ดอร่อย ต่งเฉิงหูจึงลองกินไปสองสามคำ จากนั้นก็หยุดไม่ได้ หอยเม่นส่วนใหญ่ห้าถึงหกตัวจึงเข้าไปอยู่ในท้องของเขา
หลังจากอิ่มแล้ว ต่งเฉิงหูคลำท้องตัวเองแล้วเรอออกมาหนึ่งครั้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจและพูดกับกู้สุ่ยซิ่วอย่างซาบซึ้งว่า “ข้าไม่ได้กินอาหารร้อนๆ ที่สบายท้องแบบนี้มานานมากแล้ว เดี๋ยวข้าจะไปทำอ่างไม้ให้เสร็จ เจ้าจะได้มีอ่างน้ำใช้ในวันพรุ่งนี้”
พูดแล้วทำทันที ต่งเฉิงหูใช้แสงจากกองไฟทำอ่างไม้อย่างตั้งใจ
กู้สุ่ยซิ่วเก็บของเสร็จก็มานั่งข้างต่งเฉิงหูเพื่อดูเขาทำงาน แต่ในใจคิดถึงของที่ชายหาด
“เฉิงหู ถ้าอีกสองสามวันนี้ฝนไม่ตก เราจะไปขนสาหร่ายพวกนั้นกลับมาได้เลยนะ แล้วค่อยนำออกมาตากให้แห้งอีกครั้งก็พอ ส่วนสาหร่ายที่ข้าบอกเจ้าว่าสามารถนำมาสร้างเรือนได้นั้นเป็นความจริง”
“สาหร่ายชนิดนั้นเมื่อหักแล้วจะมีของเหลวที่เหนียวเหนอะหนะไหลออกมา เจ้าก็น่าจะเห็นตอนที่กำลังจัดการมัน”
ต่งเฉิงหูพยักหน้าเห็นด้วย ดวงตาเป็นประกาย “เจ้าหมายถึงว่าของเหลวที่เหนียวเหนอะหนะนี้สามารถนำมาใช้สร้างเรือนได้หรือ”
กู้สุ่ยซิ่วยิ้มพร้อมกับพยักหน้า แล้วกล่าวต่อว่า “พวกเราจะนำสาหร่ายที่ตากแห้งแล้วไปต้มในน้ำเดือด เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากสาหร่ายให้ได้มากที่สุด จากนั้นไปหาดินบนภูเขา ทำแบบพิมพ์อิฐ แล้วใช้น้ำที่ต้มจากสาหร่ายผสมกับดินทำเป็นก้อนอิฐ แล้วทำเตาเผาอย่างง่ายๆ เพื่อเผาอิฐ ค่อยๆ ทำไป เราจะสามารถสร้างเรือนให้สำเร็จได้แน่นอน”
ต่งเฉิงหูได้ฟังแล้วก็รู้สึกฮึกเหิมอย่างยิ่ง ในใจของเขาเริ่มวาดภาพเรือนในฝัน หากสร้างเรือนแบบนั้นได้สำเร็จ จะเป็นหลังแรกบนเขาชิงผิงนี้เลย ไม่แน่ว่าแม้แต่บ้านของคนในตำบลก็อาจจะยังไม่โอ่อ่าเท่าเรือนของเขาเลย
ตอนนั้นต่งเฉิงหูไม่ได้คิดเลยว่าเหตุใดกู้สุ่ยซิ่วถึงได้รู้มากมายขนาดนี้ อาจเป็นเพราะความเชื่อใจที่มีจากใจจริง หรืออาจเป็นเพราะเขารู้ดีว่าตัวเองไม่เข้าใจกู้สุ่ยซิ่วและกลัวว่าจะถามมากไปแล้วทำให้นางไม่พอใจ เขาจึงเก็บความสงสัยทั้งหมดไว้ในใจ ต่งเฉิงหูคิดเพียงว่าขอแค่กู้สุ่ยซิ่วตั้งใจจะใช้ชีวิตกับเขาอย่างจริงจังก็พอแล้ว
การที่ต่งเฉิงหูไม่ถามอะไรมากนักทำให้กู้สุ่ยซิ่วรู้สึกโล่งใจ นางกลัวที่สุดคือการโกหกที่ต้องโกหกเรื่องใหม่เพื่อกลบเรื่องเก่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป นางรู้สึกว่าตัวเองคงต้องรับภาระหนักจนจิตใจพังทลายเป็นแน่
วันรุ่งขึ้น ต่งเฉิงหูไปล่าสัตว์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ส่วนกู้สุ่ยซิ่วก็จัดเก็บอ่างไม้ที่ต่งเฉิงหูทำไว้เมื่อวานนี้
อ่างไม้ขนาดใหญ่สองใบ อ่างล้างหน้าขนาดเล็กสองใบ และชามไม้ไผ่สี่ใบกับตะเกียบไม้ไผ่สี่คู่ ทั้งหมดถูกขัดเรียบแล้ว สามารถนำไปใช้ได้ทันที