- หน้าแรก
- ข้าจะฟาร์มเวลในโลกคธูลูให้ดู !!
- ตอนที่ 29
ตอนที่ 29
ตอนที่ 29
บทที่ ๒๙ :
บนลานฝึก... คลาวน์รู้สึกว่าขาทั้งสองข้างของตนหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ... ลมหายใจของเขาก็ถี่กระชั้นขึ้นทุกขณะ
เบื้องหน้าพลันมืดไปวูบหนึ่ง... ในอกราวกับมีก้อนไฟอัดแน่นอยู่... ในลำคอเหมือนหม้อที่น้ำแห้งเหือด... คอยแต่จะพ่นควันออกมาไม่หยุด ทั่วร่างชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ... ชุดทรายเสียดสีกับผิวหนัง... ที่ข้อมือ, ขา, และแผ่นหลัง... ส่งผ่านความเจ็บปวดแสบไหม้มาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ไหวแล้ว... วิ่งต่อไม่ไหวแล้ว... วันนี้ฝึกแค่นี้แล้วกัน... เสียงแห่งการยอมแพ้ดังขึ้นในใจของคลาวน์ไม่หยุด
"วิ่ง! วิ่งต่อไป! หลังจากที่ร่างกายถึงขีดจำกัดแล้ว... ทุกวินาทีที่ยืนหยัดต่อไป... คือความก้าวหน้า"
"เจ้าไม่ได้อยากจะเป็นผู้เหนือธรรมชาติ หรอกรึ... บัดนี้โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว... ยืนหยัดไว้!"
"ข้าจะบอกความจริงให้เจ้า... พลังงานลี้ลับของโลกกำลังตื่นตัวขึ้นเรื่อยๆ... เหตุการณ์เหนือธรรมชาติก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น... เจ้าเองก็คงไม่อยากให้เมื่ออันตรายมาเยือนแล้วทำได้เพียงหลับตาสวดภาวนาหรอกใช่ไหม"
"จงนำพลังใจและเจตจำนงทั้งหมดของเจ้าออกมา!"
นิคถือแส้หนังวัว... ราวกับเครื่องจักรที่เย็นชาและไร้ความปรานี... ทุกครั้งที่ความเร็วของคลาวน์ช้าลงเล็กน้อย... แส้เส้นหนึ่งก็จะฟาดออกไป
ในแววตาของเขานั้นเย็นเยียบ... แต่ในส่วนที่ลึกที่สุดของดวงตา... กลับแฝงไว้ด้วยเปลวไฟอันร้อนแรง
ชายหนุ่มเบื้องหน้าได้สร้างความประหลาดใจให้เขาอีกครั้ง
แบกชุดทรายอันหนักอึ้งไว้ทั่วร่าง... วิ่งไปแล้วกว่า 70 รอบ
แม้ว่าเขาจะตะโกนว่า 100 รอบ... แต่นั่นหมายถึงขีดจำกัดต่ำสุดของพละกำลังที่จะสามารถบรรลุมาตรฐานเพื่อเลื่อนขั้นสู่ระดับเหนือธรรมชาติได้
คนธรรมดาหากไม่มีการฝึกฝนสักสามถึงห้าปี... ไม่มีทางที่จะบรรลุข้อกำหนดนี้ได้เลย
ในการฝึกฝนประเภทนี้เป็นครั้งแรก... คลาวน์วิ่งไปได้ 74 รอบ... และยังคงไม่ล้มลง
เขาคิดว่า... คนที่มีพรสวรรค์ดีถึงเพียงนี้หากไม่เคี่ยวเข็ญขัดเกลาให้ดี... ก็ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!
คลาวน์เข้าใจดีว่าพละกำลังของตนนั้นหมดสิ้นไปแล้วโดยแท้... บัดนี้เขาอาศัยเพียงเจตจำนงที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าในการวิ่งต่อไปโดยสิ้นเชิง
ขาทั้งสองข้างชาจนไร้ความรู้สึก... การไหลเวียนของโลหิตยิ่งนำพาความรู้สึกร้อนระอุมาให้
"เผียะ" บนร่างของคลาวน์โดนแส้ไปอีกหนึ่งที... ครั้งนี้... เขาไม่สามารถเร่งความเร็วได้อีกแล้ว
ความเหนื่อยล้าของร่างกายได้มาถึงขีดจำกัด... หากไม่สามารถฟื้นฟูพละกำลังได้... อย่างมากที่สุดก็คงจะยืนหยัดวิ่งต่อไปได้อีกไม่กี่นาที
แต่ว่า... ตอนที่กำลังวิ่งอยู่จะไปฟื้นฟูพละกำลังได้อย่างไรกัน!
เอ๊ะ... ศาสตร์จินตภาพต้องการเพียงการจินตภาพถึงแก่นแท้... อันที่จริงแล้วไม่ได้มีข้อกำหนดเรื่องท่าทางนี่นา... หากข้าสามารถทำการจินตภาพไปพลางวิ่งไปพลางได้...ก็จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องพละกำลังได้?
ความคิดที่หลุดโลกพลันผุดขึ้นมาในสมองของคลาวน์... เขาเริ่มต้นทำการทดลองในทันที
ในอดีต... ตอนที่จินตภาพมักจะหลับตาเสมอ
บัดนี้เขาจำเป็นต้องเอาชนะนิสัยนี้ให้ได้ก่อน... ลืมตาทำการจินตภาพ
จุดรวมสายตาค่อยๆ เลือนหายไป... ภายใต้ความเหนื่อยล้าอย่างสุดขีดของร่างกาย... การทำเช่นนี้กลับกลายเป็นเรื่องง่ายดาย
ดวงจันทร์เริ่มปรากฏขึ้นเบื้องหน้า... แต่พร้อมกับการวิ่งของร่างกาย... ก็เหมือนกับการโยนก้อนหินลงในน้ำ... ดวงจันทร์ที่สะท้อนอยู่ในน้ำก็พลันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
เขารวบรวมความคิด... และทำการจินตภาพต่อไป... ทำให้ดวงจันทร์เคลื่อนไหวไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของตนเอง... รักษาสภาพที่หยุดนิ่งซึ่งกันและกันไว้
เขาพยายามอย่างต่อเนื่อง
นิคนับได้ 80 รอบแล้ว... คนที่อยู่ในลานฝึกไม่ได้กำลังวิ่งอีกต่อไป... แต่กำลังทำท่าวิ่ง... พลางเดินไปอย่างช้าๆ
แส้ของเขาไม่ได้โบกสะบัดอีกต่อไป... เพราะในขณะนี้มันไม่มีผลในการกระตุ้นศักยภาพของอีกฝ่ายแล้วโดยสิ้นเชิง
บาทหลวงเข้าใจดี... อีกฝ่ายใกล้จะหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว... ที่ยังคงวิ่งอยู่ได้ในตอนนี้... อาศัยเพียงเจตจำนงที่น่าชื่นชมและยกย่องค้ำจุนอยู่โดยแท้
เขายืนมองอย่างเงียบๆ... เขาอยากจะเห็น... ว่าขีดจำกัดของอีกฝ่ายจะอยู่ที่ตรงไหน... และจะสามารถนำความประหลาดใจมาให้เขาได้มากเพียงใด
คลาวน์ลืมไปแล้วว่าตนเองยังคงกำลังวิ่งอยู่... ร่างกายของเขาเพียงแค่เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเป็นกลไก
เขาลืมความเหนื่อยล้า... ลืมกาลเวลา
แสงจันทร์อันสงบนิ่งสาดส่องทั่วร่างแล้วจึงเคลื่อนเข้าสู่หว่างคิ้ว... ผ่านหนีหวานสู่หทัยสถาน... แล้วในหัวใจก็เป็นดั่งดวงตะวันสีแดงฉานส่องสว่างไปทั่วทั้งอวัยวะภายใน... สุดท้ายดวงตะวันสีแดงก็ตกลงสู่ตันเถียน... แผ่รังสีไปทั่วร่าง... ทะลุผ่านรูขุมขนแผ่ออกไปภายนอกอีกครั้ง
ในสายตาของนิค... ราวกับต้นไม้ใบหญ้าที่แห้งเหี่ยวมานานได้พบกับสายฝนโปรยปราย... ร่างกายของคลาวน์กลับมาเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอีกครั้ง... ความเร็วของเขาค่อยๆ เพิ่มขึ้น... แม้จะไม่กลับคืนสู่ความเร็วเริ่มต้น... แต่ทั้งหมดนี้ก็ดูน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
หนึ่งรอบ... สองรอบ... คนคนนั้นกลับมาวิ่งอีกครั้ง
ความรู้สึกหิวโหยอย่างรุนแรงได้ขัดจังหวะสภาวะของคลาวน์... เขารู้สึกว่าในท้องนั้นราวกับมีกลองศึกกำลังรัวอยู่
ขณะนี้... เขารู้สึกเพียงว่าท้องนั้นแฟบจนติดแผ่นหลัง... ในกระเพาะเจ็บปวดจางๆ... ในใจรู้สึกโหวงเหวง
คลาวน์หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของบาทหลวง... จ้องเขม็งไปยังเขา "ข้าหิว!"
บาทหลวงหัวเราะฮ่าๆ "เมื่อครู่ข้าได้สั่งให้หลังครัวเตรียมไว้แล้ว... ตอนนี้สามารถเริ่มกินข้าวได้เลย"
การฝึกครั้งแรก... วิ่งไปทั้งหมด 92 รอบ... อัศวินฝึกหัดเช่นนี้... ความอดทนยอดเยี่ยมเพียงพอแล้ว... ขอเพียงฝึกฝนพละกำลังให้สูงขึ้นอีก... ก็จะสามารถบรรลุมาตรฐานในการเลื่อนขั้นได้
เขามีความมั่นใจ... หนึ่งปี... ไม่สิ... บางทีอาจจะผ่านการฝึกฝนเพียงครึ่งปีก็จะสามารถยกระดับเขาให้ก้าวเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติได้
...
ณ ห้องอาหารเล็กๆ ของโบสถ์
คลาวน์กินคำเล็กๆ... ถึงกับจะพูดได้ว่าเคี้ยวอย่างละเอียด... แต่เขากลับกินได้เร็วและเยอะอย่างยิ่ง
นิคมองดูชามและจานที่กองสูงขึ้นเรื่อยๆ บนโต๊ะ... ในใจแอบปิติยินดี
ยิ่งใช้พลังงานมากเท่าไหร่... ปริมาณการกินก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น... หากจะพูดในอีกแง่หนึ่ง... ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนวิถีแห่งอัศวิน... ก็คือผู้ที่กินจุที่สุดนั่นเอง
"ท่านบาทหลวง... ยาสมุนไพรต้มเสร็จแล้วเจ้าค่ะ"
แม่ชีร่างระหงคนหนึ่งเดินเข้ามา... มือข้างหนึ่งถือชามเคลือบขนาดใหญ่... อีกมือหนึ่งถือโถดินเผา
นิคพยักหน้าเบาๆ... ยิ้มให้แม่ชี "ขอบคุณมาก เอวิน่า... วางไว้บนโต๊ะเถอะ"
แม่ชีวางของลงบนโต๊ะ... แล้วหันหลังเดินจากไป
คลาวน์เอียงคอมอง... มองแผ่นหลังที่ไหวระริกอย่างมีเสน่ห์ของแม่ชี... อดที่จะใจสั่นไม่ได้
แม่ชีค่อยๆ เดินจากไปไกล... นิค "อืม" ออกมาหนึ่งที... และกล่าวว่า "! เมื่อกลายเป็นผู้เหนือธรรมชาติ... เจ้าจะพบว่าทางเลือกของเจ้าจะมีมากขึ้น"
บาทหลวงลุกขึ้นยืน... ตบไหล่เขา "สู้ๆ เข้าล่ะพ่อหนุ่ม... ข้ามองเจ้าอยู่นะ... ยาต้มสำหรับดื่ม... ยาพอกสำหรับทาภายนอก... ตอนกลางคืนข้าจะคัดลอกตำรับยาให้เจ้า... สมุนไพรสำรองของโบสถ์มีไม่มาก... ต่อไปเจ้าต้องปรุงเองแล้ว"
เขาไพล่มือไว้ข้างหลัง... และเขาก็เดินจากไป "อย่ากินอิ่มเกินไป! ตอนกลางวันเจ้ามีเวลาพักสองชั่วโมง... ตอนบ่ายเจ้าต้องเรียนวิชาดาบ... ก่อนบ่ายสอง... ไปรวมตัวกันที่ลานฝึก"
...
คลาวน์กินอิ่มไปสิบสองส่วน... ตอนนี้เขาดื่มยาต้มไม่ลงแล้ว
เขาถือชามยา... ถือโถยา... กลับไปยังที่พักที่จัดสรรให้
เขาผลักประตูเข้าไป... ทุกอย่างก็ปรากฏแก่สายตา
ข้างในตกแต่งอย่างเรียบง่าย... โต๊ะหนึ่งตัว... เก้าอี้หนึ่งตัว... เตียงไม้แคบๆ หนึ่งเตียง
บนโต๊ะมีโคมไฟน้ำมันหนึ่งดวง... กาน้ำหนึ่งใบ
เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ล้วนทำจากไม้เนื้อแท้... ถึงกับไม่ได้ทาเคลือบเงาด้วยซ้ำ
เมื่อเปิดโถยาออก... คลาวน์เห็นว่าข้างในเต็มไปด้วยยาพอกสีแดงคล้ำ... เขาดมดู... ก็วิเคราะห์ส่วนผสมของสมุนไพรสองสามชนิดออกมาได้ในทันที
มีดอกโกลเด้นโบรและหญ้าโลหิตหมุนเวียน... ยาพอกชนิดนี้น่าจะมีสรรพคุณส่วนหนึ่งของยาพอกกระดูกพยัคฆ์... ช่วยให้โลหิตไหลเวียนระงับปวด... เสริมความทนทานของกล้ามเนื้อ
เขาทายาพอกลงบนกล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยของตน... คลาวน์นั่งลงบนเตียง... เขาไม่ได้นั่งขัดสมาธิ... เพียงแค่นั่งตัวตรง... หลับตาสองข้างแล้วประสานสองมือเป็นมุทราแสงทอง... เริ่มต้นการจินตภาพ
แม้ว่าจะเรียนรู้การลืมตาและทำการจินตภาพในขณะเคลื่อนไหวได้แล้ว... แต่เขาก็รู้สึกว่าประสิทธิภาพของการจินตภาพแบบนั้นด้อยกว่าสภาวะปกติไม่น้อย
ที่เขากินอิ่มขนาดนั้นก็มีจุดประสงค์... การจินตภาพมนตราประกายทองต้องการการเผาผลาญพลังงานไม่น้อย... ซึ่งช่วยย่อยอาหารได้ดีเลย