- หน้าแรก
- อุตส่าห์ฝึกยุทธ์แทบตาย สุดท้ายปลากัดนิ้วทีเดียวได้เป็นเซียนเฉย
- บทที่ 32 - ศึกปะทะถูเหมี่ยน (I)
บทที่ 32 - ศึกปะทะถูเหมี่ยน (I)
บทที่ 32 - ศึกปะทะถูเหมี่ยน (I)
บทที่ 32 - ศึกปะทะถูเหมี่ยน (ตอนต้น)
ณ หอรรพบุรุษ สมาชิกตระกูลสายซ้ายและสายหลักนั่งแยกกันอยู่คนละฝั่ง จ้าวฉุนและถูฉุนฉานถือเป็นกลุ่มสุดท้ายที่มาถึง
"เรื่องใหญ่ของตระกูล ท่านผู้นำควรจะเชิญคนนอกออกไปเสียก่อนนะขอรับ"
ถูฉุนจื่อที่นั่งประจำที่อยู่ก่อนแล้วเอ่ยขึ้น น้ำเสียงยังเจือความอ่อนแออยู่สามส่วน ทว่าดวงตาโปนโตดั่งระฆังทองแดงคู่นั้นกลับเบิกกว้างจ้องเขม็ง
"สหายเต๋าจ้าวเป็นศิษย์จากสำนักหลัก ย่อมนับเป็นคนกันเองหาใช่คนนอกไม่ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อวานข้าได้แจ้งแก่สายหลักไปแล้วว่าจะเชิญนางมาเป็นอาคันตุกะที่ปรึกษา เพื่อร่วมหารือเรื่องตำแหน่งผู้นำตระกูล ตระกูลสายซ้ายเดิมทีเป็นเพียงสาขาแยกย่อย หากจะไม่รู้เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ"
วาจานี้ตอกกลับจนถูฉุนจื่อคิ้วขมวดมุ่น เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน
"ไม่ยักรู้ว่าท่านผู้นำกลายเป็นคนเผด็จการเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด คนบ้านหลักไม่มีใครคอยตักเตือนบ้างหรือไร ถึงได้ปล่อยให้เกิดเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ขึ้นได้"
"จะเหลวไหลหรือไม่ ทุกอย่างก็ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้"
ถูฉุนฉานประกาศก้องด้วยน้ำเสียงหนักแน่น กวาดสายตาเย็นชาไปทางกลุ่มคนตระกูลสายซ้ายแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงไปยังเก้าอี้ประธานตรงกลาง
แน่นอนว่าเขานั่งลงบนตำแหน่งประธาน ส่วนจ้าวฉุนก็ได้รับเชิญให้นั่งทางฝั่งขวาซึ่งเป็นตำแหน่งรองลงมาเพียงขั้นเดียว
เมื่อคนมากันพร้อมหน้า ถูฉุนฉานก็ไม่ปรารถนาจะอ้อมค้อม จึงเปิดประเด็นขึ้นทันที
"วันนี้ที่เรียกประชุมตระกูล เจตจำนงของข้าก็ได้ถ่ายทอดลงไปล่วงหน้าแล้ว ฉงเหวินเติบโตมาข้างกายข้าตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์ จิตใจ หรือความสามารถ ในบรรดาคนบ้านหลักแล้วยากจะหาผู้ใดทัดเทียม บัดนี้ข้าไร้เรี่ยวแรงจะดูแลกิจการในตระกูลแล้ว จึงใคร่จะยกตำแหน่งผู้นำให้แก่เขา..."
"ท่านผู้นำ กล่าวเช่นนี้เห็นจะผิดแล้ว!"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ยากจะหาผู้ใดทัดเทียม' ถูฉุนจื่อก็เลิกคิ้วขึ้นสูง ไม่รอให้ถูฉุนฉานกล่าวจบ เขาก็รีบขัดจังหวะขึ้นทันควัน
"บ้านหลักไม่มี ก็ไม่ได้หมายความว่าบ้านสายซ้ายของข้าจะไม่มี!"
"หากนับตามลำดับญาติ แม้ถูเหมี่ยนจะเป็นเพียงหลานอา ไม่เหมือนถูฉงเหวินที่เป็นเหลนสายตรง แต่หากวัดกันที่ความสามารถ ระหว่างถูเหมี่ยนกับถูฉงเหวินใครเก่งกาจกว่ากัน ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนมีตาก็คงจะมองออก..."
ก่อนเริ่มการประชุม ถูฉุนฉานรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องหยิบยกเรื่องนี้มาเล่นงาน แต่พอได้ยินเข้ากับหูจริงๆ ก็ยังอดโมโหจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงระงับอารมณ์โกรธแล้วกล่าวว่า
"เจ้าก็รู้เรื่องลำดับญาติด้วยรึ! ตั้งแต่ตอนที่บ้านสายซ้ายแยกตัวออกไปเมื่อปีก่อน ชื่อของสายพวกเจ้าก็ถูกลบออกจากทะเบียนตระกูลไปแล้ว ก็เพิ่งจะมีไม่กี่ปีมานี้ที่เจ้าอ้างเรื่องตั้งป้ายวิญญาณให้บิดา ถึงได้ฝืนรับชื่อสายตรงของเจ้ากลับเข้าผังตระกูลใหม่"
"ก่อกรรมทำเข็ญแบ่งแยกตระกูลถึงเพียงนั้น ยังจะกล้าใฝ่สูงหวังครอบครองตำแหน่งผู้นำตระกูลอีกหรือ!"
"ท่านผู้นำ! โปรดฟังถูเหมี่ยนสักคำ!"
เด็กหนุ่มผู้มีรอยยิ้มประดับมุมปากก้าวออกมาจากกลุ่มคนทางฝั่งซ้าย เขาคืออีกหนึ่งตัวละครสำคัญในมรสุมครั้งนี้ นายน้อยแห่งตระกูลสายซ้าย ถูเหมี่ยน
เขาประสานมือคารวะผู้อาวุโสเบื้องบนจนครบถ้วนตามมารยาท ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
"เรื่องที่สายซ้ายแยกตัวออกไปในอดีตนั้น สร้างความเสียหายแก่ตระกูลถูจริงขอรับ ด้วยเหตุนี้เอง วันนี้สายซ้ายของข้าจึงได้บูรณะป้ายตระกูลและเพิ่มพูนทรัพย์สินส่วนกลาง เพื่อใช้การกระทำอันน้อยนิดนี้ชดเชยความผิดพลาดในอดีต"
"ยามนี้ตระกูลถูมีศัตรูภายนอกรุมเร้า ภายในก็ยังไม่สงบ จำเป็นต้องมีผู้นำที่สามารถจัดการได้ทั้งศึกนอกและศึกใน จึงจะสามารถฟื้นฟูเกียรติภูมิของสกุลถูให้กลับมาได้ ตัวข้าถูเหมี่ยนแม้จะด้อยความสามารถ ไม่กล้ารับประกันว่าจะกำจัดศัตรูภายนอกได้จนสิ้นซาก แต่สำหรับเรื่องภายในนั้น ข้าขอให้คำมั่นสัญญา หากข้าได้สืบทอดตำแหน่งผู้นำ ตระกูลสายซ้ายจะยุบรวมเข้ากับบ้านหลักทันที สิ่งที่เคยช่วงชิงไปและผลกำไรตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา จะมอบให้เป็นสมบัติกองกลางทั้งหมด นับแต่นี้จะไม่มีตระกูลสายซ้ายอีกต่อไป! จะเหลือเพียงสกุลถูสายหลักเพียงหนึ่งเดียว!"
บรรยากาศในหอรรพบุรุษเปลี่ยนไปโดยพลัน แม้แต่คนของบ้านหลักเองก็เริ่มมีท่าทีหวั่นไหว
ถูเหมี่ยนไม่รอช้า รีบกล่าวต่อ
"ข้ากับหลานอาฉงเหวินอายุเท่ากัน เมื่อวานนี้ข้าเพิ่งจะทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นกลั่นลมปราณระดับสาม! ขอบังอาจถามท่านผู้นำ ตำแหน่งผู้นำคนต่อไปนี้ ท่านจะตัดสินจากความสนิทสนมส่วนตัว หรือจะตัดสินจากความสามารถของลูกหลานกันแน่!"
วาจานี้ช่างเชือดเฉือนบาดลึก บีบคั้นจนถูฉุนฉานหน้าแดงก่ำด้วยความอัดอั้น
จ้าวฉุนอดไม่ได้ที่จะมองถูเหมี่ยนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ในตระกูลสายซ้ายมีบุคคลเช่นนี้อยู่ การจะฟื้นฟูตระกูลในภายภาคหน้าคงไม่ใช่เรื่องยาก น่าเสียดายนักที่คนผู้นี้ดันไปพัวพันกับพรรคมารเริ่นหยาง...
การชิงตำแหน่งในวันนี้ เดิมทีตั้งใจจะให้ถูฉงเหวินและถูเหมี่ยนประลองกันสักตั้งเพื่อตัดสินแพ้ชนะ
แต่เมื่อได้ทราบว่าถูเหมี่ยนบรรลุถึงขั้นกลั่นลมปราณระดับสามแล้ว ถูฉุนฉานก็ไม่คิดจะให้มีการต่อสู้เกิดขึ้นอีก
แม้ว่าในระดับต้นความห่างชั้นของพลังอาจจะยังไม่มากนัก แต่โอกาสชนะของถูฉงเหวินก็นับว่าริบหรี่เต็มทน หากผลีผลามให้เขาลงมือ เกรงว่าจะต้องอับอายขายหน้ากลางธารกำนัล และหมดโอกาสสืบทอดตำแหน่งไปโดยปริยาย
ถูฉุนฉานคิดทบทวนกลับไปกลับมาเป็นร้อยตลบเพื่อหาวิธีกู้สถานการณ์ แต่คิดไม่ถึงว่าจู่ๆ ถูฉงเหวินจะลุกขึ้นยืนแล้วประกาศกร้าว
"ท่านผู้นำ ฉงเหวินยินดีประลองยุทธ์กับถูเหมี่ยน ผู้ชนะจะได้สืบทอดตำแหน่ง ข้าไม่มีคำครหาใดๆ ทั้งสิ้น!"
ยังไม่ทันที่ถูฉุนฉานจะเอ่ยปากคัดค้าน ถูเหมี่ยนก็ชิงตอบรับทันที
"ข้ายินดีรับคำท้า!"
ขั้นกลั่นลมปราณระดับสามปะทะกับระดับสอง เป็นการประลองที่ผลแพ้ชนะแทบจะขาดลอยตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ทำให้ถูฉุนฉานถึงกับทรุดฮวบลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่จนเสียกิริยา
ด้านนอกหอรรพบุรุษคือลานประลองยุทธ์ที่ปูด้วยหินเขียว การให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งในโลกเหิงอวิ๋นนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง
ถูฉุนฉานถูกประคองออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้น
จ้าวฉุนที่เดินตามอยู่ข้างๆ กลับมีท่าทีสงบนิ่งจนเขาเกิดความสงสัย
"สหายเต๋าสงบนิ่งเพียงนี้ หรือว่าท่านมีหนทางแก้ไข?"
"ไม่นับว่าเป็นหนทางที่ดีนักหรอกเจ้าค่ะ มีความมั่นใจเพียงห้าส่วนเท่านั้น"
ถูฉุนฉานยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก "นี่..."
จ้าวฉุนปัดผมหน้าม้าที่ตกลงมาเบาๆ ดวงตาจ้องมองเขาเขม็ง
"ไม่ว่าท่านผู้นำจะมีไม้ตายอะไรซ่อนอยู่ ก็งัดออกมาใช้ให้หมดเถิดเจ้าค่ะ หากสิ่งที่ข้าคาดเดาเป็นความจริง ความขวัญกล้าเทียมฟ้าของน้องชายท่านนั้น อาจจะมากมายกว่าที่ท่านคิดไว้เสียอีก..."
[จบแล้ว]