- หน้าแรก
- อุตส่าห์ฝึกยุทธ์แทบตาย สุดท้ายปลากัดนิ้วทีเดียวได้เป็นเซียนเฉย
- บทที่ 41 - ตัดสินถูกผิด เหมิงฮั่นบรรลุสร้างรากฐาน
บทที่ 41 - ตัดสินถูกผิด เหมิงฮั่นบรรลุสร้างรากฐาน
บทที่ 41 - ตัดสินถูกผิด เหมิงฮั่นบรรลุสร้างรากฐาน
บทที่ 41 - ตัดสินถูกผิด เหมิงฮั่นบรรลุสร้างรากฐาน
หูหว่านจือก้มหน้าเดินเข้ามา นางไม่ใช่เพิ่งเคยเห็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเป็นครั้งแรก แต่ด้วยนิสัยขี้กลัวโดยธรรมชาติทำให้นางไม่กล้าเงยหน้ามองผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน
ฟางเอ้อร์หลางที่เดินตามหลังมายิ่งตัวสั่นงันงก หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากแห้งผากจนซีดขาว สวีเฟิงเพียงปรายตามองก็รู้ทันทีว่าคนผู้นี้มีชนักติดหลัง จึงละสายตาไปอย่างรวดเร็ว
จ้าวฉุนเอ่ยแนะนำ "นี่คือศิษย์พี่หญิงของข้า หูหว่านจือ แม้นางจะเป็นคนของฝ่ายนอก แต่ในใจข้านับถือนางประดุจพี่น้องร่วมสาบาน"
สวีเฟิงเห็นว่านางอยู่เพียงขั้นกลั่นลมปราณระดับสอง และอายุอานามก็ล่วงเลยยี่สิบปีไปแล้ว จึงพอจะเดาสถานะของหูหว่านจือได้ แต่เมื่อได้ยินจ้าวฉุนกล่าวคำว่า 'ประดุจพี่น้องร่วมสาบาน' สีหน้าของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย พยักหน้าให้นางเบาๆ
หูหว่านจือตื่นตระหนกรีบกล่าว "ผู้น้อยต่ำต้อยราวต้นหญ้า มิกล้ารบกวนท่านเซียนเจ้าค่ะ"
สวีเฟิงโบกมือวูบ เอ่ยถามตรงประเด็น "ได้ยินว่าเรื่องบาดหมางระหว่างลูกชายข้ากับศิษย์น้องจ้าว พาลมาเดือดร้อนถึงเจ้า วันนี้ข้าจึงอยากถามให้รู้ความ จะได้รู้ว่าจะอบรมสั่งสอนในฐานะพ่อได้อย่างไร"
หูหว่านจือเห็นเขาพูดจาสุภาพเช่นนี้ก็ทำตัวไม่ถูก เงยหน้ามองจ้าวฉุนเห็นนางพยักหน้าให้ จึงรวบรวมสติเล่าเรื่องที่สวีควงรุ่ยซื้อตัวศิษย์รับใช้และแอบวางยาในแปลงนาอย่างละเอียด
สวีเฟิงมาจากครอบครัวยากจน ตอนเข้าสำนักใหม่ๆ ก็เคยลำบากมาก่อน ย่อมเข้าใจความยากแค้นของผู้ฝึกตนระดับล่างได้เป็นอย่างดี
เขาถอนหายใจเบาๆ การกระทำของสวีควงรุ่ยนั้นนับว่าชั่วร้ายนัก แม้จะไม่ถึงกับเอาชีวิต แต่หากปล่อยไว้นาน ผู้ดูแลสวนพืชวิญญาณย่อมเกิดความไม่พอใจ ถึงตอนนั้นหากนางถูกปลดจากหน้าที่ ก็เท่ากับใช้มีดกรีดเนื้อเถือหนังนางทั้งเป็น
เรื่องนี้มีฟางเอ้อร์หลางเป็นพยานบุคคล และมียาลดผลผลิตที่ยังไม่ได้ใช้อีกส่วนหนึ่งเป็นพยานวัตถุ สวีเฟิงมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว หลายปีมานี้เขาต้องคอยตามล้างตามเช็ดเรื่องที่สวีควงรุ่ยก่อไว้ ความขัดแย้งที่สะสมมานานทำให้ความโกรธพุ่งขึ้นหน้า จนชั่วขณะหนึ่งเขาถึงกับพูดไม่ออก
"ข้าจะให้ลูกชายไปขอขมาถึงที่ และต่อไปจะดูแลความประพฤติของเขาให้เข้มงวดขึ้น" สวีเฟิงตั้งสติ สูดลมหายใจลึกแล้วกล่าวออกมา
ได้ผลลัพธ์เช่นนี้ จ้าวฉุนก็นับว่าพอใจแล้ว อีกฝ่ายเป็นถึงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน ยอมลดตัวลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองก็นับว่าให้เกียรติมากแล้ว แม้จะไม่เห็นว่าสวีควงรุ่ยถูกลงโทษอะไร แต่ดูจากท่าทีของสวีเฟิงแล้ว พอลับหลังคงไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่
ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของเขา หูหว่านจือก็รู้สึกมั่นคงปลอดภัย ภูเขาที่ทับอยู่ในอกถูกยกออกไป นางรีบคารวะขอบคุณสวีเฟิง ความหม่นหมองบนใบหน้ามลายหายไปจนสิ้น
เมื่อเรื่องราวคลี่คลาย จ้าวฉุนตั้งใจจะพาทั้งสองลากลับ แต่กลับถูกสวีเฟิงเอ่ยรั้งตัวไว้ นางจึงจำต้องเรียกเรือควันออกมาส่งทั้งสองกลับไปก่อน แล้วรั้งอยู่ที่หน้าผาวั้งต้วนเพียงลำพัง
"ศิษย์พี่มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?"
สวีเฟิงยิ้มจางๆ "นับตั้งแต่ข้าบรรลุขั้นสร้างรากฐาน ก็เป็นจริงดังที่ศิษย์น้องว่า มีเทียบขอเข้าพบส่งมาไม่ขาดสาย หากนับตามลำดับก่อนหลัง หรือความจริงใจ มีผู้ที่เหนือกว่าศิษย์น้องมากมายนัก แต่ข้ากลับเลือกพบเจ้าเป็นคนแรก เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด?"
สิ่งที่เขาพูดมาจ้าวฉุนก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกัน อายุยังน้อยก็บรรลุขั้นสร้างรากฐาน แถมการสอบใหญ่ยังได้คะแนน 'อี้ซ่าง' คนในสำนักที่อยากผูกมิตรกับสวีเฟิงมีมากดุจฝูงปลาข้ามแม่น้ำ แต่เขากลับเลือกเทียบของจ้าวฉุนท่ามกลางผู้คนมากมาย คงต้องมีนัยแอบแฝงเป็นแน่
จ้าวฉุนแววตาไหววูบ "ขอศิษย์พี่โปรดชี้แนะด้วยเจ้าค่ะ"
สวีเฟิงวางมือทั้งสองบนหัวเข่า กล่าวว่า "ศิษย์น้องยังจำเหมิงฮั่นได้หรือไม่?"
"ศิษย์พี่เหมิง? ย่อมจำได้แน่นอน หากไม่ได้เขาช่วยเหลือ ข้าคงตายในป่าหยุดลมไปนานแล้ว"
"ฮ่าๆ!" สวีเฟิงหัวเราะร่า "พวกเจ้าสองคนต่างบอกว่าอีกฝ่ายมีบุญคุณช่วยชีวิต ข้าชักจะงงแล้วว่าตกลงใครช่วยใครกันแน่!" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ ดูสนิทสนมเป็นกันเองมากขึ้น จ้าวฉุนเดาว่าน่าจะเป็นเพราะความสัมพันธ์กับเหมิงฮั่น
ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยถาม สวีเฟิงก็ชิงเฉลยเสียก่อน "ข้ากับเหมิงฮั่นคบหากันมานาน เปรียบเสมือนพี่น้องร่วมอุทร ครั้งนี้ที่ออกไปท่องเที่ยวนอกสำนัก ก็ไปช่วยเขาตามหาของวิเศษสำหรับสร้างรากฐาน ได้ยินเขาเคยพูดถึงเจ้าว่ามีจิตใจเข้มแข็งไม่เหมือนใคร อนาคตต้องได้ดีแน่ ข้าถึงได้จดจำชื่อเจ้าไว้"
จ้าวฉุนกล่าวถ่อมตนไปสองสามประโยค จากนั้นก็ได้ฟังสวีเฟิงเล่าว่า เดิมทีเหมิงฮั่นไม่อยากใช้ผลวิญญาณจากคฤหาสน์ฮุ่ยหมิงเป็นรากฐาน จึงยืนกรานจะออกไปหาของวิเศษด้วยตนเอง ทำให้เสียเวลาไปนานโข
ผลวิญญาณนั้นเป็นธาตุดิน มีคุณสมบัติเป็นกลางและนุ่มนวล การสร้างรากฐานทำได้ง่าย คุณภาพของรากฐานก็นับว่าปานกลาง เดิมทีเหมิงฮั่นก็พอใจแล้ว แต่พอเกิดเรื่องเยว่จ่วนขึ้นมา ก็ไปกระตุ้นจิตใจใฝ่สูงของเขาเข้า เขาจึงยืนกรานจะหา 'รากศิลาหยก' ที่เหมาะสมกับตนเองที่สุดมาใช้สร้างรากฐานให้ได้
ของสิ่งนี้เป็นหนึ่งในของวิเศษธาตุดินที่หายากที่สุด หากจะแลกจากสำนักไม่รู้ต้องใช้แต้มความดีความชอบเท่าไหร่ เหมิงฮั่นกระเป๋าแห้ง จึงชวนสหายสนิทอย่างสวีเฟิงออกไปผจญภัยตามหาของวิเศษ ไม่นึกว่าจะเจอเข้าจริงๆ แม้จำนวนจะไม่มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับสร้างรากฐาน
"แล้วศิษย์พี่เหมิงเล่าเจ้าคะ?"
"เมื่อครึ่งเดือนก่อนเขาบรรลุขั้นสร้างรากฐานแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบใหญ่ รากฐานของเขามั่นคง ระดับอี้ขั้นกลางนั้นได้แน่ ดีไม่ดีอาจจะได้ถึง 'เจี่ยเซี่ย (เอกล่าง)' ด้วยซ้ำ" ส่วนจะสูงกว่านั้นหรือไม่ สวีเฟิงไม่กล้ารับประกัน
จ้าวฉุนรีบฝากคำยินดีไปให้เหมิงฮั่น ก่อนจะได้ยินเขาพูดต่อว่า "ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ข้าได้ยินว่าช่วงนี้ศิษย์น้องเที่ยวสืบหาเรื่องเตาหลอมไฟปฐพี หรือว่าเจ้ากำลังจะฝึกฝนวิชา 'เคล็ดวิชาหลอมกายในเตาอัคคี'?"
การสืบถามเรื่องวิชาของผู้อื่นถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง เขาแม้จะเป็นสหายของเหมิงฮั่น แต่เพิ่งจะรู้จักกับนางได้ไม่นาน จากการสัมผัสกันในวันนี้ เขาก็ไม่น่าใช่คนพูดจาพล่อยๆ นางจึงเก็บความสงสัยไว้ รอฟังคำอธิบาย
สวีเฟิงรู้ว่าคำพูดนี้ดูบุ่มบ่าม จึงอธิบายว่า "ข้าไม่อ้อมค้อมกับศิษย์น้องแล้วกัน พูดตรงๆ เลยนะ ข้ามีรากปราณสามธาตุ โดยมีธาตุทองเป็นหลัก วิชาธาตุนี้หายาก ข้าเองก็บังเอิญได้ฝึกวิชานี้มาเหมือนกัน เห็นศิษย์น้องอยู่เพียงขั้นกลั่นลมปราณระดับห้า จึงอยากเตือนด้วยความหวังดี"
"เตาหลอมไฟปฐพีนั้นผลาญพลังวิญญาณมหาศาล หากประมาทเพียงนิดเดียวจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ยิ่งเจ้ามีรากปราณไฟอยู่ในตัว เกรงว่าจะต้านทานไม่ไหว ควรรอให้ถึงขั้นกลั่นลมปราณระดับหกขั้นสมบูรณ์เสียก่อน ค่อยเริ่มฝึกวิชานี้"
เคล็ดลับการฝึกตนเหล่านี้ ปกติจะไม่บอกกล่าวแก่คนนอก ที่เขายอมเตือนจ้าวฉุน ก็เพราะเห็นแก่หน้าเหมิงฮั่น
"เป็นเช่นนี้เอง ข้านี่ช่างเขลาเบานัก" จ้าวฉุนลุกขึ้นคารวะขอบคุณ ในใจรู้สึกละอายเล็กน้อย นึกขอบคุณที่วันนี้ได้มาที่นี่ ทำให้ได้รู้เคล็ดลับสำคัญ มิฉะนั้นคงกระโดดลงกองไฟ ทำลายวิถีแห่งเต๋าของตนเองไปแล้ว
สวีเฟิงเห็นนางยังเด็ก คงมีเรื่องไม่เข้าใจอีกมาก จึงอธิบายเคล็ดลับการฝึกฝนและจุดสำคัญของระดับพลังให้นางฟังอย่างละเอียด ทำให้จ้าวฉุนได้รับประโยชน์มหาศาล
[จบแล้ว]