- หน้าแรก
- ข้าจะฟาร์มเวลในโลกคธูลูให้ดู !!
- ตอนที่ 42
ตอนที่ 42
ตอนที่ 42
บทที่ ๔๒ :
เมื่ออาหารบนโต๊ะถูกกวาดจนเกลี้ยง... คลาวน์จึงรู้สึกว่าความหิวโหยที่มาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณนั้นค่อยๆ จางหายไป
"เมื่อกลายเป็นผู้เหนือธรรมชาติ... ระดับชั้นของชีวิตจะได้รับการยกระดับหนึ่งครั้ง... ทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเราจะแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาหลายส่วน... การแสดงออกที่เห็นได้ชัดที่สุด... ก็คือการกิน" นิคกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"ท่านบาทหลวง... ข้าเห็นว่าปริมาณการกินของท่านไม่ได้เยอะเลย"
เขาค่อนข้างไม่เชื่อ... จำนวนครั้งที่ทั้งสองคนกินข้าวด้วยกันนั้นไม่ใช่น้อยๆ... ในความทรงจำของเขาปริมาณการกินของท่านบาทหลวงก็พอๆ กับคนงานเหมืองหินที่ทำงานหนัก... ไม่ได้มีความแตกต่างที่ชัดเจนอะไร
"วิธีการเสริมพลังงานมีอยู่หลายวิธี... การกินเป็นเพียงหนึ่งในนั้น... วิธีการโจมตีของบาทหลวงผู้ขับไล่ภูตผีแตกต่างจากพวกเจ้า... พวกเราจะใช้พลังวิญญาณเป็นหลัก... การเสริม 'แก่นแท้แห่งวิญญาณ' คือหนทางสำคัญในการได้รับพลังงานของพวกเรา... ทั้งบาทหลวง, นักเวท, รวมถึงผู้ผนึกวิญญาณ... ล้วนใช้วิธีนี้ในการเสริมพลังงาน... ทั้งสามารถเสริมพลังงาน... และยังสามารถฝึกฝนยกระดับตนเองได้... ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว"
ขณะนั้น... ความรู้อันตื้นเขินเกี่ยวกับโลกเหนือธรรมชาติของคลาวน์ก็ถูกเปิดโปงออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย
ในฐานะผู้มีความสามารถที่เป็นผู้ผนึกวิญญาณควบคู่ไปด้วย... เขายังไม่รู้เลยว่าจะเพิ่มพูนความสามารถของผู้ผนึกวิญญาณได้อย่างไร
บัดนี้เมื่อได้กลายเป็นคนภายในของศาสนจักรแล้ว... เขาเตรียมจะซ่อนความสามารถในฐานะผู้ผนึกวิญญาณของตนไว้... เพื่อเก็บไว้เป็นไพ่ตาย
"แก่นแท้แห่งวิญญาณคืออะไรหรือขอรับ? แล้วผู้ผนึกวิญญาณกับนักเวทเป็นอาชีพเหนือธรรมชาติแบบไหนกัน?"
ไม่รู้ก็ถาม... นี่เป็นนิสัยที่ดี... ตอนนี้เขาไม่เคยแสร้งทำเป็นรู้ในสิ่งที่ไม่รู้เลย
"ท่านบาทหลวงฮัมฟาร์ได้นำตำราความรู้พื้นฐานมาให้ชุดหนึ่ง... ถึงตอนนั้นเจ้าก็ศึกษาด้วยตนเองแล้วกัน" นิคยืนขึ้น "การฝึกของวันนี้สิ้นสุดลงเท่านี้... ตอนกลางคืนเจ้าก็ปรับตัวเข้ากับสมรรถภาพทางกายของตนเองในตอนนี้ให้ดี... พรุ่งนี้นักรบแห่งกองทัพศักดิ์สิทธิ์ผู้มีประสบการณ์สองคนจะทำการชี้แนะให้แก่เจ้า... เจ้าต้องตั้งใจเรียน... เวลาที่พวกเขาจะอยู่ที่นี่มีไม่มาก... จะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าแล้ว"
บาทหลวงตบไหล่เขา... และยิ้มกล่าว "ข้ามีความมั่นใจในตัวเจ้ามาก"
"ศาสนจักรไม่มีระบบฝึกอบรมคนใหม่เลยหรือขอรับ?"
เมื่อได้ยินว่าจะต้องเรียนรู้ด้วยตนเองอีกแล้ว... คลาวน์ก็ค่อนข้างจะหงุดหงิด
การฝึกฝนที่เป็นระบบจะทำให้คนเติบโตได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น... ไม่มีจุดอ่อนที่ชัดเจน... ตอนที่เขาเป็นคนนอก... ไม่มีทางที่จะเรียกร้องอะไรได้... บัดนี้เมื่อได้เป็นพนักงานประจำแล้ว... ก็ย่อมต้องเรียกร้องสิทธิ์ที่ควรจะได้ให้แก่ตนเองบ้างสิ
"พวกเราย่อมมีระบบฝึกอบรมคนใหม่อยู่แล้ว... แต่ว่า... ตอนนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ... การฝึกอบรมเหล่านี้ไม่มีแล้ว... คนใหม่ในภายภาคหน้า... ล้วนต้องเรียนรู้และก้าวหน้าในการต่อสู้จริง"
นิคหันหลังเดินจากไป... ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ยังคงครุ่นคิดถึงความหมายที่ลึกซึ้งกว่าในคำพูดของเขา
คลาวน์เข้าใจแล้ว... ว่ามีเรื่องที่เขาไม่รู้เกิดขึ้นอีกแล้ว
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างชนชั้นสูงและคนธรรมดามีอยู่สองจุด... หนึ่งคือความไม่เท่าเทียมกันของข้อมูลข่าวสาร... สองคืออำนาจในการควบคุมการจัดสรรทรัพยากร
ในแวดวงที่ระดับสูงขึ้นไป... ช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารของพวกเขายิ่งมากและกว้างขวาง... หากเรื่องราวเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรก็จะสามารถรับรู้ได้ในทันที
บวกกับการที่กุมอำนาจในการจัดสรรทรัพยากร... คนประเภทนี้ย่อมจะกุมอำนาจในการพูดไว้ได้อย่างมั่นคงเสมอ
เขาส่ายหน้า... ไม่คิดมากอีกต่อไป... และเดินออกจากโบสถ์
เมื่อความสามารถไปไม่ถึง... รู้มากไปก็มีแต่จะเพิ่มความกังวลให้เปล่าๆ... มีปัญญาแค่ไหนก็ทำเรื่องได้แค่นั้น... นี่คือประสบการณ์อันลึกซึ้งจากการใช้ชีวิตมาสองชาติของเขา
ขณะที่เดินอยู่บนถนน... คลาวน์ก็เรียกกำแพงสีทองออกมา... ตรวจสอบดูว่าค่าความชำนาญหลังจากที่ต่อสู้เมื่อตอนบ่ายเพิ่มขึ้นไปเท่าไหร่
การที่ได้เห็นความก้าวหน้าของตนเองอยู่ตลอดเวลา... เป็นความสุขอย่างหนึ่ง... และยังเป็นแรงผลักดันอีกด้วย
【เพลงดาบพื้นฐาน: 4687/5000; ขั้นที่สาม】 【เพลงดาบกางเขน: 1832/2000; ขั้นที่สอง】
อาจจะเป็นเพราะการต่อสู้ที่โหดร้ายสามารถปลุกเร้าจิตใจที่ฮึกเหิมและความเหนียวแน่นของคนได้... ความก้าวหน้าของเพลงดาบจึงมากกว่าที่จินตนาการไว้หลายส่วน
คนเดินถนนเมื่อเห็นเขาทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด... ก็ต่างหลบหลีกไปตามสัญชาตญาณ
คลาวน์ไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย... บาดแผลของเขาดูน่ากลัว... แต่แท้จริงแล้วไม่เป็นอะไรมากแล้ว
บาดแผลไม่ได้ทายา... แต่กลับตกสะเก็ดปิดปากแผลหมดแล้ว... แผลที่ลึกที่สุดนั้นก็ไม่มีข้อยกเว้น
เมื่อกลับถึงบ้าน... เขาก็เก็บกระดาษยันต์ที่ตากไว้ข้างนอก... แล้วจึงก่อไฟทำอาหารอย่างรวดเร็ว
รีบเร่งจับเวลา... ในตอนที่ยามโหย่วเพิ่งจะมาถึง... ก็นั่งขัดสมาธิใต้แสงจันทร์... เริ่มต้นการฝึกฝนมนตราประกายทอง
ตอนนี้มนตราประกายทองก้าวหน้าอย่างเชื่องช้า... ยิ่งต้องรีบฉวยเวลาที่ได้เปรียบ
รวมทรายเป็นเจดีย์... รวมน้ำเป็นห้วงลึก... การสั่งสมทีละเล็กทีละน้อย... ก็เพื่อวันที่ดอกไม้จะบานสะพรั่ง
สำหรับคนอื่น... หนทางเบื้องหน้าอยู่ในม่านหมอกที่สับสน... ความพยายามไม่จำเป็นต้องได้รับผลตอบแทน
แต่สำหรับเขา... ไม่มีเส้นทางที่เดินไปโดยสูญเปล่า... ทุกย่างก้าวล้วนมีความหมาย
...
ยามโหย่วเพิ่งจะผ่านพ้น... นอกประตูก็ดังเสียงเคาะขึ้น
ไม่ต้องเดาก็รู้... นักล่าอสูรทั้งสองมาตามนัด
เขาเปิดประตู "เชิญเข้ามาข้างในก่อน"
"เจ้าดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะ" ดวงตาของนักล่าอสูรลุ่มลึก... ข้างในราวกับมีประกายแสงวาบผ่าน
มีสัญชาตญาณที่เฉียบคมขนาดนี้เลยรึ... มุมปากของคลาวน์ยกขึ้น "โชคดีได้เลื่อนขั้นเป็นผู้เหนือธรรมชาติ... พรุ่งนี้ก็จะสามารถเรียนวิชาลมปราณได้แล้ว"
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย... แต่ความภาคภูมิใจนั้นกลับกดไว้ไม่อยู่
"ยินดีด้วย!"
ในใจของเกรอลท์ทอดถอนใจ... ตอนที่เจอกันครั้งแรก... ในสัมผัสทางจิตเพียงแค่รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นหนุ่มน้อยผู้สดใสดุจแสงตะวัน... ไม่คิดว่าเวลาจะผ่านไปเพียงหนึ่งเดือน... ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้เหนือธรรมชาติแล้ว
"ยินดีด้วยพี่ชาย! ท่านเลื่อนขั้นแล้ว... แล้วเมื่อไหร่ข้าถึงจะได้ทำการทดสอบด้วยพฤกษากันนะ?"
อลันอิจฉาอย่างยิ่ง... เนื่องจากหาคนเล่นแร่แปรธาตุมาช่วยปรุงยาไม่ได้มาตลอด... เขาก็จึงยังไม่ได้ก้าวข้ามก้าวสำคัญในการเป็นนักล่าอสูรที่แท้จริงเสียที
นักล่าอสูรผมขาวได้ยินคำพูดของนักเรียนตน... ในแววตาก็ฉายแววซับซ้อนขึ้นมาหนึ่งส่วน
เขาทอดถอนใจยาว... แล้วเอ่ยถาม "คลาวน์... ตอนนี้เจ้าสามารถผลิตยาเหนือธรรมชาติได้กี่ชนิด... อัตราความสำเร็จสามารถทำได้เท่าไหร่?"
"ตอนนี้ข้าเชี่ยวชาญการผลิตยาเหนือธรรมชาติเพียงชนิดเดียว... โอสถโลหิตเดือด... ส่วนอัตราความสำเร็จ... ก็คงจะ 60% ล่ะมั้ง"
สองสามวันนี้... ในมือไม่มีวัตถุดิบ... เขาจึงไม่ได้ปรุงยามานานแล้ว
"หากให้ตำรับยาใหม่เจ้า... เจ้ามีความมั่นใจที่จะทำสำเร็จหนึ่งครั้งในโอกาสสองครั้งหรือไม่?"
เกรอลท์เพิ่งจะพูดจบ... ก็ส่ายหน้าหัวเราะเยาะตนเอง "เป็นข้าที่รีบร้อนเกินไป... ไม่มีนักปรุงยาคนไหนทำได้หรอก"
ท่านพูดกับตัวเองแบบนี้... ก็ต้องให้โอกาสข้าได้แสดงฝีมือบ้างสิ
คลาวน์ยิ้มเล็กน้อย... เขาฟังแล้วก็เข้าใจ... นักล่าอสูรต้องการจะปรุงยาชนิดหนึ่ง... วัตถุดิบในมือมีไม่มาก... น่าจะหาซื้อได้ไม่ง่าย... ดังนั้น... จึงอยากจะหานักปรุงยาที่มีฝีมือมาปรุง... ที่ดีที่สุดคือสามารถสำเร็จได้ในครั้งเดียว
"ลองว่ามาสิ... ยาอะไร... ตอนนี้ข้าอาจจะยังไม่มีความมั่นใจ... แต่ไม่แน่ว่าเมื่อไหร่ก็อาจจะมีความมั่นใจขึ้นมา"
"โอสถพฤกษา... หรือจะเรียกว่าโอสถพงไพรก็ได้... เป็นยาเฉพาะทางของนักล่าอสูร... ยาที่เด็กฝึกใช้เพื่อทะลวงผ่านกลายเป็นนักล่าอสูรที่แท้จริง"
นักล่าอสูรมองนักเรียนของตนอย่างอ่อนโยน... เขากล่าวเสียงเบา "อลันจำเป็นต้องใช้... แต่พวกเรามีวัตถุดิบเพียงสองชุด... เพราะเหตุผลบางอย่าง... ข้าได้จากฐานที่มั่นใหญ่ของนักล่าอสูรมา... จึงทำได้เพียงหานักเล่นแร่แปรธาตุมาผลิตเอง... เนื่องจากยาชนิดนี้มีเพียงนักล่าอสูรเท่านั้นที่จะใช้... โอสถพฤกษาที่พวกเราใช้ล้วนเติมจากที่เคเออร์ มอร์เฮน... มีนักเล่นแร่แปรธาติน้อยคนนักที่จะศึกษาตัวยาซึ่งไม่สร้างประโยชน์อันใดให้แก่พวกเขา"
คลาวน์เข้าใจแล้ว... เขาเอียงคอ... คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว "หากท่านเกรอลท์จะเมตตามอบตำรับยาเหนือธรรมชาติสักสองสามขนาน ที่มีวัตถุดิบไม่ซับซ้อนนักให้ข้าได้ฝึกปรือฝีมือ ข้าก็มั่นใจว่าตนจะสามารถปรุงโอสถพฤกษาได้สำเร็จ"