- หน้าแรก
- ข้าจะฟาร์มเวลในโลกคธูลูให้ดู !!
- ตอนที่ 16
ตอนที่ 16
ตอนที่ 16
บทที่ ๑๖ :
เมื่อปลุกเร้าจิตใจให้ฮึกเหิมอีกครั้ง คลาวน์ก็เริ่มต้นการจินตภาพมนตราประกายทอง
หลังจากจบการหมุนเวียนหนึ่งรอบ เสียงกรีดร้องอันเสื่อมสลายและหวาดกลัวก็ดังขึ้นในสมองของเขาอีกครั้ง ความเจ็บปวดบนร่างกายก็ยังคงปรากฏ
ไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือไม่... เขารู้สึกว่าความเจ็บปวดในครั้งนี้กินเวลาน้อยกว่าเมื่อวานเล็กน้อย
เมื่อร่างกายค่อยๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติ... แววตาของเขาก็ฉายประกายอำมหิต... แล้วจึงเริ่มต้นการจินตภาพต่อไป
ตอนเที่ยงวัน... เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนแล้วว่าเสียงโหยหวนที่ปรากฏขึ้นในสมองหลังจากการจินตภาพแต่ละรอบนั้นอ่อนลงไปมาก ความเจ็บปวดบนร่างกายก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
คลาวน์ยื่นมือทั้งสองข้างออกไป... และพบด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งว่าจุดด่างดำบนผิวแขนของเขาจางลงไปมากแล้ว!
"ฟู่..."
เขาถอนหายใจยาว... วิ่งไปทำอาหารด้วยหัวใจที่เบิกบาน
การเผาผลาญจากมนตราประกายทองบวกกับความเจ็บปวดทางกาย ทำให้พลังกายและพลังใจของเขาถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก อาหารที่ทำไว้เมื่อคืน... บัดนี้ได้ลงไปอยู่ในท้องของเขาจนหมดสิ้นแล้ว
หลังจากพักผ่อนร่างกายครู่หนึ่งและอิ่มหนำกับมื้ออาหารรสเลิศ คลาวน์ก็ไม่มีความคิดที่จะพักผ่อนแม้แต่นาทีเดียว... เขายังคงจินตภาพมนตราประกายทองต่อไป
ดวงจันทร์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า... แล้วจึงเคลื่อนเข้าสู่หว่างคิ้ว... ไหลไปตามเส้นทางที่วางไว้จนถึงหทัยสถาน... เคลื่อนไปทางซ้ายจนถึงใจกลางดวงหทัย... จินตภาพให้หัวใจเป็นดั่งดวงตะวันสีแดงฉานสาดแสงสีทองส่องสว่างไปทั่วทั้งอวัยวะภายใน... สุดท้ายดวงตะวันสีแดงดวงนี้ก็เคลื่อนมายังตันเถียน... และ ณ ที่แห่งนี้... แสงสว่างได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างและขยายออกไปนอกกาย
ศาสตร์แห่งจินตภาพชุดนี้ได้ค่อยๆ กลายเป็นสัญชาตญาณของคลาวน์ไปแล้ว... เขาทำได้อย่างคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติราวกับการหายใจ
สองชั่วโมงต่อมา... จุดด่างดำส่วนใหญ่บนร่างกายของเขาก็จางลงไปมาก
และอีกสองชั่วโมงต่อมา... เมื่อตะวันคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก... จุดด่างดำทั้งหมดก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น! ผิวของเขากลับคืนสู่สภาพปกติโดยสมบูรณ์... แถมยังมีประกายแวววาวราวกับหยกเนื้อดีอีกด้วย
ขณะนั้น... คลาวน์ได้ทำการจินตภาพเสร็จสิ้นไปหนึ่งรอบ... พลันมีควันดำขโมงพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา! กลิ่นเหม็นเน่าจางๆ แผ่กระจายไปทั่วห้อง
เสียงกระซิบของวิญญาณร้ายที่อ่อนแรงลงไปมากแล้วนั้นพลันดังแผดสูงขึ้น... แล้วก็อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว
คลาวน์รู้สึกว่าในสมองของเขาปรากฏภาพฉากหนึ่งขึ้นมา
อสูรกายที่คล้ายปลาหมึกตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงสีทอง! ทั่วทั้งหัวและหนวดของอสูรกายเต็มไปด้วยดวงตานับไม่ถ้วน! ควันดำพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของมันขณะที่ถูกแผดเผา
ควันดำนั้นวนเวียนอยู่รอบตัวอสูรกาย... จางลงเรื่อยๆ... จางลงเรื่อยๆ...
เมื่อถูกแผดเผา... ขนาดของอสูรกายก็เล็กลงเรื่อยๆ... มันยืนหยัดอยู่ได้ไม่นาน... สุดท้ายก็กลายสภาพเป็นนาฬิกาทรายที่บรรจุไว้ด้วยเม็ดทรายสีทองละเอียด!
นาฬิกาทรายนั้นหมุนคว้าง... ราวกับข้ามผ่านมิติห้วงเวลามายังฉากทัศน์อื่น... มายังรอบๆ ลูกแก้วผลึกขนาดมหึมาลูกหนึ่ง... และโคจรรอบมันอย่างช้าๆ
จิตสำนึกของคลาวน์ก็ติดตามมาหยุดนิ่งอยู่ที่นี่เช่นกัน... เขารู้สึกว่าตนเองได้กลายเป็นวัตถุที่ไร้รูปไร้ลักษณ์... มีเพียงจิตสำนึกที่คงอยู่ ณ ที่แห่งนี้
เขาสังเกตอย่างละเอียด... และพบว่าลูกแก้วผลึกขนาดใหญ่นั้น... ก็คือลูกแก้วผลึกที่ปรากฏขึ้นหลังจากที่เขาทำการจินตภาพใต้แสงอรุณรุ่งนั่นเอง
ณ ขณะนี้... ทางด้านซ้ายของลูกแก้ว... ประกายสีทองจางๆ นั้นได้หายไปแล้ว
ที่นี่คือที่ไหน... ข้าจะออกไปได้อย่างไร?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจ... คลาวน์ก็รู้สึกว่าจิตสำนึกของตนราวกับร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า... กลับคืนสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว
กลิ่นเหม็นเน่าชวนอาเจียนโชยปะทะโพรงจมูก... เขาแทบจะอาเจียนออกมาตรงนั้น
เขารีบลุกขึ้นยืน... เปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว... แล้วจึงรีบเดินไปยังประตูห้อง
ขณะที่เดินผ่านกระจกแต่งตัวหน้าประตู... เขาก็พลันตะลึงงันไป
ชายหนุ่มในกระจกมีผิวขาวกระจ่าง... บนใบหน้ายังมีประกายเลือดฝาดอีกด้วย
คิ้วเข้มดั่งดาบขับให้ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าดุจดาว ยามเมื่อเหลือบมองครั้งใดก็สะกดใจผู้คน แม้แต่จมูกโด่งคมสันนั้นกลับดูลงตัวอย่างน่าเอ็นดู
หล่อจริง!
ความแข็งแกร่งเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว... แต่ความหล่อเป็นเรื่องชั่วชีวิต!
คลาวน์ลูบผมตัวเองอย่างหลงใหลสองสามที... แล้วเดินออกจากห้อง
มนตราประกายทองกลับมีผลพลอยได้ด้านความงามด้วย! ต้องกดไลค์ให้ทักษะนี้เลย!
ด้วยหัวใจที่เบิกบาน... คลาวน์ก็ย้ายไปอีกห้องหนึ่ง... เขาจะทำการจินตภาพอีกครั้ง... เพื่อให้แน่ใจว่าภัยแฝงจากวิญญาณร้ายได้ถูกขจัดไปจนหมดสิ้นแล้ว
หลังจากทำการจินตภาพอย่างคล่องแคล่ว... เขาก็รู้สึกเพียงว่าทั่วร่างปลอดโปร่งสบาย... นอกจากความรู้สึกหิวแล้ว... ก็ไม่มีอาการของวิญญาณร้ายในร่างเลยแม้แต่น้อย
"ฮ่าๆ" เขาหัวเราะออกมาเบาๆ สองสามครั้ง... จิตใจที่เคยตึงเครียดเล็กน้อยก็ผ่อนคลายลงโดยสมบูรณ์... เขาอารมณ์ดีและนำข้าวไปอุ่น... แล้วกินเข้าไปเต็มๆ ถึงสี่ถ้วยใหญ่
หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว... คลาวน์ก็นั่งลงบนเก้าอี้พลางพักผ่อนพลางครุ่นคิด
เขาคิดว่าจะต้องซื้อนาฬิกาปลุกหรือนาฬิกาพกมาใช้จับเวลาสักเรือน... ตอนนี้คาดคะเนเวลาได้ไม่ดี... ทำให้เขาไม่สามารถทำการจินตภาพในยามเหม่าและยามโหย่วได้อย่างเต็มที่
วิธีการสร้างยันต์ชำระจิตและยันต์ประกายทองเขาก็ได้พิจารณาไปรอบหนึ่งแล้ว
วัตถุสีทองที่ได้รับมาในลูกแก้วผลึกหลังจากการจินตภาพใต้แสงอรุณรุ่งนั้น... คือหนึ่งในวัตถุดิบสำหรับวาดยันต์ประกายทอง... มีชื่อเรียกว่า "ของเหลวสุริยันอัคคี"
ส่วนหนึ่งในวัตถุดิบสำหรับยันต์ชำระจิตนั้นเรียกว่า "น้ำค้างจันทรา"... คำอธิบายบอกว่าจะได้รับมาเมื่อทำการจินตภาพในยามโหย่ว
ยันต์เต๋าทั้งสองชนิดจะมีประโยชน์จริงหรือไม่เขาก็ยังไม่รู้... แต่จากอานุภาพที่มนตราประกายทองแสดงออกมาหลังจากการเลื่อนขั้นแล้ว... เขาก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่ง
คลาวน์ส่งกระแสจิตว่าต้องการจะไปยังตำแหน่งของลูกแก้วผลึก... จิตสำนึกของเขาก็พลันวาบไปยังที่แห่งนั้นทันที
ประโยชน์ของลูกแก้วผลึกนั้นชัดเจนแล้ว... ก็คือภาชนะสำหรับเก็บของเหลวสุริยันอัคคีและน้ำค้างจันทรา
แต่เจ้านาฬิกาทรายที่กลายสภาพมาจากวิญญาณร้ายนั้นจะมีประโยชน์อะไร... คงต้องค่อยๆ ทดสอบกันไป
นี่คือนาฬิกาทรายฐานทองเหลือง... ในผลึกใสกระจ่างบรรจุไว้ด้วยเม็ดทรายสีทองละเอียดที่ส่องประกายเรืองรองอยู่จางๆ
เม็ดทรายนั้นไม่ได้ร่วงหล่นลงมา... แต่กลับหยุดนิ่งอยู่ส่วนบนของนาฬิกาทราย
มันยังคงหมุนรอบตัวเองไม่หยุด... คลาวน์เห็นว่าบนฐานของนาฬิกาทรายนั้นสลักไว้ด้วยดวงดาวสีเงินสองดวง... ทุกๆ หนึ่งวินาทีที่ผ่านไป... ดวงดาวก็จะกะพริบพร้อมกันหนึ่งครั้ง
เขาใช้กระแสจิตสัมผัสนาฬิกาทรายเรือนนี้... คิดจะลองดูว่าจะสามารถพลิกกลับด้านมันได้หรือไม่
ใครจะรู้ว่านาฬิกาทรายนั้นราวกับถูกหลอมรวมอยู่ในความว่างเปล่า... เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนสภาพของมันได้เลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่น่าประหลาดใจอยู่บ้างก็คือ... เมื่อเขาสัมผัสนาฬิกาทรายนั้น... กลับมีความรู้สึกราวกับกำลังลูบไล้ผิวของตนเอง... สัมผัสนั้นช่างยอดเยี่ยมสุดจะบรรยาย
คลาวน์รู้สึกว่าบนหัวของตนเองมีเส้นสีดำปรากฏขึ้น... พอลูบตัวเอง... แล้วรู้สึกดี?
ทำไมถึงมีความคิดที่ไม่เอาไหนเช่นนี้ได้...
แม้จะมีความคิดอันน่าละอายเช่นนี้... แต่เขาก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะ 'ลูบไล้' นาฬิกาทรายเรือนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากที่ดวงดาวบนฐานทองเหลืองกะพริบอีกครั้ง... มันก็ไม่ได้ดับแสงลง... แต่กลับสว่างค้างไว้
ความรู้สึกรู้แจ้งพลันผุดขึ้นในจิตสำนึกของคลาวน์... เขาเข้าใจถึงประโยชน์สองอย่างที่นาฬิกาทรายมีอยู่ในปัจจุบันแล้ว
อย่างแรก... จับเวลา... ตอนนี้เขาสามารถรู้สึกถึงการไหลของเวลาได้แล้ว... โดยมีความแม่นยำอยู่ที่หนึ่งเค่อ (สิบห้านาที)
อย่างที่สอง... หยุดเวลา... เขาสามารถใช้ "ทรายแห่งกาลเวลา"... ก็คือเม็ดทรายละเอียดในนาฬิกาทรายนั่นแหละ... มาหยุดยั้งเวลารอบกายของตนเองได้ชั่วครู่... ส่วนความสามารถที่ละเอียดกว่านี้... คงต้องรอให้เขาทดสอบอย่างแม่นยำอีกครั้ง
จิตสำนึกของคลาวน์กลับคืนสู่ร่างกาย... เขาอยากจะทดลองความสามารถอันลี้ลับทั้งสองนี้อย่างเร่งด่วน
"ตอนนี้ 5 โมง45นาที"
โดยธรรมชาติ... เขาเอ่ยเวลาปัจจุบันออกมา
เนื่องจากไม่มีเครื่องจับเวลา... จึงไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้... แต่เมื่อเขามองดูสีของท้องฟ้าภายนอกแล้ว... ก็รู้สึกว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
จากนั้น... เขาหยิบเหรียญเงินออกมาเหรียญหนึ่ง... โยนขึ้นไปในอากาศเบาๆ
เมื่อเหรียญเงินเริ่มร่วงหล่น... เขาก็ส่งกระแสจิต... ใช้พลังของนาฬิกาทราย... เหรียญเงินราวกับสูญเสียน้ำหนัก... หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศจริงๆ!
เขารักษาความสามารถนี้ไว้... ประมาณสามสี่วินาทีต่อมา... เหรียญเงินก็กลับคืนสู่มวลเดิม... และเริ่มร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง
เขายื่นมือออกไป... รับเหรียญเงินที่ร่วงหล่นลงมา... จิตสำนึกของคลาวน์กลับไปยังพื้นที่ที่ไม่อาจระบุชื่อได้นั้นอีกครั้ง
เขาเห็นว่าในนาฬิกาทราย... เม็ดทรายสีทองละเอียดได้ถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้ว
ช่างเป็นความสามารถที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก... ต่อไปนี้... จะขอเรียกเจ้าว่า... นาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา!